ตอนที่ 5 : การลืมตาตื่นอีกครั้ง
ในบริษัทฮาดาร์ด (Hadard) แห่งนี้ พนักงานทั้งหมด มองเธออย่างไม่เป็มิตร เพราะเธอเข้ามาทำงาน ในตำแหน่งที่ทุกคนต่างแย่งชิงกันอยู่ มีแต่ชายหนุ่มที่ดูเฟอะฟะ ยิ้มให้เธออย่างสดใสและจริงใจ เวลาที่เธอ้าความช่วยเหลืออะไร ชายหนุ่มจะวิ่งมาเป็คนแรกเสมอ ทำไม...ทำไม...ทำไม...??? ถึงมารู้สึกตัวเอาป่านนี้ ว่ามีคนที่ห่วงใยเธอจริง ๆ ยิ่งกว่าใคร… เธอเกิดมาเป็เด็กกำพร้า และไม่มีใครให้ความสำคัญ
“ฮือ...ฮือ... ทำไมนายเพิ่งมาบอกเอาตอนนี้” หญิงสาวใส่แว่นร้องไห้ออกมา
“พี่สาวคนสวย... แค่ก...แค่ก... อย่าร้องไห้ไปเลยนะ อย่างน้อยเราก็ได้ขึ้นไป อยู่บน์ด้วยกันจริงไหม” ชายหนุ่มพูดและเอื้อมมือไปลูบผม ของหญิงสาวใส่แว่นอย่างอ่อนโยน
“พี่สาวคนสวย... ผมถามจริง ๆ นะ พี่ชื่ออะไรกันแน่ เวลาอยู่บน์ ผมจะได้ตามหาพี่สาวคนสวยได้ถูก” ชายหนุ่มพูดอย่างอ่อนแรงลงเรื่อย ๆ ฝืนทนพิษาแ อยู่กับหญิงสาวใส่แว่นจนวินาทีสุดท้าย
“บึ้มมมมม!!!”
ทันใดนั้น ในห้องที่ทั้งสองคนอยู่ เกิดแสงสว่างจ้าขึ้น พร้อมมีรอยยิ้มที่สบายใจปรากฏขึ้น บนใบหน้าของชายหนุ่ม เสียงสุดท้ายที่เขาได้ยิน เป็เสียงที่ชายหนุ่ม เฝ้ารอมาเนิ่นนาน
“ชื่อจริงของฉันคือ... อิงอิง จ้า” หญิงสาวใส่แว่นตอบอย่างอ่อนโยน
ทุกสิ่งทุกอย่างอันตรธานหายไป เนื่องจากแรงะเิ พื้นที่รอบ ๆ โกดังท่าเรือร้าง เกิดเป็หลุมขนาดใหญ่มากกว่า 3 ตารางกิโลเมตร
@@@______________________________________________@@@
กระแสลมตัดผ่านลอยละลิ่ว ในพื้นที่อันมืดมิด มีร่างของคนผู้หนึ่งลอยอยู่ ซึ่งเป็ร่างของชายหนุ่มที่โดนะเินั่นเอง เปลือกตาของชายหนุ่มค่อย ๆ ลืมขึ้น ในมือกำวัตถุทรงหกเหลี่ยม คล้ายตราสัญลักษณ์ของอะไรบางอย่าง มีมุกเจ็ดสีฝังอยู่ในแผ่นนี้ และอีกหกเม็ด ฝังอยู่ที่มุมของแต่ละเหลี่ยม มีมุกสีดำฝังอยู่ตรงกลางของแผ่นป้าย
ชายหนุ่มเริ่มขยับมือ และยกสิ่งที่อยู่ในมือขึ้นมามองดู “นี่คงเป็โลกหลังความตายสินะ ดันไปหยิบอะไรมาด้วยวะเนี่ย...หืม??? !!! ตราหกเหลี่ยม มีอักษรอะไรก็ไม่รู้อ่านไม่ออก” ขณะที่ชายหนุ่มกำลังมองไปที่มุก ซึ่งฝังอยู่ตรงกลางของตราสัญลักษณ์นี้
“อ๊ากกกกก!!! ปวดหัว...ปวดหัว...!!!” ชายหนุ่มร้องออกมาอย่างทุกข์ทรมาน
ตราสัญลักษณ์ที่อยู่ในมือ ของชายหนุ่มก็ค่อย ๆ เริ่มลอยขึ้นมา…..
“ฟงเอ๋อ...ฟงเอ๋อ...ศิษย์ข้า ในที่สุดข้าก็ติดต่อกับเ้าได้ เ้าจงอย่ากลับมาที่ทวีปชีฟง หากว่ายังไม่บรรลุพลังขั้นเหนือเซียนนภา จงจำไว้ตราสัญลักษณ์นี้ มันเป็ของเ้า มันผูกติดอยู่กับจิติญญาของเ้ามาั้แ่เ้ากำเนิด อีกทั้งจิติญญาของเ้านั้น โดนคำสาปมรณะของเทพมารวิบัติ มันฝังอยู่ในจิติญญาส่วนสมองของเ้า มันคือ หนึ่งในเจ็ดคำสาปโบราณที่ยิ่งใหญ่ ชื่อว่า “คำสาปวายุทมิฬ” มันมีผลกระทบต่อความคิดของเ้า จะว่าดี มันก็ดี จะว่าร้ายก็ได้
หากว่าเ้ามีสติมากกว่าผลของคำสาป จะไม่มีใครในจักรภพ ที่จะฉลาดไปมากกว่าเ้า จงตั้งสติและสยบมัน ถ้าสักวันเ้าสยบมันได้ อนาคตของเ้าคงจะไร้ที่สิ้นสุด และจงออกตามหาศิษย์น้องทั้งหกคน ช่วยพวกนางหลอมรวมกับคำสาปโบราณด้วย” ชายชราเครายาวขาวบอกกับชายหนุ่มแล้วค่อย ๆ หายไป
ชายหนุ่มปวดหัวจนสลบไป ก่อนที่จะสลบชายหนุ่มพึมพำว่า “ทวีปชีฟง... ท่านอาจารย์... ศิษย์น้อง... เซียนเอ๋อข้าคิดถึงเ้า…”
ชายหนุ่มค่อย ๆ รู้สึกตัวขึ้นมาทีละน้อย... นี่มันเกิดอะไรขึ้น???
“เซียนเอ๋อ… โอ๊ยปวดหัว!!!” ชายหนุ่มเริ่มตั้งสติ ในที่สุดก็พอปะติดปะต่อเื่ราวของตนเองได้ ข้าจำได้ลาง ๆ ว่าข้าเกิดในทวีปชีฟงหรือที่โลกกันแน่??? ชายหนุ่มเริ่มสับสนอีกครั้ง อาการปวดศีรษะเริ่มเข้าจู่โจมอย่างรุนแรง
ความทรงจำมากมายของชายหนุ่ม ทั้งตอนที่ทำงานเป็โปรแกรมเมอร์ และ่ชีวิตที่เกิดในทวีปชีฟง จนกระทั่งไปฝึกวิชากับท่านอาจารย์ฟงชิงหยาง และวิ่งเล่นกับสาวน้อยทั้งสองคน… เซียนเอ๋อและอวิ๋นเอ๋อ ฝาแฝดจอมซน… แต่เหมือนมีความทรงจำ บางส่วนที่ขาดหายไป
..... ข้ายังคงมีชีวิตอยู่ได้อย่างไร??? ในเมื่อข้าโดนะเิ ที่โกดังท่าเรือร้างพร้อมอิงอิง... ทำไมข้ายังไม่ตายและข้าก็ไม่รู้สึก ว่าไม่สบายหรือาเ็ตรงไหนด้วย??? เป็ไปได้ยังไง???
ชายหนุ่มลุกขึ้นนั่งอย่างทันใด เขาพบว่าตนเองนอนอยู่ บนเตียงอันแสนนุ่มสบาย และเริ่มมองไปรอบ ๆ ห้องที่ตนอยู่ “เอ่อ... ที่นี่มันที่ไหน??? ลักษณะการตกแต่ง ดูโบราณคล้าย ๆ ตอนที่เราอยู่ทวีปชีฟง หรือว่าเรากลับมาแล้ว !!! คงไม่ใช่ดาวโลกแน่ เราคงไม่โดนะเิที่โกดังท่าเรือร้างนั่น แล้วทำให้มิติเกิดการย้อนกลับหรอกมั้ง? อืม...มีความเป็ไปได้สูง” ขณะที่ชายหนุ่มกำลังคิด
“เย้...เย้...!!! พี่ม๋อเทียน ตื่นแล้ว!!!”
เสียงอุทานอย่างดีใจ ของเด็กสาวปริศนาดังมาให้ได้ยิน และเด็กสาวคนนั้น ก็ปรากฏขึ้นในกรอบสายตาของชายหนุ่ม
ชายหนุ่มมองเด็กสาวอย่างพิจารณา ชายหนุ่มบอกได้ว่าเด็กสาวคนนี้ เป็สาวสวยอายุประมาณ 14 ถึง 15 ปี ริมฝีปากเป็สีชมพูแสนจะดึงดูด และจมูกของนางเหมือนไปทำศัลยกรรม มาจากหมอระดับโลก เมื่อแรกสบ... ดวงตาของนางช่างสดใสเป็ประกาย ประดุจอัญมณีอันเลอค่า
ใบหน้าของนางสะท้อนให้เห็น ถึงความเปี่ยมล้นและอ่อนโยนนุ่มนวล ด้วยอายุเพียงเท่านี้แต่เธอกลับ เปล่งประกายอย่างกับนางงามจักรวาล ชายหนุ่มเริ่มคิดว่า ถ้านางเติบโตขึ้นจะงดงามมากเพียงใด
เมื่อชายหนุ่มพิจารณา นางอย่างละเอียดถี่ถ้วนแล้ว จึงหลุดปากพูดออกไปอย่างไม่รู้ตัวว่า
“น้องม๋ออิง...??? ”
เด็กสาวยกมือและทาบลง บนหน้าผากของชายหนุ่ม นางพูดด้วยน้ำเสียง ที่เต็มไปด้วยความยินดีว่า “พี่ม๋อเทียน ไข้ท่านลดลงจนเกือบเป็ปกติแล้ว พี่ชายทำให้ข้ากลัวแทบตาย บอกข้าได้นะถ้าพี่ชายรู้สึกไม่สบายตรงไหน??? ”
ชายหนุ่มรู้สึกแปลกประหลาดใจ ที่เห็นสายตาของนาง ที่แสดงความห่วงใยอย่างลึกซึ้ง ชายหนุ่มทำได้เพียงส่ายศีรษะปฏิเสธไป ดวงตาทั้งคู่ของเขาจับจ้องไปรอบ ๆ ห้องด้วยสายตาอันว่างเปล่า
“พี่ม๋อเทียน ท่านพักผ่อนเถิด ข้าจะไปรายงานท่านแม่ เพราะว่านางเป็ห่วงพี่ชายมาก ั้แ่ได้ข่าวว่ามีคนเห็นท่าน นอนสลบอยู่นอกเมือง ท่านแม่ก็รีบออกไปตามหาท่าน และพากลับมาที่บ้านนี่แหละ” เด็กสาวเร่งรีบกล่าว โดยไม่ทันสังเกตเห็นอาการผิดปกติ ของชายหนุ่มเลยแม้แต่น้อย นางพยายามผลักชายหนุ่ม ให้นอนลงไปบนเตียงและรีบร้อนออกจากห้องไป
ทันทีที่ประตูห้องปิดลง ชายหนุ่มก็ลุกขึ้นมานั่ง และยกมือทั้งสองขึ้นกุมศีรษะของตน
ที่นี่คือ เมืองขนาดเล็กที่ห่างไกลความเจริญ ของหนึ่งในแปดของจักรวรรดิที่ยิ่งใหญ่ ในทวีปฟ้ากระจ่าง “จักรวรรดิเมฆาปราณ - แคว้นจันทร์งาม - เมืองจันทร์ล่อง”
เดี๋ยว!!! ...ตัวเราตอนนี้คือ ม๋อเทียน และเขาเพิ่งอายุครบ 15 ปี ในปีนี้
“นี่คือตัวตนของข้า ในปัจจุบันอย่างนั้นหรอ...??? ” ม๋อเทียนคิด
ทันใดนั้นเอง ความทรงจำของเขาก็ทับซ้อนกับตัวตนดั้งเดิม ในดินแดนฟ้ากระจ่างแห่งนี้ ความทรงจำที่อยู่บนดาวโลกกว่า 35 ปี และความทรงจำส่วนที่อาศัย อยู่บนทวีปชีฟง ทั้งสามตัวตนของเขา ค่อย ๆ แล่นเข้ามาเรื่อย ๆ ทำให้ชายหนุ่มปวดศีรษะอย่างรุนแรง และสับสนเป็อย่างยิ่ง
“ ถ้าเราคือ ม๋อเทียน... งั้นทำไมเราถึงมีความทรงจำ ของทวีปชีฟงและดาวโลก??? ”
ชายหนุ่มยิ่งคิดก็ยิ่งสับสน “หรือว่ามัน… เป็เพราะเราเข้ามาอยู่ในร่างนี้ หลังจากที่เราตาย ในโกดังท่าเรือร้างนั่น... แล้วพี่สาวคนสวยอิงอิงหละ??? ”
ชายหนุ่มเริ่มขมวดคิ้ว เราคือ... ใครกันแน่???!!! ไม่ใช่!!! เราคือม๋อเทียนสิ ห้องนี้ดูแล้วให้ความรู้สึก คุ้นเคยเป็อย่างมาก และเราจำได้อย่างชัดเจน ทุกเื่ราวในสมัยเด็ก ทุกความทรงจำของเราล้วนประสบ พบเจอมาด้วยตนเองทั้งหมด หรือนี่… มันคือ... เรากลับมาเกิดใหม่ ในร่างของคนอื่น และเริ่มหลอมรวมความทรงจำ ของเ้าของร่างเดิม บ้า...บ้า...บ้า... นี่มันเหมือนในนิยายชัด ๆ
การขโมยความทรงจำจากคนตาย!!! พิลึกโดยแท้ ชายหนุ่มเริ่มตั้งสติ และเรียบเรียงความทรงจำขึ้นมาได้บ้างแล้ว
“เฮ้อ...!!!” ชายหนุ่มถอนหายใจอย่างแรง นับั้แ่วันนี้เราก็เป็… ม๋อเทียน ไปก่อนก็แล้วกัน
ขณะที่เขากำลังคิด ประตูห้องก็ค่อย ๆ เปิดออก มีหญิงวัยกลางคน กำลังเดินเข้ามา… คือ ป้าเชี่ย นั่นเอง
“เทียนเอ๋อ เ้าไม่เป็อันใดใช่หรือไม่??? ใครทำร้ายเ้า??? ถึงขนาดที่ว่าจุดตันเถียนของเ้าถูกทำลาย (ตันเถียน คือ จุดรวมพลังปราณ อยู่ที่บริเวณท้องน้อย) ข้าแค้นใจยิ่งนัก” ป้าเชี่ยโมโหเป็อย่างมาก
“ข้าก็ไม่ทราบเหมือนกันครับท่านป้าเชี่ย... พวกมันมากันประมาณยี่สิบคนรุมไล่ล่าข้า ระหว่างที่ข้ากำลังเดินทาง กลับจากสำนักัฟ้า เพื่อมาเยี่ยมพวกท่านที่บ้าน ก่อนที่จะถึงประตูเมือง มีชายใส่หน้ากากสีดำรูปทรงประหลาด ขว้างวัตถุบางอย่างซัดตรง มาใส่บริเวณท้องน้อยของข้า ทำให้ข้าเสียหลักและล้มลง จากนั้นข้าก็ไม่สามารถรับรู้เื่ราวใด ๆ ได้อีกเลย รู้สึกตัวอีกครั้งข้า… ก็อยู่ที่นี่แล้ว??? ” ม๋อเทียนทำสีหน้าครุ่นคิด
“เฮ้อ... เทียนเอ๋อ แล้วข้าจะทำอย่างไรกับการหมั้นหมายของเ้าดีนะ” ป้าเชี่ยถามอย่างจริงจัง
“หมั้นหมาย!!! อะไรท่านป้าเชี่ย??? ” ม๋อเทียนทำตาโต
“เด็กน้อย เ้าคงไม่เล่นตลกต่อหน้าข้าใช่หรือไม่ คุณหนูใหญ่แห่งตระกูลตงอย่างไรเล่า เ้า… จำได้หรือยัง” ป้าเชี่ยพูดอย่างไม่พอใจ
“เอ่อ... ท่านป้าเชี่ยอย่าเพิ่งโกรธ ข้าจำได้แล้ว ข้าเดินทางกลับมาบ้านในคราวนี้ นอกจากมาเยี่ยมพวกท่านแล้ว ยังจะต้องมาแต่งงาน กับแม่นางตงเหมยซี ตามสัญญาที่ท่านลุงม๋อฝ่าน ได้ทำไว้กับตระกูลตง ด้วยใช่ไหมครับ” ม๋อเทียนฝืนยิ้มออกมา
“เหอะ... ไอ้ตระกูลสารเลวพวกนั่น มันช่างอกตัญญูยิ่งนัก นับั้แ่ที่ท่านลุงม๋อฝ่านของเ้าตายไป พวกมันก็เริ่มไม่เห็นหัวพวกเรา… ตระกูลม๋ออีกต่อไป ไม่รู้คราวนี้พวกมัน จะมีลูกไม้อะไรอีก” ป้าเชี่ยกล่าวอย่างกังวล
“ท่านป้าเชี่ย ข้าเคยได้ยินคนในตระกูลคุยกันว่า ท่านลุงม๋อฝ่านเป็ยอดยุทธขอบเขตก่อเกิดิญญาระดับสูงสุด ได้เข้าไปช่วยเหลือตระกูลตง ที่กำลังหลบหนีจากศัตรู ที่ตามฆ่าล้างบางตระกูลใช่ไหรือไม่… ท่านป้าเชี่ย” ม๋อเทียนถามอย่างอยากรู้อยากเห็น
“ในตอนนั้น ตระกูลตงหนีมาจากแคว้นเว่ย ทางตอนเหนือของแคว้นจันทร์งาม เพราะไปล่วงเกินนายน้อยตระกูลใหญ่เข้า ทำให้เกิดโศกนาฏกรรมขึ้น ผู้ชายในตระกูลตงเกือบถูกสังหารทั้งหมด ถ้าท่านลุงฝ่านของเ้าไม่ผ่านไปพบ พวกตระกูลตงที่กำลังโดนไล่ล่าอยู่ ก็คงไม่มีตระกูลตงในเมืองนี้แล้ว...” ป้าเชี่ยกล่าวด้วยสายตาที่เศร้าสร้อย
“ตระกูลตง!!! ไอ้พวกสารเลวนั่น ยังกล้ามาที่ตระกูลม๋อของเราอีกหรือ พวกมันเป็ต้นเหตุที่ทำให้ท่านพ่อต้องตาย ถ้าท่านพ่อไม่เข้าไปช่วยพวกมัน ก็คงไม่ถูกยอดฝีมือจากตระกูลใหญ่นั่น ตามมาสังหารท่านพ่อด้วยข้อกล่าวหา ที่ท่านพ่อได้ไปสังหาร มือสังหารของตระกูลใหญ่” เด็กสาวม๋ออิงเดินเข้ามา พร้อมกล่าวอย่างคับแค้นใจ และน้ำตาคลอที่ขอบตา