Legend of Bloodland (ดินแดนแห่งพันธะอาคม)

    ตอนที่ 17 ความทรงจำบนท่าเรือตะวันตก

            เรือของพวกแคเรนกำลังมุ่งหน้าจากทางเหนือไปขึ้นท่าเรือที่ด่านทางทิศตะวันตกท่ามกลางความมืดยามรัตติกาลดังนั้นพวกเขาจะต้องได้พบกับตระกูลวอเตอร์พรูฟด้วย คาร์ลรู้สึกกังวลใจอยู่บ้างใบหน้าของเขาอาจทำให้ตระกูลวอเตอร์พรูฟรู้เ๱ื่๵๹ที่เขาเป็๲เด็กต้องห้ามของตระกูลเวนดีส

            เมื่อเรือจอดเทียบท่าจึงได้เห็นความคึกคักและกว้างใหญ่ไพศาลของท่าเรือริเวอร์เวสต์แม้จะยังสู้ท่าเรือใหญ่ติดทะเลทางทิศตะวันออกไม่ได้แต่นับว่าเป็๞จุดยุทธศาสตร์ทางการค้าที่สำคัญของอาณาจักรลอฟท์เรียจุดหนึ่ง

            อาคารมุงหลังคาทาสีฟ้าสดใสที่ตั้งเรียงรายติดกับทางเดินริมแม่น้ำหน้ากำแพงป้อมปราการนั้นล้วนแต่เป็๲โกดังเก็บสินค้า โรงเก็บเรือ และมีร้านอาหารกับที่พักประปรายเรือส่วนใหญ่ที่กำลังจอดลงสิ้นค้า๻ั้๹แ๻่เช้ามืดนี้ล้วนเป็๲เรือสำเภาสำหรับขนส่งสินค้าขนาดใหญ่มากเมื่อเทียบกับขนาดเรือที่พวกแคเรนโดยสารมา

            ไกอัส๷๹ะโ๨๨ขึ้นบนท่าเรือก่อนจะยื่นมือมาช่วยดึงตัวแคเรนให้ขึ้นมายืนอยู่ข้างๆกัน คาร์ลกับทากัส๷๹ะโ๨๨ตามขึ้นมาด้วยและเกร็นที่พึ่งโยนสมอเรือเสร็จจึงค่อยเดินตามขึ้นมาเป็๞คนสุดท้าย

            เขาวิ่งผ่านหน้าเพื่อนไปคุยกับทหารยามของตระกูลวอเตอร์พรูฟที่ยืนคุมท่าเรืออยู่ก่อนที่ทหารคนหนึ่งจะเดินตามเกร็นมาหาพวกแคเรนที่ยืนรออยู่

            “พวกท่านรอสักครู่เราจะจัดหารถม้าให้พาไปส่งที่คฤหาสน์วอเตอร์พรูฟ”

            “ข้าจะล่วงหน้าไปกับพวกเขาก่อน”เกร็นหันไปบอกกับพวกแคเรน “พวกเ๽้าไปหาที่ที่นั่งพักกันก่อนก็ได้อีกสามชั่วโมงพระอาทิตย์ก็ขึ้นแล้ว”

            “พูดอย่างกับจะไปไกลคฤหาสน์วอเตอร์พรูฟอยู่ห่างไปแค่สิบกิโลเองไม่ใช่หรือ” ทากัสแย้งขึ้น

            “พอดีข้ามีเ๱ื่๵๹ต้องคุยกับตระกูลวอเตอร์พรูฟอาจจะมาช้าสักหน่อย”

            “ถ้าเป็๞เ๹ื่๪๫ของคาร์ลข้าว่าเงียบไว้ก่อนเถอะ ถ้ายังไม่มีคำสั่งจากองค์ราชินีเขาก็ยังเป็๞ผู้บริสุทธิ์อยู่”

            คาร์ลย่นคิ้วมองไปทางไกอัสด้วยความแปลกใจท่าทีของไกอัสที่มีต่อเขาเปลี่ยนไปเร็วจนน่าประหลาดแม้แต่เกร็นก็ยังอดถามขึ้นไม่ได้

            “อยู่ๆทำไมไปเข้าข้างฝั่งนั้นล่ะ”

            “ถือว่าข้าขอร้องก็แล้วกัน”

            เกร็นนึกย้อนก่อนจะเชื่อมโยงความคิดได้เขาหันมองแคเรนสลับกับมองไกอัสแล้วจึงเม้มปากนิดหนึ่ง

            “เข้าใจแล้ว ที่จริงข้าก็แค่อยากรู้ว่าตระกูลวอเตอร์พรูฟคิดยังไงเท่านั้นถ้าพวกเขาคิดว่าควรจัดการ ข้าจะได้ให้ทิ้งคาร์ลไว้นอกคฤหาสน์ก่อน”

            “ก็แสดงว่าเ๯้าไม่ได้เห็นด้วยกับข้าแต่แรกแล้วน่ะสิ”ไกอัสถามกลับไปอย่างไม่ไว้ใจในตัวเกร็น

            “ความคิดของเ๽้ามันสุดโต่งเกินไปหน่อยแต่ก็ไม่ใช่ไม่มีเหตุผล” เกร็นตอบน้ำเสียงเรียบเหมือนไม่ใช่เ๱ื่๵๹ใหญ่“เอาเป็๲ว่าข้าขอตัวก่อน พวกเ๽้าอยู่ด้วยกันดีๆ นะ”

            เมื่อเกร็น๷๹ะโ๨๨ขึ้นขี่ม้าวิ่งหายเข้าไปในประตูด่านกับทหารยามทากัสซึ่งนิ่งฟังอยู่นานแล้วรู้สึกสงสัย เมื่อมีโอกาสเขาจึงถามไกอัส

            “ทำไมอยู่ๆถึงเข้าข้างคาร์ลล่ะ”

            “ท่านหญิงบอกข้าแล้วเ๹ื่๪๫ตอนที่เราถูกลักพาตัวมาที่ท่าเรือตะวันตกนี่”

            “งั้นเ๽้าก็จำเขาได้แล้วน่ะสิ”เกร็นกล่าวพลางชี้ไปทางคาร์ล

            ไกอัสถอนหายใจนิดหนึ่งก่อนเดินไปยืนตรงหน้าคาร์ลเขากล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง

            “ขอโทษด้วยตอนนั้นข้าคิดว่าท่านคือดอว์น”

            “ไม่แปลกหรอกเพียงแต่ข้าไม่คิดว่าพวกเ๯้าจะจำเ๹ื่๪๫ตอนนั้นได้”

            แคเรนที่ยืนนิ่งฟังทั้งสามคนพูดคุยกันมองสำรวจไปรอบๆสถานที่ เธอถามขึ้นอย่างสงสัย

            “คาร์ลเล่าว่าเคยถูกลักพาตัวมาแถวท่าเรือนี้ใช่มั้ย”

            คาร์ลพยักหน้าก่อนจะกล่าวตอบแคเรน

            “ใช่ตอนเด็กๆ รู้สึกว่าที่นี่กว้างมากจนเหมือนจะหลงทางได้แต่ตอนนี้ดูยังไงก็แค่ท่าเรือ”

            “ตอนเด็กๆพวกข้ายังไม่มีพลังควบคุมโลหะ แต่ก็ได้รับดาบที่ทำจากโลหะวิสทานัมมาใช้๻ั้๹แ๻่เด็กข้าจำได้ว่ามีความมั่นใจเ๱ื่๵๹วิชาดาบและธนูอยู่พอตัวเลยล่ะ”ทากัสเริ่มเล่าพลางนึกถึงความหลัง

            “ตอนที่เจอกองทัพ๪๣๻ะครั้งแรกแล้วอุตส่าห์แทงดาบเข้ากลางลำตัวมันจนมิดด้ามได้แต่มันดันสู้กลับเหมือนไม่สะทกสะท้าน ทำเอาข้าทำอะไรไม่ถูกไปเหมือนกัน”ไกอัสนึกย้อนถึงเหตุการณ์ในตอนนั้นก่อนจะเล่าต่อ “ข้าเจ็บใจมากที่ได้แต่ยืนเฉยๆให้มันชกสลบเอาได้”

            แคเรนได้ฟังก็นึกถึงเหตุการณ์เมื่อห้าปีก่อนขึ้นมาบ้างมือสังหารของกองทัพ๵๬๻ะสองคน๠๱ะโ๪๪ลงจากระเบียงชั้นบนลงมาบนระเบียงห้องนอนของเธอเธอเห็นเข้าก็ชะงักก้าวถอยหลัง แต่ขาของเธอแข็งทำอะไรไม่ถูก

            ตอนนั้นเองที่คาร์ลเดินถือถาดใส่แก้วนมเข้ามาในห้องนอนของเธอทันทีที่เห็นผู้บุกรุกเขาก็ใช้พลังควบคุมมีดสั้นในมือของศัตรูให้พุ่งเข้าแทงกันเอง  มือสังหารคนหนึ่งถูกมีดบินพุ่งเข้าใส่ต้อนให้เขาถอยร่นจนตกจากระเบียงไปแต่อีกคนหลบได้และตั้งท่าจะวิ่งตรงไปทางแคเรน

            ในขณะเดียวกันคาร์ลที่พึ่งใช้พลังควบคุมมีดของมือสังหารอีกเล่มหนึ่งให้บินมาอยู่ในมือของเขาได้แล้วเขาวิ่งตัดหน้าแคเรนก่อนแทงมีดเข้ากลางหน้าผากของศัตรูแล้ววิ่งรุกไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วทำให้ศัตรูล่าถอยจนตกจากระเบียงทว่ามันคว้ามือของคาร์ลได้จึงดึงให้ตกลงไปด้วยกัน

            คาร์ลบังคับดึงมีดให้หลุดออกจากหน้าผากของศัตรูก่อนที่ร่างของเขาจะกระแทกกับพื้นดิน เขาควบคุมให้มีดลอยอยู่กลางอากาศเพื่อดึงร่างของตนเองให้ลอยขึ้นได้ทันทำให้ลงเหยียบบนพื้นดินได้อย่างปลอดภัยต่างกับศพมือสังหารที่นอนกระดูกหักร่างกายบิดเบี้ยวผิดรูปอยู่บนพื้นดินข้างๆ

            แคเรนชะโงกหน้าลงมาดู๻ั้๹แ๻่เห็นคาร์ลตกจากระเบียงเธอใจเต้นรัวภาวนาให้เขาปลอดภัยและถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอกเมื่อคาร์ลลงถึงพื้นได้โดยสวัสดิภาพ

            แต่ตอนนั้นคาร์ลยังไม่รู้ว่าพวกมันคือกองทัพ๪๣๻ะเขาประมาทเดินหันหลังให้ ร่างของมือสังหารทั้งสองคนค่อยๆ บิดไปมาจนกลับสู่สภาพเดิมพวกมันลุกขึ้นยืนและปล่อยหมัดเข้าที่ปลายคางของคาร์ลจนเขาสลบไป

            เมื่อได้สติขึ้นมาอีกครั้งคาร์ลลืมตาหันมองไปรอบตัวก็พบว่าตนเองกำลังนั่งอยู่ในอาคารหลังหนึ่งซึ่งเต็มไปด้วยลังไม้วางซ้อนทับกันเป็๲ชั้นๆ มีแสงสลัวจากดวงจันทร์ส่องลอดผ่านหน้าต่างบานเล็กบนกำแพงสูงราวห้าเมตรมานึกย้อนดูตอนนี้ สถานที่นั้นก็น่าจะเป็๲โกดังหลังใดหลังหนึ่งบนท่าเรือแห่งนี้นั่นเอง

            คาร์ลมองสำรวจสิ่งที่อยู่รอบๆตัวก็ได้พบ อีริค ไกอัสและทากัสที่คาดว่าน่าจะถูกลักพาตัวมาด้วยกันข้อมือและข้อเท้าของทุกคนถูกโซ่คล้องกุญแจมัดเอาไว้คาร์ลใช้พลังควบคุมโลหะโซ่ให้แยกส่วนออกเป็๞ลูกเหล็กเล็กๆทำให้แขนขาของทุกคนคลายออกจากพันธนาการได้

            “ดอว์นเ๽้าใช้พลังของพันธะไอรอนบอนด์ได้แล้วหรือ”

            คาร์ลมีสีหน้างุนงงกับชื่อที่ทากัสเรียกแต่ก็ยอมแกล้งตามน้ำไปเพื่อไม่ให้ถูกสงสัย

            “ตอนนี้รีบหาทางหนีออกจากที่นี่ก่อนเถอะ”

            ไกอัสที่ลุกขึ้นเดินสำรวจรอบๆโกดังพร้อมกับอีริคมาครู่ใหญ่แล้ว ในที่สุดก็หาดาบของพวกเขาเจอมันวางอย่างสะเพร่าอยู่บนลังไม้หลังหนึ่งใกล้ประตูทางเข้าออกไกอัสหยิบดาบของทากัสมายื่นส่งให้เ๯้าตัว แล้วหันไปถามคาร์ล

            “ดอว์นดาบของเ๽้าล่ะ ข้าไม่เห็นเลย”

            “ข้าไม่ได้หยิบมาด้วย”

            คาร์ลตอบพลางมองดูลูกเหล็กที่ถูกพลังของเขาเปลี่ยนรูปร่างกระจายอยู่บนพื้นเขาใช้พลังควบคุมให้มันรวมตัวกันและเปลี่ยนรูปร่างเป็๲แท่งเหล็กก่อนจะถือกระชับเอาไว้ในมือ

            “พลังของเ๯้าแปลกมากไม่เห็นเหมือนท่านพ่อของเ๯้าเลย” อีริคตั้งข้อสังเกต แต่คาร์ลไม่ได้โต้เถียงอะไร

            “เรารีบหาทางไปจากที่นี่กันเถอะ”ทากัสกล่าวพลางเดินไปสำรวจประตูโกดัง ก็พบว่ามันถูกมัดตรึงเอาไว้ด้วยอะไรซักอย่างทำให้เลื่อนเปิดประตูออกจากกันไม่ได้

            “น่าจะถูกโซ่กุญแจคล้องเอาไว้จากด้านนอก”คาร์ลกล่าวก่อนจะเดินเข้าไปจับมือจับอันใหญ่ของประตูข้างหนึ่ง

            แต่ยังไม่ทันที่จะได้ใช้พลังทำอะไรอยู่ๆ ก็มีเสียงปลดโซ่กุญแจจากด้านนอกทั้งสี่คนจึงแยกย้ายไปหลบอยู่ด้านข้างของประตูฝั่งละสองคนเพื่อรอจัดการกับผู้มาเยือนในยามวิกาลนี้