เหตุการณ์ตรงหน้าถูกคำสั่งราวประกาศิตของเ้าตำหนักเทพยุทธ์ยับยั้งคลี่คลาย การทดสอบเข้าสำนักยังคงดำเนินต่อไป ยามนี้ ฮ่าวเทียนต่อแถวรอลงทะเบียนเข้าสู่ชั้นเรียนฝึกหัดตำหนักนอก ท่ามกลางสายตาดูิ่เหยียดหยาม...
“ ฮ่าวเทียน เ้ามีผู้ปกครองมาด้วยรึไม่ ผู้เยาว์เช่นเ้าไม่อาจตัดสินใจอันใดเองได้ ” เด็กหนุ่มตอบกลับ
“ เรียนผู้าุโ ผู้เยาว์ไม่มีครอบครัวหลงเหลืออยู่แล้ว เพียงตัวคนเดียวเท่านั้น ” สิ้นเสียงเด็กหนุ่ม กลับมีร่างเงาหนึ่งค่อยๆปรากฏขึ้น พร้อมหญิงสาวอีกคนที่ติดตาม ค่อยๆมุ่งตรงมาทางมันพร้อมกล่าว
“ เด็กโง่ ต่อไปห้ามเรียกผู้ใดว่าาุโอีก บัดนี้เ้าเป็ศิษย์ของสำนักศึกษาแห่งนี้แล้ว าุโทุกท่านที่เ้าพบเจอล้วนเป็อาจารย์แขนงหนึ่งทั้งสิ้น ” ฮ่าวเทียนมองกลับไปยังสุ้มเสียงนั้น พบเจอหญิงสาวในชุดอาภรณ์สีน้ำทะเลหรูหรา ดูไปแล้วแม้หน้าตาสวยงามกลับแฝงด้วยรัศมีกดดันนัก เด็กหนุ่มมองไปด้านหลังหญิงสาว กลับพบมู่ชิงเสวียนก้มหน้าก้มตาติดตามมา
“ ศิษย์ฮ่าวเทียนมีตาหามีแววไม่ ไม่อาจใช้ออกด้วยมารยาทอย่างถูกต้อง ขอพวกท่านโปรดอภัย ” สิ้นเสียงเด็กหนุ่ม
“ หึ ชิงเสวียน ศิษย์น้องของเ้าเพิ่งเข้าสำนัก ไม่อาจเข้าใจกฏระเบียบใดโดยง่าย ข้าสั่งให้เ้าเป็พี่เลี้ยงแก่ฮ่าวเทียนเป็เวลา 3 วัน จากนั้นให้กลับเข้าฝึกฝนในตำหนักตามเดิม ” ชิงเสวียนเผยสีหน้าดีใจออกมาเล็กน้อย
“ ชิงเสวียนจะปฏิบัติตามเ้าตำหนักอย่างเคร่งครัด ขอท่านโปรดวางใจ ”
หลังเ้าตำหนักวิหควารีจากไป มู่ชิงเสวียนจึงพาศิษย์น้องของนางไปยังที่อื่น
“ ฮ่าวน้อย ที่นี่ เ้าไม่ต้องจับจ่ายใช้สอยด้วยเงินตราใด ล้วนมีราชวงศ์หนุนนำทั้งสิ้น ทั้งยังได้รับเงินเดือนระหว่างศึกษาตามลำดับอีกด้วย ...ฮ่าวน้อย จ้องหน้าพี่ขนาดนี้ เ้าอยากถามอะไรก็ถามมาเถอะ ” ฮ่าวเทียนจ้องมองพี่หญิงมันด้วยความสำนึกผิดอยู่ในใจก่อนกล่าวออกไป
“ ศิษย์พี่หญิง ข้า...ทำผิดต่อท่าน ทำให้ท่านโดนลงโทษ ข้าทั้งไม่ได้ตอบแทนท่าน และยังทำให้ท่านเดือดร้อน ข้า... ” เห็นหน้าเด็กหนุ่มแล้วนางยิ้มเยาะด้วยความขบขัน
“ ฮ่าวน้อยเ้าคิดมากไปแล้ว หลังเกิดเื่ท่านเ้าตำหนักรุดมาหาพี่ที่ถูกกักบริเวณ ทั้งยังไต่ถามถึงเ้าใหญ่โต ก่อนจะไม่เอาความพี่ ทั้งยังพาพี่มาพบเ้า เห็นได้ชัดว่ามีผู้มีอิทธิพลหนุนหลังเ้า เ้าไม่ต้องกลัวอันใดอีก ทั้งไม่ต้องห่วงพี่ด้วย ” เด็กหนุ่มได้ฟังดังนั้นค่อยคลายใจลงบ้าง
“ พี่ชิงเสวียนเป็ดังนางฟ้ามาโปรดข้า แม้เพิ่งพบเจอ ข้าติดค้างท่านมากมายนัก ชาตินี้ไม่อาจชดใช้ หากวันใดข้ามีกำลังพอ สัญญาจะตอบแทนพี่ไม่บ่ายเบี่ยง ” ชิงเสวียนยิ้มอย่างพึงใจก่อนจะกล่าว
“ เอาเถอะๆ เ้าว่าอย่างไรก็ตามนั้น แต่ตอนนี้คงหิวแล้ว เรารีบกินรีบไป พี่มีเวลาสอนทุกสิ่งเ้าสามวันเท่านั้น ”
จากนั้นนางจึงค่อยๆสอนกฏระเบียบต่างๆแก่ฮ่าวเทียน สำนักศึกษาแห่งนี้แบ่งนอกแบ่งในหลายชั้น ศิษย์ภายนอกและภายในถูกแบ่งชนชั้นอย่างชัดเจนตามพลังฝีมือและผลสอบ ทั้งตำหนักภายนอกและภายใน แบ่งเป็ชั้นเรียนสามระดับ คือชั้นเรียนฝึกหัด ชั้นเรียนยอดยุทธ์ และชั้นเรียนอัจฉริยะ เพียงแต่ตำหนักภายในไม่ได้เข้าโดยง่าย ครอบคลุมขุมอำนาจมากมาย วิชายุทธ์ชั้นสูงแต่ละแขนงต่างถูกแยกไปในหลายตำหนักย่อย ทั้งยังสามารถสอบเข้าเป็ศิษย์หกสำนักใหญ่แห่งทวีปได้ ...ฮ่าวเทียนยิ่งฟังยิ่งสับสนลนลาน ช่างวุ่นวายดีแท้
“ ศิษย์พี่หญิง แล้วกฏเกณฑ์ทั้งหลายนี้ถูกควบคุมด้วยสิ่งใด ท่านเพิ่งกล่าวว่าเงินทองไร้ค่าที่นี่ ” ชิงเสวียนมองดูศิษย์น้องของนางด้วยความชื่นชม
“ ข้าแทบไม่อยากเชื่อสายตาว่าเ้าเป็เด็กอายุ 12 ฮ่าวน้อยเ้าชาญฉลาดนัก ที่สำนักแห่งนี้มีสองสิ่งยิ่งใหญ่ที่สุด หนึ่งคือ ลำดับเทพยุทธ์ สองคือ คะแนนหมื่นเมฆา ” เด็กหนุ่มงุนงงอีกครั้ง
“ พี่หญิงท่านกล่าวเื่น่าปวดหัวอีกแล้ว ฝึกวิชาก็คือฝึกวิชา ใยต้องวุ่นวายปานนี้...”
“ เด็กโง่ เ้ายังเด็กไม่อาจเข้าใจถึงคำว่า พลังอำนาจ ได้ดีนัก มีมันเ้ากระทำได้ทุกสิ่ง ในบรรดาตำหนักภายในมากมาย ตำหนักเทพยุทธ์ คือตำหนักที่ยิ่งใหญ่ที่สุด มีเพียงนักเรียน 150 ลำดับแรกที่เก่งกาจที่สุดในสำนัก จึงเข้าร่วมได้ ไม่เพียงเท่านั้น ศิษย์ตำหนักเทพยุทธ์สามารถใช้ทุกสิ่งในสำนักได้ ไม่ว่าเป็อาวุธ ยาวิเศษอันใด สมุนไพร ของวิเศษ ได้รับการสนับสนุนเต็มที่จากราชวงศ์ เพื่อวันนึงจะต้องกลายเป็ระดับเทพยุทธ์คนใหม่! ศิษย์ตำหนักนี้ ล้วนถูกตั้งความหวังสูงนัก...” ฮ่าวเทียนยิ่งฟังยิ่งติ่นตะลึงกับสำนักศึกษาแห่งนี้ สมแล้วที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในทวีปหมื่นเมฆา...
“ ที่แท้เป็เช่นนี้ แล้ว คะแนนหมื่นเมฆาเล่า ? ” ชิงเสวียนตอบคำศิษย์น้องอย่างช่ำชอง
“ คะแนนหมื่นเมฆาคือคะแนนการศึกษานั่นเอง มีหลากหลายวิธีจะเพิ่มและลดคะแนนนี้ เ้าจะรู้เองในอนาคต นอกจากนี้เ้ายังใช้คะแนนนี้แลกเปลี่ยนสิ่งของวิเศษต่างๆในสำนัก ตอนนี้เ้ามี 1000 คะแนนหมื่นเมฆา เพียงแต่ไม่อาจมอบให้ผู้ใดได้โดยง่าย หากเ้าทำการอันใดให้คะแนนต้องหมดสิ้น เ้าจะถูกขับออกจากสำนักทันที...”
“ หากศิษย์น้องของท่านผู้นี้้าเข้าสู่ตำหนักเทพยุทธ์เล่า ? ” ชิงเสวียนพยายามกลั้นหัวเราะจากคำฮ่าวเทียนพลันกล่าว
“ คะแนนหมื่นเมฆาของเ้าต้องเป็ลำดับที่ 200-151 จากศิษย์ร่วมห้าพันของสำนัก จึงมีสิทธิ์ประลองกับ 1 ใน 150 คนของตำหนักเทพยุทธ์เพื่อ่ชิงลำดับ เพียงแต่การประลองต้องเป็ไปตามธรรมเนียมเท่านั้น มิอาจกุเื่ขึ้นเองได้ พี่หญิงจะไม่หัวเราะเยาะเ้า เป็ชายชาติบุรุษมีเป้าหมายสูงส่งย่อมเป็เื่ดี เ้าพักผ่อนเถอะ พรุ่งนี้พี่จะพาเ้าไปหอตำรา อีกสองวันเ้าต้องเข้าชั้นเรียนแล้ว จากนั้นพี่ไม่อาจอยู่ข้างกายเ้าอีก ” ได้ฟังคำนี้ฮ่าวเทียนถึงกับทอดถอนใจ ยามนี้มันมีเพียงนางเท่านั้นที่ใกล้ชิดสนิทสนม หากจากนี้ไปต้องยืนด้วยลำแข้งตนเอง ...
“ เอ้ะ ประเดี๋ยวนะ! ที่เวทีประลอง ข้าไม่น่าฟังผิด ศิษย์พี่หญิงนางอยู่ลำดับ 114 นี่...อายุนางไม่น่าเกิน 20 ปี....ดูท่า การไปถึงที่เดียวกับนางข้าต้องบากบั่นราวปีนขึ้น์แล้ว....”
เช้าวันต่อมาฮ่าวเทียนรอพี่หญิงของมันอยู่ด้านหน้าหอตำรา ไม่นานก็พบเจอกัน
“ ศิษย์พี่หญิง ข้าไม่อาจนอนหลับได้เลย แค่คิดถึงเื่ราวมากมายก็ปวดหัวแล้ว ” ชิงเสวียนเห็นหน้าตาอดหลับอดนอนของฮ่าวเทียนจึงค่อยทำหน้าตาพอใจ
“ เช่นนี้สิค่อยสมเป็เด็กอายุ 12 ปี พี่เห็นเ้าทำตัวราวผู้าุโมานานยังนึกใจว่าเ้าที่แท้ปลอมตัวมารึไม่ ฮิฮิ ” ฮ่าวเทียนกำลังจะเอ่ยปากพูดตอบพี่หญิงมัน ทว่ากลับหยุดชะงัก ด้วยกำลังเห็นชิงเสวียนยิ้มหัวเราะบางเบา ใบหน้างดงามราวนางฟ้าเทวดาทั้งยังสัดส่วนได้รูปของนาง ทำให้ใจมันเต้นตึกตักอยู่เนิ่นนาน หน้าแดงก่ำไม่รู้ตัว เป็ธรรมดาของเด็กอายุเท่านี้ที่กำลังเขินอาย... ชิงเสวียนเห็นเด็กหนุ่มกำลังเหม่อลอยหน้าแดงจึงกลั่นแกล้ง
“ ดูเ้าเด็กคนนี้สิ แก่แดดแก่ลม ใช่คิดหมายปองพี่หญิงเป็ภรรยาแล้วรึไม่ ฮิฮิ ” ฮ่าวเทียนห้วงอารมณ์ตอนนี้เหมือนลูกโป่งลอยลมโดนเจาะรู มันรีบเดินดิ่งไปที่หอตำราไม่พูดไม่จา ทำให้ชิงเสวียนยิ่งขบขันนัก
“ อาจารย์าุโ ชิงเสวียนพาศิษย์น้องมาคิดฝึกฝนตำราชุดแรก ขอท่านส่งเสริม ” ชายชราวัยกลางคนเงยหน้ามองมายังฮ่าวเทียน พยายามมองลึกในดวงตาตรวจหาพร์ใดๆกลับไม่พบ
“ ชิงเสวียน ด้วยฐานะเ้า คบหาเด็กน้อยต่ำต้อย ย่อมเป็ที่ครหา เพียงแต่นั่นไม่ใช่เื่สำคัญ เ้าหยิบจับทุกสิ่งในหอตำราได้อยู่แล้ว ยกเว้น ห้าชั้นฟ้าแดนลับ ไม่อาจกล้ำกราย พาศิษน้องเ้าไปเถอะ ! ”
“ ขอบคุณอาจารย์าุโ ” จากนั้นนางพาฮ่าวเทียนขึ้นไปยังหอตำรา เหล่าศิษย์ด้านในต่างจ้องมองฮ่าวเทียนด้วยความริษยาว่าได้อยู่ใกล้ชิดชิงเสวียน ทั้งคู่ไม่สนใจใดๆพูดจากันสองคน
“ ฮ่าวน้อยเ้าที่แท้อยู่ระดับใดแล้ว พี่จะเสาะหาวิชาขั้นต้นที่ดีที่สุดแก่เ้า ” ฮ่าวเทียนตอบกลับ
“ ศิษย์พี่หญิง ข้าเพียงเพิ่งเริ่มต้นฝึกฝนเท่านั้น ” มันตอบไปอย่างไม่ปิดบัง “ ขั้นแรกสินะ ได้ เ้ารอตรงนี้ พี่จะไปค้นหาวิชายุทธ์ที่ดีที่สุดแก่เ้า! ” สิ้นเสียงนางหายตัวไปอย่างรวดเร็ว
“ เห้ยเ้าเด็กชั้นต่ำ กล้าดียังไงเข้าใกล้เทพธิดาของพวกเรา ไม่รู้ฟ้าสูงแผ่นดินต่ำ! ” มีผู้คนเข้ามาหาเื่ใกล้ตัวเพียงนี้ ฮ่าวเทียนกลับไม่สนใจ ทว่ามองไปยังเบื้องบนหอตำราคล้ายถูกดึงดูดด้วยบางอย่าง
“ เมื่อมาถึงแล้ว ก็เข้ามาเถิด ไม่ต้องรีรอ ” สุ้มเสียงทรงพลังดังกังวานในหัวเด็กหนุ่ม
“ ท่านผู้สูงส่งไม่ทราบมีอันใดแก่ข้า หากปฏิบัติตามได้ ผู้เยาว์พร้อมยินดี” เสียงดังกังวาลนั้นตอบกลับมา
“ เ้าขึ้นมายังแดนลับชั้นสูงสุด...ไม่สิ เ้าไม่อาจเดินผ่านปราณคุ้มกันได้ ข้าจะนำพาเ้ามา จงปล่อยจิตใจให้สงบซะ...” เพียงหลับตาลงกระพริบเดียว ลืมตาอีกครั้งตัวมันกลับอยู่ในห้วงจักรวาลไร้สิ้นสุด ด้วยความตกตะลึงฮ่าวเทียนไม่ทันตั้งตัว ไม่อาจเอ่ยคำใด... ด้านนอกเองตอนนี้มีเสียงอึกทึกครึกโครม
“ พวกเ้า เอาศิษย์น้องข้าไปไว้ที่ใด หนึ่งรอยแผลบนตัวเขา จะทำลายแขนขาพวกเ้าทีละข้าง!! ” ชิงเสวียนที่ไม่พบตัวศิษย์น้องของมันทั้งััที่คุ้นเคยหายไปสิ้นเชิง เริ่มะเิโทสะกับกลุ่มคนใกล้ตัว ทั้งหอตำราสั่นครืนไปด้วยรัศมีกดดัน....
ด้านในห้วงจักรวาลไม่สิ้นสุด ฮ่าวเทียนได้พบเจอห้องเล็กๆแห่งหนึ่งจึงเข้าไป
“ ท่านาุโ ใช่พาข้ามายังที่แห่งนี้รึไม่ มีอันใดจะบัญชา โปรดบอกกล่าวผู้เยาว์...” สิ้นเสียงเด็กหนุ่ม ไอพลังสายหนึ่งพุ่งเข้ากระทบร่าง แม้ไม่สร้างความเสียหายแต่ทำให้เด็กหนุ่มอึดอัดยากจะหายใจนัก
“ เป็ตราผนึกห้วงิญญาสาปสูญ ” ได้ยินคำนี้ เด็กหนุ่มยิ่งตื่นตระหนก “ ท่าน...” ด้วยความใเด็กหนุ่มแม้อยากเอ่ยถามกลับไม่ทราบจะเอ่ยคำใด
“ เ้ามีนามว่าฮ่าวเทียน ข้ามีนามว่า กู่หลิง เื่ราวของเ้า ชายชราผู้นี้รับรู้หมดแล้ว ...” ใจฮ่าวเทียนตอนนี้ไม่ทราบจะดีใจหรือเสียใจดี คนผู้นี้คือาุโที่พี่นางฟ้ากล่าวถึง ทว่าก็เป็อีกผู้เดียวที่ได้รับรู้ความลับบนตัวมัน เป็ไปได้ว่ารู้ว่ามันมีปราณทมิฬ
“ ท่านาุโ...โปรดเมตตา ”
จบตอน