บทที่ 25 การทดลองเปิดร้านและการร้องไห้ครั้งหนึ่ง
ผู้หญิงทุกคนล้วนชอบการตกแต่งพื้นที่เล็ก ๆ ของตัวเอง และหลี่ซิงเหอก็เป็หนึ่งในนั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อในที่สุดเธอก็มีร้านเล็ก ๆ เป็ของตัวเอง
หลี่ซิงเหอยืนอยู่บนเก้าอี้ เธอนำผ้าม่านสีครีมนวลลวดลายสวยงามที่เพิ่งซื้อมาขึ้นแขวนไว้สูง หลังจากนั้นเธอก็ะโลงจากเก้าอี้ ลองดึงเบา ๆ ทำให้หน้าร้านแบบกึ่งเปิดถูกบังด้วยผ้าม่านสวยงาม
เป็ไปตามที่คิดไว้… การมีผ้าม่านเป็ข้อดีอย่างหนึ่ง เพราะเมื่อไหร่ที่จำเป็ก็สามารถดึงผ้าม่านปิดเพื่อปกป้องความลับของเธอได้! เมื่อคิดได้เช่นนั้นรอยยิ้มมุมปากก็กระตุกขึ้น หลี่ซิงเหอดึงผ้าม่านเปิดอีกครั้ง แล้วพับเก็บด้วยการผูกเชือกเป็โบว์ผีเสื้อสวยงาม
ทุกร้านในซูเปอร์มาร์เก็ตเยว่โก้วมีห้องเก็บของขนาดเล็กอยู่ด้านหลัง เธอเดินเข้าไปในห้องเก็บของของตัวเอง นำถุงที่ซื้อมาเมื่อครู่มาจัดวางอย่างเป็ระเบียบในห้อง
ตุ๊กตาแม่ไก่สานด้วยใบลานอย่างประณีต ถูกวางไว้บนเคาน์เตอร์ด้านนอกสุด
เมื่อเธอเห็นมันก็คิดว่าตุ๊กตาตัวนี้สามารถใช้เป็ 'สัญลักษณ์' ของร้านได้ แม่ไก่ท่าทางน่าเอ็นดูนั่งยอง ๆ ราวกับกำลังพยายามออกไข่ เธอจึงนำไปวางไว้อยู่บนโต๊ะ เมื่อคนผ่านไปผ่านมาจะเห็นได้ชัดอย่างชัดเจน
หลังจากตกแต่งร้านและทำความสะอาดอย่างทั่วถึงแล้ว หลี่ซิงเหอก็ยืมรถเข็นขนของจากแผนกบริการของซูเปอร์มาร์เก็ต จากนั้นก็ขนของหนึ่งรถเข็นเข้ามายังร้านของตน
่นี้เธอคิดมากเป็เศษเนื่องจากกลัวคนรู้เื่พื้นที่มิติ เธอจึงตั้งใจเดินช้า ๆ เพื่อให้คนอื่นเห็นว่าเธอกำลังขนของ
เมื่อเห็นสินค้าบนรถเข็นของหลี่ซิงเหอแล้ว เ้าของร้านข้าง ๆ อดใจไม่ไหวที่จะถามขึ้นมาด้วยท่าทีสงสัย "น้องสาว ที่แท้ร้านของเธอขายไข่กับผักป่าสินะ?"
"ใช่ค่ะ ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ" หลี่ซิงเหออยู่ที่นี่ได้ไม่นานก็เรียนรู้วิธีการสื่อสารแบบคนในเมืองได้แล้ว
"ฮ่า ๆ แน่นอนสิ พวกเราอยู่ร้านข้างกันต้องช่วยเหลือกันอยู่แล้ว"
เ้าของร้านข้าง ๆ ที่กังวลมาทั้งวัน ตอนนี้ต่างก็โล่งใจขึ้นมาก พวกเขาล้วนขายเสื้อผ้า ขนม เครื่องประดับอะไรพวกนี้ โชคดีที่ร้านของหลี่ซิงเหอไม่ได้มาแย่งลูกค้าพวกเธอ
แต่ว่า… เด็กผู้หญิงคนนี้ช่างมั่นใจจริง ๆ ในซูเปอร์มาร์เก็ตก็มีร้านที่ขายผัก แต่เธอกล้าขายผักตรงนี้ ถ้าเป็อย่างนั้น… จะไม่ขาดทุนย่อยยับเหรอ?
หลี่ซิงเหอพยายามอย่างยากลำบากในการขนของเข้าร้าน รีบคืนรถเข็น จากนั้นก็รีบจัดของ ผักป่าสีเขียวสดนานาชนิดถูกจัดเรียงอย่างเป็ระเบียบสวยงามบนแผง
เมื่อก่อนตอนที่หลี่ซิงเหอยังอยู่ในหมู่บ้านเคาซาน เธอใช้ชีวิตยากลำบากทุกวัน แต่เธอก็ไม่ลืมที่จะจัดการเสื้อผ้า ห้องเก็บของและทุกอย่างให้สะอาด แม้กระทั่งฟืนก็ต้องวางเรียงให้เป็ระเบียบ แต่ตอนนี้เมื่อเห็นภาพที่เป็ระเบียบในร้านจนชินตา นิสัยย้ำคิดย้ำทำของเธอก็ยิ่งรุนแรงขึ้นไปอีก
เธอจัดวางไข่และผักป่าอย่างรวดเร็ว และเขียนป้ายราคาแขวนไว้เหนือสินค้าแต่ละชนิด ขณะนี้… ทุกอย่างเตรียมพร้อมเรียบร้อยแล้ว!
เมื่อกลางวันที่ผ่านมา หลี่ซิงเหอกินแค่ข้าวโพดย่างไปหนึ่งฝัก ตอนนี้เธอเริ่มหิว ท้องที่ไม่รักดีเริ่มร้องจ๊อก จ๊อก ถ้าไม่ใช่เพราะเบื่อผักป่าเธอคงหยิบผักขึ้นฉ่ายป่ามากินสด ๆ ไปแล้ว
โชคดีที่เธอเคยหิวโหยมาก่อน จึงคุ้นเคยและอดทนกับความรู้สึกแบบนี้ได้ดี เธออดทนไว้และยืนยิ้มต้อนรับลูกค้าที่เข้าร้านด้วยความกระตือรือร้น ในวันแรกของการทดลองเปิดร้าน ผักป่าขายดีกว่าไข่เล็กน้อย เพราะสภาพของผักสดใหม่น่ารับประทาน มีสีเขียวสดน่ามองจนละสายตาไม่ได้ สิ่งนี้มักเป็สินค้าที่ดึงดูดคนเมืองได้เป็อันดับแรก
เมื่อเจอลูกค้าที่ซื้อแต่ผักป่าไม่ซื้อไข่ หลี่ซิงเหอมักจะใส่ไข่ไก่หนึ่งฟองและไข่เป็ดหนึ่งฟองลงในถุงให้
"สวัสดีค่ะ ขอมอบไข่ไก่พื้นเมืองให้คุณลองชิมสักฟองนะคะ"
"คุณป้าคะ ขอมอบไข่ไก่พื้นเมืองให้ลองชิมสักฟองนะคะ ถ้าชอบครั้งหน้าอย่าลืมมาอุดหนุนอีกนะคะ"
หลังจากขายของเสร็จ เธอยืนบิดตัวอยู่ที่หน้าประตู พนักงานจากสำนักงานชั้นสองทยอยเดินลงมา ดูเหมือนจะถึงเวลาเลิกงานของพวกเขาแล้ว
‘การเรียนจบสูง ๆ ก็ดีเหมือนกันนะ จบแล้วก็มาทำงานนั่งในสำนักงาน พอถึงเวลาก็เลิกงาน’ หลี่ซิงเหอมองพวกเขาพลางคิดในใจ
ในที่สุดจำนวนลูกค้าก็เริ่มลดลง ใกล้ถึงเวลาที่ซูเปอร์มาร์เก็ตเยว่โก้วจะปิดแล้ว…
ถึงแม้จะปิดร้าน และสินค้าที่วางขายยังเหลืออยู่จำนวนหนึ่ง แต่หลี่ซิงเหอก็ไม่ได้ร้อนใจ ชื่อเสียงและลูกค้าประจำจะค่อย ๆ มีมากขึ้นตามกาลเวลา เธอแบ่งผักป่าและไข่ไก่ที่เหลือใส่ถุงหลายถุง แล้วนำไปให้เ้าของร้านในละแวกใกล้เคียงที่กำลังเตรียมปิดร้านเช่นกัน
"โอ้ เกรงใจจังเลย ขอบคุณนะคะ"
"ยินดีค่ะ ยังไงก็ผักป่าเหล่านี้ก็เป็แค่ผักสด ถ้าขายไม่หมดพรุ่งนี้ก็จะเริ่มเหี่ยวแล้ว ถ้าไม่รับก็จะเสียของเปล่า ๆ นะคะ"
หลี่ซิงเหอที่เพิ่งย้ายเข้ามาในเมือง เหมือนต้นหญ้าที่ปลูกใหม่และมีพลังชีวิตเต็มเปี่ยม เธอพยายามอย่างหนักที่จะปรับตัวเข้ากับผืนดินอันอุดมสมบูรณ์แห่งนี้ เริ่มจากการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับเพื่อนบ้านและคนรอบข้าง
หลังจากแจกผักป่าและไข่ไก่เสร็จ หลี่ซิงเหอรีบปิดไฟที่ร้าน มือเล็กคว้ากระเป๋ามาสะพายไหล่ทันที จากนั้นก็ดึงม่านสีสวยของร้านลง
โม่เป่ยที่เพิ่งลงมาจากชั้นสอง เห็นเธอกำลังดึงม่านลงอย่างคล่องแคล่ว นี่เป็ครั้งแรกที่เขาเห็นคนใช้ม่านปิดบังร้านของตัวเอง
หลี่ซิงเหอดึงม่านเสร็จแล้วก็รีบวิ่งไปยังประตูทางออก เธอเป็ห่วงว่าแม่อยู่บ้านคนเดียวจะเป็อย่างไรบ้าง ตอนเช้าก่อนออกมา เธอได้เตรียมอาหารไว้ให้แม่แล้ว แต่แม่ต้องอุ่นเอง ไม่รู้ว่าแม่จะอุ่นอาหารได้หรือเปล่า หรือจะโดนน้ำร้อนลวกตัวเองโดยไม่ตั้งใจ เธอคิดแล้วก็กังวลมากจึงรีบกลับบ้านทันทีเมื่อร้านปิด
เธอรีบวิ่งเหยาะ ๆ ไปที่ประตูทางออก ก่อนจะเหลือบไปเห็นร่างผู้ชายคนหนึ่งที่ดูคุ้นหูคุ้นตา อ๋อ นึกออกแล้ว เ้าของซูเปอร์มาร์เก็ตนี่เอง!
ทั้งสองเจอกันโดยบังเอิญ โม่เป่ยพยักหน้าทักทายเล็กน้อย จากนั้นก็ผลักประตูเดินออกไป นี่เป็การพบกันครั้งเดียวของพวกเขาในวันนี้
หลี่ซิงเหอเดินตามออกมาที่ประตูใหญ่ โม่เป่ยเดินไปที่รถยนต์สีดำคันหนึ่งแล้ว หยิบกุญแจออกมาเปิดประตูรถ ซึ่งเป็รถโตโยต้าคราวน์สีดำ รถรุ่นนี้เข้ามาในประเทศเมื่อไม่กี่ปีก่อน เข้ามาได้ไม่นานรถรุ่นนี้ก็กลายเป็ตัวแทนของรถยนต์หรูระดับไฮเอนด์อย่างรวดเร็ว
หลี่ซิงเหอไม่รู้จักรถคันนี้แน่นอน เธอเดินไปที่ริมถนน รถเมล์รอบสุดท้ายกำลังจะมาแล้ว
รถของโม่เป่ยแล่นผ่านหลังเธอออกไปบนถนน แล้วพุ่งจากไปอย่างรวดเร็ว
หลี่ซิงเหอเบ้ปาก "คนที่ไม่ต้องรอรถสาธารณะช่างโชคดีจริง ๆ ! "
โชคดีที่เธอไม่ต้องรอรถนานนัก เงยหน้ามองท้องฟ้า พระอาทิตย์กำลังโบกมือลาท้องฟ้ายามเย็นกำลังจะผ่านพ้นไป ภาพตรงหน้าก็ถือว่าเป็ภาพที่แสนงดงามภาพหนึ่ง
"แม่คะ หนูกลับมาแล้ว"
หวังฟางได้ยินเสียงฝีเท้าเบา ๆ ของลูก จึงลุกขึ้นจากโซฟาและเดินไปที่ประตู "ทำไมกลับดึกจัง?"
เมื่อเห็นว่าแม่ไม่ได้รับาเ็ตรงไหน เธอก็รู้สึกโล่งใจ รีบถอดรองเท้า พลางถอดกระเป๋าสะพายแขวนไว้ที่ราวแขวนเสื้อหน้าประตู แล้วตอบกลับไปอย่างใจเย็น
"ซูเปอร์มาร์เก็ตปิดเวลานี้ทุกวันค่ะ แม่อุ่นอาหารกลางวันกินไหม? เดี๋ยวหนูไปล้างมือแล้วจะทำอาหารเย็นให้นะ หนูหิวจังเลย แม่หิวหรือยังคะ?"
"หิวจ้ะ ลูกมาดูนี่ก่อน" หวังฟางดึงมือลูกสาวไปที่โต๊ะอาหารอย่างภูมิใจ แล้วเปิดฝาจานที่ใช้อุ่นอาหาร
มีไข่ผัดกุยช่ายหนึ่งจาน และหมูผัดพริกอีกหนึ่งจาน
"แม่คะ แม่ทำเองเหรอ?" เธอประหลาดใจจนแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง
"ใช่จ้ะ ทำอาหารไม่ได้ยากหรอก! ตอนนี้ร่างกายแม่ก็ดีขึ้นมากแล้ว อย่าลืมสิว่าแม่เพิ่งอายุสี่สิบกว่าเอง ลูกคนนี้จะมาบอกว่าทำงานไม่ได้ได้ยังไง?"
หลี่ซิงเหอเอามือปิดปาก น้ำตาเม็ดโตไหลออกมาอย่างห้ามไม่อยู่
หวังฟางยื่นมือไปลูบหน้าหลี่ซิงเหอ "เป็อะไรไป แค่อาหารสองจานเอง ทำไมถึงทำให้ลูกสาวที่เข้มแข็งของแม่ต้องร้องไห้ด้วยล่ะ?"
หลี่ซิงเหอไม่ตอบกลับอะไร โผตัวเข้ากอดแม่ทันที
พ่อไม่เคยยอมให้แม่เข้าใกล้อาหารในบ้านเลย ได้แต่กักขังแม่ไว้ในห้องเก็บของเหมือนสุนัข การอดอาหารมานานทำให้แม่มักจะเวียนศีรษะ จนไม่สามารถทำอาหารได้เลย ครั้งสุดท้ายที่เธอได้กินอาหารฝีมือแม่ก็นานมาแล้ว ตอนนี้… เห็นอาหารสองจานที่แม่ทำส่งกลิ่นหอมกรุ่น เธอจะอดใจไม่ให้ร้องไห้ออกมาอย่างไร?
หวังฟาง ลูบหลังหญิงสาวเบา ๆ เพื่อเป็การปลอบโยน การร้องไห้ไม่ใช่เื่เลวร้ายอะไร ดีกว่าเก็บกดไว้เหมือนแต่ก่อน เธออยากเห็นลูกสาวเข้มแข็งตลอดเวลาหรอก
"แปลกมากเลย ร่างกายรู้สึกดีขึ้นมาก ทุกครั้งที่กินอาหารที่ลูกซื้อมา ท้องไส้แม่ก็ดีขึ้นเรื่อย ๆ จนตอนนี้มีแรงเพิ่มขึ้นแล้ว ต่อไปลูกไม่ต้องเป็ห่วงแม่มากนะ เื่ทำอาหาร รวมไปถึงการทำงานบ้าน แม่ทำได้หมด"
"ค่ะ แม่คะ กินข้าวกันเถอะ หนูหิวมากเลย อาหารฝีมือแม่ต้องอร่อยแน่เลยค่ะ" หลี่ซิงเหอ ซุกหน้าลงกับเสื้อแม่พูดเสียงอู้อี้
ตอนนี้หัวใจเธอเต็มไปด้วยความสุข คงเป็เพราะอาหารจากพื้นที่มิติที่มีสารอาหารครบถ้วน ร่างกายของแม่จึงฟื้นตัวได้เร็ว ในที่สุดแม่ก็มีร่างกายเหมือนผู้หญิงวัยกลางคนอายุ สี่สิบกว่าปีเหมือนคนอื่นแล้ว