ตอนที่ 19
เริ่มต้นการค้าขาย (19)
“ ท่านแม่ ท่านยายหวัง เป็อันใดไปกันงั้นหรือเ้าคะ~ ” จูเฟยที่วิ่งมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าก็ร้องถามขึ้นด้วยความสงสัย ดวงตาของนางมองเห็นอย่างชัดเจนว่าทั้งมารดาและท่านยายหวังดูจะพบเจอปัญหาบางอย่างมาถึงมีใบหน้าที่เศร้าหมองเช่นนั้น
“ เฮ้อ!! ” ิ่อวี้เฟยถอนหายใจเฮือกใหญ่ออกมาด้วยความหนักใจก่อนที่ตัวของนางจะเริ่มอธิบาย “ พอดีว่าเงินที่ค้าขายผักในวันนี้ทั้งหมดมันโดนขโมยไป.. ”
“ ขโมยหรือเ้าคะ!!! ” จูเฟยหูตาตื่นขึ้นมาทันที การค้าขายที่บริเวณแผงผักของท่านยายหวังต่อวันมันก็มีไม่ใช่น้อยโดนขโมยไปมันหมายความว่าอย่างไรกัน
“ โดนขโมยมันหมายความว่าอย่างไรกันเ้าคะ!! ”
“ เื่มันเกิดขึ้นตอนที่กำลังเดินทางกลับเนี่ยแหละ อยู่ๆตอนเดินทางกลับก็มีคนผู้หนึ่งปิดหน้าปิดตาวิ่งออกมาจากทิศทางใดก็ไม่รู้แล้วเข้ามาแย่งชิงถุงเงินไป ”
“ แต่เื่นี้พวกเราเองก็ไม่ระวังเองด้วยนั่นแหละที่นำถุงเงินออกมาในขณะที่เดินกลับ ”
“ แต่ก็ไม่มีผู้ใดคิดว่าภายในเมืองอู่หนานจะมีโจรลักขโมยเช่นนี้ด้วย ” ิ่อวี้เฟยอธิบายออกมาอย่างสลดใจ
“ เพราะเช่นนั้นที่กลับมาช้านี่ก็...??? ”
“ แม่กับท่านยายหวังไปแจ้งกับศาลประจำเมืองอู่หนานเอาไว้น่ะ ”
จูเฟยสงบนิ่งนางกลับเข้าสู่ท่าทางครุ่นคิดอีกครั้ง ใบหน้าน้อยqฉายความประหลาดใจออกมา เมื่อคิดแต่ละอย่างมันจะเป็เื่บังเอิญมากเกินไปที่มีโจรมาขโมยถุงเงินไป
จูเฟยคิดว่าเื่นี้มันไม่น่าจะใช่เื่บังเอิญ โดยปกติแล้วท่านแม่แล้วท่านยายหวังจะไม่นำเงินออกมา ถึงพวกนางนำเงินออกมามันก็คงจะเป็เวลาเพียงแค่คู่เดียวเท่านั้น อีกทั้งถุงที่ใส่เงินนางก็เคยบอกท่านแม่กับยายไปแล้วว่าให้ใช้ถุงผ้าหนาสีน้ำตาลให้มันคล้ายคลึงกับถุงใส่วัตถุอื่น
เพราะเช่นนั้นถ้าไม่ใช่ผู้ที่เฝ้าดูมันมาั้แ่แรกก็ไม่มีทางรู้ว่าถุงผ้าอันนั้นมันคือถุงเงินอย่างแน่นอน คิ้วทั้งสองที่ประดับอยู่บนใบหน้าเล็กๆขมวดมุ่นเข้าหากันด้วยความฉงน
จูเฟยััได้ถึงบางอย่างที่มันแปลกประหลาดของเื่นี้ มันต้องมีบางอย่างแน่นอนดูเหมือนว่าในวันพรุ่งนี้นางจะต้องไปค้าขายผักกับท่านยายและท่านแม่เพื่อสืบหาความจริงในเื่นี้สักหน่อยแล้ว
วันถัดมา
วันนี้จูเฟยแทบจะไม่ต้องยุ่งเกี่ยวกับสมุนไพรที่นางเพาะปลูกไว้ ตัวของนางเลยตัดสินใจเดินทางไปค้าขายผักภายในเมืองกับท่านยายหวังและท่านแม่ของนาง
เมื่อมาถึงบ้านของท่านยายหวังก็จัดเตรียมของมากมายเพื่อที่จะนำไปขายที่แผงผักภายในเมือง แล้วก็ขนของอันมากมายขึ้นรถมาที่จ้างวานเอาไว้แล้วมุ่งตรงเข้าไปที่บริเวณภายในเมืองเพื่อไปตั้งแผงขายผักเช่นทุกวัน
เมื่อไปถึงเมืองอู่หนานและไปถึงแผงผัก จูเฟยไม่ได้เดินทางมาที่สถานที่แห่งนี้อยู่นานวันดวงตาของนางจ้องมองแล้วก็พบเห็นว่าผู้คนที่มาเฝ้ารอการค้าขายผักในวันนี้มันมีมากขึ้นจริงๆ
ตอนนี้คนที่ต่อแถวรอคิวซื้อผักก่อนที่ร้านจะเปิดแล้วหยิบบัตรคิวที่นางเตรียมเอาไว้ให้มันน่าจะมีเกือบร้อยคนเลยก็ว่าได้ แล้วคนก็ยังทยอยมาต่อแถวซื้อผักเรื่อยๆ
เมื่อมาถึงความตั้งใจของจูเฟยที่ว่านางจะมาสืบหาความจริงเกี่ยวกับเื่นี้มันก็แทบถูกลบหายออกไปตามสถานการณ์ทันที ต้องช่วยท่านยายหวังและท่านแม่ของนางจัดเตรียมผักมากมายให้รวดเร็วที่สุดเพื่อให้เร่งเปิดร้านให้จะได้เร่งขายผักพวกนั้นออกไป
“ ยัยหนูไม่ได้เจอกันนานเลยนะ ” ท่านป้าผู้ที่เคยเป็ลูกค้าคนแรกของจูเฟยะโทักทาย
“ ท่านป้านี่เอง!!! ” จูเฟยแสดงรอยยิ้มต้อนรับทันที ในขณะที่มือของนางก็ยังคงจัดวางผักโดยไม่ได้หยุด มันเป็ความสามารถของแม่ค้าที่ตัวของนางได้ติดตัวมาั้แ่ในยุคสมัยก่อน
“ เป็อย่างไรบ้างไม่ได้พบเจอกันเสียนานเลย ”
“ สบายดีเ้าค่ะ!! ”
หลังจากนั้นการค้าขายสมุนไพรก็ได้เริ่มขึ้นมันเต็มไปด้วยความอลหม่าน จูเฟยไม่เคยคิดเลยว่าการที่นางไม่ได้มาที่แผงพักแห่งนี้หลายวันลูกค้าจะเพิ่มขึ้นมากขนาดนี้ นางต้องหยิบผักค้าขายมือเป็ระวิงแทบจะไม่ได้หยุดพัก
จนกระทั่งผ่านไปประมาณหลายชั่วยามแล้วเริ่มเข้าสู่ใกล้เวลาเที่ยงวัน ตอนนั้นจูเฟยถึงมีเวลาในการนั่งพักเหนื่อยบ้าง
นางไม่คิดเลยว่างานที่แผงผักมันจะมากขึ้นขนาดนี้สงสัยต้องหาลูกจ้างมาเพิ่มเพื่อช่วยท่านแม่และท่านยายหวังในการค้าขายผักและสมุนไพรแล้ว เพราะว่าดูจากลักษณะและรูปการณ์ทั้งหมดนางสามารถคาดเดาได้ว่าลูกค้าจะเพิ่มขึ้นอีก
อีกทั้งอีกไม่นานตัวของนางก็จะยื่นข้อเสนอและยื่นความคิดให้กับท่านยายหวังว่าเปลี่ยนแผงผักแห่งนี้กลายเป็ตั้งร้านผักบริเวณด้านหน้าเมืองแทน ถึงแม้ว่าตอนนี้ผู้คนภายในเมืองกลับกลายมาเป็ลูกค้าขาประจำจนหมดแล้วแต่ว่าเื่ทำเลการตั้งมันเองก็ยังคงมีผล
ด้วยจำนวนคนขนาดนี้ถ้านางย้ายไปตั้งบริเวณด้านหน้าของเมืองโดยจัดแต่งร้านให้กลายเป็ร้านขายผักอย่างจริงๆไม่ใช่แผงผักในตอนนี้ คนผ่านไปผ่านมาก็คงจะให้ความสนใจมากขึ้นและยิ่งเป็พ่อค้าต่างเมืองที่เดินทางผ่านมาพวกเขาเองก็คงจะเข้ามาจับจ่ายซื้อขายผักร้านของท่านยายหวังมากขึ้น
มันเป็สิ่งที่ต้องกระทำเพื่อเพิ่มยอดขายให้มันมากขึ้นด้วย จูเฟยนางเลยคิดว่านางคงจะต้องหาคนที่มาเป็ลูกจ้างให้กับท่านยายและท่านแม่ของนางเพิ่มขึ้น
แปลว่าเื่การมองคนมันก็ต้องมองให้ดีไม่เช่นนั้นจะเป็การเลี้ยงงูพิษยิ่งเป็ในธุรกิจการค้าขายเช่นนี้ด้วยแล้วยิ่งไว้ใจคนอื่นไม่ได้
เมื่องานในแผงผักเริ่มลดลงจูเฟยก็มีเวลาในการปลีกตัวออกมาจากจุดนั้นเพื่อไปตามสืบความจริงเกี่ยวกับเื่เงินที่ถูกขโมยไป
นางเริ่มจากการเดินสำรวจบริเวณรอบๆว่ามันมีบางอย่างผิดปกติไปหรือไม่ ตอนนี้ยังไม่มีบางอย่างผิดปกติจูเฟยเลยตัดสินใจในการที่นางเดินตรงไปที่กองปราบของเมืองอู่หนาน
นางพอจะรู้แผนการในการจับคนร้ายที่คิดจะเข้ามาขโมยเงิน
เมื่อเดินตรงไปถึงกองปราบที่อยู่ห่างจากร้านผักไม่มากนัก เด็กน้อยท่าทางยืนชะโงกหน้าอยู่บริเวณด้านหน้าของกองปราบอย่างเก้ๆกังๆ เหตุใดกองปราบของเมืองแห่งนี้มันถึงเงียบนัก ด้านหน้าก็ไม่มีคนเฝ้าเด็กน้อยที่ยืนชะโงกหน้าอยู่ด้านหน้าก็ไม่กล้าเดินเข้าไป
ทว่า...
“ ยัยหนูทำอันใดอยู่น่ะ ”
“ อุ๊ย!!! ” จูเฟยถึงกับสะดุ้งแล้วเหลียวไปมองด้านหลังของตัวเองอย่างทันควัน เมื่อหันไปมองด้านหลังของตนเองยิ่งใเข้าไปใหญ่ชายร่างกายสูงใหญ่ที่สวมใส่อาภรณ์สีแดงเข้มกำลังยืนอยู่ด้านหลังของนาง
จูเฟยถึงกับใแล้วก็ล้มพับลงไปอยู่กับพื้น
ตู้บ!!!
“ โอ๊ยๆๆ เจ็บๆ ” จูเฟยตั้งสติของนางแล้วก็ค่อยๆลุกขึ้นมาอย่างช้าๆ
นางก็ค่อยๆเงยใบหน้าเล็กๆมองขึ้นไป้า ชายผู้นี้ร่างกายสูงใหญ่ดูจะสูงใหญ่กว่าผู้คนที่นางได้เคยพบเจอมาก่อนหน้านี้เสียอีก
บุรุษผู้นี้แต่งกายด้วยอาภรณ์ชุดสีแดงเข้มที่เมื่อมองแล้วก็สามารถล่วงรู้ได้ทันทีเลยว่ามันคือชุดของกองปราบ อีกทั้งในมือข้างซ้ายก็ยังถือกระบี่เล่มใหญ่ที่ดูแล้วเป็สัญลักษณ์ของมือปราบ
เมื่อระบุได้แล้วว่าคนผู้นี้คือมือปราบของเมืองอู่หนาน จูเฟยเริ่มเงยหน้าของนางขึ้นไปเพื่อไปสนใจกับใบหน้าของคนผู้นั้น
ชายร่างกายกำยำล่ำสันที่ดูจากใบหน้าและท่าทางน่าจะมีไว้ประมาณ 30 ปีสีผิวเข้มราวกับว่าโดนแดดนั้นแผดเผามาเป็เวลานาน ใบหน้าดูดุร้ายแต่กลับแสดงรอยยิ้มแห่งความเป็มิตร ฉีกยิ้มออกมาหนึ่งครั้งสามารถมองเห็นฟันสีขาวๆที่เรียงต่อกันกลายเป็เม็ดข้าวโพดอย่างชัดเจน
คนผู้นั้นย่อกายของตนเองลงมาอยู่ในระดับเดียวกับจูเฟย
ดวงตากลมโตจ้องมองชายด้านหน้าด้วยความประหลาดใจยิ่งนักถึงแม้ว่าจะรู้อยู่แล้วว่าคนผู้นี้คือมือปราบแต่ใบหน้าและท่าทางที่แสดงออกมาไม่สมกับรูปลักษณ์ที่น่ากลัวเลยสักนิด
“ เฮ้อ!! ” จูเฟยถอนหายใจออกมาอย่างแ่เบา นางได้รวบรวมสมาธิเพื่อที่จะสนทนากับชายที่อยู่ด้านหน้าของนาง
“ ท่านลุงเป็มือปราบหรือเ้าคะ~ ”
“ ใช่แล้ว!! ” อีกฝ่ายตอบกลับแล้วก็พยักหน้าขึ้นลง โดยที่ใบหน้าของเขายังคงฉีกยิ้มออกมาอย่างเต็มที่เพื่อแสดงความเป็มิตรกับเ้าเด็กตัวน้อยด้านหน้าของเขา
“ ถ้าท่านลุงมือปราบเป็ถ้าเช่นนั้นช่วยข้าจับคนร้ายหน่อยได้หรือไม่เ้าคะ ” จูเฟยพาเข้าเื่อย่างรวดเร็ว บัดนี้มันใกล้เข้าเวลาแผนการของนางเข้าไปเรื่อยๆแล้วเพราะเช่นนั้นตัวของนางต้องเร่งมือกระทำทุกอย่าง
“ คนร้ายงั้นรึ??? ”
“ เ้าค่ะคนร้าย!! ” เด็กน้อยทำหน้าจริงจัง
“ คนร้ายที่ใดกัน?? ”
“ เื่ของคนร้ายผู้นั้นเมื่อวานท่านยายและท่านแม่ของข้าน่าจะมาแจ้งกับศาลว่าการประจำเมืองอู่หนานเอาไว้แล้ว ”
“ รู้สึกว่าจะเป็คดีการปล้นชิงเงินละมั้งเ้าคะ ” จูเฟยเอ่ยออกไปยังไม่มั่นใจนักเพราะว่าตัวของนางไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์เมื่อวานแล้วไม่ได้เป็ผู้มาแจ้งความเอาไว้ด้วย
“ อ๋อ~ เื่นั้นข้าเองพอได้ยินมาเหมือนกันแต่ว่าตัวข้าไม่ได้เป็ผู้ที่รับผิดชอบคดีนั้น แต่เท่าที่ข้าได้ยินมาเห็นว่ายังตามหาตัวไม่เจอเลยเพราะว่าคนร้ายได้ทิ้งข้าวของของตนเองที่ใช้ปิดบังเอาไว้ทั้งหมดตามทาง ” มือปราบที่อยู่ด้านหน้าก็ทำท่าทางคิดไปด้วยขนาดที่กำลังพูดกับยัยหนูด้านหน้าของตนเอง
“ ใช่เ้าค่ะ!!! ” จูเฟยตอบกลับไปด้วยสายตาที่เปล่งประกาย
“ ถ้าเป็เื่นั้นข้าจะจับคนร้ายให้ตอนนี้ก็ไม่ได้หรอกเพราะว่ามันต้องตามสืบอีกสักพักใหญ่ๆ ” มือปราบด้านหน้ากล่าวออกมาอย่างหมดหวัง ใบหน้าของเขาส่ายไปส่ายมาเพื่อตอบปฏิเสธกับยัยหนูด้านหน้าของตนเอง
“ ท่านไม่ต้องกังวลเดี๋ยวข้าจะหาคนร้ายมาให้ท่านเอง!! ” จูเฟยพูดอย่างยึดอก
ท่าทางของเด็กน้อยด้านหน้ามันถึงจะทำให้มือปราบที่ยืนอยู่ด้านหน้าของจูเฟยกับขมวดคิ้วทั้งสองข้างเข้าหากันด้วยความฉงน แล้วคิดภายในใจว่าเด็กน้อยด้านหน้าของตนเองนั้นแปลกประหลาดยิ่งนัก
“ ตอนนี้ท่านแค่ไปกับข้าก็พอ ” จูเฟยยื่นมือไปฉุดดึงบริเวณชายเสื้อของอีกฝ่าย
“ ไปเร็วสิเ้าคะเดี๋ยวจะไม่ทันเวลา!! ” นางพูดย้ำอีกครั้งจนทำให้มือปราบผู้นั้นยอมไปกับนาง
จบตอน
จบตอน