นอกจากต้นไม้ใหญ่และตึกรามบ้านช่อง
สิ่งที่น่าสนใจเมื่อเห็นมหานครแห่งนี้ครั้งแรก นั่นก็คือเหล่า 'เรือปราณ' และ 'รถเวทย์' ที่บินกันให้เห็นทั่วไปหมดบนท้องฟ้า
เรือปราณของโลกใบนี้อุปมาราวกับเป็เครื่องบินในโลกของหลี่เค่อ แต่มันเร็วกว่า เคลื่อนที่ได้สะดวกกว่ามากเพราะขึ้นลงอย่างขนานกับพื้นโลกได้ นอกจากนั้นเรือปราณหลายๆ ลำยังเป็ศาสตราวุธเชิงยุทธวิธีของเหล่าสำนักยุทธ์และราชอาณาจักรต่างๆ ในการา
ส่วนรถเวทย์ในโลกของหลี่เค่อ จากความรู้สึกของเขามันคือรถยนต์ที่บินได้
จุดต่างของรถเวทย์และเรือปราณนั้นอยู่ที่กำลังขับ ความเร็ว และคุณสมบัติที่มันมี โดยส่วนใหญ่รถเวทย์นั่นคือพาหนะสำหรับเดินทางเท่านั้น และมันยังไม่แข็งแกร่งเท่าที่ควร ดังนั้นผู้คนส่วนมากจะไม่ขับรถเวทย์ออกไปนอกตัวเมืองไกลๆ มันเป็พาหนะเพื่อโอ้อวดฐานะของเหล่าผู้ร่ำรวยที่ใช้ในการเดินทาง
'พ่อผมอยากได้ซักคัน วาว' จั่วจี๋พูดพร้อมเอามือชี้ไปที่รถเวทย์ที่ดูหรูหราคันหนึ่ง จั่วยุ่นผู้เป็บิดาตบหัวลูกชายคนนี้อีกครั้ง เขารู้สึกอับอายกับเ้าเด็กเหลือขอนี่เหลือเกิน
หลี่เค่อและสองพ่อลูกเข้าเมืองได้อย่างไม่มีปัญหา
สิ่งแรกสุดที่พวกเขาตั้งใจทำเมื่อเข้ามาสู่มหานครแห่งนี้คือการหาที่พัก
ตอนนี้ทั้งสามอยู่รอบนอกของมหานคร โดยมันถูกแบ่งเป็สามเขตใหญ่ๆ
เขตชั้นนอกคือที่พักอาศัยของคนธรรมดาหรือผู้บ่มเพาะที่ฐานะไม่ค่อยดีมีการเก็บภาษีที่ต่ำ แต่ก็เต็มไปด้วยความวุ่นวายและสีสัน
ชั้นในคือเขตที่พักของเหล่าผู้มีฐานะและตระกูล มันเงียบสงบและมีร้านค้าชั้นสูงอยู่มากมาย โลกใบนี้แยกคนธรรมดาจากผู้มีฐานะและชาติตระกูลอย่างชัดเจน ดังนั้นผู้คนทั้งหลายจึงพยายามอย่างยิ่งยวดในการสร้างฐานะและตระกูลให้มีชื่อเสียง พวกเขาหวังว่าวันหนึ่งตนจะได้อาศัยอยู่เมืองชั้นในที่มีคุณภาพชีวิตที่ดี
ว่ากันว่าเป็คนธรรมดาหมื่นปี ไม่ดีเท่าเป็ผู้มีบรรดาศักดิ์เกิดในชาติตระกูลชั้นสูงหนึ่งวัน นี่คือคำพูดติดปากของคนทั่วไป
ส่วนสุดท้ายคือพื้นที่ดินแดนลับ ซึ่งเป็ที่ตั้งของราชสำนักและตำหนักยุทธ์ ที่แห่งนี้คนธรรมดาไม่มีหวังที่จะเข้าไป
หลี่เค่อเลือกเข้าพักในย่านเสื่อมโทรมแห่งหนึ่งซึ่งเขามีความทรงจำของทั้งป่าดำและถังคังที่นี่ ซึ่งมันอยู่ติดกับย่านสถานเริงรมย์และบ่อนการพนัน ค่ำคืนย่านนี้คึกคักอย่างยิ่ง
เมื่อได้ที่พักซึ่งเป็ห้องขนาดใหญ่พอสมควร หลี่เค่อพาสองพ่อลูกไปหาซื้อสิ่งของที่จำเป็ ที่นี่มีห้างสรรพสิ่งค้าเหมือนโลกเดิม ดังนั้นทั้งหลี่เค่อและสองพ่อลูกจึงปรับตัวไม่ยากจนเกินไปกับชีวิตใหม่บนโลกใบนี้ หากจะมีปัญหาอะไรบ้างก็คงเป็เ้าตัวแสบจั่วจี๋ที่มักบ่นห้องพักสองคูหาที่ดูออกจะเล็กและสกปรกไปบ้าง ซึ่งด้วยเงินที่หลี่เค่อมีตอนนี้การเช่าห้องที่ใหญ่และทำเลดีกว่านี้ไม่ใช่ปัญหา
แต่เพราะตัวหลี่เค่อยังไม่ได้หยั่งรากฐานในโลกใบนี้ ดังนั้นเขาจึงเลือกจะอดออมไว้ก่อน เขาใช้เงินแต่ในสิ่งที่จำเป็เท่านั้น
หากเป็ไปได้หลี่เค่อไม่้าเริ่มอาชีพในโลกใบนี้ด้วยฐานะ 'นักฆ่า'
เขา้าใช้ชีวิตที่สุขสงบ และค้นหาความสุขอย่างที่ปู่ชราของเขาปรารถนาให้เขาเป็
ค่ำคืนหลี่เค่อแยกตัวจากสองพ่อลูกตระกูลจั่ว ซึ่งสองพ่อลูกพวกเขาต้องใช้เวลาเพื่อฝึกฝนปราณและทำความเข้าใจอักษรของโลกใบนี้ ซึ่งหลี่เค่อไม่จำเป็ต้องศึกษา เพราะหลังจากกลืนกินดวงิญญาของถังคังเข้าไป เขาก็เข้าใจอักษรของโลกใบนี้ได้อย่างดี
สิ่งที่น่าอัศจรรย์ก็คือ ภาษาพูดของผู้คนในโลกใบนี้คือภาษาเดียวกับบ้านเกิดของหลี่เค่อ นั่นจึงทำให้เขาไม่มีปัญหาที่จะอยู่ที่นี่แม้แต่น้อย
หลี่เค่อใช้เวลาส่วนใหญ่ในค่ำคืนเดินบนถนนสายอาหาร มีของปิ้งย่างและอาหารพื้นเมืองมากมายที่หลี่เค่อไม่รู้จัก เขาเดินไปซื้อและหยุดกินเป็ระยะระยะ หลี่เค่อทำตัวกลมกลืนราวกับเป็คนพื้นเมือง
ปัจจุบันั้แ่มาถึงโลกใบนี้หลี่เค่อพบว่าอาการป่วยของเขาแทบไม่ปรากฏอาการ สิ่งนี้คงเป็เพราะพลังธรรมชาติของโลกใบนี้หนาแน่นมากเขาจึงไม่เจ็บป่วยอีกต่อไป
พร้อมร่างกายฟื้นตัวดีขึ้นอย่างช้าๆ แต่สภาพชราของหลี่เค่อยังคงเป็เช่นเดิม
ในระหว่างเดินกินหลี่เค่อเพื่อเรียนรู้วิถีชีวิตผู้คนในโลกใบนี้ เขาเห็นกลุ่มคนหนุ่มสาวเยาว์วัย พวกเขาสวมชุดที่เป็ระเบียบคล้ายกับเครื่องแบบนักเรียนในโลกเก่าของเซี่ยซีหาน หญิงสาวสวมกระโปรงสั้นมีจีบเอวสูงสีขาวที่มีท้ายราดยาวกว่าด้านหน้าหนึ่งหรือสองฝ่ามือ แต่งแต้มด้วยเส้นตัดสีน้ำตาลเข้มเป็ลายกระโปรง ้าพวกเธอสวมเสื้อขาวมีปกผูกเนกไท พร้อมสวมเสื้อสูทสีน้ำตาลอ่อนที่มีตราสัญลักษณ์สำนักศึกษารูปต้นไม้และดาบที่อกซ้าย ใต้ตราสัญลักษณ์มีรูปดาบและขีด เหมือนเช่นคนกักขฬะที่เซี่ยซีหานเคยสังหาร
โดดจุดเด่นที่หลี่เค่ออดมองไม่ได้ในชุดของชายหนุ่มหญิงสาวกลุ่มนี้คือ ในกลุ่มหญิงสาวพวกเธอจะสวมสิ่งที่ดูคล้ายถุงน่องหนังสีดำยาวแนบเนื้อเลยเข่าขึ้นมาหนึ่งถึงสองคืบ จากนั้นก็จะมีสายรัดกระเป๋าเล็กๆ รัดที่น่องเอาไว้ บางคนที่สายรัดนั้นก็จะมีมีดสั้นแขวนอยู่
ส่วนนักเรียนชายนั้นเขามีเสื้อสูทไม่ต่างกับเด็กหญิง จุดสังเกตที่แตกต่างจากชุดเครื่องแบบนักเรียนในโลกเดิมของหลี่เค่อคือกางเกงของพวกเขาทั้งหมดจะมีกระเป๋าหลายใบ และมีสายรัดเพื่อพกมีดสั้นเช่นเดียวกันกับเหล่าหญิงสาว นี่ราวกับว่าเป็มาตรฐานของโลกใบนี้ที่ทุกคนต้องพร้อมพบเจอเื่อันตราย ในความทรงจำของถังคัง หลี่เค่อพบว่า ในกระเป๋าเล็กๆ เ่าั้ที่ชายหนุ่มและหญิงสาวพกคือยันต์ป้องกันภัยรูปแบบต่างๆ
สิ่งที่น่าสนใจอีกอย่างคือ ด้านหลังของกลุ่มคนที่คล้ายสวมชุดเครื่องแบบนักเรียนนั้น พวกเขาไม่ได้พกกระเป๋าที่ด้านหลัง แต่พวกเขาสะพายอาวุธขนาดใหญ่กันอย่างโจ่งแจ้ง บางคนเป็ดาบยาว บางคนเป็ขวานใหญ่
หลี่เค่อที่พึงมาโลกใบนี้เขาจึงยังไม่ชิน จึงอดที่จะมองอย่างสนใจไม่ได้
"ไอ้แก่มองอะไรอยากตายเหรอ" ชายหนุ่มสวมชุดเครื่องแบบคนหนึ่งพูดพร้อมชูนิ้วกลางให้หลี่เค่อ เขากอดเด็กสาวที่อยู่ข้างกายแน่น เด็กสาวคนนั้นตัวเล็กน่ารัก ผมของเธอมีสีชมพูทั้งศีรษะ ใบหน้าเธอราวกับตุ๊กตากระเบื้องเคลือบ ปากของเธอชมพูแดงอย่างไม่ต้องแต่งแต้ม ดวงตาโตสดใสดูไร้เดียงสา เส้นผมของเธอสองข้างมัดแกะทำให้เธอดูน่ารักยิ่งขึ้น แต่ขวานใหญ่ด้านหลังหญิงสาวร่างเล็กทำให้เธอดูไม่ธรรมดา ใบหน้าของหญิงสาวที่มีใบหน้าดุจเด็กหญิงคล้ายดูฝืนใจที่จะอยู่ในอ้อมกอดของชายหนุ่ม แต่เธอคล้ายจะขัดขืนไม่ได้ ราวกับว่ามีเื่บางอย่างทำให้เธอต้องอยู่ในสภาพเช่นนี้
หลี่เค่อไม่โกรธ เขามีเพียงรอยยิ้มจางๆ ให้เด็กชายที่กำลังโอ้อวด พร้อมกับในใจคิดว่า 'สัญลักษณ์แห่งการทักทายอันยิ่งใหญ่โดยการชูนิ้วกลาง ไม่ว่าโลกใบนี้หรือโลกของเราก็เหมือนกันสินะ'
โดยที่เด็กชายไม่รู้ มีคนจำนวนมากมายที่ชูนิ้วกลางให้หลี่เค่อ แต่แล้วในวันต่อมาพวกเขาหมดโอกาสในการใช้ชีวิต คนแบบนี้มีมากมายเหลือเกิน
ชายหนุ่มโชคดีที่หลี่เค่อในวันนี้ ไม่ใช่หลี่เค่อที่ใช้ชีวิตบนความตายของคนอื่นเช่นที่ในอดีต ไม่เช่นนั้นวันนี้คงเป็วันสุดท้ายของชายหนุ่มผู้เยาว์วัย
"พี่จางซิ่งอย่าได้แกล้งคนธรรมดาเลย นี่ก็ใกล้ถึงวันที่จะสอบเข้าตำหนักยุทธ์แล้ว หากท่านอาจารย์รู้ว่าพวกเรามีเื่กับคนธรรมดาต้องแย่แน่ๆ พี่จางได้โปรดอย่ามีเื่เลยนะ"
"แต่เมื่อกี้สายตาของไอ้แก่นั้นเอาแต่มองกระโปรงที่รักของพี่จาง จะให้พี่จางทนไหวได้ยังไง" ระหว่างพูดจางซิ่งคลำคลึงและบีบก้นเด็กสาวที่ดูอย่างไรนางก็อายุน้อยกว่า 15 ปี เด็กหญิง้าเอามือปัดป้อง
จางซิ่งและเพื่อนของจางซิ่งซึ่งล้วนแล้วแต่เป็ผู้ชายส่งเสียงหัวเราะดังสนั่น บางคนพูดว่าน้องเฉินรุ่ยฟาง น้องสาวจะอายทำไมอีกหน่อยก็จะเป็ของพี่จางซิ่งอยู่แล้ว
เด็กหญิงหน้าแดงอายยิ่งกว่าเดิม แต่เธอก็ไม่ตอบโต้
"พี่จางอย่าทำแบบนี้หนูอายคนอื่นๆ จริงๆ"
หลี่เค่อหรี่สายตาก่อนส่ายหัว เขาเดินไปโดยไม่สนใจชายหนุ่มหญิงสาวกลุ่มนี้ แม้เขาจะอ่านสีหน้าลำบากใจของหญิงสาวใบหน้าเยาว์วัยได้ แต่หลี่เค่อก็ไม่คิดยุ่งเกี่ยวเื่ของคนอื่น
แต่ในระหว่างหลี่เค่อพยายามเดินห่างจากกลุ่มชายหนุ่มหญิงสาวซึ่งน่ามาจากสำนักศึกษามีชื่อสักแห่งของโลกใบนี้ จางซิ่งยังไม่วายท้ายท้าหลี่เค่อ มุมปากยกยิ้มเย้ยหลี่เค่อพร้อมชูนิ้วกลางไม่ให้หญิงสาวใบหน้าเด็กเห็น จากนั้นพูดอย่างไร้เสียงว่า "ไอ้แก่กล้าสู้กับบิดาไหม หากยากตายหรือจูบเท้าบิดาก็เข้ามาเลย"
หลี่เค่อไม่ตอบโต้ชายหนุ่มผู้อ่อนต่อโลก
เพียงแต่ว่าในขณะนั้นเอง ในขณะที่หลี่เค่อเดินออกห่าง แผ่นดินสั่นไหว ทั่วน่านฟ้าปรากฏอักขระซึ่งเป็อักษรเวทย์ของโลกใบนี้ มันแตกร้าว ก่อนจะพังทลาย ปรากฏเป็ภาพคล้ายดวงดาวตกจากท้องฟ้าระยิบระยับ
ไม่ช้าก็มีเสียงก้องกังวานปรากฏให้ผู้คนได้ยินทั่วมหานคร
- [โปรดระวัง ขอให้ทุกคนอยู่ในความสงบ และรีบเข้าสู่สถานที่ปลอดภัย ค่ายกลพิทักษ์เมืองตรวจพบความผันผวนของพลังอันยิ่งใหญ่อาจจะมีประตูนรกหรือประตูผีปรากฏในเขตพื้นที่เมืองรอบนอก 'มหานครต้นไม้แห่งชีวิต' ขอทุกคนโปรดระวังและรีบเข้าสู่พื้นที่ปลอดภัย หากใครพบการเกิดขึ้นของประตูนรกหรือประตูผีโปรดแจ้งผู้พิทักษ์เมืองโดยด่วน] -