มหาปราชญ์ต่างโลก

    ตอนที่ 87 ผู้แสวงหาความตาย

    ภายในชั้นที่ 20 แห่งนี้นั้นตัวของหลินเทียนราวกับรู้สึกว่าตัวเองนั้นอยู่ภายในห้องโถงขนาดใหญ่ เสาทุกต้นล้วนแล้วแต่ถูกแกะสลักอย่างสวยงาม สิ่งของที่ใช้ในการปลูกสร้างสถานที่แห่งนี้นั้นล้วนแล้วแต่เป็นของดีมีราคาคุณภาพสูงสุดตั้งแต่หลินเทียนเกิดมานั้นตัวของเขาไม่เคยพบเห็นสถานที่แห่งใดจะมีความยิ่งใหญ่อลังกาลมากถึงเพียงนี้มาก่อน ไม่รู้ว่าจะสรรหาคำใดมาอธิบายคำพูดอย่างไรดีต่อภาพเบื้องหน้า หากหลินเทียนสามารถหยิบฉวยสิ่งของเหล่านี้ออกไปที่โลกภายนอกได้ หลินเทียนเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่าด้วยทรัพย์สมบัติที่มากมายถึงเพียงนี้นั้นมันสามารถใช้จ่ายได้อย่างฟุ่มเฟือยไปได้อีกหลายชั่วอายุคน“เหอ เหอ เจ้าทำได้ดีมากเจ้าหนูที่สามารถขึ้นมาถึงชั้นที่ 20 แห่งนี้ได้” ในระหว่างที่ตัวของหลินเทียนกำลังเพลิดเพลินไปกับกองภูเขามหาสมบัติอยู่นั้น ดูเหมือนมีเสียงของชายผู้หนึ่งดังเข้าไปในโสตประสาทของหลินเทียนโดยตรง หลินเทียนพยายามมองหาที่มาที่ไปของเสียงเขาก็พบว่าเจ้าของน้ำเสียงนั้นอยู่ห่างไกลจากเขามากนี่ก็เป็นเครื่องพิสูจน์แล้วว่าตัวตนที่อยู่เบื้องหน้าเขาในยามนี้นั้นมิใช่ตัวตนที่ธรรมดา “ท่านเป็นใคร” หลินเทียนกล่าวถามด้วยความตื่นตกใจอย่างถึงสุดขีดเพราะภายในชั้นที่ 20 ของหอคอยสวรรค์แห่งนี้นั้นไม่น่าที่จะมีคนอยู่ และด้วยเวลานับแสนนับหมื่นปีก็ไม่มีผู้ใดเลยที่จะสามารถขึ้นมาถึงที่ชั้นบนสุดแห่งนี้ได้ความเป็นไปได้เพียงอย่างเดียวนั้นก็คือมันเป็นเจ้าของสถานที่แห่งนี้ แล้วมันจะเป็นไปได้อย่างไรที่คนผู้หนึ่งจะสามารถมีอายุที่ยืนยาวได้มากมายถึงเพียงนี้“ใจเย็นๆเจ้าหนุ่มน้อย ข้าไม่คิดที่จะทำอะไรเจ้าหรอก นี่ก็เป็นเวลาที่ยาวนานมากแล้วจริงๆที่ตัวข้านั้นไม่ได้พูดคุยกับใครสักคนหนึ่ง” แววตาของมันนั้นมีสีแดงก่ำดุจโลหิต ผิวกายของมันสีซีดเผือดราวกับว่าไม่ได้โดนแสงแดดมานานปี เสื้อผ้าอาภรณ์ของมันนั้นเต็มไปด้วยสีฉูดฉาดเป็นอย่างมากถึงจะเป็นอย่างงั้นมันก็เป็นสิ่งของที่มีราคาเกินกว่าที่คนปกติธรรมดาควรจะมี“ตัวของข้านั้นมีนามว่า ห่าวชวน ข้าถูกเจ้าบัดซบผู้นึงคุมขังบังคับให้ข้าต้องอยู่ภายในสถานที่แห่งนี้ เหอๆอาจเป็นเพราะพวกมันอาจที่จะรู้สึกหวาดกลัวพลังที่ข้ามีพวกมันถึงได้ลงมือทำเช่นนี้ มนุษย์นั้นช่างเป็นสิ่งมีชีวิตที่สุดแสนจะน่าสมเพชอย่างถึงที่สุด” ห่าวชวนกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่แสดงออกมาราวกับเป็นการแสดงออกการดูถูกถากถางอย่างถึงที่สุด“ท่านกำลังบอกข้าว่า ตัวท่านนั้นไม่ใช่มนุษย์อย่างงั้นรึ” หลินเทียนอดที่จะรู้สึกสงสัยมิได้ไม่ว่าจะมองอย่างไรชายตรงหน้าก็เป็นมนุษย์ชัดๆแตกต่างก็เพียงดวงตาสีเลือดและผิวกายของมันเท่านั้น“เดิมทีนั้นข้าเป็นมนุษย์เหมือนดั่งเช่นพวกเจ้า แต่มีเจ้าพวกชั่วช้ามันทำการทดลองกับร่างกายข้าราวกับเป็นสัตว์เดรัจฉานที่ไม่มีชีวิตจิตใจ และผลสุดท้ายจากกการทดลองนั้นก็คือร่างกายของข้าผู้นี้ใกล้เคียงกับคำว่าอมตะ” จากคำบอกเล่าของมันแรกเริ่มเดิมทีนั้นตัวของมันเป็นนักโทษผู้หนึ่งที่ถูกจับตัวมาทดลอง เมื่อระยะเวลาผ่านไปนานวันจนกระทั่งตัวของมันผู้นี้มีความแข็งแกร่งขึ้นหลังจากนั้นไม่นานมันก็ฆ่าล้างสังหารพวกมันจนหมดสิ้น“แล้วท่านเข้ามาอยู่ภายในสถานที่แห่งนี้ได้อย่างไร” หลินเทียนกล่าวออกมาด้วยความสงสัยตัวตนเช่นมันไม่น่าที่จะมาเก็บตัวเงียบอยู่ภายในสถานที่แห่งนี้นานนับแสนปี แต่ไม่น่าเชื่อว่าบนโลกใบนี้จะมีสิ่งมีชีวิตใดที่ยืนยาวมากถึงขนาดนี้นี่มันเกินขอบเขตของความเป็นมนุษย์ปกติไปไกลแล้ว
    “เหอ เหอ สาเหตุเป็นเพราะตัวของข้านั้นมีพลังที่แข็งแกร่งมากจนเกินไปพวกมันจึงวางแผนที่จะปิดล้อมลุมสังหารข้าผู้นี้และที่แย่ยิ่งไปกว่านั้นพวกมันฝั่งตราประทับอักขระไว้ที่กายข้าชนิดหนึ่งทำให้ข้าต้องติดที่หอคอยแห่งนี้นี่นับว่าเป็นครั้งที่สองแล้วที่ตัวของข้านั้นลืมตาตื่นขึ้นมา”“ทำไมพวกมันไม่สังหารท่านทิ้งก็สิ้นเรื่อง เป้าหมายของคนพวกนั้นแท้จริงแล้วคืออะไรกันแน่” หลินเทียนกล่าวออกมาด้วยความสงสัยต่อให้คนผู้นั้นมีความแข็งแกร่งมากน้อยเพียงใดมันก็ต้องมีจุดอ่อนหลงเหลือยุบ้าง“เพราะเจ้าพวกสวะพวกนั้นมันต้องการให้ข้าเป็นทาสรับใช้ของมันยังไงล่ะ ต่อให้ข้าตกตายหรือลงขุมนรกที่ลึกที่สุดข้าก็ไม่ขอยอมเป็นขี้ข้าของเจ้าพวกนั้นเป็นอันขาด”ดูเหมือนว่าเป้าหมายสูงสุดของเจ้าของสถานที่แห่งนี้นั้นต้องการที่จะให้ชนรุ่นหลังที่มีโอกาสมาเยือนสถานที่แห่งนี้มีโอกาสที่จะสามารถควบคุมหรือมีโอกาสที่จะสามารถได้เจ้าทาสผู้นี้มาไว้อยู่ในความครอบครอง หากมองโดยปัจจัยพื้นฐานหากปล่อยให้ชายผู้นี้ออกไปสู่ที่โลกภายนอกนั้นนับว่าเป็นตัวตนที่อันตรายอย่างแท้จริงตัวตนที่ใกล้เคียงกับคำว่าอมตะไม่อยากจะคิดเลยว่าจะจัดการมันผู้นี้ได้ยากเย็นเพียงใด“ดูเหมือนว่าบรรพบุรุษของข้านั้นจะเป็นผู้ที่คุมขังท่านเอาไว้ที่นี่นะ ท่านไม่คิดที่จะสังหารข้าอย่างงั้นเหรอ”“ต่อให้ข้าอยากจะสังหารตัวเจ้าในยามนี้เกรงว่าต่อให้อยากก็ทำไม่ได้” เพราะถ้าหากมันสังหารตัวของหลินเทียนในยามนี้เต็มที่ร่างของเด็กหนุ่มก็แตกสลายแล้วถูกส่งออกไปที่โลกภายนอกก็เท่านั้น “ชั้นที่ 20 แห่งนี้ข้าควรที่จะทำสิ่งใดถึงข้าถึงจะผ่านมันไปได้” หลินเทียนกล่าวถามออกไปตามตรง เพราะภายในสถานที่แห่งนี้นั้นมันเต็มไปด้วยภูเขาสมบัติแล้วก็เจ้าสิ่งมีชิวิตที่หลุดพ้นจากความเป็นมนุษย์ไปแล้ว“ตั้งแต่ข้าเกิดมาในชีวิตข้าไม่เคยขอร้องผู้ใดมาก่อน หลินเทียนเจ้าช่วยฆ่าข้าทีได้ไหม ถึงแม้ว่าตัวของข้านั้นอยากที่จะแก้แค้นเจ้าโสโครกพวกนั้นเกรงว่ามิอาจที่จะทำได้” ถึงแม้ว่ากาลเวลาจะไหลผ่านไปนานปีมันก็ไม่คิดที่จะไปเป็นทาสหรือไปเป็นลูกน้องของใครเป็นอันขาด แม้แต่เด็กหนุ่มที่ยืนอยู่ต่อหน้ามันก็ตาม มันจะไม่ยอมเดินตามเกมส์ของเจ้าคนพวกนั้นมีเพียงหนทางแห่งความตายเท่านั้นที่ตัวของมันเลือกเดินฉั่ว…… หลินเทียนไม่พูดให้มากความตัวของเขานั้นสบั้นฝ่ามือไปที่ศีรษะของมันอย่างมิทันตั้งตัวไม่คาดว่าเด็กหนุ่มผู้นี้นั้นจะมีจิตใจที่โหดเหี้ยมและเด็ดขาดมากมายถึงเพียงนี้ ศีรษะของมันถึงกับลอยเคว้งบนอากาศที่ว่างเปล่าเลือดหลังไหลสาดกระเซ็นไปทั่วหลังจากนั้นไม่นานมันค่อยๆตกลงสู่พื้นโลกอย่างช้าๆ ผ่านไปหลายชั่วอึดใจช่างหน้าแปลกที่ส่วนลำตัวของมันไม่ยอมล้มตัวลงกับพื้นทั้งทีทั้งที่ชีวิตของมันควรที่จะดับสิ้นไปแล้ว เลือดอาบย้อมไปทั่วทั้งบริเวณสถานที่แห่งนี้ ร่างที่ไร้หัวของมันค่อยๆเดินมาที่เบื้องหน้าอย่างช้าๆพร้อมทั้งหยิบจับศีรษะที่ร่วงหล่นไว้ที่ดังเดิม“เหอ เหอ เพียงแค่นี้มันยังไม่เพียงพอที่จะฆ่าข้าได้ เจ้าหนูเจ้ามีดีเท่าไหร่ใส่มาที่ข้าเต็มที่มาได้เลย” น้ำเสียงและสำเนียงของมันแอบแฝงไปด้วยความสุขเพียงเล็กน้อยราวกับว่าความเจ็บปวดความทุกข์ทรมาน จะเป็นสิ่งบันเทิงเล็กๆของชายผู้นี้  

    คล้ายกับเรื่องมหาปราชญ์ต่างโลก ที่คุณอ่าน