ในคืนที่เมืองเซี่ยงไฮ้หลับใหล ยังมีสถานเริงรมย์เปิดไฟต้อนรับนักท่องราตรี ฝูหรงนั่งจิบเหล้านอกที่เคาท์เตอร์ ควันยาสูบคลุ้งเเสงสลัวชวนฝัน เหตุการณ์ที่เธอเจอตอนกลางวันยังคอยกวนใจไม่หยุด
ฝูหรงเดินสำรวจทำเลตั้งสาขาใหม่ ถนนหนานจิงเเห่งนี้ทันสมัยมาก ไม่ว่าตึกทรงยุโรป หรือชายหญิงที่เดินกันอย่างมั่นใจดูกลมกลืนกับชาวตะวันตก ดังนั้นหากได้ตึกที่นี่สักหลัง การผลักดันน้ำหอมของเธอไปสู้กับต่างชาติคงไม่เกินฝันนัก
สายตาของฝูหรงสนใจเเต่ตึกสูง จึงบังเอิญชนเข้ากับชายร่างสูงในชุดทหารยศใหญ่ผู้หนึ่ง
'ขอโทษค่ะ'เธอก้มหัวรับผิดอย่างจริงใจ
'มาดามไม่เป็อะไรนะครับ'
เสียงทุ้มต่ำสะกิดใจฝูหรงไม่น้อย คิดในใจว่านานเเล้วที่ไม่ได้รู้สึกเเบบนี้ ได้เห็นหน้าเขาก็ยิ่งประหลาดใจ ใบหน้าเอกลักษณ์ ตาเฉี่ยวทรงพลังเเต่ั์ตาดูอ่อนโยน ช่างคล้ายใครบางคนที่เธอไม่อาจลืม
'ค่ะ...ไม่เป็ไรค่ะ'
ฝูหรงพยักหน้า นายทหารยิ้มให้ก่อนเดินไป สายตาของเขาดูกรุ้มกริ่มทำฝูหรงไม่อาจหักใจ หันกลับไปเห็นเพียงเเผ่นหลังกว้างของเขา ทำไมช่างดูคุ้นเคย เเต่หากเป็ชายผู้นั้นคงมีเเรงดึงดูดมากกว่านี้
เธอจะเดินต่อ ทว่าเห็นผ้าเช็ดหน้าบนพื้น ร่างบางชุดกี่เพ้าสีเเดงเืหมูย่อกายเก็บมาพินิจดู
ฝูหรงมั่นใจว่าไม่มีผ้าเช็ดหน้าบนพื้นจนกระทั่งเจอกับทหารคนนั้น ต้องเป็ของเขาไม่ผิดเเน่
ผ้าสีขาวดูธรรมดา เเต่สิ่งที่เตะตาเธอคือลายปักรูปพลับเเละสองตัวอักษร 'อู่เฉิง' ฝูหรงกำผ้าเช็ดหน้าเเน่น หันหลังเดินย้อนกลับไปตามหานายทหารอู่เฉิง เเต่ไม่เจอเเม้เเต่เงาของเขา สอบถามใครว่าเห็นทหารยศสูงเดินผ่านไปหรือไม่ ก็ได้คำตอบหลากหลายจนมั่วไปหมด
สุดท้ายฝูหรงทำได้เพียงเก็บผ้าเช็ดหน้าของอู่เฉิงมาคิดมากที่นี่ สายตามองผ้าสีขาวสลับกับน้ำสีอำพัน เธอยกเเก้วขึ้นดื่ม ใครต่างก็พูดว่าสุรานั้นรสขม สตรีไม่ควรเเตะต้อง ฝูหรงได้ยินมาตั้งเเต่ภาชนะเป็จอกดินเผาจนกระทั่งเเก้วใส คิดเเย้งมาตลอดว่าถ้าอยากจะลิ้มลอง ชายหรือหญิงไม่ใช่ข้อจำกัด อีกอย่างนั้น...เธอลืมไปเเล้วว่ารสสุราขมเป็เช่นไร
ชีวิตผู้หญิงหลายชื่ออย่างฝูหรงขมขื่นกว่าเหล้าใด ประสบการณ์เดินทางไปทั่วเเผ่นดิน ระยะเวลาเเสนยาวนานจนเปรียบตายเเล้วเกิดใหม่ เเต่สิ่งที่เ็ปคือเธอไม่เคยจากไป
เสียงเรียกตามหาประธานบริษัทน้ำหอมของเหมาซีดังขึ้นขัดความคิดของฝูหรง เหมาซีคนนี้ ถึงเป็เพียงเด็กอายุสิบเเปดหนาว เเต่ความมุ่งมั่นโตเกินอายุเเละความคิดน่าสนใจ ฝูหรงจึงรับเขาเข้าทำงานตั้งเเต่อายุสิบห้า จากเด็กหนุ่มยากจนสู่เลขาประธานบริษัทโก้หรู ไม่เเปลกเลยที่ซีเหมาจะมาตามหาเ้านายที่นี่ในเวลาเเบบนี้
"นายเเม่!"เหมาซีรีบเดินเข้าไปหาฝูหรง สายตาเต็มไปด้วยความโล่งอก
"เวลาเเบบนี้ทำไมไม่นอนอยู่บ้าน"ฝูหรงพูดด้วยน้ำเสียงตำหนิ เเต่ความจริงเเอบอมยิ้มเล็กน้อย คิดในใจว่าเด็กคนนี้ช่างเหมือนเสี่ยวเหวยนัก
เหมาซีรีบอธิบายเกรงจะถูกเ้านายติเตียน เขาไม่เห็นเธอที่บริษัทตั้งเเต่บ่าย รอจะให้ตรวจสอบเอกสารสำคัญจนเย็น รู้สึกเป็ห่วงเพราะไม่ได้บอกไว้ก่อนว่าจะไปไหน คอยอยู่หน้าบ้านของเธอที่มืดสนิทอยู่นานสองนาน จึงตัดสินใจมาตามหาที่นี่
"ทานข้าวหรือยัง"ฝูหรงถามเสียงเรียบ เด็กหนุ่มพยักหน้าเเต่สายตาหลอกกันไม่ได้ เธอเปิดกระเป๋าหยิบธนบัตรสองใบให้ไปเเละเขาปฏิเสธทันที "เอาอย่างนี้...จำได้ว่าน้องสาวเธอชอบเค้ก ถือเสียว่าฉันฝากซื้อให้หล่อนเเล้วกัน"
"ผมรับไว้ไม่ได้หรอกครับ"เหมาซีหลุบตาลงไม่อาจรับเงินนี้ไว้ได้ จุดประสงค์ที่เขามาที่นี่ไม่ใช่เพราะให้นายเเม่ฝูหรงเอ็นดู เเต่เป็เพราะเขาห่วงเธอต่างหาก
ฝูหรงไม่สนใจว่าเหมาซีจะ้าสิ่งที่เธอให้หรือไม่ เธอจับมือเขามาเเล้วยัดธนบัตรใส่ ฤทธิ์น้ำอำพันเริ่มสำเเดง ลังเลจะเล่าให้เขาฟังดีหรือไม่ เขาจะเเพร่งพรายให้ต้องเดือดร้อนไหม เเต่ความผูกพันธ์ที่มีให้เสี่ยวเหวย เธอจึงเลือกปลดความหนักอึ้งที่ตนเเบกไว้มาเเสนนาน
"เหมาซี"
"ครับนายเเม่?"
"เธอช่วยฟังฉันเล่าเื่ไร้สาระได้ไหม"