บทที่ 196
วันข้ามปีที่เงียบเหงา
พวกตระกูลหงเริ่มสงบใจเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นได้ พวกมันเริ่มคิดถึงหลักการและเหตุผล คนของพวกมันถูกจับตัวไปหลายต่อหลายวันแล้ว
ตามความเป็นจริงแล้วถ้าเกิดว่าคนของมันตกอยู่ภายในมือของกองทัพเกราะดำ คนพวกนั้นก็คงจะสามารถเรียกเร้นความจริงออกมาได้ไม่ยาก
แต่ในตอนนี้เรื่องราวทั้งหมดยังไม่มาถึงพวกมัน พวกมันเองก็เริ่มแน่ใจได้ว่าบางทีในครั้งนี้คนพวกนั้นอาจจะไม่ได้มุ่งความสนใจมาที่พวกมัน
แต่พวกมันก็รู้สึกสงสัย เหตุใดในครั้งนี้คนพวกนั้นจึงไม่เล่นงานพวกมันกันเล่า ข้อนี้ยังติดอยู่ภายในใจของตระกูลหงจนถึงปัจจุบัน
ตระกูลหงเริ่มทำการตรวจสอบตามที่พวกมันคิดเอาไว้ พวกมันเริ่มกระจายกำลังและตรวจสอบเกี่ยวกับเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้น
พ่อบ้านหงทำการตรวจสอบว่าในตอนนี้ทางด้านของซูฉีเป็นอย่างไรบ้าง เพื่อที่จะนำเอาข้อมูลพวกนี้ไปคาดการณ์ว่าจะทำอย่างไรกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น
“ ได้ความจริงมาหรือยัง… ” เจ้าตระกูลหงถามด้วยความสงสัย
“ ในตอนนี้พวกเราไม่รู้กับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นเลยขอรับ ”
“ พวกเราลองสืบความจริงเกี่ยวกับเรื่องนี้ดูแล้ว แต่ว่าก็ยังไม่ได้ความจริงเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้น ”
“ ดูเหมือนว่าพวกนางจะไม่ได้เคลื่อนไหวอะไรเลย ทางด้านกองทัพเองก็ดูเหมือนว่าจะไม่ทำอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้ด้วยเช่นเดียวกัน ”
“ มันเป็นเรื่องที่น่าแปลกประหลาดมากขอรับ”
“ เสิ่นหยางที่พวกเราส่งเข้าไปตอนนี้ก็ไม่รู้ว่าหายตัวไปที่ใด ”
“ พวกเราไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วขอรับ ”
“ ถ้าพวกเราไม่รู้สถานการณ์ของอีกฝั่งนึงข้าคิดว่าพวกเราไม่ควรจะลงมือนะขอรับท่านผู้นำ ” พ่อบ้านตระกูลหงกล่าวขึ้นมาด้วยใบหน้าจริงจัง
พวกมันลองสืบเกี่ยวกับเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นในช่วงนี้ พวกมันแทบจะไม่ได้ความจริงเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นเลยด้วยซ้ำ
ในครั้งนี้การตัดสินใจเคลื่อนไหวของตระกูลหงเต็มไปด้วยความยากลำบาก มันไม่สามารถคาดการณ์ทิศทางของอีกฝ่ายได้
เรื่องหมากต่อไปจึงไม่สามารถคาดการณ์ได้อย่างแน่ชัด ตอนนี้ความกังวลยิ่งตกมาอยู่ภายในตัวของพวกนั้นมากขึ้นไปเอง
“ ท่านมีความเห็นว่าพวกเราจะจัดการกับสถานการณ์เช่นนี้อย่างไรดี ”
“ ในเมื่อพวกเราลงเสร็จแล้วก็ไม่ได้ความอันใดกลับมา ”
“ ข้าคิดว่าพวกเราควรจะอยู่เงียบๆสักพักดูท่าทีไปอีกสักพักขอรับที่ผ่านมาเพียงแค่ไม่กี่วัน ”
“ งั้นหรอแบบนั้นก็ได้ยังไม่ต้องทำอะไรบอกทุกคนที่กำลังเคลื่อนไหวอยู่หยุดลง ”
“ อย่างไรเสียค่าเองก็ยังไม่อยากมีปัญหากับพวกกองทัพเกราะดำ ” ตระกูลหงตัดสินใจหยุดแผนการทั้งหมดของมัน
เพราะว่ามันรู้ดีว่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในตอนนี้ ถ้าเอาแต่จะทำการเคลื่อนไหวมีแต่พวกมันนั่นแหละที่จะเป็นฝ่ายที่เสียเปรียบ
แบบนั้นในตอนนี้พวกมันจึงเลือกที่จะหยุดการเคลื่อนไหวโดยที่ไม่ได้เดินหน้าทางอันใด เพราะว่าอย่างไรเสียการเป็นศัตรูกับกองทัพมันก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ยุ่งยากและยากลำบาก
กองทัพเกราะดำ ที่แข็งแกร่งกว่ากองทัพทั่วไป มันเป็นเพราะว่ากองทัพนี้ขึ้นตรงกับเพียงคนคนเดียวเท่านั้น ทหารภายในกองทัพไม่มีผู้ใดที่ทรยศและรับสินบน
การใช้เล่ห์เหลี่ยมกับกองทัพนี้จึงไม่สามารถทำได้ พวกชนชั้นสูงเลยมองว่ากองทัพนี้มันแข็งแกร่งเกินไปจนกลายเป็นอันตรายต่อพวกมันไปเสียแล้ว
ผู้นำตระกูลหงส์ได้ตัดสินใจยุติข้อขัดแย่ง ว่ามันเองก็ยังไม่อยากจะมีปัญหากับกองทัพเกราะดำ
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว
ความวุ่นวายในช่วงหน้าหนาวค่อยๆผ่านพ้นไปอย่างช้าๆ ซูฉีเก็บตัวเงียบพร้อมกับดำเนินกิจการของนางอย่างลับๆ
ทำงานทุกอย่างเหมือนเดิมเพียงแค่ไม่ได้แสดงตัวให้กับผู้คนภายในเมืองเห็นเพียงแค่นั้น เพราะว่านางมีหลายอย่างที่จำเป็นจะต้องเตรียมการในช่วงนี้
และแล้ววันเวลาก็ผ่านไปจนก้าวเข้าสู่ช่วงวันขึ้นปีใหม่ ในตอนนี้หน้าหนาวกำลังจะผ่านพ้นไปแล้ว หิมะที่ร่วงโรยค่ำคืนยามราตรีที่เงียบสงัด
ซูฉีนั่งมองหิมะที่โปรยปรายในวันข้ามปีจากภายในจวนของนาง ขนาดที่ผู้คนภายในเมืองกำลังสนุกสนานเกี่ยวกับงานเทศกาลที่ถูกจัดขึ้นบริเวณด้านนอก
นี่เองก็ผ่านมาได้ 2 ปีแล้วที่นางเดินทางมาที่เมืองแห่งนี้ เวลาผ่านพ้นไปรวดเร็วยิ่งนัก เมื่อก้าวข้ามพ้นปีนี่เองก็เป็นปีที่ 2 แล้ว
“ การเปลี่ยนแปลงนี่ช่างรวดเร็วจริงๆ ”
“ ผู้ใดจะคิดว่าตอนนี้เรามาอยู่ภายในร่างกายนี้และโลกใบนี้ถึง 2 ปีแล้ว ” ซูฉีเพิ่งทำกับตนเอง
ในตอนนี้นางมาอยู่ภายในร่างกายของซูมี่่เป็นเวลา 2 ปีเต็มๆ มันถือว่าเป็นช่วงเวลาที่ยาวนานยิ่งนักในช่วงเวลาที่ผ่านมา
ตัวของนางทำอะไรหลายๆอย่างแล้วก็ผ่านพ้นเรื่องราวยากลำบากมากมายมา เมืองแห่งนี้ในที่สุดในตอนนี้ก็เริ่มเจริญรุ่งเรือง
ผู้คนมากมายภายในเมืองกำลังร้องรำทำเพลงในวันเปลี่ยนผ่านปีอยู่ด้านนอก เดิมทีแล้วแต่ละปีในช่วงหน้าหนาว
ภายในเมืองแห่งนี้มีแต่ความอดอยากและความทุกข์ทรมาน ไม่มีงานเทศกาลถูกจัดขึ้น แต่ในตอนนี้มันต่างไปเมื่อเมืองแห่งนี้เริ่มเปลี่ยนแปลง
ภายในเมืองแห่งนี้ก็มีเรื่องราวดีๆเกิดขึ้นมากมาย เมืองเมืองเข้าสู่ช่วงการพัฒนางานเทศกาลที่ถูกจัดขึ้นก็เป็นเหมือนกับงานเฉลิมฉลองครั้งหนึ่งเหมือนกัน
“ ต่อจากนี้ชะตาชีวิตของข้าจะเป็นอย่างไรต่อไปนะ ”
“ ไม่รู้เลยในตอนนี้ภายในเมืองหลวงจะเป็นอย่างไรบ้าง ”
“ แล้วอีกกี่วันอีกกี่เดือนพวกของข้าจึงต้องเดินทางไปเมืองหลวงกับท่านแม่ทัพ ” ซูฉีนั่งพึมพำกับตนคล้ายเพ้อฝันในยามที่ตนเองนั่งอยู่อย่างโดดเดี่ยว
“ เอาเถอะการนั่งอยู่ภายในห้องเงียบๆเช่นนี้ในวันข้ามปีก็ไม่แย่นัก ” นางก้มหน้าก้มตาและทำงานของตนเองที่ค้างเอาไว้ต่อ
…
ณ กองทัพเกราะดำ
ภายในกองทัพเองก็มีการเฉลิมฉลองให้กับพวกทหารในกองทัพด้วยเช่นเดียวกัน หวงเจียวลู่จัดงานเฉลิมฉลองอย่างใหญ่โต
ทหารภายในกองทัพกำลังเลื่อนเลยเกี่ยวกับสุราและอาหารทางเลิศรสที่ตนเองกำลังได้ชิม ผ่านสงครามอันยาวนานหลายสิบปีช่วง 2 ปีมานี้ พวกทหารภายในกองทัพรู้สึกว่าตนเองนั้นมีความสุขเป็นอย่างมาก
แถมในสิ้นปีท่านแม่ทัพเองก็มอบงานเลี้ยงสังสรรค์กันสนุกสนานให้กับพวกมันเอง
ในกระโจมของแม่ทัพใหญ่
“ ท่านแม่ทัพไม่ออกไปดื่มกับเหล่าทหารด้านนอกอย่างนั้นเดี๋ยวขอรับ ” เสียงของขุนพลสือข้างกายดังขึ้น
ช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยการเฉลิมฉลองเช่นนี้ หวงเจียวลู่ยังไม่ต่างจากซูฉีมากนักทั้งสองยังคงนั่งสะสางงานในยามที่มีงานรื่นเริงด้านนอก
“ ไม่ล่ะให้พวกนั้นสนุกสนานอย่างเต็มที่ล่ะดีแล้ว ”
“ ถึงอย่างไรในช่วงที่ผ่านมาพวกเขาเองก็ลงทุนลงแรงอย่างมาก ช่วยค่าในการพัฒนาเมืองแห่งนี้ ตัวสุดท้ายในตอนนี้เมืองแห่งนี้ก็เริ่มเข้าที่เข้าทาง ”
“ งานเลี้ยงท่านข้าจัดให้กับพวกเขา ”
“ แต่ว่าท่านแม่ทัพเองก็เป็นคนที่ทำให้เมืองแห่งนี้พัฒนามามากขนาดนี้ด้วยเช่นกันนะขอรับ เหตุใดท่านจึงไม่ไปฉลองล่ะ ”
“ เรื่องนั้นช่างเถอะ เจ้าเองก็พอจะรู้ไม่ใช่หรือว่าข้าไม่ค่อยชื่นชอบงานเฉลิมฉลองสักเท่าไหร่ ” หลังจากกล่าวเช่นนั้นแววตาของหวงเจียวลู่ก็เริ่มฉายความเศร้าหมองออกมา
“ ท่านแม่ทัพขอรับ… ” สือหยางแสดงแววตาราวกับว่าจะมีบางอย่างที่จะสื่อออกมา
“ มีอันใด.. ”
แต่เมื่อแม่ทัพหนุ่มถามกลับ ขุนพลคู่กายกับนิ่งสนิทแววตานั้นค่อยๆเบนไปทางอื่นก่อนที่จะกล่าวอย่างเรียบเฉย “ ไม่มีอันใดขอรับ.. ”
หลังจากวันสิ้นปีผ่านไป ฤดูหนาวเองก็ค่อยๆผ่านไปอย่างช้าๆ
จบบท