“ค..เครื่องจ่าฝูง นั่นมันเลกเซ่นี่หว่า เวรแล้ว ไอ้แมกซ์เอ้ยยยย!!!!” ... เอคิจิโวยลั่น
ร้อยเอกบนชูเร่งเวอร์เนียร์ของวาสเชอร์บินไปหา
“เครื่องของผู้กองสู้เลกเซ่ไม่ได้แน่ เธอจะเอาอยู่เหรอวะ” ... แมกซ์กังวล
กระสูนศัตรูระดมเข้าที่โล่ไม่ยั้งจนเครื่องสั่นตึ่งๆๆๆๆๆๆ
“เชี่ยยยย” ... แมกซ์ะโลั่น
“ก่อนจะห่วงผู้กอง เอ็งห่วงพวกเราเองกันก่อนดีมั้ยไอ้แมกซ์!!!” ... เอคิจิโวยลั่น
“เอาไง จะหาเศษขยะอวกาศแล้วเอาหลังพิง หรือจะพิงกันเอง แต่ถ้าพิงขยะอวกาศเราตรึงมันคุ้มกันยานไม่ได้แน่ มันคงจะละจากเราไปสอนซิกนัสแน่ๆ ว่ะ” ...แมกซ์ถาม
“อวกาศนะเว้ยยยยย ไม่ใช่พื้นโลกหรือในโคโลนี ม้วนลงล่างสอยเลย” ... เอคิจิใช้มุขที่เคยเล่นกันซิมิเลเตอร์บ่อย
พวกเขาบินลงด้านล่างของทูฟ 3 เครื่อง
“ทำอะไรของพวกมันวะ?!” ... ไลอลตทูฟงง
แมกซ์กับจิมมี่นอนหงายในอวกาศยิงจากด้านล่าง
ปังๆๆๆๆๆๆๆ
ตึงๆๆๆๆๆๆๆๆ
เครื่องทูฟสั่นะเืถึงในคอกพิท จอมอนิเตอร์ซ้าย ขวา กลาง และมุมหงาย 45องศาไม่สามารถมองลงล่างได้
“อ๊าคคค เวยยย โดนยิง มองไม่เห็นมันพวกเราพลิกตัวก้มลงไปยิงมัน!” ...ไพลอตคนนี้รีบพลิกตัวหุ่นทูฟคว่าลงไปยิง
สิ่งที่พบคือวาสเชอร์ 2เครื่องรุมกระหน่ำยิงเขาคนเดียวแถมบินเข้ามาใกล้เรื่อยๆ กว่าจะหงายลงมาตั้งโล่ตัวเครื่องก็เสียหายไปไม่น้อยแล้ววาสทั้งสองบินมาจับทูฟเครื่องนี้
จนอีก 2 เครื่องจะยิ่งช่วย รู้ตัวอีกทีก็เห็นเพื่อนโดนใช้เป็โล่แล้ว
“ไม่มีมุมยิงเว้ยยยย” ...ทูฟอีกเครื่องโวยออกมา
“ดันเลยยยยยย” ...แมกซ์กับเอคิจิะโพร้อมกัน
พวกเขาดันทูฟเครื่องนี้โดยเอาปืนกลที่มีมีดปลายปืนติดไว้เสียบปักที่คอกพิทแล้วบินดันจนชนทูฟอีกเครื่อง
กึ่ง!! จนสั่งสะเทืองกันทั้ง4 คน
....จากนั้นกดยิงอัดเข้าตัวเครื่องที่เสียบปักคาไว้แล้วถอนตัว
ตูม.ม.ม.ม.ม.ม..ม.ม!!
ทูฟตัวที่โดนเสียบยิงะเิใส่อีกเครื่อง
เหลือทูฟอีกเครื่องเดียว
“บ้าเอ้ย!! เราแพ้วาสเชอร์แค่ 2 ตัวได้ไงวะ!?” ...ไพลอตเครื่องทูฟที่เหลือ 1 เครื่องโวยขึ้นมาแล้วยิงกราด
“แยกกัน”
แมกซ์กับเอคิจิพูดพร้อมกันแยกออกประกบซ้ายขวา ทูฟเครื่องนี้ไม่ยอมโดนล้อม บินหนีออกจากวงล้อมทั้งสอง
ปังๆๆๆๆๆ
บึม
เวอร์เนียร์ที่หลังเสียหาย ปืนที่ยิงมาคือวาสเชอร์อีกเครื่องของจิมมี่
พอบินไปไหนไม่ได้เหลือแค่ทรัสต์เสริมตามตัวที่เอาไว้ปรับทิศทาง แต่มันไม่มากพอจะบินหนี วาสเชอร์ทั้ง 3 ระดมยิงจนเครื่องนี้ะเิ
ตูม.ม.ม.มม.ม
“เย้ สำเร็จ!!” ... ทั้ง 3 ะโพร้อมกัน
“พวกเขาทำได้” ...พันตรีจูลลี่ยิ้มดูจากเก้าอี้กัปตัน
“สุดยอด ... พวกนี้ทำได้ด้วย” ... จ่าเอกเดลพูดขึ้นมา
“เฮ้ย จริงดิ..?” ... พันจ่าตรีโซอี้แทบไม่เชื่อสายตา
การเล่นสู้พลิกแพลงในการแข่งของพวกเขา กลับเอามาใช้ในการสู้กับพวกที่รบตามตำราจริงจังได้
“ไม่เลวนี่” ...ร้อยเอกบนชูยิ้มกับผลรบที่ออกมาของทั้ง 3
“หนอย ไอ้พวกระยำ ลูกน้องข้าตั้ง 3 คน” ... ไพลอตเลกเซ่แผดด่า
“ยานไล่ล่าชั้น รามาลแบกหุ่นมาได้แค่4 ตัว ตายห่าในโคโลนีไปเพียบแล้ว ไอ้พวกนี้มาจากไหนวะ นี่มียานอื่นมาอีกสินะ” ...ร้อยเอกบนชูบินเอาโลมากระแทกจนเลกเซ่กระเด็นลอยออกไปหมุนขวา
เลกเซ่ตั้งโล่ที่มือซ้ายบังไว้
“ฮึ” ...ร้อยเอกบนชูแค่นหัวเราแล้วยิงปืนกนไปที่แท่งท่อเสริมขับดันของเลกเซ่
“เฮ้ย ชิป!” ... เลกเซ่รีบปลดท่อ
แต่เกือบไม่ทัน ท่อเสริมเชื้อเพลิงะเิทั้ง 2 ท่อ
ตูม.ม.ม.ม.มมมม
แรงะเิส่งผลต่อเวอร์เนียหลักที่หลังของเลกเซ่
“ตาย ไอ้สรัส!” ... ร้อยเอกบนชูบินพุ่งเข้าไปเกาะข้างหลังเลกเซ่
เอาปืนจ่อ่ท้องจากด้านหลังหวังยิงอัดให้ไพลอตตาย
ปังๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
ปืนกลที่สาดมาแม่งชนิดเล็งที่ตัววาสเชอร์ที่เกาะหลังอยู่ของร้อยเอกบนชูจนต้องปล่อยมือจากเลกเซ่ตัวนี้แล้วหันมาตั้งโล่แทน
“นั่นมัน”
ทั้ง 4 คนอุทานออกมา
Dustail ดัสเทล หุ่นรบของโคราเชีย
“พวกมันเอาดัสเทลออกมาเชียวเหรอวะ? นี่ไปทำอะไรให้แค้นเคืองขนาดนั้น!!” ... จิมมี่โวยวายออกมา
“ไม่มากหรอกแค่พวกนายฆ่าลูกน้องมันไป 3 ตัวต่อหน้าต่อตา แล้วฉันกำลังจะฆ่าลูกน้องมือดีมันอีกตัวแค่นั้นแหล่ะ” ... ร้อยเอกบนชูะโตอบ
“พวกนายทำให้ฉันต้องออกมาเองจนได้นะ”... ดัสเทลปล่อยสัญญาณออกมาให้ได้ยินกันทั่ว
“เครื่องสีดำ ... อ๋อ...ที่แท้ก็ แบล็คเลเวียธาน...ให้เกียรติกันจริงนะ” ... ร้อยเอกบนชูโต้ตอบกลับ
“แบล็คเลเวียธาน!! งั้นนั่นก็ โลแกน แพทริค ฉายาแบล็คเลเวียธาน เวรล่ะเว้ยยยย” ...เอคิจิโวยอีกคน
“!!!”
หอบังคับการได้ยินบทสนทนาทั้งหมดและภาพการต่อสู้
ชื่อนี้กองทัพสหพันธมิตรไม่มีใครไม่รู้จัก วีรบุรุษาเอสไพลอตมือดีของโคราเชีย
พันโท โลแกน แพทริค ฉายาแบล็คเลเวียธาน
เลเวียทานสีดำ กำลังปะทะพยานาคสีขาว
แต่เครื่องที่ใช้ประสิทธิภาพต่างกัน
“เป็ไรมั้ย? พันจ่าโท เดฟ” ... พันโท โลแกนบินเข้ามาหิ้วเครื่องเลกเซ่ไว้
“ยังไหวครับผู้พัน เกือบไปเหมือนกัน” ... พันจ่าโท เดฟ กราโตสตอบหัวหน้าตน
“ดูจากความเสียหายฉันควรปล่อยถอย แต่จากฝีมือพวกนายแล้ว ฉันคงปล่อยไปให้ก่อความเสียหายให้กองทัพโคราเชียในภายหน้าไม่ได้ นี่ ... เห....?” ... พันโท โลแกนหันไปเห็นบางสิ่ง
เครื่องหน้าตาประหลาด ใบหน้าเป็ใบหน้าเด็กสาวกำลังบินไปที่ยานซิสนัสด้วยความเร็วสูง
“นั่นเครื่องรุ่นใหม่ของเรานี่ พวกนายคุ้มกันไว้ อย่าให้ไอ้งูดำนี่เข้าใกล้ยานได้ ฉันจะตรึงไว้เอง” ... ร้อยเอกบยชูสั่งแล้ว
พวกแมกซ์รีบถอยไปคุ้มกันยาน
“ตรึงไว้? ... บินตามฉันให้ทันก่อนเถอะ เธอก็เก่งนะ แต่วาสเชอร์รุ่นจ่าฝูงของเธอมันอืดอาดเกินไปจะตามดัสเทลของฉันทัน”... พันโท โลแกนยิ้มบอกแล้วขับดัสเทลบินอ้อมผ่านวาสเชอร์ทั้ง 4 ไป
<ทางซ้ายค่ะ คุณฟ้า ดูท่าไม่ได้มาดี> … เจมินี่เตือนอิงฟ้า
“ขอบใจจ้ะ รู้แล้ววว!!” ... อิงฟ้าบังคับแขนจับด้ามดาบที่ขวาออกมา
ดัสเทลฟันดาบพร้อมเร่งพลังงานความร้อนที่ตัวดาบ
ฟ้าขับเกิร์ลเจมินี่ยกแขนรับ
กึ้งงงง
“ฟันไม่เข้า!?” ... พันโท โลแกนใ
อิงฟ้าสวนกลับด้วยดาบ กดเร่งพลังบีมลำแสงความร้อนออกจากตัวดาบ แต่ดัสเทลสีดำของโลแกนยกโล่ขึ้นมารับ
สัญชาตญานของโลแกนดีเยี่ยม เขารีบปล่อยโล่ออก โล่โดนบีนซอร์ดตัดขาดทันที
“โล่ยังขาด!!” ... พันโท โลแกนใอีกครั้ง และอก่ซ้ายเสียหายจากการโดนปลายดาบด้วย
“นั่นเธอเหรออิงฟ้า...ปลอดภัยใช่มั้ย?” ... เคทเข้ามาในหอบังคับการ ขอใช้อุปกรณ์สื่อสารติดต่อกับอิงฟ้า
“คุณเคท หนูยังอยู่ค่ะ แต่ขอเคลียร์แผงนี้ก่อน” ... อิงฟ้ากำลังคึกที่ทำแดเมจให้กับศัตรูได้
“เ้าหน้าที่หอบังคับการบอกฉันว่ายานเราไม่อยุ่ในวิถีที่จะยิงปืนใหญ่ไฮเปอร์บีมแคนนอนของยานได้.... ยานของพวกมันอยู่ห่างออกไป ฉันจะส่งปืนGewehr (เกอเวียร์) ออกไปให้เธอยิงยานศัตรู ปืนมันต้องต่อสายกับตัวหุ่น ฉันจะส่งข้อมูลไปให้ ให้วาสเชอร์เครื่องใดเครื่องหนึ่งต่อสายปืนที่หลังเจมินี่ให้ จากนั้นเธอก็ยิง” ...เคทว่าจบให้ช่างส่งปืนออกไป
ปืนออกมาจากตัวยานอิงฟ้าบินไปรับปืน พันโท โลแกน จะบินไปขวาง แต่พวกร้อยเอกบนชูไม่ยอม ยิงสกัดไว้
“ทำไมไม่ให้วาสเชอร์ทั้ง 3ตรึงศัตรูไว้คะ แล้วให้ไพลอตคนนี้ออกมาต่อสายเอง” ... พันจ่าตรี โซอี้ถาม
“เธอไม่ได้สวมนอมอลสูท ออกนอกคอกพิทในอวกาศไม่ได้” ... เคทรีบตอบ
แมกซ์มาคว้าสายปืนไว้ ข้อมูลส่งมาในมอนิเตอร์ของทุกคน แมกเห็นช่องตามข้อมูล ต่อสายให้จากด้านหลัง
“ต่อพลังงานแล้ว ล็อกยานศัตรู ยิง!” ... อิงฟ้าลองยิง
ฟิ้วววววววววววววววววววววววววววววฟ์
สำแสงที่แรงกว่าปืนหลักของยานรบยิงพุ่งไปที่ยานชั้นยาน Seonmin (ซองมิน) 2 ลำของศัตรู ...
ยานรบขนาด 160 เมตร บรรทุกหุ่นรบได้2 ตัว เพราะติดอาวุธเยอะกว่ายานชั้นรามาล
ตูม.ม.ม.ม.ม.ม..ม.
ยานรบ 2 ลำะเิเป็เสี่ยงๆ
“เฮ้ยยย!!” ... พันโท โลแกนบินกลับแบบไม่คิดอะไรต่อไปอีก แล้วรีบคว้าเลกเซ่ของพันจ่าโทเดฟที่ใช้ทรัสต์ย่อยค่อยบินกลับบานนั้น แล้วบินกลับยานเมสเดค ยานไล่ล่าชั้น รามาลของเขาทันทีพร้อมคำสั่งถอย
“สัญชาตยานของหนูบอกว่า ถ้าปล่อยมันไปเื่จะยาว พลังงานยัยนี่ยังเหลือเฟือขอตามไปเป่าให้ร่วงให้หมดล่ะนะ”... อิงฟ้าบินตามไปด้วยความเร็วที่เร็วว่าดัสเทลมากมายนัก
แต่เครื่องก็อ่อนแรง
<ระบบจ่ายพลังงานลมค่ะยังไม่ได้เซทติ้งให้ใช้เตาพลังงานหลัก ตอนนี้ใช้เตาทดสอบอยู่ เมื่อยิงปืนไปแล้วพลังงานไม่พอ แต่เครื่องจะตัด ให้พลังงานเหลือพอสำหรับกลับเข้ายานซิกนัสค่ะ>
“ปัดโธ่เว้ย!! หนอย รอดไปนะพวกแก!!” ... ฟ้าชี้นิ้วไปยังยานที่ล่าถอย จากนั้นค่อยบินกลับยาน
.................
ในยานซิกนัส
คอกพิทเปิดออก พวกแมกซ์ดีดตัวลอยออกมาในยานที่ไร้สภาวะแรงโน้มถ่วงแล้วจับขอบราวกั้นของแท่นยืนของช่าง จากนั้นช่างก็รีบเช้าไปเช็คสภาพเครื่องต่อท่อต่อสายกับคอกพิทและเครื่องกันวุ่นวาย
ถอดหมวกออกมา ชุ่มไปด้วยเหงือ พวกแมกซ์หายใจกันแฮ่กๆ
“โคตรเหนื่อย เชี่ย ... แค่สู้ระยะเวลาสั้นๆ แม่งคนละเื่กับตอนเล่นซิมูเลเตอร์เป็ชั่วโมงเลยนี่หว่า”... เอคิจิหงายตัวลอย
“แรงกดดันจากสนามรบไง เราตายได้จริง พวกเราตายได้จริง ไม่มีคอนทินิว.... แฮ่กๆ ...” ... แมกซ์ลอยมาลากเอคิจิลงไปเดินที่พื้น
“เอ้า” ... พันจ่าเอก นิยมโยนแก้วน้ำที่ปิดฝาให้
ทั้งสามคนรับน้ำแล้วดื่ม
“ขอบคุณครับ”
“เออ ... ทำได้ดีมาก ไอ้หนู” ... พันจ่าเอกนิยมชูนิ้วโป้งให้
ทั้งสามยืนยิ้ม
“ว่าแต่เครื่องกระแทกไม่น้อยเลยนะให้ตายเหอะ ทำช่างร้องไห้ได้เลยนะพวกแก” ...พันจ่าเอก นิยมยืนท้าวสะเอวบ่น
ทั้งสามเปลี่ยนเป็จ๋อย
“เฮ้ย หงอยไรวะ ชนะกลับมาไม่ใช่เหรอ พวกแกช่วยชีวิตคนในยานไว้นะเว้ย ยืดอกหน่อยดิ” ... พันจ่าเอก นิยมชูนิ้วโป้งให้อีก
ทั้งสามยืนยิ้มอีก
ร้อยเอก บนชูคิดแมนเดินมาชกอกทั้งสามเบา
ปึก ปึก ปึก
“เจ๋งมาก สำหรับครั้งแรก เจอทีมของได้โลแกนนี่ส่วนมากตายห่ากันยกทีมยกยานเลยนะ” ... ร้อยเอกบนชูชม
ทั้งสามกำลังจะดีใจ แต่พอรู้ว่าเพิ่งรอดตายจากเอสไพลอตฝั่งศัตรูมาหมาดๆก็พบว่าเข่าพวกตัวเองอ่อนทันที เข่าสั่นไม่หยุด
จากนั้นทั้งหมดพากันมองไปยังเครื่องเกิร์ลไทป์.... จากนั้นสักพักคอกพิทเกิด ส่วนบนของอกเลื่อนออกมาด้านหน้า เบาะคนขับดันตัวขึ้นมา ไพลอตโดดออกจากที่นั่ง
ทั้งหมดะโพร้อมกัน
“เด็ก!”
พวกแมกซ์เห็นแค่ตอนหุ่นเจมินี่สู้ แต่ไม่เห็นตอนอิงฟ้ายิงสู้ข้าศึก
ช่างพากันใ หอบังคับการดูภาพที่ห้องโรงเก็บหุ่น ก็พากันใ
“เด็กผู้หญิงอายุแค่นี้... ...วันนี้มันบ้าอะไรเนี่ย อีกพวกก็นักศึกษามหาลัย อีกพวกก็เด็กผู้หญิงมัธยม .. นี่เราฝากอนาคตไว้ที่พวกนี้จริงใช่มั้ย?” ... พันจ่าตรี โซอี้บ่น
“เด็กนี่แหล่ะ ที่ช่วยชีวิตเรา ฉันเองยังเคยโดนเอคนนี้ยิงฆ่าสปายของศัตรูช่วยชีวิตไว้เลยจนพาเอขึ้นไปขับเจมินี่ได้”... เคทพูดจนก็ดีดตัวลอยออกนอกห้องบังคับการ
“คุณเคทจะไปหาเด็กคนนั้นเหรอคะ?” ... พันตรีจูลลี่ถาม
“ค่ะ”
“ฝากขอบคุณเค้าด้วยนะคะ ... เอ่อ...หรือว่าฉันควรไปขอบคุณพวกเขาทั้งหมดเอง”
“ตัดสินใจเองสิคะกัปตัน”
เคทลอยออกไป ประตูอัตโนมัติปิดทันที
ฟีดดด...
.......
“อ๊ะ พวกพี่ที่ลากคุณทหารนี่ ...ทหารคนนั้นรอดมั้ยคะ?” ... อิงห้าถามพวกแมกซ์
“เอ่อ..อ่า....”
พวกแมกซ์มองกันเอง แล้วมองรอบ แล้วหันมาหาอิงฟ้า ชี้หน้าตัวเองเป็เชิงถามว่าคุยกับพวกเราเหรอ?
อิงฟ้าพยักหน้า ยืนดูดน้ำเหมือนกัน
พวกเขา 3 คนไม่ค่อยเข้าสังคม ยิ่งกับผู้หญิงยิ่งแทบไม่ได้คุย
“อ่า....” ... แมกซ์หันไปมองเอคิจิ
เอคิจิยืนนิ่ง
จิมมที่ก้มหน้า
“เอ่อ เขาเสียชีวิตตอนคุณเคทขับพามาถึงยานครับ น้อง .... เอ่อ...” ... แมกซ์พยามจะพูด
“ฟ้าค่ะ อิงฟ้า นากาอิ ....ปีนี้อายุ 15 ค่ะ พวกพี่ไม่ใช่ทหาร ทำไมขับเก่งจัง” ... อิงฟ้าคุยด้วยน้ำเสียงร่าเริงเหมือนว่าตะกี้ไม่ได้รบมา
“พ..พวกเรา ...เล่นซิมูเลเตอร์น่ะ”
“ฮ้า.... จริงดิ หนูก็เล่น ไม่นึกว่าจะได้ขับของใหม่ของกองทัพ คอกพิทโคตรหรูเลยพี่ พาโนรามิค 360 องศา มอง หมุนได้ 180 องศาสบายเลย แต่มันจะทำมองหลังไปทำไมไม่รู้ เพราะเบาะนั่งแม่งบังหัวมิด ฮ่าๆๆๆ”
“อ่ะ .. อ่ะๆๆๆ”
“ขึ้นไปดูคอพพิทมั้ย?”
“ด..ได้เหรอ?”
“หุ่นหนูเอง คุณเคทบอกว่า ต่อไปนี้มันคือหุ่นของหนูแล้วใครก็ขับมันไม่ได้อีก”
แล้วอิงฟ้าก็กวักมือเรียกจากนั้นดีดตัวลอยขึ้นไปที่คอกพิท
พวกแมกซ์ดีดตัวลอยตาม
มองรอบคอกพิท
“โห โคตรล้ำอ่ะ” ... เอคิจิเสียงใสขึ้นมาเลย
“แหน่ะ ทีตะกี้ไม่พูด พอเห็นคอนโซลของเจมินี่นี่พูดจ้อเลย” ... อิงฟ้าแหย่
“แหะๆๆ” ... เอคิจิหัวเราแห้งๆ
อิงฟ้าหันไปมองจิมมี่
จิมมมี่หลบตา
“หมอนี่ พูดกับผู้หญิงไม่ได้น่ะ” ... เอคิจิบอก
“เอ่อ...แนะนำตัวช้าไป พวกเรา......”
ทั้ง 3 แนะนำตัวอีกทีให้ฟ้า
ช่างโผล่หัวออกมาจากคอกพิทเจมินี่
“เอ้ยยย พวกนาย มันขวาง เกะกะการทำงานมาก ไพลอตน่ะไปพักได้แล้ว ดูแลชุดตัวเองด้วยนะ ถอดซักเอง คนของเราไม่พอ ตายไปกันเพียบแล้ว ทหารบริการตอนนี้วุ่นกับการจัดการความสะอาดรอบๆโรงเก็บ และห้องเก็บของ กับครัว พวกเขางานล้นมือแล้ว”
ทหารช่างบ่น
“ครับๆๆ”
พวกแมกซ์รีบออกมา
“ต้องลำบากเอแล้วนะ อิงฟ้า”
ฟ้าหันไปมองต้นเสียง
“คุณเคท” ... ฟ้าดีใจโดดลอยเข้ามาหา
“พวกเธอ 4 คนไปพักซะ กัปตันเรียกพบที่ห้องทำงานในอีก 10 นาที อาบน้ำซักชุดซะ เสร็จจากกัปตันแล้ว พวกเธอ 3คนต้องคุยงานกับช่างและผู้กองคิดแมน ส่วนอิงฟ้า เธอต้องมาพบฉันกับหัวหน้าช่างนิยมที่คอดพิท เราต้องทดสอบและเก็บข้อมูลอะไรอีกเยอะ
“เราต้องมาพบผู้กองที่นี่อีกเหรอครับ?” ... แมกซ์ถาม
“ก็ .. นะ ..ศัตรูจะมาอีกเมื่อไหร่ก็ได้ งานของพวกเธอคือเตรียมพร้อมรับมือ พวกเธอต้องเซทระเบียบการของทหารจริงๆให้พร้อมก่อนจะออกบินครั้งต่อไป ไปได้แล้ว จากนั้นก็พักมากๆพวกเธอต้องรับมืออะไรอีกเยอะ” ... เคทตอบ
...........
ชุดอยู่ในเครื่องซัก อบแห้ง จากนั้นแขวนชุด รวมทั้งทำความสะอาดหมวก
แล้วอาบน้ำ
เปลี่ยนชุดแล้ว ใส่กางเกงทหาร และเสื้อยืดทหารแต่ไม่สวมเครื่องแบบ
จากนั้นไปห้องกัปตัน
พอกดสัญญาณขออนุญาต เมื่อเข้าไปพบว่ากัปตันกำลังคุยหัวเรากับอิงฟ้าสนุกสนาน
“อ้าว พวกพี่มาแล้ว กัปตันน่ารักมากๆ เลยล่ะ นึกว่าจะดุซะอีก” ...ฟ้าหัวเราะ
“เฮ้อ ก็อย่างที่บอก ฉันไม่ใช่กัปตันจริงๆ ของยานนี่นะ อ้อ พวกเธอนั่งก่อนสิ กาแฟมั้ย?” … พันตรีจูลลี่ถาม
“อ้อ ไม่เป็ไรครับ เห็นทหารบริการบอกว่าให้เราไปกินอาหารที่ห้องอาหาร ก็ว่าจะไปดื่มอะไรนี่นั่น” ... แมกซ์ตอบ
“ค่ะ” ... พันตรีจูลลี่ยิ้ม
“ค..ครับ” ...แมกซ์เริ่มเขินพอเห้นจูลลี่พูดดีด้วยเสียงอ่อนหวาน
ทั้งหมดแนะนำตัวกันอีกที และเล่าที่มาว่าทำมามาอยู่ในยานนี้
“ผมจะสู้เต็มที่ครับ พอรู้ว่ากัปตันแมกไกว์เองก็ลำบากไม่แพ้พวกเรา ผมก็รู้สึกอยากเป็กำลังให้กัปตันอย่างเต็มที่”... แมกซ์ยืนขึ้น
“ค..ค่ะ ..ขอบคุณค่ะ...” ...พันตรีจูลลี่อ้ำอึ้งแล้วยิ้มตอบ
“อ้อ พวกคุณไม่ใช่ทหาร เรียกฉันจูลลี่ก็พอค่ะ”
“เรียกชื่อได้เหรอครับ?”
“ได้สิคะ เราหัวอกเดียวกันนี่”
“ครับ .. คุณ ...จูลลี่...”
“ค่ะ แมกซ์” ...จากนั้นหันมายิ้มมองอีก 2 คน
“คุณเอคิจิ คุณจิมมี่ จากนี้ต้องลุยด้วยกันแล้วนะคะ”
“ค..ครับ..” ... เอคิจิ ยิ้มพยักหน้า
จิมมี่พยักหน้าแบบหลบหน้า
“เย่! ทีนี้ก็รวมพลังสมาคมคนซวยครบแล้ว”... อิงฟ้าชูมือยืนขึ้น
ทั้งหมดพากันหัวเราะ
“นี่หนูจริงๆ ตั้งใจจะเป็ไอดอลนะ.... เรามาร้องเพลงด้วยกันมั้ย”
......
ฟี๊ด...ด.ด.
ประตูเปิด
ร้อยเอกบนชู คิดแมนเปิดเข้ามา เห็นอิงฟ้ายืนกอดคอกับพันตรีจูลลี่เต้นและร้องเพลงโดยมีทั้ง 3 คนล้อมปรบมือไป
พันตรีจูลลี่รีบถอยออกมาจากท่ากอดคอแล้วยืนตรง
“คะ? ... ผู้กองคิดแมน”
พวกแมกซ์อายแสนอาย รีบยืนตรงก้มหน้า
“ผู้กองมาร้องเพลงด้วยกันสิคะ” ...มีแค่อิงฟ้าที่ยังร่าเริงอยู่คนเดียว
“เอ่อ... ทุกคนตามสบายเหอะ พอดีฉันกดปุ่มสัญญาณขออนุญาตแล้วไม่มีใครตอบน่ะเลยถือวิสาสะเปิดเข้ามา ....คือ จะมาบอกทุกคนว่า .... ไปกินอะไรที่ห้องอาหารได้แล้ว กัปตันด้วยนะคะ โซลอี้กับเอมี่จะไปกินผลัดเดียวกับเรา ส่วนเดลกับ โลคัสจะอีกอีกผลัด พวกช่างผลัดแรกตอนนี้ทยอยไปกินแล้วทหารบริหารจะกินกันทีหลัง” … ร้อยเอกบนชูมาบอกเวลาอาหาร
“เอ่อ ผมเกร็งข้อมือจนปวดนิ้วไปหมดตอนขับหุ่น ห้องพยาบาลไปทางไหนครับผู้กองคิดแมน” ...แมกซ์ถาม
“เลยห้องอาหารไปไม่ไกล กินเสร็จก็ไปหาพยาบาลซะ” ...พูดจบร้อยเอกบนชูก็ออกไป
ศึกสั้นๆ ที่แสนจะเหน็ดเหนื่อยจบลง
พวกเขายังต้องเจออะไรอีกเยอะ