ตอนที่ 3: เสียงกีตาร์ที่ก้องกังวานในเงามืด
เสียงกีตาร์โปร่งของหลุดโลกกรีดร้องออกมาเป็ท่วงทำนองที่หนักแน่น เมื่อเขาดีดสายแรก แรงกระแทกของเสียงดนตรีสั่นะเือากาศรอบตัว ราวกับว่าทุกอย่างในค่ำคืนนี้หยุดนิ่ง กลุ่มคนในชุดคลุมดำที่ล้อมเขาไว้เริ่มขยับตัวเพื่อเตรียมตอบโต้
"แกจะเล่นเพลงปลุกใจหรือไง?" หนึ่งในนั้นพูดเสียงเย้ยหยัน ท่ามกลางเงามืดของหมวกคลุม แสงสีแดงวาววับปรากฏขึ้นในดวงตาของมัน
“ไม่ใช่ปลุกใจ... แต่จะปลุกพวกแกให้หลับยาวไปเลยต่างหาก” หลุดโลกตอบด้วยน้ำเสียงเ็า นิ้วของเขาเคลื่อนไปบนสายกีตาร์ ดึงโน้ตที่บาดลึกและทรงพลังออกมาราวกับมันเป็ส่วนหนึ่งของิญญาเขา
ทันทีที่โน้ตเสียงสุดท้ายของคอร์ดดังออกมา คลื่นพลังจากเสียงดนตรีพุ่งออกไปชนเข้ากับพื้นตรงหน้าของพวกมัน เกิดะเิเสียงที่รุนแรงจนฝุ่นควันฟุ้งกระจาย คนในชุดคลุมสองคนที่อยู่ใกล้ที่สุดกระเด็นออกไปชนกำแพงจนหมดสติทันที
“บ้าจริง! หมอนี่ไม่ได้มาเล่นๆ!” ชายอีกคนคำรามพร้อมกับเรียกพลังสีม่วงเข้ามาที่ฝ่ามือ มันพุ่งเข้าหาหลุดโลกด้วยความเร็วแสง
หลุดโลกก้าวเท้าหลบอย่างเฉียบพลัน ดีดสายกีตาร์อีกครั้ง เสียงแหลมคมดังก้องก่อนที่คลื่นเสียงจะก่อตัวเป็กำแพงพลังต้านการโจมตีของฝ่ายตรงข้าม ทว่าเขาไม่ทันสังเกตว่ามีอีกคนหนึ่งพุ่งเข้ามาจากด้านข้างพร้อมกับดาบพลังงานสีดำ
เคร้ง!
ดาบกระแทกเข้ากับกำแพงเสียงของหลุดโลกจนแตกเป็เสี่ยงๆ พลังที่ปะทะกันทำให้หลุดโลกถอยหลังไปสองก้าวก่อนที่เขาจะดีดสายกีตาร์อีกครั้งเพื่อสร้างระยะห่าง
"แกไม่มีทางชนะพวกเราได้หรอก!" ชายคนถือดาบพูดพลางยิ้มเยาะ
“งั้นมาลองดูสิ!” หลุดโลกสวนกลับ นิ้วของเขาเริ่มเคลื่อนไหวเร็วขึ้น เสียงกีตาร์เปลี่ยนเป็จังหวะรัวที่กดดันรอบข้าง คลื่นเสียงที่แหลมคมพุ่งตรงเข้าไปโจมตีกลุ่มคนในชุดคลุม
ชายในชุดคลุมคนหนึ่งใช้พลังป้องกันตัวเองไว้ได้ แต่คลื่นเสียงนั้นกลับสะท้อนออกมาเป็แรงะเืที่กระจายไปทั่วบริเวณ กำแพงใกล้ๆ พังทลายลง เผยให้เห็นตราสัญลักษณ์ขององค์กรลับที่หลุดโลกกำลังตามหา
“นั่นไง... เจอจนได้” หลุดโลกพึมพำเบาๆ ก่อนจะเตรียมโจมตีอีกครั้ง แต่กลุ่มคนในชุดคลุมเริ่มรวมพลังกัน
พวกมันยืนล้อมรอบและประสานพลังสีม่วงเข้าด้วยกัน แสงสว่างแสบตาเริ่มแผ่ขยายออกมา เสียงหัวเราะต่ำดังขึ้นจากพวกมัน “แกไม่ควรมาเล่นของสูงแบบนี้... พวกเราจะสอนบทเรียนให้แกเอง!”
หลุดโลกไม่รอช้า เขาเปลี่ยนจังหวะกีตาร์ให้เร็วและดุดันขึ้น เสียงของมันแปรเปลี่ยนเป็พายุเสียงที่หมุนวนไปรอบๆ ตัวเขา พลังเสียงพุ่งเข้าชนกับพลังสีม่วงของฝ่ายตรงข้าม
พลังทั้งสองฝ่ายปะทะกันจนเกิดแรงะเิที่รุนแรง หลุดโลกกระเด็นไปชนกับเสาไฟฟ้า แต่เขาก็ยังลุกขึ้นมาได้ นิ้วของเขายังจับกีตาร์แน่นไม่ปล่อย
“ยังไม่พอหรอก!” หลุดโลกะโด้วยความมุ่งมั่น
พลังจากกีตาร์เริ่มเรืองแสงสีฟ้า เสียงดนตรีที่เขาดีดออกมาครั้งนี้เต็มไปด้วยอารมณ์ความโกรธ ความเศร้า และความหวัง มันสะท้อนถึงความรู้สึกที่เขามีต่อสายดีด และมันเป็สิ่งเดียวที่ทำให้เขายังคงยืนหยัดอยู่ได้
คลื่นเสียงพลังใหม่พุ่งเข้าใส่กลุ่มคนในชุดคลุมทันที พวกมันพยายามต่อต้าน แต่เสียงดนตรีของหลุดโลกก็ทรงพลังเกินไป ร่างของพวกมันถูกผลักกระเด็นไปคนละทิศละทาง
เมื่อฝุ่นควันจางลง หลุดโลกยืนหอบหายใจอยู่คนเดียวในสนามรบ ร่างของกลุ่มคนในชุดคลุมนอนแน่นิ่งอยู่รอบตัวเขา
“แค่นี้ยังไม่พอจะหยุดฉันได้หรอก...” หลุดโลกพูดพลางมองไปที่ตราสัญลักษณ์ขององค์กรบนกำแพงที่เผยออกมา
ทันใดนั้นเอง เสียงปรบมือช้าๆ ดังขึ้นจากด้านหลังของเขา หลุดโลกหันไปมอง เห็นชายในชุดคลุมสีดำที่แตกต่างจากคนอื่นๆ เขาเดินออกมาจากเงามืดพร้อมกับแสงสีแดงที่เรืองออกมาจากดวงตา
“เ้าหนู... ดูเหมือนว่าความสามารถของแกจะน่าสนใจกว่าที่คิด” ชายคนนั้นพูดด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน
“แกเป็ใคร?” หลุดโลกถามพลางยกกีตาร์ขึ้นเตรียมพร้อม
“ฉันแค่คนที่สนใจในตัวแก... และเพื่อนของแก” ชายในชุดคลุมตอบพร้อมรอยยิ้มเ็า
“สายดีด...” หลุดโลกพึมพำเบาๆ
ชายคนนั้นหัวเราะเบาๆ ก่อนจะพูดต่อ “แกอยากเจอเขาใช่ไหม? ถ้าอย่างนั้น... แกต้องมาหาฉันเอง”
ก่อนที่หลุดโลกจะพูดอะไร ชายคนนั้นก็หายตัวไปพร้อมกับแสงสีแดง ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันและคำถามที่ไม่ได้รับคำตอบ
หลุดโลกกำมือแน่น เขารู้ดีว่าการเดินทางครั้งนี้เพิ่งเริ่มต้น และสิ่งที่รออยู่ข้างหน้าจะยากเย็นกว่านี้อีกมาก แต่ไม่ว่าอ
ะไรจะเกิดขึ้น เขาจะต้องตามหาสายดีดและดึงเขากลับมาให้ได้