บทที่9
ฝึกฝนลมปราณ
ดวงอาทิตย์คล้อยต่ำลงไปทางทิศตะวันตกสีของมันที่กำลังเปล่งประกายแสงอยู่นั้นก็ได้ค่อยๆแปรเปลี่ยนกลายเป็สีส้มอมแดง
ยามนี้พระอาทิตย์ยามอัสดงกำลังส่องแสงสีส้มอมแดงส่องผ่านม่านเมฆอย่างงดงามสายลมที่กำลังพัดผ่านเป็สายลมยามราตรีที่กำลังจะมาเยือน บนทุ่งหญ้าสีเขียวขจีที่กำลังเอนเอียงไปมาตามสายลมบัดนี้มันถูกย้อมจากแสงอาทิตย์สีส้มอมแดงให้กลายเป็ทุ่งหญ้าสีแดงฉาน
เคล้ง!!!เคล้ง!!! เคล้ง!!! เสียงกระบี่กระทบการเมืองดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ร่างของบุรุษทั้งสองเข้าฟาดฟันกระบี่กันอย่างไม่ยั้งมือกระบี่ของพวกเขาเป็เพียงกระบี่เล่มเก่าๆที่ดูทรุดโทรม
แต่ว่าท่วงท่าที่ทำการใช้ออกมามันกลับดูเฉียบคมแตกต่างจากกระบี่เก่าๆของพวกเขายิ่งนัก
ในตอนนี้มันแตกต่างจากยามสายเป็อย่างมากดวงตาทั้งสองข้างของทั้งสองกำลังมุ่งมั่นกับการฝึกฝนกระบี่ของตนเองจริงๆ
อี้ชิงตัวของมันโดนเติมเต็มเชื้อเพลิงจากคำพูดของนายน้อยตอนนี้มาแสดงวิถีกระบี่ของมันออกมาให้ได้เห็น
ระดับฝีมือของมันดีกว่าหลี่หยางเป็อย่างมากทั้งความรวดเร็วพละกำลังทักษะทุกอย่างล้วนดีกว่าหลี่หยางทั้งหมด
ร่างของทั้งสองเปียกปอนไปด้วยเม็ดเหงื่อพวกเขาได้รำกระบี่ท่ามกลางแสงแดดและสายลมมาไม่รู้ตั้งกี่ชั่วโมงแล้วแต่อาจจะเป็เพราะความมุ่งมั่นเลยทำให้ความเหนื่อยล้าของทั้งสองมันจางหายไปจนหมด
เคล้ง!!!เสียงกระทบกระบี่อันหนักแน่นนั่นคือสิ่งสุดท้ายของกระบี่ในวันนี้
พวกเขาทั้งสองต่างหยุดมือของตนเองกระบี่เหล็กภายในมือลดต่ำลงลมหายใจของต่างฝ่ายก็ต่างถี่ระรัว ทั้งใบหน้าและร่างกายเปียกปอนไปด้วยเม็ดเหงื่อเม็ดเหงื่อไหลชโลมราวกับสายน้ำร่างกายของพวกเขานั้นตอนนี้เหมือนกับว่าเพิ่งไปะโลงในแม่น้ำมา
“ นายน้อยรอก่อนนะขอรับเดี๋ยวข้าจะรีบไปนำอาหารเย็นมาให้ ” อี้ชิงตัวของเขาไม่รีรอรีบวิ่งตรงกับไปที่กองทัพเพื่อที่จะไปรับอาหารเย็น
เมื่อเห็นอี้ชิงวิ่งไปแล้วหลี่หยางเขาค่อยๆเดินถอยกลับมาจากจุดนั้น
ร่างกายที่เต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าทิ้งดิ่งลงไปใต้ต้นไม้ใหญ่แผ่นหลังของเขาเดินไปด้านหลังแนบชิดติดอยู่กับลำต้นขนาดใหญ่ของต้นไม้
ใบหน้าที่เปียกปอนไปด้วยเหงื่อเงยขึ้นสายลมเย็นๆพัดผ่านเสียงถอนหายใจลากยาวดังขึ้น “ เฮ้อ~ ”
“ สุดยอดเลยร่างกายสั่นสั่นเหมือนกับว่ามันจะแตกออกจากกัน ” ในตอนนี้เขารู้สึกได้ถึงความเหนื่อยล้าของกล้ามเนื้อหลังจากที่ทำการเหวี่ยงกระบี่เหล็กมาเป็เวลาหลายช่วยยาม
“ แต่ว่าสิ่งที่ได้กลับมามันก็ถือว่าคุ้มค่าสินะ ” หลี่หยางทำการยกฝ่ามือของตนเองขึ้นมาแล้วก็เปิดหน้าต่างของระบบ
----------------
ชื่อ หลี่หยาง LV2
เผ่ามนุษย์
ฉายา-----
HP[135/135]
MP[60/60]
ค่าความเหนื่อยล้า[100/20]
ค่าความหิว[100/50]
ค่าประสบการณ์EXP[200/40]
ค่าสเตตัสหลัก
ความแข็งแกร่ง18 หน่วย
ความรวดเร็ว17 หน่วย
ความยืดหยุ่น14 หน่วย
ประสาทัั15 หน่วย
เส้นพลังปราณ12 หน่วย
สติปัญญา12 หน่วย
---------------
ข้อความจากระบบแจ้งเตือนขึ้นมาอีกครั้งนี่คือค่าสเตตัสของเขาที่มันได้เปลี่ยนแปลงไปหลังจากที่เขาได้ทำการออกแรงฝึกฝนกระบี่มาหลายชั่วยาม
“ วันแรกเท่านี้ก็ถือว่าไม่เลว ”
“ แต่ว่าค่าลมปราณงั้นเหรอ? ” หลี่หยางตัวของเขาติดอยู่ตรงที่ค่าลมปราณที่ตอนนี้มันยังไม่ได้เพิ่มขึ้นเลยแม้แต่น้อย
นิ้วมือของเขายกขึ้นมาแล้วจิ้มไปที่เส้นลมปราณ
ข้อความจากระบบปรากฏขึ้นมาอีกครั้งดวงตาทั้งสองข้างของเขาต้องมองแล้วก็ลองอ่านมันดูอย่างละเอียด
“ ฝึกฝนเดินลมปราณ ” คิ้วทั้งสองข้างของเขาขมวดเข้าหากันเขาไม่ค่อยเข้าใจเกี่ยวกับคำอธิบายที่มันกำลังปรากฏขึ้นในตอนนี้
ในขณะที่เขากำลังนั่งจ้องมองมันอยู่นั้นอี้ชิงวิ่งไปเอาอาหารก็ได้วิ่งกลับมาเขาได้วิ่งกลับมาพร้อมกับอาหารภายในมือ
อี้ชิงได้ทำการทิ้งร่างกายของตนเองลงไปที่ข้างล่างของนายน้อยอย่างรวดเร็วมันได้ส่งซาลาเปาที่กำลังส่งกลิ่นหอมภายในมือให้กับนายน้อยของตนเอง
“ นี่ขอรับนายน้อย ”
---
ชื่อไอเทมซาลาเปา ระดับ สีขาว (ขยะ)
รายละเอียดไอเทมซาลาเปาธรรมดาๆถูกทำขึ้นมาอย่างเรียบง่าย
เมื่อกินเข้าไปเพิ่มค่าความหิว 30 หน่วย
---
หลี่หยางรับมันเอาไว้แล้วก็ไม่รีรอที่จะนำมันเข้าปากอย่างรวดเร็ว
เขาได้กินมันจนหมดค่าสเตตัสของเขามันได้เพิ่มพูนขึ้น
--
ระบบ : ท่านได้รับการฟื้นฟูความหิวเพิ่ม30 หน่วย
--
“ เฮ้อ~ ”
“ เป็อย่างไรบ้างขอรับนายน้อย? ” อี้ชิงเอ่ยถามขึ้นอย่างเป็ห่วงหลังจากที่มันได้ยินเสียงถอนหายใจลากยาวของนายน้อย
“ ไม่มีอะไรเพียงแค่เหนื่อยล้าเล็กน้อยเท่านั้น ”
“ จริงสิอี้ชิงการฝึกฝนเดินลมปราณมันคืออะไร ” หลี่หยางถือโอกาสหันไปเอ่ยถามอี้ชิง
อี้ชิงหันกลับมาอย่างรวดเร็วมันรู้ดีว่านายน้อยของมันความจำเสื่อมมันเลยไม่ได้แปลกใจอะไรเลยที่นายน้อยของมันถามเช่นนี้มันยินดีที่จะตอบ “ เกี่ยวกับเื่นั้นลมปราณมันก็คือพลังภายในร่างกายยังไงล่ะขอรับ”
“ ส่วนการเดินลมปราณก็เป็การฝึกฝน โดยการโคจรลมปราณที่จุดตันเถียนแล้วก็ทำการเคลื่อนย้ายไปบนเส้นชีพจรต่างๆเพื่อใช้ในการฝึกฝนลมปราณ” อี้ชิงอธิบายให้กับนายน้อยของมันฟัง
“ แล้วเ้าสิ่งที่เรียกว่าลมปราณมีประโยชน์อย่างไร? ”
“ ลมปราณมันคือพลังที่ใช้ในการต่อสู้ควบคู่กับวรยุทธขอรับ”
“ ลมปราณเป็สิ่งที่สำคัญเป็อย่างมากแต่ว่านายน้อยอาภัพเกิดมาเส้นชีพจรภายในร่างกายถูกปิดตายเลยไม่สามารถเดินลมปราณได้” อี้ชิงพูดออกมาด้วยใบหน้าสลดใจ
นี่เองก็เป็ส่วนที่คนภายในตระกูลหวังว่าในน้อยของมันเป็คนไร้ค่าไม่มีความสามารถเป็เพราะว่าเส้นที่ประจรภายในร่างกายถูกปิดตายมาั้แ่กำเนิดมันถือว่าเป็โรคที่หาพบได้ยากเป็อย่างมากว่ากันว่าหลายล้านคนจะพบเจอสักคนเดียวที่มีเส้นชีพจรปิดตายั้แ่กำเนิด
“ เ้าเดินลมปราณได้หรือไม่? ” หลี่หยางถาม
“ ได้ขอรับ!! ”
“ ถ้าเช่นนั้นช่วยแสดงให้ข้าดูหน่อย ” หลี่หยางคิดว่าถ้าเขามองเห็นด้วยสายตาของตนเองมันน่าจะทำให้เขานั้นเข้าใจเกี่ยวกับเื่นี้ได้ง่ายที่สุด
“ ได้ขอรับ!! ถ้าแบบนั้นเอาแบบนี้แล้วกันน่าจะมองเห็นภาพได้ง่ายดายที่สุด” อี้ชิงยืนฝ่ามือของตนเองไปคว้าจับที่กระบี่ที่อยู่ข้างกายของตนเอง
เขาทำการยกมันขึ้นมาเมื่อทำการยกกระบี่ภายในมือของตนเองขึ้นอี้ชิงทำการหลับตาทั้งสองข้างดวงตาพับปิดลงเขาตั้งมั่นจิตแล้วก็เดินลมปราณไปที่เส้นที่ชีพจรภายในร่างกายก่อนจะส่งออกมาที่กระบี่
พรึ่บ!!ออร่าพลังลมปราณปกคลุมกระบี่แม้ว่าจะเป็ออร่าพลังลมปราณที่เบาบางแต่ก็สามารถมองเห็นได้
หลี่หยางมองเห็นสิ่งที่อยู่ด้านหน้าดวงตาทั้งสองข้างของเขาเบิกกว้างดวงตาของเขามองเห็นอย่างชัดเจนออร่าพลังที่มันกำลังห่อหุ้มคมกระบี่อยู่
“ นั่นมัน.. ”
----
ระบบ: ตรวจพบพลังปราณ
----
ข้อความจากระบบแจ้งเตือนขึ้นมาอีกครั้งมันเป็ตัวยืนยันให้เขานั้นมั่นใจว่าสิ่งที่เขาเห็นนั้นไม่ใช่ตาฝาดมันคือลมปราณที่กำลังห่อหุ้มอยู่ที่ตัวกระบี่
“ อ๊า!!! ” อี้ชิงส่งเสียงออกมาดวงตาทั้งสองข้างที่พับปิดลงเปิดขึ้นออร่าที่ห่อหุ้มตัวกระบี่หายไปใบหน้าของคนผู้นั้นมันเริ่มมีเม็ดเหงื่อที่มีขนาดเท่าเม็ดถั่วเขียวไหลซึมออกมาจากิั
หลังจากที่ทำการเดินลมปราณอี้ชิงแสดงท่าทางเหนื่อยขอเป็อย่างมากลมหายใจของเขาหายใจแรงกระบี่ภายในมือถึงกับปล่อยลงไปกับพื้น
“ เป็อย่างไรบ้าง? ” หลี่หยางเข้าไปถามไถ่อาการ
“ ไม่เป็อันใดขอรับตัวของข้าเพียงแค่ใช้ลมปราณมากเกินไปร่างกายเลยแบกรับไม่ไหวเท่านั้นเอง”
“ แม้ว่าตัวของข้าจะฝึกฝนลมปราณมาบ้างแต่ว่าค่าอ่อนด้อยแล้วก็ไม่ได้ทุ่มเทกับมัน”
“ ในตอนนี้ระดับลมปราณของข้าสามารถห่อหุ้มกระบี่ได้ก็จริงแต่ว่าไม่สามารถคงสภาพและใช้ในการต่อสู้ได้ขอรับ” อี้ชิงตัวของเขาสามารถใช้ลมปราณได้แต่ระดับของเขามันยังไม่ถึงขนาดที่ใช้ลมปราณใส่ไปภายในอาวุธเพื่อใช้ในการต่อสู้ได้
ในตอนนี้คงจะได้เพียงแค่คงสภาพมันเอาไว้ในรูปแบบแต่ว่าถ้าหลุดสมาธิเมื่อไหร่สภาพนั้นก็จะจางหายไปในทันที
“ แสดงว่าการใช้ลมปราณเข้าไปภายในกระบี่มันจะทำให้กระบี่รุนแรงขึ้นสินะ”
“ ใช่ขอรับในนายน้อยมันจะรุนแรงขึ้นไม่ใช่เพียงแค่กระบี่แต่ว่าอาวุธทุกอย่างหรือว่าวรยุทธถ้าทำการใส่ลมปราณเข้าไปยิ่งมีลมปราณมากเท่าไหร่พลังยิ่งรุนแรงเท่านั้น” อี้ชิงความรู้ในด้านลมปราณของเขาอ่อนด้อยสามารถแนะนำนายน้อยของตนเองได้เพียงแค่เล็กน้อยเท่านั้น
“ เ้าช่วยสอนข้าเดินลมปราณหน่อยได้หรือไม่ ” หลี่หยางเอ่ย
ข้ารับใช้ที่อยู่ข้างกายหันกลับไปอย่างรวดเร็วตอบกลับอย่างทันควันโดยที่ไม่ต้องคิดเลยแม้แต่น้อย “ ไม่ได้ขอรับลมปราณของนายน้อยถูกปิดตายั้แ่กำเนิดไม่สามารถเดินลมปราณได้ถึงแม้ว่าจะทำไปแต่ว่าก็ไม่มีพลังปราณไหลออกมาอย่างแน่นอนขอรับ ”
“ เอาเถอะน่าถือว่าทำตามข้าไฟก็แล้วกันบอกมาว่าการเดินพลังปราณทำอย่างไร” หลี่หยางใช้ความรู้ด้านของตนเองเข้าสู่
ข้ารับใช้ที่นั่งอยู่ข้างๆเขาเองก็จำใจไม่สามารถขัดความประสงค์ของได้น้อยได้เลยขอรับกลับไป “ ได้ขอรับ ”
†††
ใต้ต้นไม้ใหญ่ยามที่ดวงจันทราสีเงินลอยประดับขึ้นสู่ท้องนภาสายลมยามราตรีในค่ำคืนนี้พัดผ่านเป็สบายทั่วทั้งบริเวณเต็มไปด้วยความเงียบสงัดมีเพียงแค่เสียงสายลมและเสียงและกิ่งก้านใบของต้นไม้ใหญ่ที่เอนเอียงกระทบกันไปมาเท่านั้นที่เป็เสียงที่ดังที่สุดภายในบริเวณนี้แสงไฟเล็กๆจากเปลวตะเกียงน้ำมันลุกไหม้อยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ให้ความสว่างไสว
หลี่หยางนั่งอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่เขากำลังนั่งอยู่ในท่านั่งสมาธิดวงตาทั้งสองข้างพับปิดลงอย่างสนิทตอนนี้เขากำลังจดจ่อไปกับการที่รวบรวมพลังภายในร่างกายเพื่อโคจรพลังปราณ
อี้ชิงนั่งอยู่ข้างๆเขาขมวดคิ้วมุ่นจ้องมองไปที่นายน้อยของตนเองภายในใจของเขารู้ดีอยู่แล้วว่าความพยายามในครั้งนี้คงจะสูญเปล่านายน้อยของเขาไม่สามารถฝึกฝนวรยุทธได้ั้แ่กำเนิดจะมีพลังปราณไหลออกมาจากร่างกายได้อย่างไร
ในขณะที่จ้องมองไปที่นายน้อยของตนเองอยู่นั้นจู่ๆก็มีบางอย่างเกิดขึ้น
ตะเกียงน้ำมันที่จุดอยู่ข้างกายอยู่ๆมันก็โดนพลังบางอย่างจนดับพรึบ!!!
ดวงตาทั้งสองข้างของอี้ชิงเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกสิ่งที่ตัวของมันพบเห็นร่างของนายน้อยที่นั่งอยู่ด้านหน้าพลังปราณกำลังเอ่อล้นออกมา “ นี่มัน…”
อี้ชิงไม่อยากจะเชื่อสายตาของตนเองอยู่ๆร่างกายที่พิการในด้านการฝึกฝนมาั้แ่กำเนิดก็มีพลังปราณไหลเวียนออกมา
----
ระบบ : ทะลวงเส้นพลังปราณสำเร็จ
----
---
ระบบ: เส้นพลังปราณเพิ่มขึ้น 1 หน่วย
---
ข้อความจากระบบแจ้งเตือนขึ้น
จบบท