เกิดเหตุการณ์วุ่นวายบางอย่างบริเวณสวนหย่อมขนาดกว้างขวางข้างคฤหาสน์กุลศิริบริรักษ์
ทิวากรเพิ่งเดินทางกลับมาจากโรงพยาบาลหลังผ่านมาหลายวัน
เขาถูกลงโทษจนแทบไม่มีเวลาเหลือเพียงหนึ่งวันนี้ที่เพิ่งจะมีเวลาพักผ่อนจริงๆเขาไม่รีรอให้เสียเวลารีบด่วนกลับบ้านในทันที มาถึงก็ได้รับข่าวไม่ดีนัก
ชายหนุ่มเดินมุ่งมาสอบถามมารดาด้วยความใจร้อน
“ทำไมถึงไม่มีใครส่งข่าวบอกผมเลยครับแม่”แม้ว่าหงุดหงิดเพียงใด แต่ทุกคำก็ยังคงวาจาสุภาพอ่อนโยนกับมารดาเสมอ
ฉัตรตรีแสร้งไม่สนใจลูกชายตัวดีคล้ายเสียงเมื่อสักครู่แล่นผ่านหูไปเรียบร้อยแล้ว เธอนั่งร้อยพวงมาลัยต่ออย่างใจเย็นข้างกันมีสาวใช้คนสนิทนั่งส่ายใบพัดไปมาคลายความร้อนให้ไม่ห่าง
“ปล่อยเธอไปได้ยังไงตั้งเดือนหนึ่งครับแม่ที่นั่นคือโรงเรียนกุลสตรีเลยนะครับ”ทิวากรกำลังจะสื่อบอกว่าแสงจันทร์ในเวลานี้ไม่เหมาะสมหากจะต้องใช้ชีวิตในโรงเรียนกุลสตรีเธออาจจะก่อเรื่องร้ายแรงในนั้นก็เป็นได้
เพราะแสงจันทร์ไม่เหมือนเดิมอีกแล้วเธอไม่ใช่คนเดิมสักหน่อย
เธอเป็นคนใหม่ที่มีเสน่ห์บางอย่างเสน่ห์ที่สามารถละลายหัวใจของใครเมื่อไรก็ยังได้ซึ่งหัวใจของบางคนที่เยือกเย็นดั่งน้ำแข็งขั้วโลกเหนือก็อาจละลายลงแล้วแทบทั้งหมด
“โรงเรียนกุลสตรีมีตรงไหนที่ไม่เหมาะกับหนูจันทร์”ฉัตรตรีพูดทั้งที่ไม่ละสายตาจากพวงมาลัยไม่สนใจลูกชายที่ยืนหัวใจรุ่มร้อนอยู่ด้านหน้าซุ้มไม้สีขาวภายในสวนหย่อม
“แม่ก็เห็น ทุกคนก็เห็นว่าแสงจันทร์ไม่เหลือความเป็นกุลสตรีแล้ว เธออาจจะอยู่ในโรงเรียนนั้นลำบากก็ได้นี่ครับใครอาจจะรังแกเธอ” พูดอย่างนี้หมายความว่าอย่างไร
ฉัตรตรีแอบลอบยิ้มมุมปากหลังจากนั้นก็แสร้งดึงหน้านิ่งตึงอีกตามเคย เธอวางพวงมาลัยลงแล้วหันมาสบตาลูกชาย
ทั้งมารดาและสาวใช้ต่างมองทิวากรอย่างไม่ละสายตาทุกคนเห็นแล้วยังสัมผัสได้ว่าขณะนี้มีความรู้สึกบางอย่างเกิดขึ้นกับนายแพทย์ทิวากรเอาเสียแล้ว
“สรุปว่าลูกเป็นห่วงใครตอนแรกพูดเหมือนกลัวว่าน้องจะไปก่อความวุ่นวายแต่ตอนนี้ทำไมถึงพูดเหมือนกลัวใครจะมาก่อกวนน้อง”
“ก็...คือผม” ทิวากรชะงักคำยกฝ่ามือหนาตบท้ายทอยคล้ายทำตัวไม่ถูก
เขาเองจะรู้ได้อย่างไรว่าเกิดอะไรขึ้นรู้เพียงแค่ตอนนี้ภาพของแสงจันทร์เวอร์ชันใหม่ได้แล่นผ่านไปมาในความคิดแทบตลอดเวลา
พอมีเวลาว่างเขาก็รีบกลับมาทันทีกลับมาทำไมน่ะเหรอก็กลับมาเพื่ออธิบายทุกความเข้าใจผิดให้แสงจันทร์รับฟังอีกครั้งน่ะสิ
อยากปรับความเข้าใจกับผู้หญิงคนนั้น อยากบอกว่าเขาไม่ได้เลวร้ายตามข่าวที่ถูกกล่าวว่านักหรอกอย่างน้อยความดีก็ยังพอมี อยากให้เธอลองพิจารณาดูสักหน่อย
เธอจะพูดทำไมนักหนาว่าเขาไม่ใช่สเปกมันเจ็บปวดใจน่าดูเชียวนะ
“ลูกเป็นห่วงน้องใช่ไหม”
“...” ทิวากรไม่ตอบอะไรเขาเปลี่ยนเป็นยืนเท้าสะเอวชักสีหน้าตึงเครียด ความร้อนรุ่มยังก่อกวนหัวใจไม่หาย
ตั้งเดือนหนึ่งแน่ะเขาจะไม่เจอหน้าผู้หญิงคนนั้นตั้งหนึ่งเดือน
หากเป็นเมื่อก่อนคงดีใจจนกระโดดโลดเต้นไปแล้วแต่ทำไมตอนนี้ความรู้สึกถึงเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้
“แสงจันทร์ขอไปอยู่ที่นั่นด้วยตัวเองน้องบอกว่าอยากใช้ชีวิตเป็นตัวเองเหมือนช่วงเวลาในอดีตอยากเรียนรู้แล้วเริ่มต้นใหม่น้องบอกแม่ว่าตอนนี้น้องไม่เหลือคุณสมบัติที่คู่ควรกับลูกเลยสักข้อน้องเสียใจมากเลยอยากเริ่มใหม่เพื่อทุกคน เพื่อครอบครัวทั้งสองฝั่งต่อให้ต้องทนขายขี้หน้าว่าเป็นมหาเด็กโข่งในโรงเรียนก็ตามคนที่ไม่ชอบหน้าน้องอย่างโรสอาจจะขำตามหลัง แต่แสงจันทร์ก็ยืนยันว่าจะทำอย่างนี้”
ทิวากรคิดตามที่ฉัตรตรีพูดทุกคำจริงอย่างนั้น แสงจันทร์ไม่เหลือความเป็นกุลสตรี
เขาที่ไม่เคยต้องการให้เธอเป็นตามอย่างใครบอกแต่หากสิ่งนั้นคือสิ่งที่แสงจันทร์เลือก
เธอจะเลือกหนทางไหนเขาคงไม่มีสิทธิก้าวก่ายอีกทั้งสามีที่ไม่ได้เรื่องอย่างเขาคงต้องสนับสนุนทางเลือกเธอถึงจะควร
“แม่คิดว่าลูกเอาเวลาที่ว่างไปให้กำลังใจน้องไม่ดีกว่าเหรอ”
“...”
“บางทีแม่เองก็รู้สึกนะว่าแสงจันทร์กำลังท้อแท้น้องอาจจะยังไม่ลืมเรื่องที่ลูกก่อไว้จนเมียต้องพลอยซวยไปด้วยผู้หญิงแทบทุกคนรับเรื่องพรรค์นั้นกันไม่ได้หรอกที่น้องทำผิดเรื่องถ่ายคลิปลูกประจานลงโซเชียลมันไม่ได้เสี้ยวหนึ่งที่ลูกเคยทำกับน้องไว้เลยนะ”
“แสงจันทร์ตอนนี้เธออาจจะไม่ได้ต้องการผมแล้วก็ได้ครับแม่” ทิวากรพูดเสียงแผ่วเบาลง เธอบอกชัดเจนมาสักพักว่าไม่เคยต้องการเขาวันนี้ทุกอย่างก็ดูชัดเจนดีอยู่แล้ว แสงจันทร์อาจไม่ได้ต้องการเขาแล้วจริงๆ
บางคราวก็คิดสมหน้าตัวเองวันที่เธอเรียกหาเหตุใดหัวใจถึงไม่เต้นแรงเหมือนวันที่เธอไล่ส่งทำไมตอนนี้เขาถึงต้องการแสงจันทร์นักล่ะ
“แม่เองก็ไม่รู้หรอกว่าลูกสะใภ้คิดยังไงแต่หากน้องรู้ว่าลูกช่วยจิ๋มออกมาตั้งแต่วันแรกรู้ว่าลูกเอาเรื่องที่หนูโรสทำไปฟ้องคุณพ่อของเธอจนหนูโรสถูกลงโทษไม่ให้ออกไปไหนตั้งสองสัปดาห์ บางทีน้องอาจจะให้อภัยลูกก็ได้”