การคาดคั้นอย่างหนักของซุนเสี่ยวเหยียน ทำให้เลขาหน้าห้องถึงกับทำตัวไม่ถูก เธอมีสีหน้าลำบากใจอย่างเห็นได้ชัด ผ่านไปครู่ใหญ่ถึงยอมปริปากพูดออกมา
"เมื่อไม่กี่วันก่อน เราเพิ่งจ่ายโบนัสประจำไตรมาสให้พนักงานไปค่ะ แล้วก็..."
เมื่อเห็นลูกน้องเอาแต่อึกอัก เหมือนมีเื่น้ำท่วมปาก ซุนเสี่ยวเหยียนก็ขมวดคิ้วมุ่น ใบหน้าสวยหวานตึงเครียดขึ้นมาทันที ก่อนจะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเ็า
"มีอะไรก็รีบพูดมา เกิดเื่อะไรขึ้นกันแน่?"
เมื่อเห็นท่าทีเอาจริงของท่านประธาน เลขาสาวก็ไม่กล้าปิดบังหรือลังเลอีกต่อไป
"รองประธานซุนแอบโอนเงินออกจากบัญชีบริษัทไปสิบล้านหยวนค่ะ ท่านบอกว่า... บริษัทส่วนตัวของท่านกำลัง้าเงินไปหมุนด่วน..."
ปัง!
ซุนเสี่ยวเหยียนโกรธจัดจนเืขึ้นหน้า เธอตวาดด้วยน้ำเสียงเย็นเฉียบ
"ใครอนุญาต! ทำไมพวกเธอถึงปล่อยให้พี่ชายฉันถอนเงินออกจากบัญชีไปสุ่มสี่สุ่มห้าแบบนี้!"
เลขาสาวเอาแต่ก้มหน้าเงียบกริบราวกับไม่ได้ยินคำถามนั้น เมื่อเห็นท่าทีหลบตาของอีกฝ่าย ประธานสาวก็พลันฉุกคิดกระจ่างแจ้งขึ้นมาได้ จึงเค้นถามต่อ
"หรือว่า... จะเป็พ่อฉัน?"
"ค่ะ!"
เลขาสาวตอบรับเสียงแ่เบา ก่อนจะรวบรวมความกล้าพูดต่อ "ประธานซุนคะ คุณลองไปคุยกับท่านรองประธาน เพื่อขอเงินสักสี่ล้านคืนมาก่อนดีไหมคะ?"
"ถ้าเราจ่ายเงินก้อนนี้ล่าช้า มันจะไม่ใช่แค่กระทบกับแผนวิจัยยาใหม่ของปีนี้เท่านั้น แต่เราอาจจะโดนฟ้องร้องด้วยนะคะ แถมตอนนี้ก็ใกล้จะสิ้นเดือนแล้ว ซัพพลายเออร์อีกหลายเ้าก็คงเตรียมตัวมาวางบิลทวงเงินเหมือนกัน ทุกอย่างล้วนต้องใช้เงินหมุนทั้งนั้นเลยค่ะ..."
ใบหน้าของซุนเสี่ยวเหยียนซีดเผือดลงเล็กน้อย เธอโบกมือไล่อย่างเหนื่อยอ่อน "เธอออกไปก่อนเถอะ ขอฉันคิดหาวิธีก่อน"
เมื่อคล้อยหลังเลขา ซุนเสี่ยวเหยียนก็นั่งเงียบจมอยู่ในความคิดของตัวเองครู่หนึ่ง
เธอตัดสินใจหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา เตรียมจะต่อสายหาพ่อบังเกิดเกล้า เพื่อเค้นถามว่าทำไมถึงกล้าโอนเงินของบริษัทออกไปตามใจชอบโดยไม่บอกกล่าวกันสักคำ แต่จังหวะที่ยกโทรศัพท์ขึ้นมาดู เธอก็เพิ่งสังเกตเห็นว่าหน้าจอยังคงแสดงสถานะเชื่อมต่อสายอยู่!
ประธานสาวเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าก่อนหน้านี้ตัวเองกำลังคุยค้างอยู่กับฉินจง เธอจึงรีบกรอกเสียงลงไปอย่างแ่เบาด้วยความรู้สึกผิด
"ฉินจง... นายยังอยู่ไหม?"
ตลอด่เวลาที่ซุนเสี่ยวเหยียนกำลังถกเครียดกับเลขา ฉินจงก็เอาแต่ถือสายรับฟังอยู่เงียบ ๆ มาตลอด
มาถึงตอนนี้ เขาค่อนข้างปักใจเชื่อแล้วว่า ผู้หญิงปลายสายคนนี้คือคนจากปี 2024 จริง ๆ
โทรศัพท์มือถือเครื่องนี้ สามารถเชื่อมต่อคนสองคนจากต่างมิติเวลาเข้าด้วยกัน ข้ามผ่านช่องว่างแห่งกาลเวลาถึงสิบปีเต็ม!
ปี 2024 ช่างเป็ยุคสมัยที่แสนวิเศษเหลือเกิน...
โลกที่ยังไม่มีวันสิ้นโลก ไม่มีฝูงซอมบี้กระหายเื มีเพียงความสงบสุขร่มเย็น ต่อให้จะล้มตัวลงนอน ก็ไม่ต้องมาคอยนั่งหวาดระแวงภัยอันตรายใด ๆ
"ฉันยังอยู่" ฉินจงตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "จริงสิ แหวนที่เธอถามหาเมื่อกี้... ใช่แหวนเงินสไตล์โบราณที่มีลวดลายสลักอยู่ด้านนอก แล้วก็มีสัญลักษณ์แปลก ๆ ซ่อนอยู่ด้านในวงหรือเปล่า?"
"ใช่! วงนั้นเลย!"
ซุนเสี่ยวเหยียนแทบไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง "นี่มัน... ทะลุมิติไปอยู่กับนายจริง ๆ เหรอ?"
แหวนสืบทอดของตระกูลวงนั้น จู่ ๆ มันไปโผล่อยู่ในมือของฉินจงได้ยังไงกัน?
หรือว่า... โทรศัพท์เครื่องนี้จะสามารถส่งของข้ามมิติเวลาได้?!
ความคิดสุดโต่งนี้สว่างวาบขึ้นมาในหัวของฉินจงและซุนเสี่ยวเหยียนพร้อม ๆ กัน ทันทีที่ตระหนักถึงความเป็ไปได้ข้อนี้ มันก็ทำเอาทั้งสองคนถึงกับสะดุ้งเฮือกด้วยความตกตะลึง
ทว่าวินาทีต่อมา ฉินจงก็ดึงสติกลับมาได้ก่อน เขารีบพูดสวนด้วยน้ำเสียงร้อนรน "เร็วเข้า! เธอรีบคว้าของใกล้ตัวสักชิ้น แล้วลองเอามาแตะโทรศัพท์ส่งมาให้ฉันดูสิ!"
"อ๊ะ... ได้ ๆ!"
ซุนเสี่ยวเหยียนรีบกวาดตามองซ้ายมองขวา ใกล้มือเธอมีกระป๋องโคล่าวางอยู่พอดี
เธอตัดสินใจหยิบโทรศัพท์มือถือไปแตะที่กระป๋องโคล่านั้นเบา ๆ วินาทีต่อมา แสงสีขาวจาง ๆ ก็สว่างวาบขึ้นเพียงเสี้ยววิ ก่อนที่กระป๋องโคล่าทั้งกระป๋องจะอันตรธานหายวับไปกับตา!
ตัดภาพมาที่ฉินจง ชายหนุ่มกำลังจ้องมองกระป๋องโคล่าที่จู่ ๆ ก็โผล่พรวดมาวางอยู่ข้างกายด้วยสีหน้าเหลือเชื่อ
ประโยคเดียวที่แล่นเข้ามาในหัวของเขาตอนนี้คือ... นี่มันปาฏิหาริย์ชัด ๆ!
ฉินจงนึกสนุกอยากลองเสี่ยงดวงดูบ้าง เขาเอาโทรศัพท์มาแตะที่ตัวของเขาเอง
...ทว่ากลับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ชายหนุ่มเกาหัวแกรก ๆ ยิ้มเจื่อนให้ตัวเองที่ดันคิดอะไรง่ายเกินไป ใจหนึ่งก็นึกฝันหวานว่าจะสามารถวาร์ปตัวเองหนีกลับไปปี 2024 ได้ซะอีก
ดูเหมือนว่าระบบส่งของข้ามมิตินี้ จะไม่รองรับการส่งผ่าน 'สิ่งมีชีวิต' สินะ
เมื่อเป็เช่นนั้น ฉินจงก็หันกลับมาวางแหวนเงินโบราณลงบนฝ่ามือ แล้วเอาโทรศัพท์แตะลงไปเบา ๆ
แสงจาง ๆ สว่างวาบขึ้นมาอีกครั้ง แล้วแหวนวงนั้นก็หายวับไปในอากาศ!
แทบจะในเวลาเดียวกัน เสียงร้องอุทานด้วยความตื่นเต้นดีใจก็ดังลอดออกมาจากลำโพง
"อ๊ะ! แหวนกลับมาแล้ว! มหัศจรรย์สุด ๆ ไปเลย! มันส่งของข้ามมิติเวลาได้จริง ๆ ด้วย! เหลือเชื่อ... เื่แบบนี้มันเหลือเชื่อเกินไปแล้ว!"
ฉินจงกำลังจะอ้าปากพูดอะไรบางอย่างตอบกลับไป แต่จู่ ๆ ไอเดียบรรเจิดก็สว่างวาบขึ้นมาในหัวซะก่อน
เขาโพล่งออกไปทันที "นี่คุณผู้หญิง เรามาทำข้อตกลงธุรกิจกันหน่อยดีไหม?"
"ฉันบังเอิญได้ยินเื่ที่เธอคุยกับลูกน้องเมื่อกี้หมดแล้ว ฉันรู้ว่าตอนนี้เธอกำลังร้อนเงิน ฉันสามารถให้เลขลอตเตอรี่กับเธอได้ และขอการันตีเลยว่ามันคือลอตเตอรี่ที่จะถูกรางวัลแบบร้อยเปอร์เซ็นต์!
ฉันสามารถเสกให้เธอกลายเป็เศรษฐินีรวยล้นฟ้าได้ชั่วข้ามคืน แต่ในทางกลับกัน... เธอจะต้องช่วยฉันจัดซื้อเสบียงและข้าวของเครื่องใช้ที่ฉัน้า จำนวนมหาศาล!"
สิ่งที่ทำให้ฉินจงปิ๊งไอเดียนี้ขึ้นมา ก็คือความจริงที่ว่าโทรศัพท์เครื่องนี้สามารถเชื่อมต่อสัญญาณข้ามเวลาไปหาคนในปี 2024 ได้ ในขณะที่ตัวเขาเองยืนหยัดอยู่ในปี 2034
ช่องว่างของมิติเวลาและส่วนต่างของข้อมูลที่ห่างกันถึงสิบปีเต็ม! มันมากพอที่จะปั้นคนธรรมดาในปี 2024 ให้กลายเป็อภิมหาเศรษฐีหน้าใหม่ได้อย่างสบาย ๆ
โชคดีที่ก่อนจะเกิดเหตุการณ์วันสิ้นโลก ตัวเขาดันเป็พวกคลั่งไคล้การซื้อลอตเตอรี่ตัวยง ในสมาร์ตโฟนของเขาจึงมีไฟล์บันทึกสถิติผลสลากกินแบ่งทุกงวดย้อนหลังไปเกือบยี่สิบปี! ลำพังแค่ข้อมูลผลหวยที่อยู่ในกำมือเขาตอนนี้ ก็มีมูลค่ามหาศาลพอที่จะทำให้ใครสักคนสติแตกด้วยความโลภได้แล้ว
และแน่นอนว่าเงินก้อนโตที่ได้มา เขาจะให้ผู้หญิงคนนี้เอาไปกว้านซื้อเสบียงสารพัดอย่าง แล้วส่งข้ามเวลามาให้เขาผ่านทางหน้าจอโทรศัพท์
ด้วยวิธีนี้ ตัวเขาที่ติดแหง็กอยู่ในยุควันสิ้นโลก ก็จะมีชีวิตความเป็อยู่ที่สุขสบายยิ่งขึ้น!
ตัดกลับมาที่ซุนเสี่ยวเหยียน เธอเอาแต่มองแหวนในมือสลับกับนึกถึงกระป๋องโคล่าที่หายไปก่อนหน้านี้ด้วยใบหน้าที่ยังคงตื่นตะลึงไม่หาย
ทว่าทันทีที่ได้ยินข้อเสนออันหอมหวานของฉินจง ประธานสาวก็ดำดิ่งเข้าสู่ห้วงความคิดอย่างรวดเร็ว
ด้วยดีกรีมหาบัณฑิตด้านบริหารธุรกิจ หรือ MBA (Master of Business Administration) ซุนเสี่ยวเหยียนย่อมเข้าใจอย่างถ่องแท้ว่า ปรากฏการณ์ทั้งหมดที่อยู่ตรงหน้านี้มันมีความหมายว่าอะไร และรู้ซึ้งถึงสิ่งที่ฉินจงเรียกว่า 'ข้อตกลง' นี้
ดีลระดับนี้ไม่ว่าจะมองจากมุมไหนก็มีแต่คำว่าได้กับได้ ประธานสาวใช้เวลาครุ่นคิดเพียงแค่ครู่เดียว ก่อนจะตอบตกลงในทันที
"ตกลง! ฉันชื่อซุนเสี่ยวเหยียน ต่อไปนี้นายจะเรียกฉันว่าประธานซุนหรือเสี่ยวเหยียนก็ได้ทั้งนั้น ว่าแต่นาย้าอะไรบ้างล่ะ? ฉันจัดการซื้อให้ได้หมด!"
"ยารักษาโรค ปืน ะุ แล้วก็อาหาร! หรือจะสรุปง่าย ๆ ก็คือ... ของที่มีในโลกแห่งความเป็จริงฝั่งเธอ ฉัน้าเหมามันทั้งหมด!"
ทันทีที่ได้ยินคำตอบตกลงอย่างฉะฉานของซุนเสี่ยวเหยียน ฉินจงก็แทบจะสวนกลับไปโดยไม่ต้องหยุดคิดให้เสียเวลา
วินาทีนี้ เขารู้สึกว่าตัวเองมีความสุขเหลือเกิน ราวกับถูกโชคก้อนมหึมาหล่นทับใส่หัวเข้าอย่างจัง
"เดี๋ยวนะ... ปืนกับะุเนี่ยนะ?"
ซุนเสี่ยวเหยียนสูดลมหายใจเข้าลึก รีบเบรกความ้าของอีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว "ฉินจง อย่างอื่นน่ะยังพอคุยกันได้ แต่ปืนกับะุมันเป็ของควบคุมในประเทศจีนนะ ไม่ได้หามาง่าย ๆ หรอก เอาแบบนี้ ฉันจะเตรียมเสบียงอย่างอื่นให้นายไปก่อน ทางฝั่งนาย้าของอะไรด่วนที่สุดล่ะ?"
"อืม... ที่เธอพูดมาก็ถูก"
ตอนนี้ฉินจงเองก็เริ่มสงบสติอารมณ์ลงได้แล้ว เขารู้ตัวว่าเมื่อกี้ตัวเองคงใจร้อนเกินไปหน่อย จึงครุ่นคิดแล้วพูดว่า
"ทางฝั่งฉันสถานการณ์ยังไม่ค่อยลงตัวเท่าไหร่ เอาไว้รอให้ฉันปักหลักได้ก่อน ฉันยังต้องใช้ข้าวของเครื่องใช้อีกเยอะ เธอเตรียมของจำเป็เผื่อไว้ให้เลยก็แล้วกัน..."
พูดมาถึงตรงนี้ เขาก็เหลือบสายตามองออกไปนอกหน้าต่าง สังเกตเห็นว่าพายุฟ้าคะนองดูเหมือนจะค่อย ๆ เบาบางลงแล้ว
เขาฉุกคิดบางอย่างขึ้นมาได้ว่า การโทรคุยข้ามเวลาทั้งสองครั้งที่ผ่านมา ล้วนเกิดขึ้นใน่ที่มีพายุฟ้าคะนองทั้งคู่!
เขาจึงรีบพูดขึ้น "ฉันสงสัยว่าการติดต่อข้ามเวลาน่าจะต้องทำตอนเกิดพายุฟ้าคะนองเท่านั้น ตอนนี้วันที่ตามปฏิทินของฝั่งเธอคือวันที่เท่าไหร่? ฉันจะให้เลขลอตเตอรี่ไป"
"วันที่ 2 มีนาคม ปี 2024"
"โอเค รอเดี๋ยวนะ!"
เมื่อได้ยินคำตอบที่ชัดเจนจากซุนเสี่ยวเหยียน ฉินจงก็รีบเปิดดูข้อมูลสถิติลอตเตอรี่ในโทรศัพท์มือถือทันที เขาบอกหมายเลขถูกรางวัลของสลากกินแบ่งสวัสดิการสังคมงวดที่ใกล้ที่สุดให้กับเธอ
"งวดวันที่ 3 มีนาคม หวยซวงเซ่อฉิว (ลูกบอลคู่สี) เลขที่ออกคือ... 01 10 22 25 28 32 และ 10"
ซุนเสี่ยวเหยียนรีบใช้ปากกาจดตามอย่างรวดเร็ว เธอก้มมองดูชุดตัวเลขยาวเป็พรวนบนกระดาษ ความรู้สึกหนึ่งผุดขึ้นมาในใจอย่างรุนแรงว่า... นี่น่าจะเป็เื่จริง! ไม่ใช่เื่แต่งที่ฉินจงกุขึ้นมาหลอกล้อเธอเล่นแน่ ๆ!
"จำไว้นะ! เตรียมเสบียงไว้ให้พร้อม ยิ่งเยอะยิ่งดี! เอาไว้พายุฟ้าคะนองเข้าครั้งหน้า เราค่อยคุยกันใหม่..."
ติ๊ด... ติ๊ด... ติ๊ด...
น้ำเสียงทุ้มต่ำของฉินจงยังคงดังก้องอยู่ในหู ทว่าโทรศัพท์กลับส่งเสียงสัญญาณสายหลุดดังแทรกขึ้นมา ดูเหมือนว่าการสนทนาจะถูกตัดขาดไปดื้อ ๆ เสียแล้ว
ซุนเสี่ยวเหยียนชะงักค้างไปเล็กน้อย ก่อนจะหยัดตัวลุกขึ้นเดินไปที่หน้าต่าง
เธอมองเห็นว่าพายุฝนด้านนอกหยุดตกเป็ที่เรียบร้อย ท้องฟ้าอันไกลโพ้นเริ่มกลับมาปลอดโปร่งอีกครั้ง ในขณะที่กลุ่มเมฆดำทะมึนกำลังค่อย ๆ สลายตัวไป…