คอร์สที่2 เมนูที่7 “สามหัวดีกว่าหัวเดียวจริงๆแหละครับ”
“สรุปคือคุณอยากให้ผมช่วยดูเอกสารการค้าของเขตรวมถึงดูเื่ของการแปรรูปวัตถุดิบใช่ไหมครับเฟอร์?” ผมถามชายในหน้ากากครึ่งใบที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามด้วยภาษาสากลของโลกเก่าในขณะข้างตัวนั้น...ชายในชุดบรรณารักษ์ที่โคตรเทอะทะกำลังกดเครื่องเกมในมืออย่างเมามันส์...
"ตามที่เ้าเข้าใจนั่นแหละนาธานเพราะว่าเราเองก็ใช่ว่าจะเชี่ยวชาญเื่พวกนี้นักยังไงมันก็ตรงสายของเ้ามากกว่าเรา เลยว่าจะขอยืมแรงซักหน่อยน่ะ"เ้าตัวตอบกลับมาในขณะที่สายตายังคงจดจ่อกับแท็บเล็ตในมือ ได้ยินเช่นนั้นผมก็เผลอคลี่ยิ้มอ่อนใจ ส่ายหัวอย่างปลงตก
ท้องฟ้ายามนี้กำลังแปรเปลี่ยนจากสีฟ้าเป็สีส้มจากการที่ดวงอาทิตย์นั้นกำลังเคลื่อนผ่านใกล้ไปทางทิศตะวันตก แสงยามบ่ายที่ลดความร้อนลงจาก่เที่ยงลอดผ่านหน้าต่างรถม้าที่พวกเรากำลังนั่งอยู่แต่เพราะแรงสั่นะเืที่เกิดขึ้นเบาๆจากการเดินทางรวมถึงแสงที่ส่องแยงตาผมเต็มๆทำให้ผมเลือกที่จะไม่เอางานออกจากกระเป๋าเอกสารมาคิดตอนนี้
ซึ่งผิดกับอีกสองคนที่เพ่งตามองภาพในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในมือกันอย่างไม่ลดละล่ะนะ...ไม่ปวดตากันบ้างหรือไงนั่น? ใครเคยเพ่งอ่านอะไรในรถก็คงพอจะเข้าใจสินะครับว่ามันปวดตาขนาดไหนแต่สองคนนี้กับเพ่งสายตาดูภาพในนั้นกันแบบไม่ลดละเลยแม้แต่น้อย
“งั้นผมขอดูเอกสารการค้าของเขตนั้นหน่อยได้ไหมครับ?”ผมลองถามอีกฝ่ายเพื่อตรวจสอบข้อมูลกันก่อนั้แ่บนนี้เพราะผมเองก็ี้เีไปดูตอนไปถึงที่นู่นทีเดียวจะได้แก้เบื่อในรถม้าไปด้วยในตัวด้วย
“นี่น่ะพอดีเขตนี้เราพึ่งได้รับมาจากองค์จักพรรดินีเมื่อไม่นานมานี้แล้วยังไม่มีเวลาไปตรวจสอบสักเท่าไหร่ พอ่นี้เราว่างขึ้นมาหน่อยเลยลากพวกเ้ามาด้วยเลยน่ะ” เ้าตัวว่าเช่นนั้นพลางยื่นแท็บเล็ตที่ภายในเปิดภาพถ่ายของเอกสารดังกล่าวแบบทีละหน้ามาให้
“นี่ถ่ายมาเลยหรอครับ?แล้วเอกสารจริงล่ะครับเฟอร์?” ที่ผมถามแบบนี้ไม่ใช่อะไรหรอกนะครับเพราะว่าบางทีตัวของเอกสารเ่าั้อาจจะมีอะไรบางอย่างที่พวกเราอาจจะมองข้ามไปหากมองจากภาพถ่ายแบบนี้ผมจึงต้องถามให้แน่ใจว่าตัวเอกสารจริงนั้นอยู่ด้วยไหม
“อ่า...เื่นั้นเ้าไม่ต้องห่วงหรอกยังไงเราก็เอามาด้วยอยู่แล้วแต่มีแค่เอกสารของั้แ่่สองสามเดือนก่อนตอนเราพึ่งได้เขตนี้มาดูแลเท่านั้นนะเอกสารเก่าๆคงต้องรอถึงที่เขตก่อน เราถึงจะให้เ้าดูได้น่ะ” เฟอร์บอกพลางชี้ไปที่กระเป๋าเอกสารอีกใบที่วางเอาไว้ข้างๆตัวเองเห็นเช่นนั้น ผมก็พยักหน้ารับอย่างโล่งใจ แล้วก้มหน้าดูภาพถ่ายเอกสารในแท็บเล็ต
ผมกวาดสายตาไล่เอกสารเ่าั้ไปเรื่อยๆทีละภาพ ทีละภาพ ตัวเลขของยอดสั่งซื้อและชนิดของสินค้า รวมถึงการส่งออกต่างๆของเขตๆนั้นจำนวนมหาศาลก็ผ่านตาผมไปเรื่อยๆไล่สายตากลับไปกลับมาอยู่นานเผื่อว่าผมจะเผลอมองข้ามอะไรไป...จนกระทั่ง...
“เป็อย่างที่คิดจริงๆด้วยแฮะ...”
“ทำไมรึนาธาน?” เฟอร์ขมวดคิ้วหลังจากที่ได้ยินคำพึมพำของผมผมเงยหน้ามองอีกฝ่าย ก่อนจะก้มกลับไปเปิดภาพย้อนกลับไปมาดูอีกรอบ แล้วจึงเปิดการแข้ไขภาพในแท็บเล็ตจัดการวงกลมตัวเลขต่างๆภายในนั้น ก่อนจะยื่นกลับคืนไปให้กับเพื่อนผู้สูงศักดิ์ของผม
“ดูตรงที่ผมวงไว้ละกันนะครับเฟอร์ ตัวเลขในเอกสารการส่งออกมันผิดอยู่เล็กน้อยทำให้ยอดขายมันหายไปนิดหน่อย แม้ว่ามันจะไม่มากมายอะไรก็ตามทีแต่ว่ามันก็กระจายกันอยู่แทบทุกจุดของเอกสาร ถ้าผมไม่ได้เอกสารเก่าๆมาเปรียบเทียบดูผมคงยืนยันให้ไม่ได้หรอกนะครับว่าเกิดการยักยอกขึ้นหรือว่าทำเอกสารผิดกันแน่แต่แนะนำว่าตอนไปถึงก็ลองไปตรวจเช็คเอกสารเก่าๆดูนะครับ”เฟอร์พยักหน้าตามที่ผมพูดขณะที่เ้าตัวก็เปิดดูวงกลมที่ผมวงเอาไว้บนภาพเ่าั้ประกอบไปด้วย
“หือ? เฮ้เฟอร์ ขอชั้นดูหน่อยสิ?” คลูสที่นั่งเงียบมานานเอ่ยปากขึ้นหลังจากที่ผมอธิบายจบพลางยื่นมือขอแท็บเล็ตในมือของเฟอร์มาดู พอได้แท็บเล็ตนั้นมาดูเ้าตัวก็ยื่นคืนกลับไปพลางเบ้ปากบ่นออกมาทันที
“ชั้นว่านา ไอเอกสารการส่งออกนั้นมันถูกปลอมแปลงบัญชีแหงแซะเลยฟ่ะ”
“ทำไมเ้าคิดอย่างนั้นล่ะคลูส?”
“นั่นสิครับคลูส อะไรที่ทำให้คุณคิดแบบนั้น?” ทั้งผมและเฟอร์ต่างก็ถามคนที่พูดอย่างมั่นใจเมื่อซักครู่อะไรที่ทำให้บรรณารักษ์หนุ่มแห่งหอสมุดลิเทียร์มั่นใจได้ถึงขนาดนั้น
“ก็ชั้นพึ่งจะเห็นมาหมาดๆในบัญชีรายรับรายจ่ายที่หอสมุดมาน่ะสิมันเล่นใช้วิธีเหมือนกันเลยยังไงเล่า แต่ชั้นจะยังไม่ให้นายฟันธงละกันเพราะยังไงมันก็แค่การคาดการณ์ของชั้นรอไปถึงเขตแล้วให้นาธานมันเช็คบัญชีเก่าๆให้นั่นแหละ” พอเอ่ยจบหนุ่มแว่นก็กลับไปง่วนกับเครื่องเกมในมือต่อ ปล่อยให้ผมกับเฟอร์งงอยู่เช่นนั้น จนต้องหันมามองหน้ากัน
“เฮ้อ...ช่างที่คลูสบอกไปก่อนแล้วกัน แล้วในส่วนของเอกสารสั่งซื้อกับพวกวัสดุก่อสร้างต่างๆล่ะ?”ดยุคหนุ่มถามต่อในขณะที่เปิดดูภาพเอกสารส่วนการสั่งซื้อต่างๆดูไปด้วย
“เอ่อ...ส่วนนั้นผมยังยืนยันอะไรให้ไม่ได้หรอกนะครับ เพราะชนิดของวัสดุเองรวมถึงค่าใช้จ่ายต่างๆเองก็อยู่ในเกณฑ์ปกติซะด้วยถ้าอยากจะยืนยันว่าเอกสารนี้มันถูกต้องไหม คงต้องไปเช็คกันเองที่เขตนั่นแหละครับ”
“สรุปแล้วก็ต้องรอจนถึงเขตสินะถึงจะเช็คอะไรเพิ่มได้น่ะ”
“ตามนั้นเลยครับเฟอร์”
“อย่างงั้นรึ...จะว่าไปงานที่พี่สาวเ้าให้ทำน่ะนาธาน พอจะคิดอะไรออกบ้างหรือยัง?” เฟอร์เงยหน้าขึ้นมาถามขณะมือก็กดปิดจอแท็บเล็ต ส่วนคลูสก็ยังคงกดเกมต่อไปไม่เลิกแม้ว่าผมจะแอบเห็นเขาหูผึ่งเตรียมฟังการคุยกันของพวกผมก็ตามที
“ยังไม่เป็รูปเป็ร่างเลยครับ...อุปกรณ์ที่ต้องใช้มันเยอะเกินไป...แถมผมไม่ค่อยถนัดเื่รื่นเริงแบบนี้ซะเท่าไหร่ด้วย...”ผมบอกพลางถอนหายใจแม้ว่าตอนนั่งรถม้ามองทางมาเรื่อยๆจะช่วยให้ผมโล๊ะความคิดยุ่งเหยิงในหัวมาจัดระเบียบใหม่ได้แต่เพราะระยะเวลาที่พี่อเล็กซ่าให้มา รวมถึงของต่างๆที่ไม่สามารถหาได้ในโลกนี้อีกทำให้ต่อให้ผมคิดไอเดียอะไรออกมาได้ แต่ถ้าต้องพึ่งของในโลกนั้นหรือต้องใช้ระยะเวลาเตรียมนานเกินแล้วล่ะก็มันก็ไม่สามารถทำได้อยู่ดี จึงทำให้ตอนนี้มันไม่เป็รูปเป็ร่างเลยแม้แต่น้อย
“นายคิดจะจัดยังไงของนายฟะ?”ด้านคลูสหลังจากที่ได้ยินผมตอบเช่นนั้น เ้าตัวก็หยุดเกมเอาไว้แล้วหันมามองผมทั้งยังย่นคิ้วใส่เหมือนไม่แน่ใจคำพูดของผม
“อ่า...พอดีผมเห็นว่าที่พี่อเล็กซ่าเขาขอมามันเป็ธีมแบบงานเลี้ยงที่เพื่อนจัดให้เพื่อนแบบไม่ต้องเคร่งพิธีการผมเลยคิดว่าจะจัดงานแบบโลกของพวกเราน่ะครับ...”
“อ่าฮะ...”บรรณารักษ์หนุ่มตอบรับ แม้ว่าเ้าตัวเริ่มจะเบ้ปากแล้วก็ตามที
“แต่ว่าวัสดุต่างๆมันหาไม่ได้พอจะประยุกต์เองก็ต้องใช้เวลานานด้วย...ผมเลยยังหาทางแก้ไม่ได้สักทีน่ะครับ...”ทันทีที่ผมพูดจบ ทั้งเฟอร์และคลูสก็ยกมือขึ้นมานวดขมับก่อนจะพ่นลมหายใจแรงๆกันออกมาคนละที แล้วการสนทนาของพวกเราจึงได้เริ่มต่อ
“เอาล่ะ...เราว่ายกธีมของงานออกไปก่อนละกัน...ยังไงๆเดี๋ยวพวกเราค่อยช่วยกันออกแบบแถมเื่จัดเตรียมของเดี๋ยวพอถึงเขตนั้นเราก็จะไปช่วยเป็ธุระให้ละกันนะแล้วเื่กิจกรรมในงานเ้าได้คิดอะไรมาบ้างไหมล่ะนาธาน?” ดยุคหนุ่มถามผมมาด้วยน้ำเสียงที่ดูท้อแท้ชอบกลแต่ผมก็ตอบเฟอร์ออกไปตามตรงแบบไม่ปกปิด
“ตอนแรกผมว่าจะทำเกมให้เ้าของวันเกิดกับคนที่มาร่วมงานเล่นกันน่ะครับแต่ว่าเพราะเวลาไม่พอเลยไม่ได้ยังไม่ได้เตรียมของเลยน่ะครับ”
“เกมอะไรอีกฟะ?”บรรณารักษ์แว่นถามด้วยน้ำเสียงที่ดูเหมือนไม่เชื่อมั่นนัก
“อ่า...ปิดตาตีลูกบอลมั้งครับ?”พอผมพูดจบ คลูสก็นิ่งไปซักพัก ก่อนจะสูดหายใจเข้าลึกๆแล้วยกมือขึ้นมาจับไหล่ของผมแน่น
“ไม่มั้งสิฟะ!!! ไอนั่นมันจะนายจะหาของมาทำยังไงล่ะฟะนั่น!?!?!?!?!?ได้คิดบ้างไหมฟะไอเพื่อนสมองกลวงนี่!!!!” เฟอร์ะโใส่ผมอย่างอัดอั้นแล้วเขย่าผมเต็มแรง
“หย่ะ-อย่า...เขย่าสิครับ...คุณเฟอร์...ผมวะ-เวียนหัวแล้วนะ...”ผมรีบบอกเ้าตัว แต่ว่าอีกฝ่ายยังคงไม่ยอมหยุดเขย่าต่อแถมยังเพิ่มแรงขึ้นอีกเหมือนระบายความอัดอั้น ม่ายไหวแล้ว~
“อ๊ะถ้าอันนั้นเราว่าเราพอจัดการให้ได้นะ”
“ห๊ะ!?!?ทำยังไงฟะเฟอร์!?” พอเฟอร์พูดจบคลูสก็ปล่อยไหล่ของผมแล้วหันไปถามด้วยเสียงเหมือนจะไม่เชื่อ รอดแล้ว~ คอเกือบหลุดแหน่ะครับ...
“เรามีวิธีอยู่น่ะจัดการให้ได้ในไม่กี่วันหรอก แต่งานนี้เก็บที่พี่สาวเ้าสินะ” ดยุคหนุ่มกล่าวเช่นนั้นแล้วมองมาที่ผมเพื่อขอคำตอบ
“ใช่ครับพี่อเล็กซ่าเองก็ไม่ได้จำกัดงบค่าใช้จ่ายเอาไว้ด้วย บอกให้เขียนบิลมาเก็บทีเดียวเอาน่ะครับ”
“โอเคงั้นก็จบไปเื่ แล้วมีเกมอะไรอีกล่ะ?” ฝ่ายคลูสพอเห็นเช่นนั้นก็ไม่ติดใจอะไรแล้วหันมาถามผมที่กำลังนวดต้นคอที่ถูกอีกฝ่ายเขย่าต่อ
“เอ่อ...ผมนึกไม่ออกแล้วแฮะ...”ผมตอบกลับไปตามตรงอีกครั้งเพราะนอกจากไอปิดตาตีลูกบอลที่บอกไปตอนแรกแล้วผมก็นึกไม่ออกแล้วว่าวันเกิดมันเล่นอะไรกันบ้าง
สำหรับคนที่ฉลองวันเกิดคนเดียวเป็ส่วนใหญ่ในโลกเดิมแบบผมแล้วนั้นที่ทำส่วนใหญ่มันก็มีแค่ออกไปดูหนังแล้วหาร้านอาหารดีๆกินคนเดียวก็เท่านั้นแหละแถมการจัดงานวันเกิดที่บ้านเมลฟอร์ดเอง ก็จัดกันแบบส่วนตัวด้วยยิ่งผมไม่มีเพื่อนแล้วนี่ยิ่งมีแต่คนในครอบครัวมาเข้าร่วมเลยไม่รู้ว่าถ้าจัดกับเพื่อนมันควรจะจัดแบบไหนกันแน่
“ฮ่วย...ดูท่าแกจะไม่มีหัวด้านพวกนี้จริงๆด้วยสินะ...”
“แฮะๆ...ต้องขอโทษทีนะครับ”หนุ่มแว่นบ่นอย่างปลงตกในขณะที่ผมเองก็ทำได้เพียงหัวเราะแห้งๆให้แค่นั้น
“เอาเหอะจะยืมไพ่อูโน่ชั้นไปก่อนไหมล่ะ?”
"ได้หรอครับ?"พอทางนั้นเสนอมาให้ผมก็รีบถามยืนยันทันทีเพราะว่าปกติแล้วคลูสจะหวงมันมากเลยทำให้พวกเราได้เล่นกันเพียงแค่ในหอสมุดเท่านั้นไม่มีโอกาสเล่นที่อื่นกันซักเท่าไหร่ เพราะเ้าตัวนั้นกลัวว่าไพ่มันจะหายหรือเสียหายเอา
"เราข้อค้านเื่นี้นะอย่าลืมสิว่าข้อตกลงเื่ของพวกนี้ที่พวกเราจะไม่เอาออกมาให้คนนอกเห็นน่ะเ้าเป็คนขอความร่วมมือเื่นี้เองนะคลูส ลืมไปแล้วรึ?" ด้านเฟอร์เอง พอเห็นว่าคลูสจะเอาไพ่อูโน่ให้คนนอกเล่นนั้น ก็รีบค้านออกมาจริงๆแล้วเื่นี้มันเป็เื่ที่พวกเราทั้งสามคนทำข้อตกลงร่วมกันเอาไว้ด้วยว่าจะพยายามไม่เอาอะไรที่เป็เทคโนโลยีหรือของจากอีกโลกมาให้คนภายนอกเห็นยกเว้นว่าจะสร้างเอง ทำให้ของหลายๆอย่างที่อยู่ในบ้านของคลูสนั้นไม่เคยถูกนำออกมายังภายนอกเลยซักครั้ง
“เออวุ๊ย...ชั้นก็ลืมไปเลยโทษทีละกันนะนาธาน” คลูสบอกพร้อมกับยกมือเชิงขอโทษ
“ไม่เป็ไรครับแต่เกมพวกนี้ เป็ไปได้ผมเองก็อยากจะให้มันเป็อะไรที่ใช้ของในโลกนี้ทำได้ด้วยน่ะครับ”ผมเองก็ไม่ได้ซีเรียสเื่นี้อยู่แล้วเลยไม่ได้คิดอะไรมากแต่ดูเหมือนว่าเฟอร์จะคิดอะไรบางอย่างอยู่นะเล่นทำหน้าครุ่นคิดเอามือจับคางแบบนั้น
“นาธานทำไมเ้าถึงไม่ใช้ของที่มีอยู่ที่ร้านของเ้าเลยล่ะ?”
“ยังไงล่ะครับนั่น?”
“ก็เ้าสามารถจัดกิจกรรมทำขนมแบบง่ายๆให้คนที่มาร่วมงานร่วมก็ได้ไม่ใช่รึ?แค่เลือกขนมที่มันทำได้ง่ายหน่อยให้พวกเขาได้ทำเพื่อสร้างบรรยากาศสนุกๆ พอ่รอขนมเสร็จเ้าก็ให้พวกหล่อนทำกิจกรรมอื่นรอไปก่อนยังไงเล่า?” เฟอร์เปรยออกมาเช่นนั้นเหมือนกับสมองของผมบรรลุธรรมแบบทันตาเห็นไอเดียต่างก็ผุดออกมาจากในหัวเป็สายน้ำเลยทีเดียว
“ดูท่านายจะได้ไอเดียอะไรดีๆแล้วแฮะงั้นชั้นเล่นเกมต่อ-”
ก๊อกๆ!
“ท่านดยุคขอรับใกล้ถึงอาณาเขตแล้วขอรับ”
“อ่าเราเข้าใจแล้ว...ก็อย่างที่ทหารของเราว่ามานั่นแหละ ดูท่าเ้าจะต้องเก็บเครื่องเกมแล้วล่ะนะคลูส”
“ชิ...”
“ฮ่ะๆ”
จะว่าไป ถ้าไม่ได้สองคนนี้ช่วยคิดละก็ผมคงคิดอะไรไม่ออกไปอีกนานแหง อืม...การทำงานสักงานนี่...สามหัวดีกว่าหัวเดียวจริงๆแหละครับ