หญิงสาวสองคนเดินทางออกจากเมืองอย่างเงียบเชียบก่อนพลบค่ำ คนหนึ่งสวมใส่ชุดสีดำดิ้นลายหางนกยูงสีขาว อีกคนหนึ่งสวมชุดสาวใช้สีเขียวพอดีตัว
หลังจากทำพันธสัญญากัน อ้ายเชียนก็ไม่พูดอะไรอีก นางตระเวนเหมาซื้อพับผ้าและเสื้อผ้าจำนวนมาก ลอบนำเข้าไปเก็บไว้ในโลกใบเล็กและออกจากเมืองมา
เดินทางจนถึง่รุ่งเช้า สองร่างจึงมาโผล่หน้ารังโจร มีหน่วยลาดตระเวนขนาดเล็กเดินขวักไขว่ ด้านหน้ามียามเฝ้าสองคน
พวกเขามองนายหญิงของตนอย่างมึนงง แม้จะมองผ่านหมอกก็จดจำได้ขึ้นใจ
“นายหญิงกลับมาแล้ว ยินดีต้อนรับนายหญิง” เสียงของยามดังขึ้น เสียงดังจากลานฝึกก็ดังเป็ทอดๆตอบสนองกัน
เมื่ออ้ายเชียนเดินเข้ามาในรังโจร ก็พบว่าเหล่ากองกำลังนั่งคุกเข่าหันมาทางทางเดิน รอให้นางเดินผ่านไป สาวใช้ยิ้มพอใจและรีบเดินตามเ้านายเข้าไป
เมื่อมาถึงหน้าบ้านที่คุ้นเคย อ้ายเชียนจึงสั่งสาวใช้
“แยกย้ายไปเข้ากลุ่มฝึกกับพวกเขา เ้าไปได้” ว่าแล้วก็สะบัดแขนเสื้อเดินเข้าบ้านพักไปเงียบๆไม่ได้สนใจคนรอบข้าง
นั่นเพราะนางยังต้องศึกษาวิชาอักขระอยู่ ซ้ำยังต้องตรวจทานว่าวิชาลับที่เรียนมาก่อนหน้านี้มีข้อผิดพลาดหรือไม่ อ้ายเชียนเชื่อใจของที่อยู่ในโลกใบเล็กมากกว่าตำราที่ได้มาจากถ้ำั
สาวใช้ยืนตัวสั่นด้วยความเจ็บใจอยู่หน้าบ้านแต่ก็ไม่กล้าขัด นางเดินปั้นจิ้มปั้นเจ๋อออกไปที่ลาน ก่อนจะเบิกตากว้างเมื่อเห็นการฝึกที่ดุเดือด
“เ้าเป็เด็กใหม่ใช่มั้ย มาเข้าแถวและเตรียมฝึกใน่เช้า!” เสียงของฮุยดังขึ้นอย่างเคร่งครัด เมื่อเห็นสาวใช้คนนั้นยังยืนงงเขาก็เดินเข้าไปหานาง
“ทำไม เ้าไม่อยากฝึก?” เขาเอียงหัวเล็กน้อยเมื่อถามนาง
สาวใช้มีอายุมากกว่าฮุย นางจึงเชิดคอขึ้นอย่างถือดี ก่อนจะพูด
“ข้าเป็สาวใช้ของนายหญิง เ้ากล้าบังคับข้าหรือ”
“ฮ่าๆๆ หากเ้าเป็สาวใช้จริงๆ นายหญิงคงเรียกเ้าแล้ว เบิกตาดูนั่น...นั่นคือพี่หานเป็บ่าวรับใช้เพียงคนเดียวของนายหญิง” ว่าแล้วเขาก็ชี้ไปที่หานคุนซึ่งอยู่ในหมู่กองกำลัง แต่เพราะใบหน้าหล่อเหลาจึงโดดเด่นอย่างมาก แตกต่างจากคนอื่น
สาวใช้หน้าแดงขึ้นมา เมื่อคิดว่าหากตนเองได้รับใช้นายหญิงให้ดี ต่อไปในอนาคตนายหญิงอาจยินดีมอบบ่าวรับใช้ผู้นั้นให้แต่งกับตนได้ นางจึงสะบัดหน้าหนีจากฮุยแล้วเดินไปร่วมกองทัพอย่างไม่ยินยอม
‘ปัญหาจริงๆ’ ฮุยส่ายหน้าน้อยๆอย่างไม่พอใจ เขารู้ดีว่า หากเป็สาวใช้ของนายหญิงนางจะต้องเอ่ยปากแนะนำ เช่นเดียวกับที่แนะนำพวกเขาต่อหน้ากองกำลัง คิดแล้วก็อดมองไปยังบ้านหลังเล็กที่อยู่ข้างลานฝึกไม่ได้
“เอาล่ะ ตั้งใจฝึกฝนต่อ นายหญิงกำลังเร่งผลิตโอสถเพื่อพัฒนาพร์ของพวกเ้า พวกเ้าก็อย่าได้ทำให้นายหญิงผิดหวัง”
เมื่อได้ยินฮุยเอ่ยบอก กองกำลังก็ขานรับเสียงดัง พวกเขาฝึกฝนต่อราวกับไม่เหน็ดเหนื่อย
อ้ายเชียนที่อยู่ในบ้าน กลับไม่ได้กำลังทำโอสถอย่างที่ฮุยบอก มือบางตวัดพู่กันคัดหนังสือครั้งแล้วครั้งเล่า เพื่อจะจดจำและจำแนกวิธีการออกมา
อ้ายเชียนไม่รู้ว่าเหตุใดจึงต้องคัดหนังสือ แต่สัญชาตญาณบอกให้นางทำเช่นนี้และนางเชื่อ เพราะความสามารถในการมองวาสนาของผู้หยั่งรู้ หากเชื่อในสัญชาตญาณไม่เคยมีครั้งไหนที่เกิดเื่ไม่ดี
ผ่านไปสองวันอ้ายเชียนก็จดจำตัวหนังสือได้ทุกตัว แต่ยังไม่เข้าใจหลักการสร้างอักขระอยู่ดี นางไม่เข้าใจวงจรของมัน และตั้งใจว่าจะลองเข้าไปดูตัวอย่างจากในหอเสบียง
คิดแล้วร่างของหญิงสาวก็หายไปจากตรงนั้น แน่นอนว่าหากไม่ได้ถูกเรียกก็ไม่มีใครสามารถเข้าไปในบ้านไม้ได้
ที่ด้านนอกบ้านไม้บนลานฝึก สาวใช้มองฮุยด้วยสายตาโกรธแค้น นางรอที่จะฟ้องนายหญิงว่าทาสคนนี้รังแกนาง แต่จนแล้วจนรอดนายหญิงก็ไม่เรียกนางเข้ารับใช้เสียที ไม่เพียงแต่นาง กระทั่งบ่าวรับใช้อีกคนนายหญิงก็ไม่เรียก ‘ไม่ใช่หญิงตาบอดนั่นตายไปแล้วหรอกนะ’ สาวรับใช้คิดอย่างอำมหิต
อ้ายเชียนไม่ได้สนใจสถานการณ์ด้านนอกเพราะนางไว้ใจฮุยและเหรินจิง เพราะคนส่วนมากยังฝึกฝนไม่ได้ ส่วนคนที่ฝึกฝนได้แล้วก็มีเพียงระดับหนึ่งเท่านั้น พวกเขาสู้คนทั้งสองไม่ได้แน่
และหากมีคนมาบุกรังโจรพวกเขาก็คงจะเรียกนางเอง ดังนั้นอ้ายเชียนจึงไม่ได้สนใจด้านนอกนัก
เมื่อเข้ามาด้านในโลกใบเล็กแล้ว นางก็เดินทางไปที่หอเสบียงแต่ก็ไม่ได้อะไร จากอักขระที่ลงไว้ในหอเสบียง จึงต้องตัดใจและไปที่หอสมุนไพร
ที่หอสมุนไพรจะมีห้องหลอมโอสถให้สมาชิกได้เช่า อ้ายเชียนนั้นไม่จำเป็ต้องเช่าพราะนางเป็เ้าของทุกสิ่งอยู่แล้ว
นางเดินเข้าไปในห้องหลอมโอสถและนำสมุนไพรแห้งทั้งหมดที่เตรียมเอาไว้ออกมา จากนั้นก็เริ่มต้ม ‘น้ำยาปรับพื้นฐาน’ และ ‘น้ำยาพลังปราณ’
อ้ายเชียนใช้เวลาสามวันเพื่อหลอมโอสถจากสมุนไพรแห้งที่มี และได้รับน้ำยาปรับพื้นฐานมาหนึ่งพันขวด ส่วนน้ำยาพลังปราณได้มากถึงสองพันขวด
การปรุงน้ำยาทั้งสองนั้นแทบไม่ต้องใช้กำลังเลย แต่ที่ใช้เวลานานก็เพราะจำนวน อ้ายเชียนเก็บน้ำยาเหล่านี้ไว้ในหอสมุนไพรเพราะมันมีตู้ที่ใช้เก็บโอสถโดยเฉพาะ ทำให้โอสถไม่เสื่อมสภาพ และนำออกไปด้วยเท่ากับจำนวนกองกำลังเท่านั้น
เมื่อออกมาด้านนอก เป็เช้าของวันที่ห้านับจากนางเงียบหายไปในบ้านไม้ อ้หญิงสาวได้ยินเสียงการฝึกฝนดุเดือดจากด้านนอก
ตำราฝึกฝนที่ให้ไว้เป็เพียงแนวทาง ฮุยจะเป็คนคิดว่า ณ ตอนนั้นควรฝึกกองกำลังด้วยการฝึกใด
อ้ายเชียนเดินออกไป และขึ้นไปนั่งบนเวทีเงียบๆ
เฮือก … เมื่อเห็นเ้านายปรากฎตัวขึ้นอย่างลึกลับ เหล่ากองกำลังล้วนตัวสั่นด้วยความหวาดเกรง ตั้งใจฝึกฝนอย่างหนักหน่วงมากขึ้น พวกเขานึกอิจฉาหน่วยลาดตระเวนที่ออกลาดตระเวนในตอนนี้
อ้ายเชียนไม่ได้พูดอะไร เพียงรอให้พวกเขาฝึกฝนเสร็จสิ้น ฮุยนั้นพอจะรู้นิสัยของเ้านายเขาย่อมไม่ขัดการฝึกหากไม่อยากถูกลงโทษ และโทษของเขาก็ไม่ใช่โทษสถานเบาเหมือนคนอื่นๆแน่นอน
“แปรขบวน แบ่งข้าง โจมตี” เสียงเข้มเอ่ยสั่ง กองกำลังก็แยกกลุ่มออกทันที และหายเข้าไปในรังโจร
“อืม...ฝึกลอบโจมตีเป็กลุ่มแล้วรึ” อ้ายเชียนเอ่ยขึ้นอย่างแปลกใจ ฮุยเดินเข้าไปยืนรายงานนางเสียงเบา
“กองกำลังมีความมุ่งมั่นที่จะแข็งแกร่งขึ้นอย่างมากขอรับ ดังนั้นข้าจึงเริ่มฝึกลอบโจมตีั้แ่เมื่อวาน”
“ดี...เรียกหานคุนมาปรนนิบัติข้า” อ้ายเชียนพูดเสียงเบา ก่อนจะนั่งท้าวคางรออย่างใจเย็น
อ๊าก… เสียงร้องอย่างเ็ปดังขึ้นอย่างต่อเนื่องรอบด้าน แต่ก็เป็ส่วนน้อยอย่างมาก ส่วนใหญ่ล้วนอดกลั้นเอาไว้
ไม่นานผู้ที่พ่ายแพ้ก็กลับมาในลาน พวกเขาก้มหน้าอย่างละอายเมื่อเห็นอ้ายเชียนยังคงอยู่บนเวที ส่วนกลุ่มสุดท้ายที่เข้ามาก็คือกลุ่มของหานคุน ซึ่งถูกมองด้วยความริษยา
“พวกเขาชนะอีกแล้ว ถ้าไม่มีท่านหาน...พวกเขาก็ไม่สามารถชนะได้ นายหญิงกลับมาแล้ว ท่านหานก็ต้องไปรับใช้นายหญิง พวกเขาไม่มีสิทธิ์ชนะอีกในครั้งต่อไป”
เสียงของกลุ่มอื่นๆดังขึ้นราวๆเดียวกันนี้ อ้ายเชียนกระตุกยิ้มพึงพอใจ ดูเหมือนหานคุนจะไม่ธรรมดาจริงๆ
“ท่านหาน นายหญิงเรียก” เสียงเรียกของฮุยทำให้คนอื่นลอบถอนหายใจ หากพวกเขาหน้าตาดีเท่าท่านหานไม่แน่อาจได้รับใช้นายหญิงบ้าง
“รอบนี้ผู้ชนะคือกลุ่มที่สิบ กลุ่มอื่นจะโดนลงโทษออกล่าในระยะ1ลี้ ปฏิบัติ”
“รับทราบ” จบคำตอบรับทุกกลุ่มก็พุ่งเข้าไปในป่าทันที ขณะเดียวกันสาวใช้ที่กลับมาพร้อมกับอ้ายเชียนก็ลอบจ้องมองไปยังนายหญิงอย่างอัดอั้นตันใจ ‘ทำไมนางหญิงถึงไม่เรียกข้า’
นางไม่ได้คิดเลยว่า อ้ายเชียนบอกแล้วว่าไม่้าสาวใช้ หากไม่ใช่เพราะหานคุนาเ็นางก็จะพกหานคุนไปด้วยและไม่ต้องซื้อสาวใช้
“นายหญิง ท่านกลับมาแล้ว” หานคุนเอ่ยพร้อมรอยยิ้มอ่อน แตกต่างจากเวลาอยู่กับคนอื่น เขามีเพียงความเ็าให้เท่านั้น
“ปรนนิบัติข้า” อ้ายเชียนไม่พูดพร่ำ โบกมือให้เขาไปหาน้ำชา หาขนมนมเนยมาปรนนิบัติตน ในมือสะบัดครั้งเดียวก็ปรากฎตำราที่นางหยิบติดมือมาจากในหอสมุนไพร
เมื่อหานคุนกลับมาก็เห็นนายหญิงกำลังอ่านตำราอยู่ก่อนแล้ว แววตาเขามีร่องรอยความประหลาดใจ แต่ก็หายไปอย่างรวดเร็ว เพราะกระทั่งเขียนหนังสือเขาก็เคยเห็นนางทำมาก่อน
แต่เพราะหญิงสาวมีผ้าขาวปิดตา ทำให้ทุกคนที่อยู่ในลานรู้สึกทึ่งที่นางสามารถอ่านตำราได้ กระทั่งหานคุนรีบไปหาโต๊ะขนาดพอดี พร้อมเครื่องเขียนมา ทุกคนก็ยิ่งประหลาดใจ
และที่ทำให้ใยิ่งขึ้น คืออ้ายเชียนลุกขึ้นนั่งดีดี จากนั้นก็เริ่มแก้ไข-เพิ่มเติมเนื้อหาในตำรา มือนางเขียนหนังสืออย่างคล่องแคล่ว ทำให้บรรยากาศโดยรอบเงียบเชียบ กระทั่งเมื่อพวกเขาได้สติก็รีบหันไปกระซิบกัน
“นายหญิงเราไม่ได้ตาบอดหรอกหรือ?” นี่คือคำถามที่พวกเขากระซิบกระซาบคุยกัน แต่ก็ไม่มีใครตอบคำถามได้ บางคนแอบนำผ้าขึ้นมาผูกตา ก่อนจะส่ายหน้าเพราะพวกเขาไม่สามารถมองผ่านผ้าไปได้แน่นอน
“หานคุนฝนหมึก” อ้ายเชียนเอ่ยขึ้น ทำให้บริเวณโดยรอบเงียบลงอีกครั้ง เหล่ากองกำลังลอบมองฮุยที่ยืนนิ่งไม่สนใจอะไร ไม่มีความรู้สึกใดใด พวกเขาก็เลยต้องทำเป็ไม่สนใจไปด้วย
ไม่นานกลุ่มกองกำลังก็กลับมาพร้อมกับแบกผ้าบนหลังของพวกเขา อ้ายเชียนชะงักเงยหน้าขึ้นมองเล็กน้อย ก่อนจะยิ้มพอใจแล้วก้มลงเขียนหนังสือต่อ
เหล่ากองกำลังเมื่อเห็นภาพดังนั้นก็ชะงักค้างไปตามๆกัน พวกเขาขยี้ตามองก็แล้ว ยังคงเห็นเหมือนเดิม สุดท้ายภาพเดิมก็ปรากฎขึ้น
เหล่ากองกำลังผู้ที่เพิ่งกลับมากระซิบกระซาบกัน ก่อนจะลองนำผ้าขึ้นมาปิดตา สุดท้ายก็ทอดถอนใจว่าพวกเขาเทียบไม่ได้กับนายหญิงแม้แต่น้อย
ในกลุ่มคนเ่าั้ สาวใช้ที่อ้ายเชียนพากลับมามองไปที่หานคุนด้วยสายตารักใคร่ พร้อมกันนั้นก็อิจฉาเขาอยู่ในใจที่นายหญิงเรียกเขาไปรับใช้
‘สักวันนายหญิงก็ต้องเรียกข้าเหมือนกัน อย่างน้อยก็ต้องเรียกหาน้ำล้างหน้าจากข้า’ น่าเสียดายที่อีกไม่นานสาวใช้จะรู้ว่า อ้ายเชียนไม่ได้คิดจะเรียกหานางแม้แต่น้อย