อูลูรู (Uluru) - เป็หินศักดิ์สิทธิ์ของชาวอะบอริจินหรือ อะนานู ซึ่งเป็ชนเผ่าพื้นเมืองของประเทศออสเตรเลียโดยูเาแห่งนี้มีอายุมากว่า 40,000 ปีเป็เขาเดี่ยวที่ใหญ่ที่สุดในโลก เป็สิ่งมหัศจรรย์ที่เกิดตามปรากฏการณ์ธรรมชาติ
ก้อนหินดังกล่าวนี้เกิดจากแรงดันใต้พื้นดินผลักดันก้อนหินขึ้นมา เหนือพื้นแผ่นดินเมื่อประมาณ 650 ล้านปีที่แล้วอูลูรู มีขนาดใหญ่ถึง 3 ตารางกิโลเมตร สูง 345 เมตร และรอบฐานยาว 9.4 กิโลเมตรโดยลักษณะูเาแห่งนี้ เหมือนแท่งตั้งตระหง่านที่ความสูง 348 เมตร และคล้ายกับูเาน้ำแข็งที่ส่วนใหญ่ของหินยังคงอยู่ข้างใต้โขดหินอูลูรูจึงว่าถือเป็สัญลักษณ์ของประเทศออสเตรเลียอย่างหนึ่ง
สีสันของอูลูรูมักจะมีสีต่างกันจากหินสีดำทะมึนในตอนกลางคืนก็ค่อยๆ กลายเป็สีม่วงอ่อน ปรากฏเป็รูปร่างทีละน้อยและเมื่อดวงอาทิตย์เริ่มสาดแดง ผิวของโขดหินอูลูรูก็จะสะท้อนแสงอาทิตย์เป็ประกายสีสันต่างๆไล่กันไป มีั้แ่สีแดงแก่อ่อนจนถึงสีชมพูโทนต่างๆจนในที่สุดโขดหินก็สว่างทั้งก้อน สีสันต่างๆ นั้นจะเปลี่ยนตลอดทั้งวันมีั้แ่สีทอง สีดง ชมพู สีทับทิม สีแดงก่ำ และสีม่วง
เชื่อกันว่า มันต้องอยู่ที่ของมัน หากใครนำเอาก้อนหินนี้ไปจะพบแต่ความโชคร้าย อาจเกิดหายนะ ถึงแก่ชีวิต
แต่แล้ววันหนึ่ง ก็มีมนุษย์โลภขุดหินก้อนนี้ออกจากใตู้เาจนได้ เป็เหตุให้สัตว์ในตำนานผู้พิทักษ์อย่างข้าพเ้าชูการ์ไกลเดอร์ หรือที่บางครั้งเรียกกันว่า จิงโจ้ร่อน (อังกฤษ:sugar glider, Australia sugar glider; ชื่อวิทยาศาสตร์: Petaurusbreviceps) ต้องบินว่อนมาตามเอาคืน
////// “w” //////
“ขอบใจมากนะฝนพาในที่สุดเราก็ได้เข้าใกล้ผู้หญิงที่เราชอบหนึ่งก้าวแล้ว” นทีบอกกับฝนพาส่งสายตาซึ้ง แถมไม่พูดเปล่า ยื่นเงินเป็ค่าน้ำลายให้เธอด้วย เพราะอุตส่าห์โน้มน้าวจนสำเร็จ
“ไม่ต้องหรอกฉันไม่ได้ทำเพราะค่าจ้างรางวัล แต่ฉันอยากช่วยเธอจริงๆ”
นอกจาก ไอ้หมอนี่ เป็คนพูดน้อยแล้วยังเป็คนทึ่มค่อนไปทางโง่ ในเื่ความสัมพันธ์อีก เพราะเข้าใจว่าที่ฝนพานำข้าพเ้ามาให้ เพราะอยากให้เขามีความดีความชอบกับแกรมม่า จะได้จีบเธอติด
ทั้งที่จริงๆ แล้ว ก่อนหน้านี้ เธอบอกกับแกรมม่าว่า “มีบทวิจัยว่าสัตว์ช่วยลดอาการซึมเศร้าและช่วยเข้าสังคมให้กับคนได้ เพราะสอนให้รู้จัก เข้าใจ แล้วก็แบ่งปันฉันอยากให้แก้นิสัยเสียๆ ของนที”
เพราะความจริงแล้ว เธอชอบเขาต่างหาก และข้าพเ้าก็เป็แค่ “เครื่องมือ” ชิ้นหนึ่งที่จะทำให้ไอ้หมอนี่สมหวังได้
“ขอบใจนะฝนพาถ้าเราจีบแกรมม่าติด ได้เป็แฟนกัน เราจะไม่ลืมตอบแทนเธอเลย”
นทีพูดออกไป โดยที่ไม่สังเกตหรอกว่ารอยยิ้มของหญิงสาวที่มองเขามานั้น ฝืนยิ้มจนแทบคลั่ง
ในใจคงฮัมเพลง “ช่างไม่รู้อะไรบ้างเลย”นี่กูทำเพื่อมึง!
“สม!” ข้าพเ้าคิดในใจ
เหตุการณ์นี้ ทำให้ข้าพเ้าไม่ชอบฝนพาไปด้วย แม้ว่าเธอจะเคยช่วยชีวิต ปฐมพยาบาลในวันแรก แต่เธอก็เป็ว่าที่สัตวแพทย์ ที่ใจร้าย ไม่ถามความสมัครใจ ข้าพเ้าไม่อยากอยู่กับไอ้คนโกหกตอแหลนี้ถึงหกเดือน!
ถ้าเป็โลกของข้าพเ้า คงจับทั้งสองคนปะาแต่นี่เป็โลกใบใหม่ ที่เพิ่งก้าวเข้ามา จำเป็ต้องมีบ้าน มีที่หลบภัย หนีการ “ตามล่า”และ“ตามหา” ของวิเศษหินศักดิ์สิทธิ์อูลูรูให้เจอเสียก่อน
คงต้องอดทนอยู่กับมัน! ข้าพเ้าคิดในใจคิดไปก็นอนเปลี้ยหมดแรง
“ท่าทางมันสะลึมสะลือง่วงๆ เหงาๆ เนอะ” นทีพูดหลังเห็นอาการชูก้ารไกลเดอร์
“เขาเป็อย่างนี้กลางวันเขาจะนอนแต่กลางคืนเขาจะ ร่าเริง อย่าลืมลุกมาเล่นกับเขาด้วยล่ะ”ฝนพาบอกกับเลียบนที
เขาใมาก “ห๊า … ไม่เอานะไม่มีวันซะหรอก กลางคืนเวลาพักผ่อน”
“แต่ต่อไปนี้เธอพักผ่อนไม่ได้เด็ดขาด เธอต้องเล่นกับเขา ไม่เขาจะเหงาและเฉาตาย”
“มีทางอื่นอีกมั๊ยเธอก็รู้ว่าเราไม่ชอบเล่นกับสัตว์ ขนาดคนเรายังไม่ยุ่งเลย”
“มีอีกทางหนึ่งคือนายต้องหาเพื่อนให้มัน ส่วนใหญ่พวกนี้ เขาเลี้ยงกันเป็ฝูง ประมาณหกถึงสิบตัว”
“ฮ๊า!ตัวเดียวก็จะแย่อยู่แล้วมั๊ย”
“อ้าว ถ้ารู้ว่าไม่ไหวแล้วเสนอตัวทำไมแต่แรก” ฝนพาดุเลียบนที
เขาจำใจพยักหน้า เป็การขอโทษก่อนจะหันมามองผมอย่างมีแผน ในใจคงคิดว่า
“มึง….ไอ้ตัวปัญหา”
แล้วหันกลับไปบอกฝนพา “ไม่ต้องห่วงนะเราจะดูแลมันให้ดีที่สุด”
////// “w” //////
ก่อนหน้านี้เขาก็พูดแบบนี้กับเ้าของของผม
“สัญญากับฉันว่านายจะดูแลมันเป็อย่างดี”“แกรมม่า” (แสนอักษร) ขอคำมั่นสัญญาเป็ครั้งสุดท้าย
“ไม่ต้องห่วงเราจะดูแลมันไม่ให้คลาดสายตาเลย” นทีรับปากมั่นเหมาะ พร้อมส่งรอยยิ้มพิมพ์ใจ
ปกติเขาเป็คนรักสันโดษ ชอบเก็บตัวไม่ชอบคนหมู่มากหรือสุงสิงกับใครที่ไหน แต่ด้วยความกลัวโอกาสทองจะหลุดมือไปทันทีที่ผลประกาศออกมาว่า แกรมม่า ได้รับคัดเลือกให้ทัศนศึกษาเรียนต่อเพิ่มเติมคอร์สสั้นๆ ด้านการออกแบบเครื่องประดับพร้อมเยี่ยมชมโรงงานจิวเวอรี่ ที่ประเทศออสเตรเลียซึ่งเป็โครงการแลกเปลี่ยนนักศึกษาหกเดือน ของสองมหาวิทยาลัยดังเขาก็เสนอตัวรับข้าพเ้ามาเลี้ยงแทนในทันที เพื่อเอาความดีความชอบ
แต่แล้วดูที่เขาทำกับข้าพเ้า!
////// “w” //////
วันแรกที่ห้องนอนของเลียบนที
เขาจับข้าพเ้าใส่กรงเหล็กมือสองสภาพทุเรศทุรัง ขนาด28x40 cm. มีถาดรองสีชมพูอ่อน ใส่มะละกอมาสองชิ้น และ ช็อกโกแลตที่เพิ่งโยนเข้ามา
แรกที่มาถึงห้องเขาข้าพเ้ายังไม่ทันได้มองไปทั่วๆ เขาก็เอาผ้าขนหนูผืนสีดำ มาคลุมกรงเสียจนมิดแต่หารู้ไม่ ข้าพเ้าชอบตอนกลางคืน จึงส่งเสียงร้องดีใจใหญ่
“หนวกหู ร้องหาอะไรวะ?”ธาตุแท้เขาออกมา
เขาเลิกผ้าที่ปิดกรงออกทันทีที่ออกจากห้องน้ำ แล้วหยิบผ้าที่ปิดกรงไปเช็ดหัว
“อี๋ กลิ่นอะไรวะนี่” เขาดมแล้วหันมาตามกลิ่น
“นี่กลิ่นมึงนี่เหม็นติดผ้าเลยเหรอ ไอ้ตัวแสบ” เขาดุผม แบบพาลๆ จ้องผ่านลูกกรงมาั์ตาดุขณะที่ข้าพเ้ามองเขาตาแป๋วแหวว
ไม่นาน เขาสังเกตรอบกรง “อี๋ เลอะไปหมดทำไมมึงถึงไม่ขี้เยี่ยวให้มันเป็ที่วะไอ้สัตว์”
แล้วเขาก็ยื่นหน้ามาที่กรง “อยากตายเหรองัย?”
ข้าพเ้าหมั่นไส้มากกกกได้โอกาสจึงวิ่งเอาเล็บไปตะกุยจมูกเขา ก่อนที่เขาจะร้องเสียงดัง
เปิดกรง แล้วจับข้าพเ้าออกมาบีบลำตัวแน่น
ข้าพเ้าไม่ยอมปล่อยปรมาณูออกทางช่องท้อง
“อี๋ ขี้ใส่กูอีกกกกกไอ้ตัวประหลาด” เขาเขวี้ยงข้าพเ้าออกไปด้วยสัญชาตญาณ
ห้องของเขาอยู่ชั้นสองปกติข้าพเ้าต้องหล่นตุ๊บ!
แต่โชคดีที่เป็สัตว์สปีชี่ใหม่มีฉายาเป็ “กระรอกบิน หรือ จิงโจ้ร่อน”แค่กางปีกพรึ่บเดียวก็ทรงตัวได้ ข้าพเ้า จะอาศัยโอกาสนี้โฉบหนีออกไปแล้วแต่ดันเจอกับ “เ้าเวหา”
เ้าเวหา คือสัตว์ที่เป็ “บ่าง”มือขวาของศัตรูตัวฉกาจในดินแดนที่ข้าพเ้าจากมา
วิธีการสังเกตง่ายๆ สัตว์ในดินแดนของเราดวงตาจะเป็ สีแดง เห็นได้ชัดแต่ไกล ข้าพเ้าจึงตีปีกพั่บๆเพื่อบินเลี้ยวกลับไปที่ห้อง
“ตายห่า…..” ทันทีที่ เลียบนที ตั้งสติได้ว่าเขวี้ยงข้าพเ้า ลงมาเขาก็วิ่งไปหน้าระเบียง “ถ้ามันตาย ทำไงล่ะวะ ไม่ได้การแล้ว”
ถ้าข้าพเ้าตายเส้นทางรักของเขากับแกรมม่า มีอันต้องจบเห่ ข้าพเ้าก็อยากให้เป็อย่างนั้นจึงอาศัยความมืด ค่อยๆ มุด ทรุดตัว และคลานหายเข้าไปในห้องนอน โดยไม่ให้เขาสังเกตเห็นปล่อยเขาตามหาตัวข้าพเ้าไป กะว่ายันเช้า
“สัญญาว่าสัตว์ประหลาดตัวจิ๋วนี้จะต้องไม่ตายเพราะฉะนั้นหกเดือนนี้นายต้องดูแลมันให้ดีๆ มีอะไรที่สุ่มเสี่ยง หรือเป็สัญญาณเตือนภัย ว่ามันจะไม่สบายรีบพามันมาหาฝนพาเลยนะ” แกรมม่า สั่งเขาไว้ ก่อนหน้านี้เขารับปากดิบดีก่อนจะนึกขึ้นได้ แล้ววิ่งลงไปตามหาข้าพเ้าด้านล่าง รวดเร็วอย่างกับบ้านถูกไฟไหม้
ด้านล่าง เลียบนทีควานสายตาดูสัตว์ที่เขาโยนลงมา พลันสายตาไปเห็นสัตว์ตัวหนึ่ง คล้ายๆ “กระรอกบินหรือ จิงโจ้ร่อน” เหมือนกันแต่บินลงมาตกท่อน้ำ เลอะน้ำคร่ำริมถนน
เขานึกว่าเป็ชูการ์ไกลเดอร์ของแกรมม่าจึงรีบนำไปที่คลินิกสัตว์ของฝนพาทันที
ฝนพา ใช้เวลาหลังเลิกเรียนเป็เ้าหน้าที่อาสาสมัครดูแลสัตว์ ในคลินิกแห่งหนึ่งของมหาวิทยาลัยได้ค่าแรงเล็กๆ แต่ความสุขของเธอคือการได้ดูแลสัตว์ที่เธอรักไปด้วย
“เข้าใจอะไรผิดหรือเปล่านายพาอะไรมา ผิดตัว นี่ไม่ใช่สัตว์เลี้ยงของแกรมม่านะ” ฝนพาบอกเพื่อน
“ทำไมจะไม่ใช่ล้างน้ำคราบดำๆ ก็ออกแล้ว ตัวมันแค่เลอะน้ำคร่ำ เพราะว่าเราเขวี้ยงมันออกไป”
“ฮ๊า นายว่าอะไรนะ”ฝนพาถึงกับตะลึง
“ตื่นเต้นไปได้เราแค่ทดสอบปีกของมัน ได้ยินว่ามันบิน ได้นี่”
“นายก็เลยเขวี้ยง”
“ใช่ ตามกฎฟิสิกส์แล้วมันก็ควรต้องพุ่งไปด้วยความแรง นี่นาก็เลย…เขวี้ยง” เขาแถเสียงอ่อย
“ท่าทางนายกับสัตว์เลี้ยงตัวนั้นจะไปกันไม่ได้จริงๆ ฉันคิดผิดที่เชียร์นาย ขอร้องแกรมม่าว่าให้เขาอยู่กับนายเถอะ”
“เขาก็ดีอยู่นี่ไง เธอก็เห็นมันยังมีชีวิตดีอยู่นะ” นทีชี้ไปยังสัตว์ตัวที่คว้ามา
“แต่ฉันบอกแล้วไงว่านี่มันคนละตัวกัน”
“ไม่อะ เธอรู้ได้ยังไง?”
“ฉันเป็ว่าที่สัตวแพทย์นะจะแยกไม่ออกเลยเหรอ ระหว่าง ชูการ์ไกลเดอร์ กับ บ่าง”
“ห๊า … อะไรนะ”เขาเพ่งมองไปที่สัตว์ตัวนั้นอีกที ก่อนจะรู้สึกว่ามันไม่เหมือนกัน
“แล้วเ้าตัวนั้นไปไหน??”เขาถามตัวเองในใจ
“กระผมก็ตามหามันอยู่เหมือนกัน”บ่างตัวนั้นพูดในใจ
ไม่มีใครรู้หรอกว่า เ้าบ่างตัวนั้นก็ได้รับคำสั่งจาก “นายใหญ่” ให้ตามหา “ชูการ์ไกลเดอร์” เหมือนกัน
////// “w” //////
นายใหญ่ที่ว่า คือบันยิป หรือ เคียนปราตี เป็สัตว์ประหลาดในตำนานพื้นบ้านของชาวอะบอริจินีซึ่งเป็ชนพื้นเมืองของออสเตรเลีย หน้าแบนเหมือนสุนัข หางเหมือนปลา คอยาวและมีจะงอยปากเหมือนนกอีมูขนแผงคอที่ห้อยย้อยลงมาเหมือนงูทะเลแต่โครงสร้างร่างกายเหมือนมนุษย์
ชาวอะบอริจินีเชื่อว่า บันยิป เป็จิติญญาของปีศาจที่สิงสถิตอยู่ตามแม่น้ำลำคลองหนองบึง และทะเลสาบ เมื่อนานวันเข้าจึงหลอมรวมตัวเป็สัตว์ประหลาดขึ้นมามีนิสัยดุร้ายมาก ถ้าหากมีใครบุกรุกหรือล่วงล้ำถิ่นที่อยู่ของมัน จะถูกทำร้ายถึงแก่ชีวิต
บันยิปกินมนุษย์เป็อาหารด้วย แต่ก่อนมีการการหายตัวไปของผู้หญิงและเด็กว่าเชื่อว่าเพราะถูกบันยิปลากไปกินในน้ำ ปกติบันยิปมีเสียงร้องที่กึกก้องมากโดยจะได้ยินไปทั่วคุ้งน้ำ และได้ยินชัดเจนโดยเฉพาะหลังฝนตกใหม่ ๆและจะหายไปเมื่อถึงฤดูร้อน เพราะแหล่งน้ำที่มันอาศัยอยู่แห้งผากบันยิปจะฝังตัวอยู่ใต้โคลนตม จนถึงวันนี้มันออกมาและไม่ยอมเข้าไป
เพราะมีมนุษย์ล่วงล้ำไปในเขตแดนขโมยขุดเอา “หินศักดิ์สิทธิ์พันปี” ไป ตอนนั้น “ข้าพเ้า”กำลังหัดบินและบินผ่านไปที่ใจกลางูเาบังเอิญเห็นกลุ่มคนกำลังขุดเจาะและลักลอบเอาหินศักดิ์สิทธิ์อูลูรูออกมา
บันยิป เป็ผู้ดูแลหินศักดิ์สิทธิ์นี้กว่าพันปีคิดว่าข้าพเ้า และสัตว์ที่อยู่บนบก รู้เห็นเป็ใจกับพวกมนุษย์จึงได้หาเื่รังควาน ผืนป่าที่เคยสงบสุขมากว่าพันปี ทุกตัวเป็ะและไม่ได้กินกันเป็อาหาร บัดนี้ระบบนิเวศน์เปลี่ยนไป
เพื่อความสงบสุขในฐานะลูกชายคนเดียวของผู้นำ ทำให้ข้าพเ้า “ชูการ์ไกลเดอร์”ต้องมาตามเอาหินศักดิ์สิทธิ์คืนเพื่อความสงบสุขของโลกและดินแดนของตัวเอง
////// “w” //////
ในโลกมนุษย์ที่ทุกคนรู้จักเรา
ชูการ์ไกลเดอร์ เป็สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดเล็กชนิดหนึ่งจัดเป็สัตว์ที่อยู่ในอันดับสัตว์มีกระเป๋าหน้าท้องจำพวกพอสซัม เนื่องจากในตัวเมียจะมีกระเป๋าหน้าท้องใช้สำหรับให้ลูกอ่อนอยู่อาศัยจนกว่าจะโตได้ที่
ชูการ์ไกลเดอร์มีลักษณะภายนอกคล้ายคลึงกับกระรอกบินมากแต่เป็สัตว์คนละอันดับกัน เนื่องจากกระรอกบินเป็สัตว์ที่อยู่ในอันดับสัตว์ฟันแทะชอบอยู่รวมกันเป็ฝูงั้แ่ 6-10 ตัว ขึ้นไป
แต่ละฝูงจะมีการกำหนดอาณาเขตของตัวเองอย่างชัดเจนซึ่งตัวผู้ที่เป็จ่าฝูงจะมีการปล่อยกลิ่นเพื่อกำหนดอาณาเขตของตนเอง อายุโดยเฉลี่ย10-15ปี ตามธรรมชาติแล้ว ชูการ์ไกลเดอร์ จะอาศัยอยู่บนต้นไม้ดังนั้นจึงมีเล็บที่แหลมคมใช้เกาะเพื่อะโข้ามจากต้นไม้ต้นหนึ่งไปยังอีกต้นหนึ่ง
ขนมีลักษณะนุ่มมากบริเวณข้างลำตัวของมันจะมีพังผืดซึ่งสามารถกางได้จากขาหน้าไปถึงขาหลังเพื่อลู่ลมเวลาร่อน เหมือนเช่น กระรอกบินหรือ บ่าง
เป็สัตว์ที่หากินในเวลากลางคืนโดยอาหารหลัก คือ แมลง ส่วนผลไม้จะถือเป็อาหารรอง เมื่อโตเต็มที่จะมีขนาดความยาวจากจมูกถึงปลายหางจะอยู่ที่11 นิ้ว
“แต่ตัวของแกรมมาต่างกับชูการ์ตัวอื่นๆทั้งลักษณะทางกายภาพและพฤติกรรม เห็นแป๊บเดียวก็มองออกแล้วว่าแตกต่างเธอไม่เห็นเหรอ” ฝนพาถามเลียบนที
ชายหนุ่มคนนี้จะไปรู้อะไร เขาส่ายหัว
“ตัวอื่นจะเป็สีนอมอลสีโมเสก ลักษณะเป็ด่างๆ ทั่วตัว มีสีเผือกตาดำ แต่ตัวนั้นสีขาว สีเผือกตาแดงแล้วก็เป็มังสวิรัติ ไม่กินหนอนเป็อาหาร”
“เื่นั้นเธอกำชับเราแล้วเราให้แค่มะละกอ สองสามวันนี้พิเศษนิดหน่อยให้ช็อกโกแลต”
“อะไรนะ” เธอเสียงสูง“ช็อก-โก-แลต” หญิงสาวถึงกับะโลั่น
ทำเอา ยุทธหัตถี(หัตถี) สัตวแพทย์ประจำที่ออกตรวจสัตว์อยู่ได้ยิน
“น้องกินหวานไม่ได้นะครับอาจเป็เบาหวาน ช็อกตายได้! น้องฝนพาไม่ได้บอกเพื่อนหรอกหรอ”หัตถีดุฝนพาทันทีที่ได้ยิน
“บอกแล้วค่ะแต่คงบอกไม่หมด”
“ผมเองก็เพิ่งหัดเลี้ยงจำทุกอย่างไม่ได้หรอกครับ”
“โธ่เอ๊ย! แล้วป่านนี้น้องจะเป็ยังไง? ไม่ช็อกตายไปแล้วเหรอ” ยุทธหัตถีหน้าตาเป็ห่วงคนไข้เขารักและเอ็นดูชูการ์ไกลเดอร์ตัวนั้นเป็พิเศษ เพราะลักษณะไม่เหมือนใคร
“อย่าห่วงเลยครับโชคดีที่ผมโยนมันออกไปแล้ว ไม่ได้อยู่ในกรง ถ้าไปถึงห้อง ผมจะรีบเอาช็อกโกแลตออก”
“ก็ได้ตัวนั้นไม่เป็ไรก็ได้ แล้วจะทำยังไงกับบ่างตัวนี้”หัตถีถามจะเอายังไงกับผู้ป่วยรายใหม่
“ไม่รู้สิถ้าเป็คนละตัวกันจริงๆ ตัวนี้ก็ไม่ต้อง ผมไม่ใช่เ้าของ” นทีไม่รักสัตว์ต่อให้บ่างหงอยแทบตาย เขาก็ไม่อยากรักษา
“แต่มันาเ็นะ” ฝนพาค่อยๆเอามือจับบ่างตัวนั้นอย่างเอ็นดู
เวหารู้สึกดีประทับใจฝนพาั้แ่แรกพบ เธอช่างอ่อนโยนและไม่ถือตัวกับเขา ทั้งที่เขาเป็แค่“บ่าง” สัตว์ยศต่ำที่ไม่มีใครสนใจ เพียงเพราะลักษณะทางกายภาพ และสีสันไม่ชวนมอง
ด้วย บ่าง มีรูปร่างคล้ายกระรอกบินขนาดใหญ่ิัย่น ตามีขนาดใหญ่สีแดง ใบหูเล็ก มีนิ้วทั้งหมด 5 นิ้ว สีขนมีหลากหลายมากโดยสามารถเปลี่ยนไปตามสภาพแวดล้อม ทั้งน้ำตาลแดง หรือเทา รวมทั้งอาจมีลายเลอะกระจายไปทั่วตัวด้วย โดยตัวเมียมีสีอ่อนกว่าตัวผู้หางมีลักษณะแหลมยาว มีพังผืดเชื่อมติดต่อกันทั่วตัว โดยเชื่อมระหว่างขาหน้าและขาหลังขาหลังกับหาง ระหว่างขาหน้ากับคอ และระหว่างนิ้วทุกนิ้ว มีนิ้วทั้งหมด 5 นิ้ว โดยที่ไม่มีหัวแม่มือ เล็บแหลมคมมากใช้สำหรับไต่และเกาะเกี่ยวต้นไม้
บ่างเป็สัตว์ที่มีเสียงร้องคล้ายเสียงคนร้องไห้และความเป็สัตว์ที่มีหน้าตาน่าเกลียดและหากินในเวลากลางคืนจึงเป็ที่รับรู้กันดีของผู้ที่อาศัยอยู่ชายป่าหรือผู้ที่นิยมการผจญภัย ว่าเสียงร้องของบ่างน่ากลัวเหมือนผี คนไทยจงไม่นิยมเลี้ยง
“ผมเก็บค่าขนมไปซื้อกรงซื้ออาหาร ให้สัตว์ราชนิกุลตัวนั้นหมดแล้วปล่อยมันไปเหมือนที่เราเจอข้างถนนนั่นแหละครับ” นทีตอบไปห้วนๆ
“ทำอย่างนั้นได้ยังไง”เธอมองหน้าเขา ก่อนจะพาบ่างตัวนั้นไปประคบประหงม “ถ้าคิดจะทำอย่างนั้นก็ไม่ต้องพามาเสียแต่แรกสิ”
ฝนพานำบ่างตัวนั้น ไปให้ หัตถี“รักษาไปเถอะค่ะ หักค่าพยาบาลจากค่าแรงหนูก็ได้” เธออาสาจ่ายค่าหยวกยาเสียเอง
บ่างหนุ่ม“เวหา” ซาบซึ้ง คิดว่าความรักที่เขาได้รับครั้งนี้จะต้องไม่สูญเปล่ามีโอกาสเขาจะตอบแทน
แต่เนื่องจากตอนนี้มีภารกิจจาก “นายใหญ่”ให้สืบหา ชูการ์ไกรเดอร์ และนำพาหินศักดิ์สิทธิ์พันปี กลับมิติเดิมให้จงได้
////// “w” //////