ตอนที่ 11 นางเซียนไร้อาภรณ์
“เสี่ยวไป๋!”เด็กชายะโร้องเรียกสุดเสียงในขณะที่มันจะฝืนร่างตามไป ซูรั่วซานก็กะอักเืล้มลงหวู่เฉินรีบเคลื่อนกายไปรองรับ ประคองร่างบางประดุจปฏิมากรรมชิ้นเอกได้ทันท่วงที
ร่างของนางซีดเผือดไร้สีเืไอเย็นที่เคยแผ่กระจายออกมาไม่หยุดก่อนหน้าหายไปอย่างไร้ล่องรอยร่างของนางร้อนลวกดุจเปลวเพลิง เหงื่อหอมบริสุทธ์ไหลรินอาบไล้ไปทั่วใบหน้า ไหลลงมาตามร่องอกขาวผ่อง
นางหอบหายใจแรงไอความร้อนไหลออกจากริมฝีปากบอบบางเป็ละลอกดวงหน้างามของนางนั้นหลับตาพริ้มอย่างทรมาน ถึงดวงหน้างามของนางยังใสเนียนผุดผ่องแต่เส้นผมที่เคยดำขลับดุจดั่งรัตติกาลของนาง บัดนี้นั้นแฝงไว้ด้วยเส้นผมสีขาวขึ้นมาอยู่หลายส่วน
หวู่เฉินเห็นดังนั้นจึงใมันเป็ห่วงความปลอดภัยของเสี่ยวไป๋มาก แต่มันก็ห่วงท่านน้าสาวไม่แพ้กันความร้อนจากร่างนางเซียนร้อนลวกมือเด็กชายจนชาด้านมันกัดฟันปะคองท่านน้าคนงามไปนอนที่แท่นน้ำแข็งตรงกลางห้อง
ทันใดนั้นเกิดเสียงไอน้ำดัง ชี่ชี่น้ำแข็งส่วนนึงละลายขึ้นมาเป็ไอเพราะความร้อนจากร่างซูรั่วซาน ผ่านไปครึ่งเค่อน้ำแข็งละลายไปจนหมด มันยื่นมืออันเล็กของมันทาบไปที่หน้าผากขาวผ่องตรงหน้า
“โอ้ย” มันเผลอส่งเสียงร้องออกมา เวลาผ่านไปนานจนขนาดน้ำแข็งก้อนใหญ่นั้นละลายไปจนหมด ความร้อนยังแทบไม่ลดไปจากเดิม?มันรีบควานหาก้อนน้ำแข็งเล็กก้อนแล้วก้อนเล่ามาถูที่หน้าผาก ไล้ไปตามใบหน้า ลำคอของนางนางเซียนส่งเสียงครางในลำคอเล็กน้อย
เด็กชายพยายามถูไปทั่วทุกส่วนที่ผ่านพ้นชายเสื้อผ้าของร่างท่านน้าสาวน้ำแข็งที่ใช้ละลายหมดไปอย่างรวดเร็ว ซูรั่วซานดูอาการดีขึ้นเล็กน้อยหวู่เฉินมองไปที่เรียวคอขาวผ่องที่เต็มไปด้วยเหงื่อของน้าสาวก่อนจะมองไล่ไปถึงหน้าอก มันตัดสินใจถอดเสื้อของท่านน้าสาวที่ไร้สติออกจนเหลือแค่เสื้อชั้นใน
เผยให้เห็นผิวที่งดงามจนมิอาจบรรยายออกมาเป็คำพูดได้ผุดขึ้นต่อหน้ามันเด็กชายรีบไปหยิบน้ำแข็งเพิ่มมาหลายก้อน นำมาถูไล้ชโลมไปทั่วร่างของนางน้ำแข็งที่โดนความร้อนต่างระเหยเป็ไอ ฟุ้งกระจายไปทั่วห้องดุจหมอกควันยามเช้า
เด็กชายนั้นมีสมาธิมุ่งมั่นในการช่วยชีวิตท่านน้าสาวน้ำแข็งก้อนแล้วก้อนเล่าถูกใช้ออกยังดีที่เด็กชายตรงหน้ายังเป็เด็กน้อยอายุเพียงแค่เจ็ดปีมันไม่มีความคิดความรู้สึกที่ไม่ควรมีเกิดขึ้นเลยแม้แต่น้อย
กลับกันถ้าเป็ชายหนุ่มคนอื่นมาได้เห็นภาพที่คล้ายอยู่ในสรวง์ตรงหน้าเห็นร่างเพียวบางของนางนอนไร้อาภรณ์ป้องกัน เหงื่อกาฬไหลไปทั้งใบหน้าหรือตามเนินอกขาวผ่องดุจดั่งแดนลี้ลับชวนค้นหา
กลิ่นเหงื่อจากร่างบางหอมละมุนจนเคลิบเคลิ้มเสียงครางเบาๆดุจดังเสียงวิหก์เย้ายวนจนไม่อาจต้านทาน คงไม่มีชายใดสามารถ อดทนจากภาพตรงหน้าได้เด็กชายมุ่งมั่นตั้งใจพยายามช่วยซูรั่วซานทั้งคืน
..........
ยามรุ่งอรุณมาถึงร่างบางดุจดังเทพธิดาของซูรั่วซานรู้สึกตัวตื่นขึ้นมา นางนั่งตัวตรงขึ้นอย่างงุนงงมองสภาพรอบตัวรอบด้าน ถ้ำแห่งนี้ที่เมื่อวานเต็มไปด้วยก้อนผลึกน้ำแข็งยามนี้กลายเป็เหลือแค่ผนังหินสีดำอมน้ำตาลธรรมดาทั่วไปที่ข้างกายนางปรากฎเด็กชายตัวน้อยที่นางรักเอ็นดูนอนอยู่ข้างเตียงหินที่นางใช้นอนทั้งคืน
นางสำรวจร่างกายตนเอง ก็ใจสั่นขึ้นมาเล็กน้อย อาภรณ์เซียนสีขาวงดงามของนางถูกถอดออกทั้งหมดเผยไว้แค่กายเนื้อขาวดุจหยกที่โผล่พ้นชุดชั้นในบางนางทราบทันทีว่าเกิดอันใดขึ้นเมื่อคืน
นางหันไปมองเด็กชายที่หลับอยู่ในใจนางรู้สึกสับสน จนไม่สามารถพูดออกมาได้ ร่างกายงดงามของนางตอนนี้ได้มีบุคคลที่สองนอกจากคนรักของนางที่ได้เห็น ได้ััร่างของนาง
ในขณะที่นางกำลังสับสนก็ได้ยินเสียง อย่างเหนื่อยล้าของเด็กชายข้างๆ ละเมอขึ้นมา
“ท่าน...น้า ท่านอย่า เป็อะ..ไร ท่าน...น้า เสี่ยว...เฉิน...” นางได้ยินดังนั้นก็ตำหนิตัวเอง เสี่ยวเฉินเป็แค่เด็กตัวน้อยอายุเพียงเจ็ดปียังจะเป็อะไร อีกทั้งมันยังทำเพื่อช่วยชีวิตนาง ซูรั่วซานสลัดความคิดฟุ้งซ่าน สับสนออกไปจากหัวกายาบางค่อยๆสวมชุดเซียนสีขาวอีกครั้ง
หลังจากสวมชุดเสร็จร่างบางรีบนั่งสมาธิโคจรด้วยเคล็ดวิชาปรานน้ำค้างอรุณอันเป็วิชาลมปราณประจำหุบเขาสระเหมัน
.......
กาลเวลาผ่านไปหลายชั่วยามกำลังของนางฟื้นขึ้นมาสองส่วน สภาพลมปราณแตกซ่านดีขึ้นมากถ้าไม่ต้องใช้ลมปราณอย่างหนักหน่วงอีกก็จะไม่กำเริบในเร็วๆนี้แต่นางไม่มีเวลามากขนาดนั้น
ยามนี้บุตรีคนเดียวของนางถูกจับตัวไป ไม่รู้ว่าตอนนี้จะเป็ตายร้ายดียังไงความจริงนางอยากจะถ่อไปช่วยบุตรีอย่างรวดเร็ว แต่ต้องโทษสังขานที่ไม่เป็ใจถ้าฝืนไปคงมีแต่ร้ายไม่มีดี
แต่ยามนี้นางฟื้นกำลังมาถึงสองส่วนนางมีความมั่นใจมากขึ้นในการช่วยชีวิตบุตรีในใจนางเป็กังวลไม่อาจยื้อถ่วงออกไปได้อีก ในยามที่นางลุกขึ้นเด็กหนุ่มที่หลับเป็ตายข้างๆก็ลืมตาตื่นขึ้นมา
“ท่านน้าซู! เสี่ยวไป๋!” เด็กชายสะดุ้งตื่นร้องออกมาซูรั่วซานได้ยินจึงปรายตามองมาที่เด็กชาย “ข้าอยู่นี้” เด็กชายได้ยินก็ถามอย่างเป็ห่วง
“ท่านน้าซูท่านเป็อะไร เพราะอะไรถึงมีอาการประหลาดเช่นนั้นแล้วตอนนี้หายดีแล้วหรือไม่?ไม่เป็ไรแล้วใช่หรือไม่?”เด็กชายรัวพูดเป็ชุดจนแทบไม่ได้หายใจด้วยความเป็ห่วงซูรั่วซานส่งสายตาอ่อนโยนเล็กน้อยให้มัน
“น้าไม่เป็ไรแล้ว ตอนนี้เสี่ยวไป๋โดนจับตัวไปเสี่ยวเฉิน...เ้ารอที่นี้ น้าไปช่วยเสี่ยวไป๋ เสร็จแล้วจะกลับมารับเ้า”
“ไม่! ข้าจะไปช่วยเสี่ยวไป๋ด้วยข้าเป็ห่วงนาง”
“ไม่ต้องหรอก เ้าไม่เป็วรยุทธ์มีแต่จะเป็อันตราย”
“ข้าไม่กลัวอันตราย ต่อให้ข้าต้องแลกชีวิตข้าก็จะช่วยเสี่ยวไป๋ให้ได้” ซูรั่วซานยิ้มบาง
“เสี่ยวเฉินน้ารู้ว่าเ้าเป็ห่วงเสี่ยวไป๋ แต่เชื่อน้าเถอะ น้าไปคนเดียวทั้งรวดเร็วทั้งสะดวกยิ่งกว่าเ้ารออยู่ที่นี่ รู้ตัวอีกทีน้าก็กลับมาแล้ว”
“แต่...ถ้าท่านน้าซูถ้าเกิดอาการแบบเดิมขึ้นมาอีกจะทำเยี่ยงไร?”
“นั่นไม่เป็ไรน้าจะแอบลอบเข้าไปพาตัวเสี่ยวไป๋ออกมา ถ้าไม่มีการต่อสู้รุนแรงย่อมไม่เป็อันใด”
“แต่...”
“เสี่ยวเฉินเป็เด็กดี เชื่อฟังวาจาน้าได้หรือไม่?”
“...คับท่านน้าซู เสี่ยวเฉินจะรอท่านกับเสี่ยวไป๋ที่นี่ท่านน้าต้องพาเสี่ยวไป๋กลับมาเร็วๆนะ”ซูรั่วซานพยักหน้ารับคำ
พวกมันเดินออกมาที่หน้าถ้ำ ร่างบางของซูรั่วซานผสานมือแปลกๆก่อนจะมีดอกบัวที่ทำจากน้ำแข็งวิจิตงดงามผุดขึ้นมา นางก้าวร่างขึ้นไปข้างบนดอกบัวน้ำแข็งก็ลอยล่องขึ้นไปอย่างรวดเร็วบนอากาศ หายลับไปในทางเมืองจิ้นหยง
“ท่านน้าซู กับเสี่ยวไป๋ต้องไม่เป็อะไรแน่” หวู่เฉินทำได้แค่ภาวนาสายตาจ้องมองไปที่ร่างบางที่หายลับไป