เมื่อแม่และพี่ชายทั้งสองต่างหอบหิ้วข้าวของมาหลายต่อหลายรอบ และเก็บไว้ด้านหลังรถสามล้อทั้งหมด ก็ถึงเวลาที่จะต้องเอาเอกสารไปเปลี่ยนเป็ชื่อของแม่เธอเสียก่อน เพราะตามที่พี่ใหญ่เยว่เผิงบอกแค่นำไปยื่นและเซ็นต์ชื่อของแม่เธอก็เป็อันเรียบร้อยแล้ว ดูท่าตระกูลนี้คงจะร่ำรวยไม่ใช่เล่นๆ เลย
และไหนที่พี่ใหญ่เยว่เผิงเล่าว่ารถสามล้อสีแดงคันนี้เป็ของเล่นเหล่าคุณหนู คุณชาย ตระกูลนี้อีกต่างหาก ช่างร่ำรวยเสียจริง ถึงว่าไม่แปลกใจเลยทำไมรถสามล้อคันนี้มันเหมือนไม่เคยใช้งานมาเลย ที่ไหนได้มันคือของเล่นสำหรับเด็กน้อยลูกคนร่ำรวยนั่นเอง และมันก็เป็โชคดีของเธอที่มาเจอตอนที่พวกเขากำลังจะทิ้งพอดีเลย
3ซิงมองสภาพแวดล้อมในเมืองแห่งนี้อย่างสนใจ ร้านค้า ตึก และตัวบ้านยังคงเป็แบบยุคเก่าและใหม่ปะปนกันไป ดูแล้วสวยแปลกตาไปอีกแบบหนึ่ง
แม่มาจอดที่ตึกทำการแห่งหนึ่งของหลวง และนำเอกสารติดตัวไปด้วยและให้พวกเธอนั่งคอยในรถสามล้อกัน ใช้เวลาเพียงแค่ 15 นาทีเห็นจะได้แม่ของเธอก็เดินออกมาจากตัวตึกด้วยรอยิ้มที่มีความสุขพร้อมกอดเอกสารซองเดิมไว้กับอกอย่างแน่นเลย
“แม่ครับเรียบร้อยแล้วเหรอครับ เร็วมาก”พี่ใหญ่เยว่เผิง
“ใช่จ้ะ เด็กๆ พอแม่บอกว่ามาจากตระกูลนี้พวกเขาก็รีบทำเอกสารเปลี่ยนเป็ชื่อแม่อย่างรวดเร็วเลย และวันนี้คนก็ไม่ค่อยเยอะเท่าไหร่ด้วย”แม่
“ดีจังค่ะ”พี่สาวเยว่ชิง
“เดี๋ยวแม่จะแวะไปทำเอกสารใบขับขี่ก่อนนะคะทางเ้าหน้าที่เขาบอกว่าให้ไปทำได้เลยเพราะพวกเขาได้ติดต่อไปทางตึกนู้นแล้ว”แม่
“โอ้โห…สะดวกมากเลยครับ”พี่รองเยว่เลี่ยง
“เป็เพราะพวกเขารู้ว่ารถสามล้อที่ได้มาเป็ของตระกูลไหนเลยรับรองพวกเราอย่างดี”แม่
“แบบนี้พวกเราก็สบายเลยสิคะ ไม่ต้องรอนานด้วยไปกันเถอะค่ะแม่”3ซิง
5 คนแม่ลูกตระกูลซิงพากันตรงไปยังตึกทำเอกสารใบขับขี่กันต่อเลย และเรียบร้อยในระยะเวลาอันรวดเร็วอีกเช่นกันเมื่อได้เอกสารครบทั้งสองอย่างแล้วแม่ก็ตั้งใจว่าจะพาลูกสาวคนเล็กไปแวะไปหาหมอซะก่อน
“แม่ว่าจะพาน้องแวะไปหาหมอเอายามากินสักหน่อย”แม่
“ดีครับ” “ดีค่ะ” พวกพี่ชาย พี่สาว
“ไม่ค่ะ”3ซิง
เธอเป็คนเดียวที่ปฎิเสธออกมาอย่างเสียงดังฟังชัดมากๆ เพราะเธอเบื่อเหลือเกินที่จะต้องไปโรงพยาบาลเจอหมอ พอกลับมาได้ยามาเป็ถุงใหญ่ชีวิตแบบนี้ในโลกเดิมเป็อะไรที่เธอไม่เคยชอบเลย ในเมื่อได้มีโอกาสมามีชีวิตและเริ่มต้นใหม่อีกครั้งเธอจะพยายามอยู่ห่างไกลจากสถานที่แห่งนั้นและผู้คนในที่นั้นให้ได้เลย
“ไปให้หมอดูอาการหนูสักหน่อยก็ดีนะลูกเมื่อคืนหนูตัวร้อนมากนะคะ”แม่
“ใช่ๆ น้อง3ซิงไปให้หมอดูหน่อยดีกว่านะตอนนี้พวกเรามีเงินพาน้องไปหาหมอแล้วด้วยนะ”พี่ใหญ่เยว่เผิง
“แต่ว่าซิงซิงหายดีแล้วค่ะ ไม่ปวดหัว ไม่ตัวร้อนแล้วนี่คะนะแม่นะ นะพี่ชายนะ นะพี่สาวนะ เราไปหาซื้อของกินเข้าบ้านกันดีกว่าค่ะ ถ้าเกิดว่าซิงซิงเกิดมีไข้ขึ้นมาอีกจริงๆอย่าลืมนะคะว่าตอนนี้เรามีเ้าแด๊งแดงแล้วพวกเราสามารถมาหาหมอในเมืองได้อย่างสบายๆเลยค่ะ”3ซิง พยายามอธิบายและชักจูงแม่และพวกพี่ๆ ให้ได้
“เ้าแด๊งแดง???”พวกพี่ๆ ต่างสะดุดหูชื่อของรถสามล้อที่น้องสาวคนเล็กของพวกเขาเรียกหา
“เ้าแด๊งแดง????งั้นเหรอน้อง3ซิง”พี่สาวเยว่ชิง
“ใช่ค่ะ ซิงซิงเรียกเ้านี่ว่าเ้าแด๊งแดงค่ะ”3ซิง
“ชื่อดีมากเลยล่ะน้อง3ซิงพี่รองชอบมาก”พี่รองเยว่เลี่ยง
“เ้าแด๊งแดง ของพวกเราเนอะ”พี่สาวเยว่ชิง
“ใช่ค่ะ”3ซิง
“เ้าแด๊งแดง พาหนะคันแรกของครอบครัวเรา”พี่ใหญ่เยว่เผิงพูดไปยิ้มไปอย่างมีความสุข
“แต่ว่าหนูไปหาหมอสักหน่อยเถอะนะลูก”แม่ ได้ยินลูกตั้งชื่อให้เ้าสามล้อคันนี้กันแล้วก็ได้แต่มองอมยิ้มตามพวกเด็กๆ และยังคงถามเ้าตัวเล็กอีกครั้งว่าจะไม่ไปหาหมอแน่เหรอ
“นะคะแม่ขา ซิงซิงไม่เป็อะไรแล้วจริงๆค่ะแต่หิวแล้วด้วยพวกเรารีบซื้อของและกลับบ้านเราดีกว่านะคะนะ”3ซิง ส่งสายตาอ้อนวอนอย่างเต็มที่เพื่อให้แม่ใจอ่อน
“เฮ้อ….งั้นก็ได้ค่ะแต่ถ้าหนูมีอาการแม้แต่นิดเดียวแม่จะพามาหาหมอในเมืองเลยนะลูกนะ”แม่
“ค่ะ”3ซิง เอ่ยด้วยน้ำเสียงสุดแสนจะดีใจเป็อย่างมากในที่สุดก็หลุดพ้นวงจรเดิมๆ ที่เคยเป็มาในห้วงชีวิตนู้นแล้ว การได้กลับมามีชีวิตใหม่อีกครั้ง ถือเป็โอกาสที่ดีสำหรับนางเด็กน้อยคนนี้แข็งแรงมากด้วยไม่ได้เป็โรคประจำตัวใดๆ เหมือนเธอในโลกเดิมเลย ถือว่าโชคดีเพียงแต่ต้องช่วยเหลือให้ครอบครัวใหม่ของเธอมีชีวิตและฐานะให้ดีกว่านี้ให้ได้
“ถ้าอย่างงั้นพวกเราก็ไปซื้อข้าวสาร กับอาหารไว้กินกันดีกว่านะคะเด็กๆ เอกสารทุกอย่างเรียบร้อยหมดแล้วด้วย”แม่
“เย้…….เย้……..เย้………”เด็กๆ พากันดีใจในที่สุดทุกอย่างก็เสร็จเรียบร้อยกันแล้ว และพวกเขาจะได้ซื้อของเข้าบ้านกันเสียที ถึงแม้แม่และพวกพี่ๆอยากจะพา3ซิงไปหาหมอก่อนก็ตาม
“อยู่บนรถสามล้อนี้ดีจังเลยนะคะ ไม่หนาวสักนิดเลยค่ะแม่”พี่สาวเยว่ชิง
“ใช่ครับ พวกเราก็ไม่รู้สึกเย็นเลยพอขึ้นมาบนรถแล้ว”พี่ชายทั้งสองคน ก็พยักหน้าเห็นด้วย
“จ้ะเด็กๆ”แม่ มองลูกทั้งสี่อย่างมีความสุขมากๆทุกสิ่งทุกอย่างตอนนี้เหมือนกำลังฝันเลย
“ห๊าวววววว…….”3ซิง พอนั่งรถเพลินๆ และอากาศไม่เย็นเหมือนกับนั่งบนรถเข็นก็เริ่มจะง่วงนอนอีกครั้งแล้ว ถึงแม้จะตื่นเต้นกับบรรยากาศรอบข้างก็จริง แต่ร่างกายเด็กน้อยเพียง 4 ปีคนนี้พึ่งจะดีขึ้นจากการเป็ไข้
“หนูง่วงอีกเหรอคะ นอนไปก่อนเลยนะลูก”แม่
“ไม่ค่ะ……..ห๊าวววว…….ไม่ง่วงค่ะ…….ห๊าาวววว……ไม่ง่วง……….”3ซิง พยายามเอามือถ่างตาน้อยๆ ทั้งสองดวงเอาไว้อย่างสุดๆความสามารถ
“ฮิ……..ฮิ…….ฮิ………..”พวกพี่ๆ ต่างหัวเราะน้อง3ซิง ของพวกเขาอย่างเอ็นดูบอกไม่ง่วงแต่หาวตลอดเลย
ในระหว่างที่รถสามล้อค่อยๆ ขับผ่านในตัวเมืองชุนจี้ 3ซิงคิดเล่นๆ ว่าดีนะที่เ้าสามล้อสีแดงคันนี้ไม่ลอยมา เหมือนกับพวกเงินพวกนี้ ถ้าลอยมาทับตัวเธอเข้ามีหวังซี้แหงแก๋แน่นอน พึ่งจะฟื้นคืนจากความตายได้ไม่กี่นาทีเท่านั้น
“ฮิ……..ฮิ……….ฮิ………”3ซิง
“เอ๋….สงสัยน้อง3ซิงฝันดีแน่ๆเลยครับ”พี่รองเยว่เลี่ยง
“คงใช่แน่นอนล่ะดูสิ ยิ้มด้วยล่ะ”พี่ใหญ่เยว่เผิง
พวกพี่ชายไม่รู้หรอกว่า3ซิงนั้นยังไม่ได้นอนหลับ นางแค่พักสายตาเพียงครู่เดียวและนึกถึงเื่ราวมหัศจรรย์ที่อยู่ดีๆ เงินก็พัดมาตบหน้านางถึง 3 ครั้ง 3 ครามันแปลกมาก แต่ก็ยังหาเหตุผลไม่ได้สักทีว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ คงจะต้องปล่อยผ่านไปก่อนนั่นแหละ แต่ถ้าเกิดเหตุการณ์แปลกๆ แบบนี้ขึ้นมาอีกแน่นอนมันจะเปรียบเทียบกับเหตุการณ์วันนี้ได้ว่ามีอะไรเหมือนหรือแตกต่างกันตรงไหน
เมื่อครุ่นคิดอะไรเพลิดเพลิน 3ซิงก็เข้าสู่ฉานอย่างแท้จริงๆ ด้วยความที่ร่างกายยังคงเด็กมากและพึ่งหายไข้ทำให้เธอหลับไปอย่างไม่รู้สึกตัวบนเ้าแด๊งแดงรถสามล้อคู่ใจของครอบครัวใหม่นี้
พวกพี่ๆ ต่างนั่งมองวิวสองข้างทางภายในตัวเมืองอย่างเพลิดเพลิน พูดคุยกันอย่างมีความสุขนี่มันเป็ครั้งแรกของพวกเขาจริงๆที่ดูทุกอย่างนั้นน่าสนใจและสวยงามผิดจากทุกๆวันที่เข้าเมืองมาเพียงเพื่อหารายได้นำเงินไปซื้อข้าวสาร และอาหารเพียงเท่านั้น แทบจะคิดเป็แบบอื่นกันไม่ได้เลย แต่ความรู้สึกในวันนี้ และตอนนี้มันเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมเลย
เพียงใช้เวลาไม่นานรถสามล้อหรือเ้าแด๊งแดงของครอบครัวซิงก็มาถึงลานจอดรถของร้านขายของแห้งกันแล้ว เมื่อรถสามล้อจอดสนิทแล้วแม่หันมาถามพวกลูกๆว่า
“ถึงร้านขายพวกอาหารแห้งแล้วเด็กๆ จะลงไปด้วยกันไหมลูก”แม่
“ไปครับ” “ไปค่ะ” พวกพี่ๆ
“คะ….คะ….ถึงแล้วเหรอ”3ซิง ที่งัวเงียลุกขึ้นมาอย่างรวดเร็วเมื่อได้ยินเสียงแม่ถามว่าจะลงไปดูของด้วยกันหรือไม่ มีหรือเธอจะพลาด 3ซิงย่อมต้องอยากลองไปััชีวิตใหม่จากโลกแห่งนี้แน่นอน
“ถึงแล้วจ้ะ เ้าตัวเล็ก”แม่
ห้าคนแม่ลูกพากันเดินลงจากรถสามล้อ และเตรียมเข้าไปภายในร้านอาหารแห้ง เพื่อเลือกซื้อวัตถุดิบเข้าครัวกัน แน่นอนว่าที่บ้านของพวกเขาแทบจะไม่มีอะไรเหลือเลย
ในระหว่างที่ยืนรอแม่ ล็อครถสามล้อตรงที่จอดรถของร้านขายอาหารแห้งนั้น จู่ๆก็มีเหรียญ 10เหมา จำนวน 2 เหรียญหล่นมาบนหัวของน้อง3ซิง
“โป๊ก……….โป๊ก…………โอ๊ย…..โอ๊ย…..!!!อะไรกันอีกเนี่ยฮะ”3ซิง เอามือของเธอลูบหัวของตัวเองทั้งสองข้างถึงจะไม่เจ็บมากแต่ก็รู้สึกเลยว่ามีอะไรบางอย่างหล่นใส่หัวถึง 2 ครั้งติดๆ กัน
พอก้มลงมามองดูก็เจอเหรียญ 2 เหรียญที่ตกลงสู่พื้นใกล้ๆ กับเธอเอง 3ซิงหยิบเหรียญทั้งสองเหรียญขึ้นมาดูและมองอย่างงงๆ ว่าใครบังอาจแกล้งเธอกันนะ เธอมองรอบๆ ก็ไม่มีใครนอกจากพวกพี่ชาย พี่สาว และแม่ อ้อที่จอดฝั่งตรงกันข้าก็มีครอบครัวหนึ่งที่คนพี่เกเรน้อง แกล้งน้องให้ร้องไห้นั่นเอง นอกนั้นก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น 3ซิงได้แต่ยืนแบบงงแต่เธอก็กำเหรียญเอาไว้ในมือ และหันมาแม่ก็เดินมาอยู่ด้านหลังพอดีเลย
“แม่คะซิงซิงเจอเหรียญ 2 อันด้วยค่ะ”3ซิงส่งเหรียญไปให้แม่ของเธอ
“หือ….หนูเก็บเหรียญได้มา 20 เหมาเหรอคะ”แม่ เองก็งุนงงวันนี้ทำไมลูกสาวตัวน้อยของเธอช่างโชคดีอะไรแบบนี้ทั้งแบงค์ตบหน้าแล้วจะยังมาเจอเหรียญตกที่พื้นอีกเหรอเนี่ย
“ใช่ค่ะ เจอมันหล่นอยู่ที่พื้นเมื่อตะกี้นี้ค่ะ”3ซิง
“น้อง3ซิง โชคดีจังวันนี้เจอเงินตั้งหลายรอบน่ะค่ะ”พี่สาวเยว่ชิง
“เจอแต่ละครั้งก็มึนนิดๆ เหมือนกันนะคะเ้าเหรียญพวกนี้ก็หล่นปุ๊ก……ปุ๊ก……..ใส่หัวเหม่งซิงซิงตรงนี้และตรงนี้ค่ะ”3ซิง อดไม่ได้ที่จะฟ้องทุกคนว่าเหรียญพวกนี้มันหล่นใส่เธอ ไม่ใช่หล่นบนพื้นโดยตรง
พี่สาวเยว่ชิงใช้มือของเธอลูบหัวไปมาให้3ซิง เพื่อปลอบประโลมที่โดนเหรียญทั้งสองอันนี้หล่นใส่หัวของน้องสาวของเธอ
“ฮ่า…….ฮ่า……….แต่พี่รองยอมเจ็บนะถ้ามันคือเงินน่ะ”พี่รองเยว่เลี่ยง
“พี่ใหญ่ก็เหมือนกันฮ่า….ฮ่า….”พี่ใหญ่เยว่เผิง
“เฮ้อ….”3 ซิงได้แต่ลูบหัวตัวเองเพียงเท่านั้น เจอแบบนี้บ่อยๆก็แย่เหมือนกันนะเธอไม่อยากนึกสภาพเลยจริงๆถ้าจะมีเหรียญตกมาใส่หัวของเธออีกน่ะ
“ไปกันเถอะค่ะ พวกเรารีบซื้อของกันจะได้กลับบ้านไปทำของอร่อยๆกินกันนะเด็กๆ”แม่
“ค่ะ” “ครับ” พวกเด็กๆ พากันเดินตามแม่ไปอย่างครึกครื้น
แม่จูงลูกสาวทั้งสองคนโดยมีพี่ชายเดินนำหน้าอยู่ เพื่อตรงเข้าสู่ประตูด้านหน้าของร้านอาหารแห้งร้านนี้กัน
3ซิง สายตายังคงมองดูบริเวณรอบข้างทั้งหมดอย่างสนใจและตื่นเต้นมากๆ อะไรๆ ดูไม่ใช่อย่างที่เธอคิดว่าจะเป็ทั้งหมดเป็โลกที่น่าสนใจมากจริงๆ แต่เธอก็สนุกมากที่จะเรียนรู้มัน
เมื่อมาถึงบริเวณปากทางเข้าหน้าร้านชิวชิวก็มองร้านขายของแห้งตรงหน้าอย่างสนใจ มันก็ดูแล้วเหมือนร้านโชว์ห่วยที่โลกเดิมของเธอนั่นแหละไม่ได้ดูแตกต่างอะไรกันมากนัก เพียงแต่การตกแต่งร้านดูเป็เฟอร์นิเจอร์สไตล์ของคนโลกนี้เท่านั้นเอง
“ไปเด็กๆ เดินเข้าไปในร้านกันค่ะ”แม่หันมาบอกลูกชาย และลูกสาวท้้งสี่คน
“ค่ะ” “ครับ”
“สวัสดีครับ ้าซื้ออะไรบอกได้เลยนะครับ”คนงานในร้านขายอาหารแห้งทักทายลูกค้า
3ซิง มองคนในร้านแห่งนี้พนักงานของที่นี่ไม่รังเกียจพวกเราที่แต่งตัวดูก็รู้ว่าพวกเรานั้นจน ถึงตอนนี้จะมีเงินติดตัวบ้างแล้วนิดๆหน่อยๆ แต่พวกเขาก็ยังไม่ทันได้ไปหาซื้อเสื้อผ้าใหม่กันเลยเพราะตรงมายังร้านขายพวกอาหารแห้งนี้ก่อนอันดับแรกเลยและเป็ร้านที่ถึงก่อนด้วย
ร้านแห่งนี้ไม่เพียงแต่ใหญ่โต พนักงานก็มีความสุภาพใช้ได้เลย3ซิงรู้สึกประทับใจั้แ่แรกเริ่มเลยทีเดียว
“ขอบใจจ้ะ”แม่
“ครับ” “ค่ะ” เด็กๆ ต่างก็ขานรับพวกพนักงานด้วยเช่นกัน
“เอ่อที่ร้านมีจัดส่งของให้ถึงที่บ้านด้วยไหมคะ”แม่ ได้สอบถามพนักงานทางร้านเพื่อความแน่ใจ
“มีครับ ไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆสำหรับลูกค้าที่ซื้อของจำนวนหนึ่ง”พนักงานที่ร้านขายของแห้ง
3ซิง ระหว่างที่รอแม่คุยกับพนักงานอยู่ก็กวาดตามองภายในร้านก็เห็นชื่อสินค้าพร้อมราคาติดอยู่กับของด้วย ยิ่งทำให้เธอสนใจและลองเปรียบเทียบราคาแต่ละอย่างภายในใจอย่างเงียบๆ
ราคาสินค้าอาหารแห้ง อาหารสด อาหารดอง แต่ละอย่างแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับวัตถุดิบแต่ละอย่างด้วยว่ามันหายากมากน้อยแค่ไหน ส่วนผสมแพงของก็แพงตามไปด้วย แต่พวกผักดองทั่วไปที่หาได้ง่ายตามป่า ตามูเา หรือพวกชาวบ้านเขตรอบนอกปลูกกินกันเองก็ราคาไม่แพง คนในเมืองส่วนมากจะซื้อกินกันด้วยความที่มีฐานะหารายได้ง่ายจึงไม่เสียดายเงินเล็กๆ น้อยที่จะหาซื้อความสะดวกสบายกัน
ส่วนชาวบ้านชนบทรอบนอกจะหมัก ดอง อาหารไว้กินกันเองเสียมากกว่าเพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย และส่วนมากจะมีที่ดินเอาไว้ปลูกข้าว ข้าวสาลี ผักสวนครัวเอาไว้เป็รายได้หลักของครอบครัว และนำมาประกอบอาหารกินกันง่ายๆ อีกด้วย
ชีวิตความแตกต่างของคนแต่ละคนยังคงมีช่องว่างให้เห็นเสมอๆ ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ตาม 3ซิงยอมรับเลยว่ามันเปลี่ยนแปลงตรงจุดนี้ได้ยากจริงๆ
“ยังดีนะที่ยังไม่ถึงกับดวงตก เรายังคงมีโชคอยู่บ้างที่ได้ลาภลอย ที่มันลอยมาจริงๆไม่อย่างงั้นการเริ่มต้นชีวิตใหม่ในโลกใบใหม่นี้คงจะแสนลำบากน่าดูเลยเฮ้อ…”3 ซิงอดบ่นและคร่ำครวญกับตัวเองไม่ได้
************
สามล้อคู่ใจของครอบครัวซิงนั้นมีชื่อเรียกว่า “เ้าแด๊งแดง” ตรงตัวกับสีของมันนั่นเองค่ะ