ขณะเดียวกัน ภายนอกสมาคมนักสู้!
ร่างของไป๋จ่านปะทุประกายแสงสีทองเจิดจรัส หมัดที่ซัดออกไปรุนแรงถึงขั้นทำให้มิติเบื้องหน้าสั่นะเืจนเกิดระลอกคลื่นจางๆ!
นี่แหละคือ... ขอบเขตกายาทองคำ!
หล่อหลอมกายาภายนอกดุจดั่งทองคำนพคุณ!
เมื่อบรรลุถึงขอบเขตกายาทองคำ ต่อให้เป็อาวุธแหลมคมแค่ไหนก็ไม่อาจระคายผิวได้แม้แต่รอยขีดข่วน เว้นเสียแต่ว่าสิ่งนั้นคือ... อุปกรณ์ิญญา!
และเบื้องหน้าไป๋จ่าน ชายชุดดำผู้นั้นก็มีแสงสีทองจางๆ เปล่งประกายออกมาจากร่างเช่นเดียวกัน เพียงแต่เมื่อเทียบกับออร่าของไป๋จ่านแล้ว ประกายสีทองของอีกฝ่ายกลับดูหม่นหมองกว่าอย่างเห็นได้ชัด
ไอ้พวกลัทธิเทพ์! กล้าดีตายังไงมารุกรานเมืองของเผ่ามนุษย์เรา! ไป๋จ่านเดือดดาลถึงขีดสุดในใจ
ต้องเข้าใจก่อนว่า การที่ลัทธิเทพ์จะยกพลบุกโจมตีเมืองมนุษย์นั้นเกิดขึ้นได้ยากยิ่ง ท้ายที่สุดการจะบุกโจมตีเมืองสักแห่ง ต้องใช้ทั้งกำลังคนและทรัพยากรมหาศาล บุกเมืองเล็กก็ไม่ได้ผลประโยชน์เป็ชิ้นเป็อัน ครั้นจะไปบุกเมืองใหญ่ พวกเขาก็ไม่มีความสามารถมากพอ
ด้วยเหตุนี้ เหตุการณ์อุกอาจเช่นนี้จึงแทบไม่เคยปรากฏ!
สถานการณ์เลวร้ายในตอนนี้ หากไม่ใช่เพราะพร์ระดับสีทองของซูอวี่ถูกเปิดเผย ลัทธิเทพ์ก็คงไม่มีวันเสี่ยงตายบุกทะลวงเข้ามาแบบนี้แน่!
แต่เมื่อนึกถึงจุดนี้ ความโกรธเกรี้ยวในใจไป๋จ่านก็ยิ่งลุกโชนเป็ฟืนเป็ไฟ เพราะต้นเหตุของเื่ทั้งหมด... มาจากความประมาทเลินเล่อของเขาเอง!
"เจี๋ย เจี๋ย เจี๋ย! ขอแค่เด็ดหัวอัจฉริยะของพวกแกได้ ต่อให้ต้องสูญเสียไพร่พลไปบ้างแล้วจะทำไม? งานนี้ยังไงพวกข้าก็กำไรเห็นๆ!"
ชายชุดดำแสยะยิ้มพ่นคำเยาะเย้ยออกมาไม่หยุด
ทว่าวินาทีต่อมา น้ำเสียงเย็นเยียบของเด็กหนุ่มก็ดังแทรกขึ้น
"คนที่พวกแกจะฆ่า... คือฉันงั้นเหรอ?"
"อะไรนะ?!"
ชายชุดดำหันขวับมองตามต้นเสียงทันที!
ภาพที่ประจักษ์แก่สายตาคือเด็กหนุ่มในชุดกีฬาสีขาวยืนนิ่งสงบอยู่ริมกระจกหน้าต่าง และข้างกายเด็กหนุ่มยังมีชายวัยกลางคนรูปร่างกำยำกับชายชราอีกคนยืนขนาบข้าง
ไม่ใช่ใครอื่น... พวกเขาก็คือซูอวี่ ต่งปู้เหวย และหลิวขวงที่เพิ่งกวาดล้างศัตรูเสร็จนั่นเอง!
ชั่วพริบตาที่สบตากับซูอวี่ รูม่านตาของชายชุดดำก็หดเกร็ง เบิกกว้างด้วยความตกตะลึงสุดขีด!
"เป็ไปได้ยังไง! ขอบเขตหลอมภายในตั้งสามคน ขอบเขตหลอมโลหิตอีกหกคน... กลับเด็ดหัวเด็กอย่างแกไม่ได้เนี่ยนะ!"
"ไอ้พวกไร้ประโยชน์เอ๊ย!"
การปรากฏตัวของซูอวี่ ตอกย้ำให้ชายชุดดำรู้ตัวทันทีว่า ปฏิบัติการครั้งนี้ล้มเหลวไม่เป็ท่า!
ท้ายที่สุด การลงมือครั้งนี้ก็ฉุกละหุกเกินไปจริงๆ ไม่เพียงต้องสกัดกั้นยอดฝีมือขอบเขตปรมาจารย์แห่งมณฑลเจียงหนาน แต่ยังต้องส่งคนมาพัวพันถ่วงเวลาไป๋จ่านที่เป็ถึงครูฝึกค่ายอัจฉริยะ ขุมกำลังที่ระดมมาได้เรียกได้ว่าเทหมดหน้าตักแล้ว
นึกไม่ถึงเลยว่า... สุดท้ายจะยังคว้าน้ำเหลว!
"ฮ่าฮ่าฮ่า! ์คุ้มครองเผ่าพันธุ์มนุษย์! พวกทรยศเผ่าพันธุ์อย่างพวกแกไม่มีทางสมหวังหรอก!"
ไป๋จ่านสะใจถึงขีดสุด เขาซัดหมัดทะลวงออกไป หมายจะเด็ดหัวชายชุดดำให้ดับคามือ!
แต่ชายชุดดำที่พัวพันยืดเยื้อกับไป๋จ่านมาได้นานขนาดนี้ย่อมไม่ใช่หมูตู้ อีกฝ่ายปัดป้องหมัดมฤตยูของไป๋จ่านได้อย่างทันท่วงที
ดวงตาดุดันอำมหิตคู่นั้นจ้องเขม็งไปที่ซูอวี่อย่างอาฆาตมาดร้าย
"ซูอวี่สินะ... ดีมาก! ข้าจะจำชื่อแกไว้!"
"ครั้งนี้ถือว่าแกดวงแข็ง แต่หลังจากนี้... จงเตรียมตัวรับการลอบสังหารแบบไม่มีที่สิ้นสุดจากลัทธิเทพ์ของข้าได้เลย!"
ชายชุดดำคำรามเสียงต่ำ รวบรวมพลังทั้งหมดกระแทกไป๋จ่านจนถอยร่น เพื่อเปิดช่องว่างแล้วเตรียมตัวพุ่งทะยานหลบหนี
แต่มีหรือที่ไป๋จ่านจะปล่อยให้อีกฝ่ายหนีรอดไปง่ายๆ
"ทิ้งชีวิตของแกเอาไว้ที่นี่ซะ!"
ไป๋จ่านตวาดกร้าว สองหมัดกระหน่ำซัดไปข้างหน้าอย่างเกรี้ยวกราด แสงสีทองไร้ขีดจำกัดอาบย้อมหมัดทั้งสองข้าง กระแทกอัดเข้าใส่ร่างชายชุดดำอย่างจัง!
ทว่าชายชุดดำก็ใจเด็ด! ยอมเอาตัวรับการโจมตีมฤตยูของไป๋จ่านเข้าไปเต็มรัก เืสดๆ พุ่งทะลักออกจากปากราวกับน้ำพุ!
แต่เขากลับอาศัยแรงอัดกระแทกจากหมัดของไป๋จ่าน เป็แรงส่งพุ่งทะยานหายวับเข้าไปในพื้นที่รกร้างอย่างรวดเร็ว!
สีหน้าของไป๋จ่านทะมึนลงทันที
"บัดซบเอ๊ย! ปล่อยให้มันรอดไปจนได้!"
ไป๋จ่านกัดฟันแน่น แต่ไม่ได้เลือกที่จะพุ่งตามไล่ล่า ใครจะรู้ได้ว่าในเมืองเหิงเฉิงยังมีสุนัขรับใช้ลัทธิเทพ์ตัวอื่นซุ่มซ่อนอยู่อีกหรือไม่ วินาทีนี้ สิ่งที่สำคัญที่สุด... คือการปกป้องซูอวี่ให้ปลอดภัย!
และเมื่อปราศจากแกนนำขอบเขตกายาทองคำ เหตุวุ่นวายในเมืองเหิงเฉิงก็สงบลงอย่างรวดเร็ว
หนึ่งชั่วโมงต่อมา...
ณ ห้องรับรองแห่งหนึ่งภายในสมาคมนักสู้
ไป๋จ่าน ต่งปู้เหวย หลิวขวง และซูอวี่ ทั้งสี่คนนั่งนิ่งเงียบอยู่บนโซฟา
"นึกไม่ถึงเลยว่า ความประมาทแค่ก้าวเดียว... จะเกือบนำมาซึ่งหายนะครั้งใหญ่" ไป๋จ่านถอนหายใจ เอ่ยทำลายความเงียบด้วยความรู้สึกหวาดเสียวลึกๆ ในใจ
ต่งปู้เหวยฝืนยิ้มแห้งๆ ก่อนจะเอ่ยปลอบ "แต่ก็ยังดีนะครับ ที่แผนชั่วของพวกมันถูกพวกเราอ่านออกจนหมดเปลือก"
ไป๋จ่านส่ายหน้าช้าๆ "พูดแบบนั้นก็ไม่ถูกหรอก หลายปีมานี้มีอัจฉริยะดาวรุ่งไม่น้อยที่ต้องถูกเด็ดหัวด้วยน้ำมือลัทธิเทพ์ เกิดเื่แบบนี้ขึ้น ยังไงพวกเราก็ต้องเตรียมพร้อมรับมือให้ดีที่สุด"
"เพียงแต่... ซูอวี่คงจะรั้งอยู่ในเมืองเหิงเฉิงต่อไปไม่ได้แล้วล่ะ" ไป๋จ่านหันขวับไปมองซูอวี่ด้วยสายตาจริงจัง
สีหน้าของซูอวี่เคร่งเครียดลงเล็กน้อย
พูดกันตามตรง ถึงตอนนี้เขาจะสามารถใช้อุปกรณ์ิญญาสังหารศัตรูที่เพิ่งทะลวงเข้าสู่ขอบเขตหลอมโลหิตได้ แต่ถ้าลัทธิเทพ์ส่งยอดฝีมือระดับหลอมโลหิตขั้นปลาย... หรือขอบเขตหลอมภายในมาล่ะก็ ตัวเขาเองคงมีแต่ตายสถานเดียว!
เพราะงั้น ยังไงก็ต้องเตรียมทางหนีทีไล่เผื่อเอาไว้
"เอาแบบนี้แล้วกัน รอให้ผู้าุโหวังมาถึงเมื่อไหร่ พวกเราจะออกเดินทางไปค่ายอัจฉริยะกันทันที! ที่นั่นไม่ต้องห่วงเื่อื่น อย่างน้อยความปลอดภัยของนายก็รับประกันได้เต็มร้อย" ไป๋จ่านครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเคาะแผนการ
"แต่เท่าที่ผมรู้มา ตอนนี้ค่ายอัจฉริยะยังไม่ถึงกำหนดเปิดไม่ใช่เหรอครับ? น่าจะเหลือเวลาอีกตั้งครึ่งเดือน" ต่งปู้เหวยขมวดคิ้วถาม
ไป๋จ่านโบกมือปัดเบาๆ "สถานการณ์ของมณฑลเจียงหนานปีนี้ค่อนข้างพิเศษไปสักหน่อย มีอัจฉริยะระดับสีส้มโผล่มาคนนึง... แล้วก็ยังมีซูอวี่อีก..."
ไป๋จ่านเหลือบมองซูอวี่แวบหนึ่ง ก่อนจะอธิบายต่อ "ดังนั้นเบื้องบนก็เลยมีคำสั่งเร่งด่วน ให้เปิดค่ายเร็วกว่ากำหนด ซึ่งก็นับว่าเป็ข่าวดีสำหรับพวกเราพอดี"
จังหวะนั้นเอง ซูอวี่ก็อดสงสัยไม่ได้
"ไหนตอนแรกคุณบอกว่าค่ายอัจฉริยะเปิดตลอดเวลาไม่ใช่เหรอครับ?"
ท่าทีของไป๋จ่านที่ปฏิบัติต่อซูอวี่ยามนี้เรียกได้ว่าทะนุถนอมราวกับไข่ในหิน เขาอธิบายด้วยรอยยิ้มใจดี
"พูดให้ถูกก็คือ... พวกที่อยู่ในค่ายตอนนี้ไม่ได้ถือว่าเป็อัจฉริยะหรอก แต่เป็อีกสถานะนึงต่างหาก"
"หืม?"
"พวกเด็กซิ่วไงล่ะ!"
"เด็กซิ่ว? หมายความว่ายังไงครับ?" ซูอวี่เลิกคิ้วงุนงง
ไป๋จ่านอธิบายต่อ "ที่เรียกว่าเด็กซิ่ว ก็คือพวกที่เคยผ่านสมรภูมิสอบเกาเข่ามาแล้วครั้งนึงน่ะ ถ้าพวกเขาสอบไม่ติดสถาบันยุทธ์ที่มุ่งหวัง ก็สามารถกลับมาสอบใหม่ได้อีกรอบ แต่มีโควตาจำกัดว่าสอบได้มากสุดแค่สามครั้งเท่านั้น"
"ตอนนี้พวกที่สิงสู่อยู่ในค่ายอัจฉริยะก็คือพวกเด็กซิ่วนี่แหละ ท้ายที่สุดแล้ว... คะแนนของเด็กซิ่วก็จะถูกนำมาตัดเกรดจัดอันดับรวมกับพวกนายด้วย พวกเขาผ่านสนามสอบจริงมาแล้ว แถมยังได้ก้มหน้าก้มตาฝึกซ้อมเก็บเกี่ยวประสบการณ์เพิ่มอีกตั้งหนึ่งปี การสอบเกาเข่าครั้งนี้ย่อมต้องทำคะแนนได้ดุเดือดกว่าเดิมแน่"
"ยิ่งพวกนั้นทำคะแนนออกมาได้ดี สมาคมนักสู้แห่งมณฑลเจียงหนานของเราก็ยิ่งได้รับทรัพยากรอัดฉีดจากเบื้องบนมากขึ้น ดังนั้น ในค่ายอัจฉริยะถึงได้เจียดโควตาพิเศษเตรียมไว้สำหรับพวกเด็กซิ่วด้วย"
เมื่อได้ฟังคำอธิบายของไป๋จ่าน ซูอวี่ก็กระจ่างแจ้งแก่ใจ
และในจังหวะที่ซูอวี่กำลังจะอ้าปากถามอะไรเพิ่มเติม จู่ๆ คลื่นพลังงานระดับมหาศาลอันแข็งแกร่งดุดัน... ก็แผ่ซ่านลงมากดทับปกคลุมไปทั่วทั้งเมืองเหิงเฉิง!
สายตาของทั้งสี่คนตวัดมองออกไปนอกหน้าต่างโดยพร้อมเพรียง!
สิ่งที่ปรากฏแก่สายตา คือร่างของชายชราผมขาวโพลนทว่าใบหน้ากลับดูอ่อนเยาว์ดั่งทารก เขากำลังยืนเท้าเปล่าเหยียบอากาศธาตุลอยอยู่กลางห้วงมิติ! สายตาเ็าไร้ก้นบึ้งกวาดมองลงมาเบื้องล่าง ครอบคลุมทั่วทั้งเมืองเหิงเฉิงไว้ในสายตา!
ในขณะที่พวกซูอวี่และหลิวขวงกำลังตกตะลึงพรึงเพริด ไป๋จ่านก็รีบพุ่งตัวออกไปยืนเบื้องหน้ากระจกอย่างรวดเร็ว พร้อมกับค้อมศีรษะลงด้วยความเคารพสูงสุด!
"ครูฝึกค่ายอัจฉริยะ ไป๋จ่าน... ขอน้อมคารวะท่านประธานสมาคม!"
คนผู้นี้ไม่ใช่ใครอื่น... เขาคือประธานสมาคมนักสู้แห่งมณฑลเจียงหนาน!
และในขณะเดียวกัน เขาก็ยังเป็ยอดฝีมือ 'ขอบเขตปรมาจารย์' เพียงคนเดียวของมณฑลเจียงหนานที่เปิดเผยตัวตนต่อสาธารณชน!
ปรมาจารย์... หวังหลง!!