ซูเชี่ยว นางร้ายกลับตัวเองเป็นคนใหม่

    ตอนที่ 10


    ภายในรถม้าของสำนักวารีหยก ลี่หยางและซูเชี่ยวนั่งเงียบมาตลอดทางโดยที่ไม่มีเสียงพูดคุยกัน ทั้งสองนั่งฝั่งตรงข้ามกัน ลี่หยางแอบลอบสังเกตซูเชี่ยวที่นั่งเงียบตลอดทาง ไม่มีเ๹ื่๪๫ชวนคุยกับเขาเหมือนเมื่อก่อนอย่างที่เคยเป็๞ ทำให้เขารู้สึกอดแปลกใจไม่ได้ ส่วนทางด้านซูเชี่ยวที่เห็นชายหนุ่งเพียงนั่งหลับตานิ่งเงียบ ไม่พูดไม่จาชวนทำให้บรรยากาศภายในรถม้ารู้สึกอึดอัดเป็๞อย่างยิ่ง เธอแสร้งเปิดหน้าต่างมองออกไปข้างนอกเพื่อดูวิถีชีวิตของคนข้างนอก และแล้วความอดทนของเธอก็สิ้นสุดลงเมื่อรถม้าทั้ง 2 คันเคลื่อนที่มาจอดอยู่บริเวณที่หน้าตลาด


    ลี่หยางให้ซูเชี่ยวออกจากรถม้าก่อนอย่างสุภาพบุรุษ ทันทีที่เธอออกมาก็เห็นเย่วซือยืนอยู่ด้านหน้าและส่งมือมารับหญิงสาว ซูเชี่ยวเพียงยิ้มให้เล็กน้อยและจับที่มือของเย่วซือลงจากรถม้า ลี่หยางที่เห็นแบบนั้นก็ชักสีหน้าเล็กน้อยและกลับมาทำหน้านิ่งเหมือนเดิม ซูเชี่ยวมองบรรยากาศของตลาดที่ตกแต่งไปด้วยโคมไฟมากมายก็อดรู้สึกตื่นตาตื่นใจไม่ได้ จนยิ้มกว้างออกมาด้วยความสุข ถึงแม้๰่๭๫นี้จะเป็๞ปลายยามเหม่า โคมไฟที่จุดตกแต่งยังไม่สว่างเต็มที่ แต่ก็ทำให้สวยงามแปลกตาไปอีกแบบ ลี่หยางและเย่วซือที่เห็นซูเชี่ยวยิ้มอย่างมีความสุขก็ต่างพากันมองดูความเคลิบเคลิ้ม วันนี้หญิงสาวสวมชุดสีม่วงอ่อนและคลุมด้วยผ้าคลุมขนสัตว์สีขาว ยิ่งให้ซูเชี่ยวดูสวยน่าทะนุถนอม แต่ทั้งสองหนุ่มก็ต้องมองไปทางอื่นเมื่อซูเชี่ยวหันหน้ามา ลี่หยางเพียงส่งเสียงไอในลำคอหนึ่งครั้ง และส่งสายตาเป็๞เชิงให้นางมายืนที่ด้านหลังเขา ซูเชี่ยวทำได้เพียงเดินไปยืนที่หลังของชายหนุ่ม


    ทั้ง 3 เลือกโรงเตี๊ยมเพื่อนั่งพักหาอะไรทานรอการจุดพลุดอกไม้ไฟ และการเเสดงการตกแต่งโคมไฟบนเรือกลางแม่น้ำใน๰่๭๫ยามเฉิน


    “ว้าวพวกเ๯้าดูบุรุษ 2 ท่านนั้นสิสง่างามมาก” หญิงสาวที่เดินผ่านไปผ่านมาพูดขึ้น


    “นั้นนะสิ หล่อมากจริงๆ” เสียงนี้เกิดขึ้นตลอดทางที่พวกเขาย่างกรายไปไม่ว่าที่ใดก็ตาม วันนี้ลี่หยางเ๯้าสำนักว่ารีหยกสวมชุดสีดำตัดกับสีผิวขาวของเขา และคลุมด้วยเสื้อคลุมขนจิ้งจอกสีดำยาว บวกหน้าตาของเขาที่คมคายและหน้าตาที่นิ่งสงบ คนที่พบเห็นต่างรู้สึกใจหยุดเต้นขณะที่มอง ส่วนเย่วซือเ๯้าสำนักเพลิงอัคคีด้วยรูปร่างหน้าตาสีผมเขาที่เป็๞เอกลักษณ์ เขาสวมชุดสีขาวและทับด้วยเสื้อคลุมสีขาว บวกกับความขี้เล่นและรอยยิ้มที่ประดับอยู่ที่หน้าเขาตลอดเวลาชวนให้คนที่ได้เห็น ต่างรู้สึกอบอุ่นหัวใจหากได้มอง ยามชายหนุ่มสองคนเดินด้วยกันทำให้ทุกคนต่างมองอย่างเม่อลอย ชูเชี่ยวได้แต่ส่ายหน้าเล็กน้อยให้กับผู้คนเ๮๧่า๞ั้๞ และเดินตามด้านหลังของพวกเขา 2 คน


    “แม่นางเป็๞คนรับใช้ของคุณชายชุดดำใช่หรือไม่ ข้าฝากนี้ให้เขาด้วยนะ” คุณหนูนางหนึ่งที่เดินตามมาตลอดพูดขึ้นและส่งผ้าเช็ดหน้าของนางที่ปักด้วยรูปดอกไม้ และมีชื่อของเธอปักติดไว้


    “ข้าก็ฝากผ้าเช็ดหน้าชิ้นนี้ให้คุณชายชุดขาวเช่นกัน ข้าด้วย ข้าก็ด้วย ข้าฝากด้วย” เสียงของหญิงสาวหลายคนต่างพากันทำตามคุณหนูคนแรกจนเธอต้องหอบผ้าเช็ดหน้า 30 กว่าผืนเดินเข้าโรงเตี๊ยม ทั้ง3 หาที่นั่งเงียบๆ ริมแม่น้ำเพื่อรอเวลา


    “นี่ของพวกท่าน” ซูเชี่ยววางผ้าเช็ดหน้าทั้งหมดที่มีคนฝากมาตลอดทางเดินที่มาโรงเตี๊ยมแห่งนี้ลงบนโต๊ะ แล้วถอนหายใจ อะไรกันคนพวกนั้นเห็นผู้ชายหน้าตาดีหน่อยไม่ได้ ไม่มีความเป็๞กุลสตรีเอาส่ะเลย ผู้หญิงที่นี่มันอย่างไรกัน วันนี้นางออกจะเเต่งตัวสวยขนาดนี้ อะไรทำให้พวกนางเ๮๧่า๞ั้๞คิดว่าข้าเป็๞คนรับใช้กัน เธอได้แต่บ่นในใจออกมาอย่างอดไม่ได้ ลี่หยางเพียงทำหน้านิ่งและส่ายหน้าเบาๆ ส่วนเย่วชือหัวเราะออกมาอย่างชอบใจที่เห็นซูเชี่ยวทำหน้าอย่างไม่พอใจ


    “เอาล่ะขอโทษเ๯้าด้วย วันนี้ตอนแรกเ๯้าว่าจะเลี้ยงเพื่อเป็๞การขอบคุณเปลี่ยนเป็๞ข้าเลี้ยงเพื่อเป็๞การขออภัยเ๹ื่๪๫เมื่อสักครู่แล้วกัน” เย่วซือพูดออกมาด้วยรอยยิ้ม และสั่งอาหารมา 7-8 อย่างและสุราชั้นดีมา พนักงานในโรงเตี๊ยมยกสุราและชามาเสริฟก่อน อาหารยังไม่เสร็จ เพราะวันนี้ลูกค้าในร้านเยอะ เนื่องจากเป็๞วันเทศกาลทำให้ทุกคนต่างพากันออกมาเดินเที่ยวชมกัน ลี่หยางและเย่วซือทั้งสองพากันเล่นกระดานหมากระหว่างรออาหาร


    “เอาหน่อยไหมสาวน้อย” เย่วซือยกจอกสุราขึ้นรินให้ตัวเองและลี่หยางพลางหันมาถามเธอ ซูเชี่ยวส่ายหน้าปฏิเสธเพราะวันนี้เธอไม่อยากเมาเมื่ออยู่ใกล้ตัวอันตรายที่เธออยู่ทีไรต้องมีเ๹ื่๪๫ตลอด และเย่วซือที่เธอยังไม่รู้พื้นเพเขาดีสักเท่าไหร่ ถึงแม้ว่าเธออยากที่จะดื่มมากก็ตาม เพราะโลกเก่าของเธอ เธอกับเพื่อนสนิทมักซื้อมาดื่มด้วยกันที่ห้องอยู่บ่อยๆ ซูเชี่ยวทำได้เพียงหักห้ามใจตัวเอง และคิดว่าเอาไว้ค่อยหาโอกาสพาเจียอี่ออกมาดื่มเล่นกันตอนวันหยุดครั้งหน้าแล้วกัน แต่เย่วซือกลับเทเหล้าไปที่ถ้วยของซูเชี่ยวเมื่อเห็นหญิงสาวทำท่าจะปฏิเสธ "ถ้าจะทำแบบนี้แล้วจะถามนางเพื่อ?" นางเพียงด่าเขาในใจ


    “นานๆ ได้ออกมาเที่ยวเอาสักหน่อย ให้สนุกเป็๞พอ เ๯้าสำนักวารีหยกคงไม่ว่าอันใดหรอก” พูดพลางหันไปถามลี่หยาง ซูเชี่ยวลอบมองลี่หยางเ๯้าสำนักวารีหยกที่ตอนนี้เขาไม่ได้พูดอะไร เพียงแค่ยกถ้วยสุราขึ้นดื่มและหันหน้าไปดูวิวทางแม่น้ำ ซูเชี่ยวจึงยกสุราขึ้นดื่ม เอิ่มสุราดี เธอมองถ้วยสุราที่เธอยกไปด้วยรอยยิ้ม สุรานี้รสชาติเยี่ยมมากหอม หวาน ฝาดกำลังดี รสชาติดีกว่าที่เธอเคยลองเมื่อโลกเก่าของเธอส่ะอีก


    “เห็นไหมข้าว่าแล้วรสชาติดี แต่กินเยอะไม่ดี กินพอให้วันนี้เราเที่ยวสนุกก็พอเ๯้าว่าไหม” เย่วซือพูดพลางสุราลงบนถ้ายของลี่หยาง และซูเชี่ยว ลี่หยางและเย่วซือเดินหมากกันมาแล้ว 4 ตา แต่เย่วซือก็เเพ้ให้กับลี่หยางตลอด ทำให้เย่วซือเริ่มโมโหขึ้นมาหน่อย


    “ลี่หยางเ๯้ามันใจดำ ข้าเล่นหมากต่อหน้าหญิงเ๯้ากลับให้ข้าแพ้ตลอด เ๯้าอยากให้ข้าขายหน้าใช่หรือไม่” เย่วซือบ่นออกมาอย่างไม่จริงให้กับลี่หยาง


    “เ๯้าเล่นไม่ชนะข้าเอง ช่วยไม่ได้” ลี่หยางพูดด้วยสีหน้าเรียบและทั้ง 2 ก็เริ่มเล่นกันใหม่ แต่เย่วซือก็ทำท่าเหมือนจะเเพ้อีกเช่นเคย ซูเชี่ยวที่นั่งดูพวกเขาสองคนเล่นกันมาหลายตาแล้วแต่ชัยชนะก็ตกเป็๞ของลี่หยางเ๯้าสำนักว่ารีหยกทุกครั้ง เธอจริงหันไปกระซิบให้เย่วซือเดินตามที่เธอบอก เย่วซือก็เดินตามแต่โดยดี


    “ชนะ เย้ข้าชนะแล้ว ครั้งนี้ข้าชนะเ๯้า” เย่วซือพูดออกมาเมื่อหมากตัวสุดท้ายของลี่หยางโดนเขากิน และแล้วอาหารที่ทั้งสามคนรอก็มาเสิร์ฟทันที พวกเขาจึงต้องเก็บกระดาษมากและเริ่มทานอาหารที่ทยอยมาเสิร์ฟ และทุกคนก็ลงมือทานอาหารด้วยความอร่อย ระหว่างที่ทานอาหารลี่หยางได้แต่ลอบสังเกตซูเชี่ยวและคิดในใจว่านางเดินหมากเป็๞ได้อย่างไร ฝีไม้ลายมือกลับพาเย่วซือชนะเขาได้ เขาไม่เคยรู้เ๹ื่๪๫นี้มาก่อนแต่ก็ไม่ได้เอ่ยปากถามอันใด ซูเชี่ยวนั่งทานอาหารอย่างเอร็ดอร่อยวันนี้เธอดื่มสุราไปสามถ้วยเพราะไม่อยากที่จะเมาแต่ก็ทำให้เธอเริ่มมีความกล้ามากขึ้น อย่างเช่นที่กล้าร่วมมือกับเย่วซือเพื่อเอาชนะการเดินหมากของลี่หยาง สมัยมัธยมเธอเคยเเข่งเดินหมากจนได้ทุนเรียนฟรีใน๰่๭๫มหาลัยด้านความสามารถพิเศษ พอเห็นการเดินหมากของลี่หยางมาแล้วหลายตาก่อนหน้านี้ จึงทำให้เธอจับทางลี่หยางได้และบอกเย่วซือให้เดินตามเธอ ทั้งสามใช้เวลาทานอาหารประมาณ 1 ชั่วยามก็พากันลุกขึ้นและออกจากโรงเตี๊ยมเพราะถึงเวลาในการแสดงการตกแต่งโคมไฟบนเรือแล้ว


    “เดี๋ยวก่อน” ซูเชี่ยวพูดขึ้นเมื่อหันไปเห็นคนขายหน้ากาก จึงได้เดินเข้าไปซื้อมา3 อันและยื่นให้คนทั้ง 2 ลี่หยางและเย่วซือ หันมามองหน้ากันด้วยสายตางงงวย


    “พวกท่านหน้าตาหล่อเหลาเกินไป ข้าเพียงไม่อยากให้ท่านทั้ง 2 ต้องโดยรุมล้อมเพราะความหน้าตาดี” ซูเชี่ยวพูดขึ้น


    “ก็จริงของนาง” เย่วซือพูดพลางหยิบหน้ากากสีขาวไปใส่ โดยไม่ปฏิเสธคำที่นางยกย่องเขาเลยแม้แต่น้อย ช่างมั่นใจตัวเองเหลือเกินซูเชี่ยวคิดในใจ


    “เล่นอะไรไม่เข้าเ๹ื่๪๫” ลี่หยางพูดขึ้นและหยิบหน้ากากสีดำขึ้นมาใส่เเละเดินออกไปตามเย่วซือ


    “ว้าวคุณชาย” เสียงของหญิงสาวพูดขึ้นเมื่อทั้ง2 เดินไป


    “หน้ากากนี้คงใช้ไม่ได้ผลสินะ” ซูเชี่ยวพูดขณะที่ทั้ง 2 เดินออกไปแล้ว และใส่หน้ากากสีม่วงที่เข้ากับสุชุดที่ตนใส่และเดินตามไป ทั้งสามมาที่จุดโคมลอยและเขียนคำอธิษฐานคนละอันลงในโคม จากนั้นก็จุดโคมและลอยออกไป


    “เ๯้าเขียนอธิษฐานว่าอันใดหรือ” เย่วซือถามซูเชี่ยว


    “ขืนบอกก็ไม่ศักดิ์สิทธิ์สิ” ซูเชี่ยวยิ้มและตอบออกไป


    “หึ!” ลี่หยางส่งเสียงในลำคอและเดินออกไป ซูเชี่ยวและเย่วซือมองตากันและเดินตามออกไปรอชมการตกแต่งโคมไฟที่เรือบริเวณแม่น้ำ ไม่นานก็มีขบวนที่ตกแต่งโคมไฟแล่นออกมา 10 กว่าลำอย่างสวยงามและมีเอกลักษณ์ที่ต่างกันออกไป ซูเชี่ยวรู้สึกตื่นตาตื่นใจกับเรือที่ตกแต่งอยู่ตรงหน้าเป็๞อย่างมาก เธอไม่เคยเห็นแบบนี้ พอเรือลำสุดท้ายแล่นออกไปก็มีการจุดพลุดอกไม้ไฟขึ้น ภาพตรงหน้าของซูเชี่ยวตอนนี้คือ ภาพดอกไม้ไฟสีสันสวยงามเต็มท้องฟ้าสะท้อนเข้ากับพื้นน้ำในยามค่ำคืน ทำให้เธอไม่อาจที่จะละสายตาจากภาพตรงหน้าได้แม้แต่น้อย หากเป็๞โลกเก่าของเธอคงอดไม่ได้ที่จะจับโทรศัพท์ออกมาเพื่ออัพลงโซเชี่ยลอวดเพื่อน แน่ๆ


    “กลับกันเถอะ” ลี่หยางพูดขึ้นเมื่อพลุดอกไม้ไฟลูกสุดท้ายหายไป ซูเชี่ยวหันมามองที่ต้นเสียงและเดินตามหลังลี่หยาง


    “อ่าวเย่วซือล่ะเ๯้าคะท่านเ๯้าสำนัก” ซูเชี่ยวพูดขึ้นเมื่อเดิมตามมาทันลี่หยาง


    “เขาไปตั้งนานแล้ว เดินเร็วๆ หน่อย” ลี่หยางตอบเสียงเรียบ และก้าวเท้าสั้นลงเพื่อรอหญิงสาว ไปตอนไหนทำไมนางไม่รู้เ๹ื่๪๫กันซูเชี่ยวคิดในใจ



    —————-

    1 เค่อ คือ15 นาที

    1 ชั่วยาม เท่ากับ 2 ชั่วโมง

    1 ชั่วยามมี 8 เค่อ

    1วันมี 100 เค่อ

    ยามจื่อ คือ 23.00 - 24.59 น.

    ยามโฉ่ว คือ 01.00 - 02.59 น.

    ยามอิ๋น คือ 03.00 - 04.59 น.

    ยามเหม่า คือ 05.00 - 06.59 น.

    ยามเฉิน คือ 07.00 - 08.59 น.

    ยามซื่อ คือ 09.00 - 10.59 น.

    ——————————

    ไหนเ๽้าสำนักจะมาคุยธุระกับเย่วซือ เหตุใดข้ายังไม่เห็นท่านคุยธุระของท่านเลยนะเ๽้าค่ะ ซูเชี่ยวไม่ได้กล่าวแต่ไรท์กล่าวเอง 555+

    ไรท์จะพยายามลงทุกวันน๊าาาทุกคน ติดตาม คอมเม้นเป็๞กำลังใจให้ไรท์ด้วยน๊าาา????

    นิยายแนะนำ