บทที่ 20 ขายหมดเกลี้ยง (รีไรต์)
“สี่หยวนต่อชิ้นค่ะ มีทั้งของผู้ชายและผู้หญิง มีทั้งปกมาตรฐาน ปกสี่เหลี่ยมเล็ก และปกมนราคาเท่ากันหมดค่ะ”
“สามารถติดเข้าไปในเสื้อขนสัตว์ เสื้อโค้ตหรือชุดสูทจงซาน*[1]ได้เลย มองจากภายนอกไม่มีทางรู้ว่าคุณใส่ปกเสื้อปลอมอยู่”
“ผ้าที่ใช้ตัดเย็บก็เป็ผ้าคุณภาพดี รูปทรงสวยงาม ผ้าสะอาดสะอ้าน ใส่แล้วดูดีมีสง่าราศี”
เมื่อได้ยินดังนั้น อีกฝ่ายก็กระตือรือร้นและรู้สึกสนใจเป็พิเศษ และหยิบปกเสื้อขึ้นมาดูอย่างพิจารณา พบว่างานตัดเย็บค่อนข้างดี ไม่มีรอยยับ ปกเสื้อก็แข็งพอดี
“สหาย ปกเสื้อแบบนี้ขายแพงไปหรือเปล่า? ผ้านิดเดียวเอง ไม่ถึงสามฉื่อเลยมั้ง? ผ้าโพลีเอสเตอร์ข้างนอกขายแค่ฉื่อละหยวนสองหยวนเองนะ” ลูกค้ามองดูแล้วค่อนข้างสนใจ แต่พอคิดคำนวณดูแล้วรู้สึกว่าไม่ค่อยคุ้มค่าจึงอยากจะต่อรองราคา
อวิ๋นซานยิ้มแล้วกล่าวว่า “ดูนี่สิ ด้านใต้ของปกเสื้อ ฉันเย็บผ้าซ้อนทับเข้าไปอีกชั้นหนึ่ง คิดแล้วก็น่าจะเกินสามฉื่ออยู่นะคะ ซึ่งงานแบบนี้ต้องใช้ฝีมือพอสมควร การทำปกเสื้อหนึ่งอันต้องใช้เวลาครึ่งวันเลยทีเดียว แต่ถ้าคุณอยากได้ ฉันจะลดราคาให้ก็ได้ค่ะ ถือว่าคุณเป็ลูกค้าคนแรกของฉัน ถ้าคุณซื้อชิ้นเดียวฉันลดให้สองเหมา แต่ถ้าซื้อสองชิ้น คิดแค่เจ็ดหยวนก็พอค่ะ”
เมื่อได้ยินว่าสามารถลดราคาให้ได้ ลูกค้าคนนี้ก็รู้สึกว่าคุ้มค่าขึ้นมาทันที จึงเลือกปกเสื้อแบบมาตรฐานของผู้ชายหนึ่งอัน และแบบมาตรฐานของผู้หญิงอีกหนึ่งอัน แต่พอมองไปที่ปกเสื้อแบบสี่เหลี่ยมเล็กกับแบบมนก็รู้สึกชอบขึ้นมาอีก
อวิ๋นซานถือโอกาสกล่าวเสริมว่า “ถ้าคุณซื้อเพิ่มอีกสองอัน ราคาเท่าเดิมค่ะคือเจ็ดหยวน”
ลูกค้ากัดฟันตัดสินใจ เและตัดสินใจซื้อปกเสื้ออีกสองแบบที่เหลือไปด้วย เธอจะกลับไปลองเลือกดูว่าตัวเองชอบแบบไหนมากกว่ากัน ส่วนแบบที่เหลือก็จะมอบให้กับน้องสะใภ้ เป็การผูกมิตรไมตรีที่ดี
หลังจากปิดการขายครั้งแรกได้สำเร็จ การขายครั้งที่สองและสามก็ตามมาอย่างรวดเร็ว
ปกเสื้อทุกชิ้นที่อวิ๋นซานรีดนั้นดูเรียบกริบ ไม่มีรอยยับแม้แต่น้อย ยิ่งไปกว่านั้น เธอยังทำหน้าที่เป็นางแบบเอง สวมเสื้อไหมพรมสีน้ำตาลกับปกเสื้อแบบคอเหลี่ยม ทำให้เธอดูคอยาวระหง ส่งให้ใบหน้าดูสดใสและงดงาม
ผลลัพธ์จากการเป็นางแบบนั้นทรงพลังมาก ภาพที่ปรากฏต่อหน้าทำให้ใครหลายคนแทบเสียสติไปชั่วขณะ ไม่ว่าจะเหมาะกับตัวเองหรือไม่ ต่างก็อยากควักเงินจ่าย โดยเฉพาะเมื่อเห็นอวิ๋นซานสวมปกเสื้อคอเหลี่ยมแล้วดูดี หลายคนจึงตัดสินใจซื้อปกเสื้อแบบเดียวกัน
แต่อวิ๋นซานก็ยังอธิบายให้ทุกคนฟังอย่างชัดเจนว่า ปกเสื้อแบบไหนเหมาะกับโอกาสใด
ดูเหมือนจะไม่มีใครสนใจฟังเธอเท่าไรนัก เมื่อคนเยอะแบบนี้ ทุกคนต่างแย่งกันซื้อราวกับกลัวสินค้าจะหมดเกลี้ยง หยิบจับชิ้นไหนได้ก็จ่ายเงินชิ้นนั้น
อวิ๋นซานนำปกเสื้อออกมาขายห้าสิบชิ้น หมดเกลี้ยงภายในเวลาเพียงครึ่งชั่วโมง บางคนถึงกับซื้อสองสามชิ้น โดยเฉพาะผู้หญิงที่แต่งงานแล้ว ซื้อให้ตัวเองชิ้นหนึ่ง ซื้อให้สามีอีกชิ้นหนึ่ง อย่างน้อยก็ต้องสองชิ้น ส่วนสาวโสดหลายคนก็ซื้อสองชิ้นเช่นกัน เพราะมองว่าทั้งปกเสื้อแบบมาตรฐานและปกเสื้อแบบมนก็ดูดีไปหมด แม้แต่ตัวอย่างที่ใช้โชว์ก็ถูกซื้อไปจนหมด
ยังมีลูกค้าอีกหลายคนที่ไม่ได้ซื้อ พวกเขาไม่ยอมให้อวิ๋นซานกลับ อวิ๋นซานจึงต้องรับปากว่าจะกลับมาขายใหม่ในวันพรุ่งนี้ เธอจึงหลุดรอดออกมาได้
เมื่อหลุดพ้นจากวงล้อมของลูกค้า อวิ๋นซานก็ปาดเหงื่ออย่างโล่งอก ลูกค้าเยอะจนน่ากลัว
เมื่อกลับมาถึงหน้าบ้านพัก เธอก็เห็นพานหงเสียกำลังมองลงมาจากชั้นสอง เมื่อเห็นลูกสาวของตนเองพานหงเสียก็รีบะโเรียก
อวิ๋นซานอดไม่ได้ที่จะยิ้มกว้าง แล้วโบกมือให้มารดา
พอเข็นจักรยานขึ้นมาถึงชั้นสอง ระหว่างทางเจอเพื่อนบ้านทักทายและก็โดนถามเื่หางาน
อวิ๋นซานรู้ดีว่าตอนนี้ตัวเองกลายเป็จุดสนใจของคนในละแวกนี้ไปแล้ว เธอไม่ได้อยากสนองความอยากรู้อยากเห็นของใคร จึงตอบกลับไปแค่ว่า ‘ยังไม่ได้งาน’
พอถึงบ้าน พานหงเสียก็รีบเข้ามาช่วยเข็นจักรยาน พร้อมกับถามด้วยน้ำเสียงเบา ๆ ว่า “เป็ไงบ้าง?”
ทำเหมือนกับสายลับคุยกันไม่มีผิด…
อวิ๋นซานพยักหน้าให้เธอ แต่ไม่ได้เอ่ยปากพูดอะไร เพราะเกรงว่าย่าจะยังอยู่ในบ้าน
การที่เธอออกไปขายของไม่ได้บอกย่าอวิ๋น กลัวว่าย่าจะก่อเื่วุ่นวาย
“อวิ๋นซาน ไปไหนมา วัน ๆ ไม่เห็นหน้า ไม่ได้ทำงานแล้วทำไมยุ่งอย่างนี้” ย่าอวิ๋นเอ่ยถาม
“หนูออกไปหางานค่ะ” อวิ๋นซานตอบ
ย่าอวิ๋ฃนเชื่อคำพูดของอวิ๋นเจิน คิดว่าอวิ๋นซานไม่ต้องทำงานก็ดีแล้ว เลยบอกว่า “ไม่ต้องไปหาหรอก อีกไม่กี่วันก็ปีใหม่แล้วอยู่บ้านดูแลพ่อเธอเถอะ”
“ก็มีย่าดูแลพ่ออยู่แล้วนี่คะ”
ย่าทำหน้าบึ้งตึง “นี่แกยังกล้าเรียกตัวเองว่าลูกกตัญญูอีกเหรอ ตัวเองไม่ทำงาน แล้วยังจะให้คนแก่คนนี้มาคอยปรนนิบัติแกอีก”
อวิ๋นซานยิ้มพลางพูดว่า “ก็แค่อยากให้พ่อได้ััความรักจากแม่อีกหน่อย หนูไม่ได้ออกไปหางาน แม้แต่ค่ายาก็ไม่มีปัญญาจ่ายแล้ว อ้อ..ย่าคะ ตอนนี้หนูตกงาน ไม่มีงานทำ พ่อก็ไม่ได้ทำงาน ค่าเลี้ยงดูของย่าคงต้องเลื่อนไปก่อน รอหนูหางานได้แล้วจะรีบเอามาให้”
ย่าอวิ๋นแทบจะะโขึ้น “แก…แกนี่มันอกตัญญู”
“ย่าคะ มันก็ไม่มีทางเลือกนี่คะ ตอนนี้ในบ้านมีตั้งหลายปากท้อง ช่านช่านก็ยังกินนมผง ทุกอย่างต้องใช้เงิน ย่าอยู่ที่นี่ก็ต้องซื้อเนื้อซื้อไข่ให้กินอีก ไม่มีรายได้แล้วจะเอาเงินที่ไหนมาให้ย่าล่ะคะ?”
“สามีแกไม่ทำงานเลี้ยงดูครอบครัวหรือไง ถ้าไม่เลี้ยงดูแล้วจะเอาไว้ทำไม?”
“งานเขาพิเศษค่ะ บางทีก็ติดต่อไม่ได้ มันก็ช่วยไม่ได้”
“แกไปหาสามีแบบไหนมาเนี่ย ท้องแล้วคลอดลูกสาวให้มันฟรี ๆ งั้นเหรอ?”
“ย่าคะ พูดแบบนี้ไม่ถูกนะ ลูกสาวใช้นามสกุลหนู ไม่ได้ใช้นามสกุลเขา แล้วทำไมถึงเป็ลูกที่คลอดให้เขาล่ะคะ?”
ย่าอวิ๋นโกรธจนมือสั่น อวิ๋นเจินพูดถูก อวิ๋นซานคนนี้ไม่มีความกตัญญูแม้แต่น้อย พูดจาขัดแย้งไปหมด เป็ตัวหายนะชัด ๆ ถูกแม่เลี้ยงดูจนเสียคน
“ฉันไม่อยู่ที่นี่แล้ว เอาเงินของฉันมา เอาเงินมาให้ฉัน ไม่ว่าแกจะหามาด้วยวิธีไหนหรือไปหลอกใครมา เงินเลี้ยงดูของฉันต้องขาดไม่ได้”
อวิ๋นซานขมวดคิ้ว “งั้นย่าก็อยู่ที่นี่ต่อไปเถอะค่ะ”
“ฉันกลัวว่าถ้าอยู่ต่อไป วัน ๆ คงได้ตายเพราะโมโหแกแน่ ๆ พรุ่งนี้ฉันจะกลับหมู่บ้านต้าเหอ” ย่าอวิ๋นกล่าวอย่างโมโห
อวิ๋นโหย่วฝูกลัวว่าแม่ตัวเองจะโกรธจนไม่สบายจึงแสร้งดุอวิ๋นซานสองสามคำ อวิ๋นซานแค่แลบลิ้นออกมา ดึงแม่ตัวเองเข้าไปในห้องให้เธอดูผลงานของวันนี้
“ทั้งหมดห้าสิบชิ้น ชิ้นละสี่หยวน ยกเว้นตอนแรกที่ขายสี่ชิ้นได้ 14 หยวน ที่เหลืออีก 46 ชิ้นขายได้ทั้งหมด 184 หยวน รวมกันได้ 198 หยวน แม่ลองนับดูสิ ใช่จำนวนนี้หรือเปล่า”
อวิ๋นซานเอาเงินกองหนึ่งยื่นไปด้านหน้าพานหงเสีย
พานหงเสียอุทานออกมา “แม่ แม่ไม่ได้ตาฝาดไปใช่ไหม นี่ลูกหาได้ทั้งหมดเลยเหรอ?”
อวิ๋นซานยิ้มแล้วพูดว่า “แน่นอนสิ เงินของบ้านเราอยู่ที่แม่หมด หนูไม่มีทางมีเงินมากขนาดนี้ได้หรอก”
พานหงเสียไม่ได้ตอบ เธอรับเงินมานับอย่างละเอียดสองรอบ จริง ๆ แล้วขาดอีกสองหยวนก็จะครบสองร้อยหยวน นี่มัน…เงินที่หามาได้ในวันเดียว ยังมากกว่าเงินเดือนสองเดือนของสามีเธอเสียอีก
พานหงเสียรู้สึกเหมือนฝันไป “ซานซาน ทำไมถึงขายได้ดีขนาดนี้ล่ะ?”
อวิ๋นซานยิ้มแล้วพูดว่า “แล้วแม่คิดว่าปกคอเสื้อที่หนูทำสวยไหม ถ้าหนูไม่ใช่ลูกสาวแม่ แล้วแม่เห็นคนขายปกคอแบบนี้บนถนน แม่จะซื้อไหม?”
พานหงเสียครุ่นคิด “ตัวแม่เองคงไม่ซื้อหรอก แต่จะซื้อให้ลูก ซื้อให้พ่อ”
“แค่นี้ก็พอแล้ว ขนาดแม่ยังอยากจะซื้อ แล้วใครจะไม่อยากได้เหรอคะ?”
พานหงเสียถึงได้เชื่อและดีใจจนพูดไม่ออก “งั้นพรุ่งนี้ เราไปกันแต่เช้านะ ทำไปขายเยอะ ๆ เลย”
[1] ชุดสูทจงซาน (中山装) เป็ชุดสูทแบบจีนที่มีลักษณะเฉพาะตัว ซึ่งได้รับการออกแบบโดยดร.ซุนยัตเซน