บทที่ 27 จ้องเขม็ง
ซ่าซ่า...
สายฝนเทกระหน่ำ
จ้าวคงเฉิงยืนถือดาบตรง เสื้อคลุมสีแดงเข้มเปียกโชก ร่างกายเปรอะเปื้อนด้วยเืจนดูย่ำแย่
ทว่าดวงตาคู่นั้นกลับเจิดจ้าราวกับดวงดาว!
นี่… นี่คือผนึกต้องห้ามสินะ
เยี่ยม!
ช่างยอดเยี่ยมจริง ๆ!
ฝั่งตรงข้าม าาหน้ากากปีศาจมองแขนขวาที่ว่างเปล่าของตัวเองอย่างตกตะลึง ใบหน้าปีศาจสีซีดนั้นบิดเบี้ยวด้วยความใ
มันไม่เข้าใจว่า ทำไมหนูตัวน้อยที่มันเพิ่งทรมานอย่างหนัก ถึงปลดปล่อยพลังที่แข็งแกร่งเช่นนี้ออกมาได้ในพริบตา
ทว่าสติปัญญาของมันไม่เพียงพอ และ… มันก็ไม่มีเวลาคิดแล้ว
จ้าวคงเฉิงเคลื่อนไหว
ภายใต้ฤทธิ์ยาเพรียกหาิญญา ร่างกายลืมเลือนาแทั้งหมด กลับคืนสู่สภาพที่ดีที่สุด เขากลายเป็เหมือนลูกธนูที่พุ่งออกจากคันศร พุ่งตรงไปที่าาหน้ากากปีศาจ!
กร๊าซ!!
าาหน้ากากปีศาจตาแดงก่ำ การสูญเสียแขนขวาทำให้มันตกอยู่ในสภาวะคลุ้มคลั่ง!
กล้ามเนื้อทั่วร่างของมันปูดโปนขึ้น ร่างกายขยายใหญ่ขึ้นอีกหนึ่งรอบ ขาทั้งสองข้างงอตัวลง ร่างกายอันใหญ่โตกระโจนขึ้นทันใด จนน้ำสาดกระเซ็นเป็วงกว้าง
กลางอากาศ เงาของทั้งสองปะทะกันอย่างรวดเร็ว!
เปรี้ยง! เปรี้ยง! เปรี้ยง!!
การเคลื่อนไหวของทั้งคู่เร็วมากจนมองแทบไม่ทัน จันทร์เสี้ยวสีดำจากคมดาบกระจายออกมา ทิ้งร่องรอยคมดาบอันน่าสะพรึงไว้บนพื้นโดยรอบ!
เดิมทีดาบของจ้าวคงเฉิงไม่อาจทะลวงการป้องกันของาาหน้ากากปีศาจได้เลย ไม่ว่าจะเป็พละกำลังหรือความเร็ว ก็ด้อยกว่าอย่างเห็นได้ชัด นี่คือสาเหตุหลักที่ทำให้เขาถูกโจมตีจนย่ำแย่เช่นนี้
แต่ตอนนี้มี [จันทราดับสูญ] พลังโจมตีของจ้าวคงเฉิงจึงไปถึงระดับที่น่ากลัว แต่ละกระบวนท่าดาบล้วนทิ้งรอยแผลลึกไว้บนร่างของาาหน้ากากปีศาจ!
แม้ว่าในแง่ของพละกำลังและความเร็ว จ้าวคงเฉิงยังคงไม่สามารถเทียบกับาาหน้ากากปีศาจได้ แต่เมื่อเขาชดเชยข้อบกพร่องด้านพลังโจมตีแล้ว ส่วนข้อบกพร่องอื่น ๆ ก็สามารถอาศัยประสบการณ์เติมเต็มได้
ต่อให้พื้นฐานร่างกายของตนจะด้อยกว่าาาหน้ากากปีศาจมากเพียงใด แต่เขาก็ยังสามารถเอาชนะมันได้!
ข้อเท็จจริงได้พิสูจน์แล้วว่าจ้าวคงเฉิงไม่ได้โกหก
เมื่อเขามีผนึกต้องห้าม เขาก็สามารถสังหาราาหน้ากากปีศาจได้เป็พันครั้ง!
หากให้เขามีเวลามากพอ การสังหาราาหน้ากากปีศาจเพียงลำพังก็เป็แค่เื่ของเวลาเท่านั้น... แต่ประเด็นสำคัญคือ เขาไม่มีเวลามากขนาดนั้น
ถึงแม้ว่าการใช้เพรียกหาิญญาจะปลดปล่อยศักยภาพทั้งหมดของบุคคลได้ ทว่าระยะเวลาที่คงอยู่กลับไม่นานนัก นับั้แ่จ้าวคงเฉิงปลดผนึกต้องห้ามจนถึงตอนนี้ก็ผ่านไปราวสิบวินาที เวลาของเขาจึงเหลือน้อยเต็มที
จ้าวคงเฉิงที่กำลังต่อสู้กับาาหน้ากากปีศาจอย่างดุเดือด สามารถล่วงรู้ได้อย่างชัดเจนว่าพลังของตนกำลังลดลง ความเ็ปที่ถูกซ่อนไว้ค่อย ๆ กลับคืนมา...
แม้แต่จันทร์เสี้ยวสีดำที่ฟาดฟันออกมาก็เล็กลงเรื่อย ๆ!
าาหน้ากากปีศาจเหมือนจะััได้ถึงการเปลี่ยนแปลงสภาพของเขา จึงไม่ลังเลที่จะเผาผลาญแก่นแท้ของมันอย่างบ้าคลั่ง ปลดปล่อยการโจมตีที่รุนแรงยิ่งขึ้น!
หลังจากปะทะกันอีกหลายรอบ าาหน้ากากปีศาจก็ฉวยโอกาส ชกเข้าที่หน้าอกของจ้าวคงเฉิงเต็มแรง!
เปรี้ยง——!
เสียงทุ้มดังก้องกลางอากาศ จ้าวคงเฉิงราวกับว่าวที่ขาดหลุดลุ่ย ร่วงลงสู่พื้นดินอย่างน่าสมเพช!
“ซี๊ด… ทำไมมันเจ็บชะมัด…”
ความปวดร้าวดุจคลื่นั์ที่ซัดกระหน่ำเข้าใส่ทุกเส้นประสาทของจ้าวคงเฉิง เขากัดฟันแน่น ดวงตาทั้งสองข้างเต็มไปด้วยเส้นเื
เขาค่อย ๆ ลุกขึ้นจากโคลนตมพลางกระอักเื...
เขาจ้องเขม็งไปยังาาหน้ากากปีศาจ เปลวไฟที่ลุกโชนในดวงตายังไม่มอดดับ
เขายังหายใจได้ ผนึกต้องห้ามของเขายังอยู่ เขายังสู้ต่อได้!
าาหน้ากากปีศาจยังไม่ตาย...
เขายังล้มลงไม่ได้!
เขาใช้ดาบค้ำพื้น ลุกขึ้นโซเซ ทันใดนั้น เหตุการณ์ผิดปกติพลันบังเกิด!
เปรี้ยง——!!
เสียงดังสนั่นดังมาจากด้านหลังของจ้าวคงเฉิง ท้องฟ้าเหนือศีรษะสั่นะเื เผยให้เห็นรอยแตกร้าว...
นี่มัน...
จ้าวคงเฉิงมองท้องฟ้าอย่างตกตะลึง ราวกับนึกอะไรบางอย่างออก รีบหันหลังกลับไปทันที!
ไม่ไกลจากด้านหลังของเขา ผืนผ้าใบที่มองไม่เห็นซึ่งปกคลุมท้องฟ้าอยู่ได้แยกออก...
ในรอยแยกที่ขาดวิ่นนั้น มีเด็กหนุ่มดวงตาสีทองกำลังเยื้อย่างเข้ามา
จ้าวคงเฉิงอ้าปากค้าง ทำสีหน้าเหมือนเห็นผี!
“นาย นาย นาย... เข้ามาได้ยังไง?!”
หลินชีเยี่ยปัดผมที่เปียกโชกด้วยน้ำฝน ดวงตาทั้งสองเหมือนเตาหลอมที่ลุกโชน ร้อนแรงและศักดิ์สิทธิ์ เขาถอนหายใจอย่างจนปัญญา
“ต้องยอมรับว่า [น่านฟ้าไร้แดน] นี่แข็งแกร่งจริง ๆ แต่โชคดีที่ผมมีดวงตาคู่นี้ จนหาจุดที่อ่อนแอที่สุดของมันได้ และโชคดีที่…”
“ตอนนี้เป็ยามราตรี”
จ้าวคงเฉิงเข้าใจเพียงประโยคแรก แต่มันก็ยังไม่สามารถไขข้อสงสัยในใจของเขาได้
“นายเพิ่งเข้าสู่ขั้นจั่นไม่ใช่เหรอ? แล้วทำไมถึงมีแข็งแกร่งขนาดนี้ได้? ไม่สิ... นายไม่มีอาวุธ แล้วทำลาย [น่านฟ้าไร้แดน] ได้ยังไง?”
“พูดออกไปคุณอาจจะไม่เชื่อ” หลินชีเยี่ยเอ่ยอย่างใจเย็น “ผมแค่จ้องมัน แล้วมันก็เปิดออกเอง”
จ้าวคงเฉิง “...”
หลินชีเยี่ยไม่ได้โกหก ด้วยพลังของรัตติกาล เขารู้สึกได้ว่าดวงตาของตนได้รับการเสริมพลังขึ้นอย่างมาก ถึงแม้จะไม่มากถึงห้าเท่า แต่ก็มากถึงสองเท่า
ก่อนที่จะได้รับ [นักร่ายรำยามราตรี] เขาสามารถใช้พลังศักดิ์สิทธิ์ของทูต์เซราฟสังหารหน้ากากปีศาจได้เพียงลำพัง หลังจากได้รับการเสริมพลังจากรัตติกาลแล้ว เขาก็สามารถใช้พลังศักดิ์สิทธิ์ทำลาย [น่านฟ้าไร้แดน] ได้เช่นกัน
เพียงแต่การทำเช่นนั้นต้องใช้พลังจิตอย่างมาก เพียงแค่จ้องมองเท่านั้น ก็เกือบจะทำให้พลังจิตหมดลง
หลินชีเยี่ยมองาาหน้ากากปีศาจที่าเ็สาหัส แล้วมองรอยดาบบนพื้น สายตาที่มองไปยังจ้าวคงเฉิงนั้นแปลกประหลาดขึ้นมาทันใด “คุณบอกว่าไม่มีผนึกต้องห้ามนี่นา? นี่มนุษย์ธรรมดาทำได้เหรอ?”
จ้าวคงเฉิงคร้านที่จะอธิบาย เพราะ… เวลาของเขาเหลือน้อยเต็มที
“อย่าพูดมาก หลบไปข้างหลังเดี๋ยวนี้”
“ผมช่วยคุณต่อสู้ได้นะ”
“ฉันรู้ นายถอยไปข้างหลังก่อน” จ้าวคงเฉิงผินหน้ามองเขา “อีกแค่ครั้งเดียว ฉันจะฟันดาบอีกครั้ง พอฟันครั้งนี้เสร็จนายค่อยมาช่วยฉันก็ยังไม่สาย”
“ครับ” หลินชีเยี่ยหลบไปด้านข้าง
จ้าวคงเฉิงสูดหายใจเข้าลึก ๆ กำด้ามดาบแน่น สายตาจ้องไปที่าาหน้ากากปีศาจที่อยู่ไม่ไกล
“เ้าหนู”
“หืม?”
“ดูการโจมตีครั้งนี้ให้ดี ๆ ล่ะ”
“ทำไมเหรอ?”
“การโจมตีครั้งนี้... มันจะเท่มาก”
...
ก่อนที่หลินชีเยี่ยจะแสดงท่าทีรังเกียจ เท้าทั้งสองข้างของจ้าวคงเฉิงก็กระโจนออกไปอย่างว่องไว พุ่งเข้าโจมตีาาหน้ากากปีศาจด้วยความเร็วที่น่าทึ่ง!
าาหน้ากากปีศาจเห็นแล้วว่าชายตรงหน้าอยู่ในสภาพที่สิ้นหวัง จึงไม่เลือกที่จะเผชิญหน้าโดยตรง มันยืนอยู่กับที่อย่างระมัดระวัง พร้อมที่จะป้องกันการโจมตีของเขาได้ทุกเมื่อ
ประกายในดวงตาของจ้าวคงเฉิงลุกโชติ่ดั่งคบเพลิง ทวีคูณความเจิดจ้าขึ้นเรื่อย ๆ
เขาพุ่งทะลุม่านฝนเข้าหาาาหน้ากากปีศาจ
ไม่มีท่าทางที่สง่างดงาม
ยกดาบขึ้น
ฟาดฟัน
จันทร์เสี้ยวอันใหญ่โตอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ตัดผ่านผืนราตรีด้วยความเร็วที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า ตัดหยาดฝนทุกหยดที่ขวางทางออกเป็สองส่วน
การโจมตีครั้งนี้รวดเร็วมาก เร็วจนแม้แต่าาหน้ากากปีศาจที่แข็งแกร่งก็ไม่อาจหลบหลีกได้โดยง่าย
ถึงแม้มันจะอยากหลบ ในสภาพปัจจุบันของมันคงทำไม่ได้
ดังนั้น
จันทร์เสี้ยวสีดำพุ่งผ่านผืนฟ้ายามรัตติกาล
แ่เบา
ตัดผ่านศีรษะที่มีใบหน้าซีดขาวน่าขนลุก