พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    เล่ม 6 บทที่ 161 กลอนบทนี้ผู้ใดเป็นคนเขียน

            “กลอนนี้เจ้าเป็นคนเขียนเองหรือ” ฮองเฮาทรงหยิบบทกลอนของโม่เสวี่ยหมิ่นขึ้นมา พระขนงมุ่นขมวด แท้จริงแล้วพระนางไม่โปรดบทกวีที่สื่อความหมายถึงความทุกข์ระทมของหญิงสาว ซึ่งหาใช่สิ่งที่คุณหนูในห้องหอคนหนึ่งควรพร่ำรำพันผ่านบทกวี

            “กราบทูลฮองเฮา หม่อมฉันเป็นผู้เขียนเองเพคะ” โม่เสวี่ยหมิ่นซ่อนรอยยิ้มลำพองใจที่เกือบปรากฏออกมาทางริมฝีปาก ก้มศีรษะตอบคำถามอย่างนอบน้อม กลอนบทนั้นนางชอบตั้งแต่ได้อ่านครั้งแรก รู้สึกสัมผัสได้ถึงอรรถรสและอารมณ์ความรู้สึกอย่างดีเลิศ คิดไม่ถึงว่าฮองเฮาจะทรงมองเห็นคุณค่า ไหนเลยจะไม่รู้สึกกระหยิ่มใจ

            “อายุยังน้อยอยู่แท้ๆ กลับรำพันถึงความโศกเศร้าทุกข์ตรม คงจะผ่านชีวิตที่ขื่นขมมาสินะ สตรีในห้องหอของสกุลสูงไหนเลยจะมีปมในใจมากมายปานนั้น” ฮองเฮาตรัสเสียงเรียบ แล้ววางบทกวีลงบนโต๊ะด้านข้าง ซูกุ้ยเฟยเอื้อมมือมาหยิบไปอ่าน หลังจากนั้นก็มองโม่เสวี่ยหมิ่นที่กำลังหน้าจ๋อยเพราะถูกฮองเฮาตำหนิ แล้วยิ้มกล่าวกับนางด้วยแววตาอ่อนโยน

            “กลอนบทนี้เขียนได้ดีจริงๆ มิน่าเล่าเหล่าซื่อจื่อและคุณชายทั้งหลายต่างยอมรับ เด็กๆ ให้รางวัล”

            นางกำนัลยกกล่องเครื่องประดับใบหนึ่งเดินมาจากด้านหลังของซูกุ้ยเฟย ถึงยังไม่เห็นว่าภายในคือสิ่งใด แต่มองจากความหรูหรางดงามที่เห็นจากภายนอกก็ทราบได้ว่าต้องเป็นของล้ำค่า

            ทว่าโม่เสวี่ยหมิ่นไหนเลยจะกล้ารับ เมื่อครู่ฮองเฮาทรงเพิ่งวิจารณ์ว่าบทกลอนของนางไม่เหมาะสม ขัดต่อจารีตอันดีงาม ซูกุ้ยเฟยกลับประทานรางวัลให้ นี่เป็นการยืมมือตนเองตบพระพักตร์ฮองเฮาชัดๆ โม่เสวี่ยหมิ่นหรือจะกล้าเหิมเกริม

            ดังนั้นจึงคุกเข่าตัวสั่นงันงกไม่กล้าตอบว่าจะรับหรือไม่

            “คุณหนูใหญ่สกุลโม่ เชิญรับรางวัล” นางกำนัลเห็นอีกฝ่ายทำเฉยจึงขึ้นเสียงเล็กน้อยอย่างรำคาญใจ นางเป็นสาวใช้ประจำตัวของซูกุ้ยเฟย ย่อมกระจ่างใจว่าเจ้านายต้องการฉีกพระพักตร์ฮองเฮาต่อหน้าธารกำนัล ข้ารับใช้ในวังหลวงทุกคนย่อมตระหนักดีว่าทั้งซูกุ้ยเฟยกับฮองเฮาล้วนเป็นเจ้านายที่รับมือยากยิ่ง แม้ว่าฮองเฮาจะสูงส่งด้วยยศศักดิ์แต่ไร้พระโอรส องค์ชายใหญ่ผู้มีจริยวัตรดีงามเป็นพระโอรสที่จักรพรรดิจงเหวินตี้ทรงให้ความสำคัญ ซูกุ้ยเฟยก็ได้รับความโปรดปรานมายาวนาน ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นฝ่ายไหนย่อมไม่อาจล่วงเกินได้

            “ช้าก่อน... เสด็จแม่ยังไม่ทันออกโอษฐ์ว่าจะพระราชทานสิ่งใด พระสนมจะรีบร้อนประทานรางวัลไปไย รอฟังการตัดสินพระทัยของพระองค์ก่อนเถิด ถึงเวลาเสด็จแม่พระราชทานรางวัล พระสนมค่อยมอบให้นางพร้อมกันก็ได้” องค์หญิงห้าสังเกตเห็นสีพระพักตร์ฮองเฮานิ่งขรึม พลันแย้มริมฝีปากหัวเราะเสียงเบา ก่อนเอ่ยวาจาแทรกขึ้นอย่างเฉลียวฉลาด โม่เสวี่ยหมิ่นจึงพ้นจากสถานการณ์ลำบากได้อย่างหวุดหวิด

            การที่ซูกุ้ยเฟยทั้งกล่าวตัดหน้าและประทานรางวัล ทั้งที่ฮองเฮายังไม่มีพระราชเสาวนีย์ นับเป็นการหมิ่นพระเกียรติต่อหน้าเหล่าฮูหยินและคุณหนูจำนวนมาก แต่ถึงจะเป็นเช่นนั้น ผู้มีฐานะเป็นถึงพระอัครเทวีเช่นนางก็ไม่อาจให้ใครเปิดโปงต่อหน้าธารกำนัลได้เช่นกัน หากคำพูดขององค์หญิงห้าล่วงรู้ไปถึงพระกรรณของจักรพรรดิ ไหนเลยจะเป็นผลดี

            ดูท่าองค์หญิงห้าที่เหมือนไม่มีพิษมีภัยพระองค์นี้จะรับมือยากกว่าพระอัครมเหสีมากนัก

            แม้ซูกุ้ยเฟยจะวางตัวเหิมเกริม แต่ก็ไม่กล้าหลู่พระเกียรติฮองเฮาต่อหน้าเหล่าฮูหยินและคุณหนูทุกคนอย่างแท้จริง หลังถูกองค์หญิงห้ากล่าวถึงการกระทำอันไม่เหมาะสมของตนเองอยู่กลายๆ ก็รีบหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาปิดปากกล่าวด้วยรอยยิ้ม “องค์หญิงห้ากล่าวถูกต้องแล้ว หม่อมฉันใจร้อนไปเอง คิดแต่จะประทานรางวัลแทนฮองเฮา จนลืมนึกไปว่านี่เป็นการเสียมารยาทยิ่ง ฮองเฮาคงไม่ถือโทษหม่อมฉันกระมังเพคะ”

            ซูกุ้ยเฟยหันไปหาฮองเฮา พลางแสดงท่าทางอ่อนหวานชดช้อย อ้างว่าพลั้งล่วงเกินเพราะความหวังดี

            นายหญิงแห่งวังหลังได้แต่ขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน ทว่าไม่อาจกระทำสิ่งใดต่อสตรีที่อยู่เบื้องหน้าผู้นี้ได้ จึงไม่มีอารมณ์กล่าวถึงบทกวีอีกต่อไป ทั้งยังรู้สึกว่าโม่เสวี่ยหมิ่นกับซูกุ้ยเฟยต่างเป็นสตรีประเภทนางจิ้งจอกยั่วสวาทไม่ต่างกัน บทกลอนที่เขียนสื่ออารมณ์เปล่าเปลี่ยวเยี่ยงนั้นยังชื่นชมอยู่ได้ จึงตรัสเสียงเย็นเยียบ “พระสนมซูโปรดปรานคุณหนูใหญ่สกุลโม่ถึงเพียงนี้ เปิ่นกงจะว่าอันใดได้เล่า ในเมื่อถูกใจไม่สู้ให้เปิ่นกงออกหน้าพระราชทานสมรสระหว่างนางกับฉู่อ๋องดีหรือไม่ ฉู่อ๋องก็อายุไม่น้อยแล้ว ทั้งยังไม่มีชายาอย่างเป็นทางการ หากแต่งคุณหนูใหญ่สกุลโม่เข้าไป จะได้ช่วยปรนนิบัติฉู่อ๋อง และดูแลจัดการเรือนหลังด้วย”

            ยกโม่เสวี่ยหมิ่นให้ฉู่อ๋องเฟิงเจวี๋ยเสวียน เพียงเพราะนางแต่งกลอนได้ดี?

            ทั้งงานเลี้ยงต่างเงียบกริบ

            โม่เสวี่ยหมิ่นที่คุกเข่าก้มหน้าอยู่เบื้องหน้าฮองเฮานิ้วมือสั่นระริกด้วยความตื่นเต้น หัวใจลิงโลดจนแทบกระโดดออกมา ไม่คิดว่าการเข้าวังครานี้จะมีเรื่องน่ายินดีเหนือความคาดหมาย จู่ๆ โชคก็หล่นทับโดยไม่ต้องลงแรงมากมาย เกือบอดใจไม่ไหวลั่นวาจาขอบพระทัยในพระมหากรุณาธิคุณอย่างอดใจไม่ไหว

            พระราชดำรัสของฮองเฮาเรื่องนี้แม้แต่ซูกุ้ยเฟยยังตะลึงงัน แต่กลับไม่คิดค้าน บัดนี้โม่ฮว่าเหวินเป็นขุนนางคนโปรดของจักรพรรดิ หากให้บุตรสาวของเขาแต่งเข้ามาในจวนอ๋องก็เป็นความคิดที่ไม่เลว ธิดาที่เกิดจากอนุภรรยาได้เข้ามานั่งตำแหน่งอนุชายาขององค์ชายย่อมนับว่าเป็นเกียรติ ต่อไปสกุลโม่ย่อมยืนอยู่ข้างโอรสของตนและกลายมาเป็นกำลังสนับสนุนงานใหญ่ในภายภาคหน้า

            เฟิงเจวี๋ยเสวียนแยกจวนออกไปแล้ว ในแคว้นต้าฉินองค์ชายหรืออ๋องพระองค์ใดที่แยกจวนออกไปอยู่นอกวังสามารถแต่งชายาเอกได้หนึ่งคน ชายารองสองคน อนุชายาอีกสี่คน รวมไปถึงอนุภรรยาที่มีฐานะสูง และอนุบ่าวอีกตามสมควร แต่จะมีเพียงตำแหน่งชายาเอก ชายารองและอนุชายาที่สามารถขึ้นทำเนียบของราชวงศ์ได้ และเป็นที่ยอมรับในฐานะสมาชิกราชวงศ์อย่างแท้จริง สถานะของโม่เสวี่ยหมิ่นเดิมทีก็ไม่สูงส่ง หากสามารถเข้ามาดำรงตำแหน่งอนุชายาในจวนฉู่อ๋องได้ นั่นนับเป็นการยกฐานะของนางให้สูงขึ้นแล้ว โม่ฮว่าเหวินย่อมมีหน้ามีตาไปด้วย

            เมื่อเห็นซูกุ้ยเฟยไม่มีเสียงคัดค้าน ฮองเฮาซึ่งตรัสด้วยพระอารมณ์ชั่ววูบพลันนึกเสียใจเล็กน้อย โม่ฮว่าเหวินรับใช้ใกล้ชิดเบื้องยุคลบาทมาโดยตลอด นับได้ว่าเป็นขุนนางคนสนิท เมื่อก่อนแม้ว่าตำแหน่งราชการของเขาจะเป็นเพียงขุนนางชั้นผู้น้อย แต่กลับถืออำนาจที่แท้จริง หากปล่อยให้บุคคลผู้นี้ตกไปอยู่ในมือของเฟิงเจวี๋ยเสวียน ย่อมไม่เป็นผลดีต่อเฟิงเจวี๋ยเหล่ย

            แต่วาจาตรัสออกไปแล้ว เมื่อทั้งสองฝ่ายต่างไม่ขัดข้อง พระนางจะคืนคำได้อย่างไร ขณะที่กำลังฝืนพระทัย เตรียมออกพระราชเสาวนีย์พระราชทานสมรส...

            “ทูลฮองเฮา กวีบทนั้นคุณหนูใหญ่สกุลโม่มิได้เป็นผู้แต่งเพคะ แต่เป็นผลงานของพี่ชายหม่อมฉัน” น้ำเสียงที่เจือไปด้วยโทสะเข้มข้นลอยมาจากด้านหลัง

            ผู้คนต่างขยับกายเปิดทางให้ซือหม่าเหอเยี่ยนเดินออกมาจากด้านหลัง เมื่อมาถึงหน้าพระพักตร์ก็คุกเข่าคารวะด้วยความนอบน้อม ทันทีที่คำกล่าวนี้หลุดออกมาจากริมฝีปาก ทั้งเหล่าภรรยาขุนนางและคุณหนูทุกคนต่างอึ้งงัน หลังจากนั้นเสียงวิพากษ์วิจารณ์พลันดังกระหึ่ม หากไตร่ตรองตามความหมายที่แฝงอยู่ กลับไม่แปลกที่พวกนางจะตื่นตะลึงเยี่ยงนั้น

            แม้ยังไม่กล่าวเรื่องการแอบอ้างบทกลอนของผู้อื่นว่าเป็นสิ่งน่าละอาย ลำพังแค่เอ่ยถึงว่าหญิงสาวในห้องหอคนหนึ่งจะเข้าไปถึงห้องหนังสือของบุรุษได้อย่างไรก็ชวนให้คิดมากแล้ว แม้ว่าสกุลโม่กับสกุลซือหม่าจะมีสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน แต่มิได้ดีถึงขั้นที่คุณหนูสกุลโม่จะเข้าออกห้องหนังสือของซือหม่าหลิงอวิ๋นเป็นการส่วนตัวได้ หากตรองอย่างละเอียด นี่มิใช่เพียงเรื่องขโมยบทกวีของผู้อื่น แต่เป็นการแอบคบหากันระหว่างชายหญิง

            อีกทั้งเรื่องนี้ยังเกิดกับโม่เสวี่ยหมิ่นที่มีชื่อเสียงดีงามมาโดยตลอด หากทุกคนไม่นึกประหลาดใจถึงจะเป็นเรื่องแปลก

            “ที่เจ้าพูดมาเป็นเรื่องจริงหรือ” พระพักตร์ฮองเฮานิ่งขรึมในฉับพลัน เบื้องลึกดวงตาเผยแววยิ้มย่อง เมื่อครู่ซูกุ้ยเฟิยเพิ่งออกปากประทานรางวัล จู่ๆ มาเกิดเรื่องเช่นนี้ย่อมหนักยิ่งกว่าการถูกหักหน้าเสียอีก หางตาชำเลืองไป เห็นอีกฝ่ายโกรธจัดหน้าดำหน้าแดงก็รู้สึกสบายใจยิ่ง

            “คำพูดของหม่อมฉันทุกคำล้วนเป็นความจริงเพคะ” ซือหม่าเหอเยี่ยนตอกตะปูนิ่มลงไป

            “ทูลฮองเฮา หม่อมฉันถูกปรักปรำเพคะ หม่อมฉันอยู่แต่ในเย้าเรือน แม้แต่ประตูจวนเจิ้นกั๋วโหวก็ยังมิเคยย่างเหยียบ แล้วจะแอบขโมยบทกลอนของซือหม่าซื่อจื่อมาได้อย่างไร หากไม่ทรงเชื่อสามารถไปตรวจสอบจากทั้งสองจวนได้ ว่าหม่อมฉันเคยไปจวนเจิ้นกั๋วโหวหรือไม่” แรกเริ่มโม่เสวี่ยหมิ่นร้อนใจจนลนลาน บัดนี้เมื่อจิตใจสงบลงก็เงยหน้าขึ้น กล่าวทั้งน้ำตาสีหน้าระทมราวกับได้รับความไม่เป็นธรรม

            นางมีรูปโฉมงดงามอ่อนหวาน เมื่อแสดงท่าทางคล้ายถูกคนใส่ร้าย ดวงตาเต็มไปด้วยความจริงใจ จึงชวนให้คนรู้สึกเห็นใจมากกว่าซือหม่าเหอเยี่ยนที่มีท่าทางแข็งกระด้างคุกคามผู้อื่น คนส่วนใหญ่จึงเริ่มผงกศีรษะคล้อยตาม ฮูหยินเจิ้นกั๋วโหวสุขภาพไม่แข็งแรง คุณหนูต้องรับใช้อยู่ข้างเตียง ในบ้านจึงไม่เคยจัดงานเลี้ยง เหล่าฮูหยินและคุณหนูที่นั่งอยู่ในที่นี้ล้วนไม่มีผู้ใดเคยไปจวนเจิ้นกั๋วโหว นี่เป็นเรื่องที่รู้กันถ้วนทั่ว แล้วโม่เสวี่ยหมิ่นจะมีโอกาสเข้าไปถึงห้องหนังสือของซือหม่าหลิงอวิ๋นได้อย่างไร

            เมื่อเห็นทุกคนเริ่มเอนเอียงเห็นใจโม่เสวี่ยหมิ่น ซือหม่าเหอเยี่ยนก็ร้อนใจ แย้งขึ้นทันที “นั่นเป็นกลอนที่พี่ชายหม่อมฉันแต่งขึ้นจริงๆ เพคะ ในห้องหนังสือมีหนังสือรวบรวมบทกลอนอยู่เล่มหนึ่ง ในนั้นมีบทกวีนี้อยู่ด้วย หากไม่ทรงเชื่อ ให้คนไปนำมาตรวจสอบได้”

            ซือหม่าเหอเยี่ยนย่อมรู้แจ้งแก่ใจกว่าใคร เพราะกลอนบทนี้นางเป็นผู้เขียนขึ้นเอง แล้วจะจำผิดได้อย่างไร

            “คุณหนูซือหม่า ข้าไม่รู้ว่าตนเองเคยล่วงเกินสิ่งใดต่อเจ้า จึงมากล่าวหากันเช่นนี้ เห็นอยู่ว่าข้าเป็นผู้แต่งกลอนบทนี้ชัดๆ ไฉนจึงกลายเป็นของพี่ชายเจ้าไปได้เล่า ยามนี้เขายังอยู่บนเกาะฝั่งตรงข้าม คุณหนูไม่ต้องทำสิ่งใดให้ยุ่งยาก เพียงแค่ไปตามซื่อจื่อมาสอบถามก็เพียงพอ” โม่เสวี่ยหมิ่นขบริมฝีปาก ดวงตาคู่งามคลอด้วยหยาดน้ำตาดูน่าสงสาร จ้องซือหม่าเหอเยี่ยนเยี่ยงสายตาของคนที่ถูกใส่ร้ายเจือไปด้วยความขุ่นข้องหมองใจ

            โม่เสวี่ยหมิ่นร้อนตัวแล้ว... โม่เสวี่ยถงซึ่งยืนแทรกอยู่ท่ามกลางฝูงชนก้าวถอยไปด้านหลัง หลุบตาลงเล็กน้อย ซ่อนแววเยาะหยันไว้ภายใต้เบื้องลึก

            ซือหม่าเหอเยี่ยนไม่มีหัวคิด แต่โม่เสวี่ยหมิ่นเชื่อว่าซือหม่าหลิงอวิ๋นไม่มีทางทำเรื่องโง่งมเยี่ยงนี้เด็ดขาด คิดไม่ถึงว่าเรื่องที่นางวางแผนใส่ร้ายโม่เสวี่ยถงยังไม่ทันเกิดขึ้น กลับมีเหตุการณ์พลิกผันกับตนเองเสียก่อน เพิ่งดีใจที่จะได้แต่งเข้าจวนฉู่อ๋องได้ไม่นาน ยามนี้กลับมีคนยกเรื่องลักลอบพบปะบุรุษมาทำลายชื่อเสียง เป้าหมายอยู่แค่เอื้อมแท้ๆ แต่กลับถูกผลักตกลงมาจากที่สูง แล้วจะไม่ให้โม่เสวี่ยหมิ่นแค้นเคืองซือหม่าเหอเยี่ยนจนแทบคลั่งได้อย่างไร

            ไฉนซือหม่าเหอเยี่ยนจึงไร้สมองถึงเพียงนี้ ถึงทำนางเสียหน้าก็ใช่ว่าซือหม่าหลิงอวิ๋นจะได้หน้า แต่การถูกสตรีโง่งมบีบบังคับจนต้องตกอยู่ในสภาพกลืนไม่เข้าคายไม่ออกคือสิ่งที่โม่เสวี่ยหมิ่นไม่คิดว่าจะเกิดขึ้นกับตนเอง

            หากเรื่องนี้แดงขึ้นมา นางยังจะแต่งให้ใครได้อีก เกรงว่าแม้แต่ครอบครัวชาวบ้านธรรมดาทั่วไปยังไม่ยอมรับด้วยซ้ำ

            ถามพี่ชายหรือ? ซือหม่าเหอเยี่ยนไม่คิดว่าเป็นความคิดที่ดี นางรู้แก่ใจว่ากลอนบทนั้นตนเองเป็นผู้เขียน แม้ว่าจะบันทึกอยู่ในหนังสือรวบรวมบทกลอนของเขา แต่คนที่ไม่รักในบทกวีอย่างพี่ชายคงไม่อ่านแน่นอน อาจจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่ามีกลอนบทนี้อยู่ในสมุดบันทึก แต่เมื่อโม่เสวี่ยหมิ่นอ้างมาเช่นนี้นางก็ไม่อาจทัดทานได้เช่นกัน หากกลอนบทนี้เขาเป็นผู้เขียนกับมือไยจะจำไม่ได้เล่า

            “เด็กๆ ไปตามซือหม่าหลิงอวิ๋นมาที่นี่” ฮองเฮามีรับสั่งทันที เรื่องนี้มีความไม่ชัดเจนเกิดขึ้น ทั้งสองฝ่ายต่างยืนยันความบริสุทธิ์ของตนเอง เมื่อไม่อาจตัดสินได้ก็ต้องเรียกซือหม่าหลิงอวิ๋นมาสอบถามให้กระจ่าง

            ไม่ช้าซือหม่าหลิงอวิ๋นก็ถูกพาตัวมา โดยมีขันทีสองสามคนติดตามอยู่ด้านหลัง ฮูหยินที่สายตาเฉียบคมย่อมมองออกว่ามิใช่ขันทีที่ออกไปเมื่อครู่ พวกเขาทั้งสามต่างคนต่างเดิน ดูก็รู้ว่าต้องเป็นคนของท่านอ๋องทั้งสามที่ส่งมาฟังข่าว

            “ซือหม่าหลิงอวิ๋น กลอนบทนี้เจ้าเป็นผู้เขียนขึ้นมาหรือ” หลังจากซือหม่าหลิงอวิ๋นเข้ามาถวายบังคม นางกำนัลข้างพระวรกายฮองเฮาก็ยื่นกระดาษที่เขียนบทกลอนส่งให้ ก่อนที่พระนางจะตรัสถาม

            เกิดเรื่องใหญ่ถึงเพียงนี้ทุกคนบนเกาะฝั่งซ้ายต่างทราบเรื่องกันแล้ว ซือหม่าหลิงอวิ๋นคิดไม่ถึงว่าน้องสาวของตนเองจะมีปัญหากับโม่เสวี่ยหมิ่น ระหว่างพวกนางจะต้องมีคนที่เป็นฝ่ายถูกและฝ่ายผิด เขาเองยังไม่รู้ว่าต้องช่วยเหลือผู้ใด ในขณะที่กำลังคิดหาทางรับมือ คนของฮองเฮาก็มาถึง

            หากถามว่ากลอนบทนี้เขาเป็นผู้เขียนขึ้นหรือไม่ เขาไม่กล้ายอมรับจริงๆ ด้วยคำวิพากษ์วิจารณ์ของท่านอ๋องทั้งสามก่อนหน้านี้ทำให้เหล่าคุณชายจำนวนมากนึกสนุก อยากเห็นว่าคุณหนูที่แต่งกลอนบทนี้คือผู้ใด มิเช่นนั้นแล้วจะมีคนลงคะแนนเสียงให้อย่างล้นหลามเช่นนี้ได้อย่างไร เขาเองก็เป็นหนึ่งในนั้น จำได้ว่าเขายังกล่าวเยาะหยันกับคุณชายท่านหนึ่งซึ่งนั่งอยู่ด้านข้าง “ลูกสาวบ้านไหนหนอ... เขียนกลอนเช่นนี้ออกมาได้ สงสัยจะกำลังอารมณ์เปลี่ยวเหงาอยู่กระมัง”

            หากยอมรับว่าเป็นผู้เขียนกลอนบทนี้ ความสัมพันธ์ระหว่างตนเองกับโม่เสวี่ยหมิ่นอาจถูกเปิดเผย ชื่อเสียงย่อมถูกทำลาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งยามนี้เป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญที่เขากำลังจะเข้ารับตำแหน่งเจิ้นกั๋วโหว หากเสื่อมเสียชื่อเสียง เป้าหมายที่กำลังจะเอื้อมถึงก็เป็นอันสูญสลายไปในพริบตา แล้วซือหม่าหลิงอวิ๋นจะยอมรับได้อย่างไร

            แต่หากไม่ยอมรับ น้องสาวของตนเองจะกลายเป็นผู้ใส่ร้ายโม่เสวี่ยหมิ่น อนาคตอันสดใสของนางก็เป็นอันจบสิ้น

    คล้ายกับเรื่องพลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    นิยาย รัก
    671K 788
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    นิยาย รัก
    324K 1320
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    355K 505
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    862K 774
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508