“ครั้งแรกที่พาคนอื่นมา... แปลกจริงแฮะ...”
หัวคิ้วของจี้ทิงขมวดมุ่นเข้าหากันเล็กน้อยจนแทบสังเกตไม่เห็นเขาเงยหน้าขึ้นกวาดสายตามองไปรอบๆ คล้ายกำลังพยายามค้นหาคำตอบ
ร้านอาหารสไตล์โฮมเมดเจ้าของร้านแซ่เสิ่น ข้าวหน้าหมูทอด... [ที่นี่คือเรือนไม้แห่งเมฆหมอกงั้นเหรอ?]
จี้เยี่ยนจื๋อได้ยินเสียงนั้นก็รู้สึกประหลาดใจเสิ่นมู่หลานยังไม่ได้เอ่ยถึงชื่อร้านเลยแม้แต่นิดแล้วจี้ทิงไปรู้ชื่อร้านที่ตั้งตามใจชอบแบบนี้มาจากไหนกัน
[ทำไมมันถึงไม่เหมือนเดิมอีกแล้วล่ะ] แววตาจี้ทิงลุกลนซ่อนความฉงนเอาไว้[คนแรกที่จี้เยี่ยนจื๋อควรจะพามาที่นี่ ไม่ใช่หลิงซีหรอกเหรอ?]
อะไรคือไม่เหมือนเดิมแล้วเรื่องนี้มันไปเกี่ยวอะไรกับหลิงซีกัน?
จี้เยี่ยนจื๋อไม่เข้าใจว่าทำไมจี้ทิงถึงมีความคิดประหลาดๆแบบนี้อยู่เรื่อย หรือว่าการที่เขาจะพาใครมาที่นี่มันต้องถูกกำหนดไว้ล่วงหน้าด้วยหรือไง?
เสิ่นมู่หลานไม่คาดคิดว่ามุกตลกของตนจะทำให้บรรยากาศกร่อยลงไปเสียอย่างนั้นคำพูดเขามันเข้าใจยากขนาดนั้นเลยเหรอทำไมสองพี่น้องคู่นี้ถึงได้ทำหน้าครุ่นคิดเหมือนกันไปหมด
ทว่ายังไม่ทันที่เขาจะได้หาคำตอบเสียงสัญญาณเตือนก็ดังขัดจังหวะขึ้น เสิ่นมู่หลานชะงักไปครู่หนึ่ง“อ๊ะ น้ำมันที่ฉันตั้งไฟไว้!”
เมื่อเขาผละจากไปห้องโถงด้านหน้าก็ตกอยู่ในความเงียบงันทันที
ผ่านไปครู่ใหญ่จี้เยี่ยนจื๋อก็เป็นฝ่ายทนไม่ไหวจนต้องเปิดปากถามก่อน“เจ้าหูน้อยจี้ นายกำลังคิดอะไรอยู่?”
จี้ทิงดึงสติกลับมาก่อนจะสบตาเขาแล้วเอ่ยถาม “ผมกำลังคิดว่าทำไมพี่ถึงพาผมมากินข้าวที่นี่”
“ก็เพราะฉันอยากกิน และนายก็บังเอิญอยู่บนรถฉันพอดี” จี้เยี่ยนจื๋อตอบด้วยน้ำเสียงห้วนสั้นและเต็มไปด้วยการประชดประชัน“ทำไม หรือนายอยากจะให้ฉันถีบส่งนายลงระหว่างทางหรือไง?”
จี้ทิงเม้มริมฝีปากเขารู้สึกลึกๆ ว่าจี้เยี่ยนจื๋อกำลังเลี่ยงตอบคำถามของเขา แต่พอคิดดูอีกทีเขาก็อาจจะคิดมากไปเอง
[บางทีจี้เยี่ยนจื๋ออาจจะแค่อยากกินข้าวร้านนี้จริงๆ ก็ได้]
จี้เยี่ยนจื๋อกัดฟันระงับอารมณ์พลางผ่อนลมหายใจทิ้งหมอนี่มันซื่อบื้อจริงๆ
ไม่นานนักเสิ่นมู่หลานก็โผล่ออกมาจากครัวอีกครั้ง “พวกนายนั่งจ้องกันไปมาก็คงเบื่อแย่ฉันมีเครื่อง PS5 อยู่ตรงนั้น ไปเล่นเกมรอสิ”
จี้เยี่ยนจื๋อทำหน้าเอือมระอา“นายทำแบบนี้จะปรุงอาหารให้อร่อยได้ยังไง?”
“นายก็เคยกินแล้วไม่ใช่เหรอ ถ้ารังเกียจแล้วจะมาทำไมล่ะ?”
เสิ่นมู่หลานพูดพลางเดินไปที่หน้าโทรทัศน์เปิดเครื่องแล้วโยนจอยเล่นเกมให้ทั้งคู่คนละอันแถมยังช่วยเลือกเกมให้อย่างเสร็จสรรพ “ลองเล่น UFC5 [1] ดูสิ สนุกมากนะ เกมแนวต่อสู้เนี่ยสะใจสุดๆ”
“ผมไม่...” จี้ทิงกำลังจะบอกว่าเขาเล่นไม่เป็นแต่ก็นึกขึ้นได้ว่าเจ้าของร่างเดิมนั้นชอบเล่นเกมมาก แถมยังเล่นเก่งเสียด้วย
เขาหันไปมองจี้เยี่ยนจื๋อเดิมทีคิดว่าอีกฝ่ายจะปฏิเสธแต่ผิดคาดที่จี้เยี่ยนจื๋อกลับลุกขึ้นถอดเสื้อโค้ทออกแล้วเดินไปนั่งลงบนโซฟา
จี้เยี่ยนจื๋อถือจอยเลือกตัวละครแต่จนกระทั่งเวลานับถอยหลังจะหมดลง ตัวเลือกของจี้ทิงกลับยังนิ่งสนิท
เขาหันไปมองและเห็นอีกฝ่ายยังคงนั่งแหมะอยู่บนเก้าอี้ทรงสูง “เหม่ออะไรของนายมานี่สิ”
จี้ทิงถอนหายใจออกมาจนเห็นได้ชัดก่อนจะจำใจลุกไปนั่งลงบนโซฟาข้างๆ เขา
ภาพบนหน้าจอพลันมืดลงก่อนที่แสงไฟสปอตไลต์จะสาดส่องไปทั่วสนามมวยที่มีผู้ชมร่วมหมื่นชีวิต
ตัวละคร‘หลี่เสี่ยวหลง’ ที่จี้เยี่ยนจื๋อเลือกไว้สวมนวมก้าวออกมาจากอุโมงค์ท่ามกลางเสียงเชียร์ที่ดังสนั่นปานคลื่นยักษ์ก้าวเข้าสู่สังเวียนกรงแปดเหลี่ยม
จี้ทิงเลือกตัวละครไม่ทันระบบจึงสุ่มนักชกผิวสีมาให้ข้อมูลที่เด้งขึ้นมาตรงมุมซ้ายล่างระบุว่าเป็นราชาหมัดเหล็ก‘ไมค์ ไทสัน’
เขาก้มลงมองปุ่มบนจอยทว่ายังไม่ทันจะทำความเข้าใจวิธีบังคับ เสียงระฆังบนเวทีก็ดังขึ้นเสียก่อน
ภาพในจอแสดงให้เห็นกรรมการสะบัดมือลงเป็นสัญญาณหลี่เสี่ยวหลงพุ่งตัวเข้าหาทันทีรัวหมัดชุดใส่หน้าไทสันจนยับเยิน
“กดป้องกันสิ?” จี้เยี่ยนจื๋อเอ่ยพลางรัวนิ้วกดปุ่มอย่างชำนาญ
จี้ทิงไม่รู้ด้วยซ้ำว่าปุ่มป้องกันคือปุ่มไหนพอเขาก้มลงมอง หลี่เสี่ยวหลงก็ใช้เข่าลอยกระแทกจนพลังชีวิตของไทสันลดฮวบ
“รอเดี๋ยวสิ ผมยังหาไม่เจอเลย” จี้ทิงมองสลับระหว่างจอยกับหน้าจอแล้วเริ่มกดมั่วซั่วจนบังเอิญไปโดนปุ่มที่ทำให้ไทสันเตะตัดข้างออกไปหนึ่งที
หลี่เสี่ยวหลงยกแขนขึ้นบล็อกได้อย่างทันท่วงทีจี้เยี่ยนจื๋อกระตุกยิ้มที่มุมปาก “อ้อนวอนฉันสิถ้าอ้อนวอนแล้วฉันอาจจะรอนะ”
จี้ทิงตวัดสายตามองเขาอย่างรวดเร็วจี้เยี่ยนจื๋อรับรู้ได้ผ่านหางตา “เมื่อกี้นายถลึงตาใส่ฉันงั้นเหรอ?”
“เปล่าครับ”
เปล่างั้นเหรอ...จี้เยี่ยนจื๋อกดปุ่มคอมโบหลี่เสี่ยวหลงค้ำมือกับพื้นแล้วเหวี่ยงขาเตะเข้าที่ศีรษะของไทสันอย่างจัง
กริ๊งๆๆ![รอบแรก ไทสัน K.O.]
...
ครึ่งชั่วโมงต่อมาเสิ่นมู่หลานเดินถือจานข้าวแกงกะหรี่ร้อนๆ ออกมา “สูตรลับเฉพาะของฉันข้าวหน้าหมูทอดแกงกะหรี่หอมๆ เสร็จแล้วจ้า”
เขาตะโกนเรียกแต่สองพี่น้องกลับไม่มีใครเหลียวหลังกลับมามองเลยแม้แต่นิดสมาธิทั้งหมดของทั้งคู่จดจ่ออยู่กับเกม
เสิ่นมู่หลานหัวเราะออกมาอย่างขำขันเดินเข้าไปนั่งลงบนพนักพิงโซฟาข้างๆ จี้ทิง “เด็กๆ จ๊ะกินข้าวเสร็จก่อนแล้วค่อยเล่นได้ไหม?”
“...”
“...”
สิ่งที่ตอบกลับมาคือความว่างเปล่าการแข่งขันบนหน้าจอกำลังดำเนินไปถึงจุดเดือดจี้เยี่ยนจื๋อกำลังกดจี้ทิงลงกับพื้นแล้วรัวหมัดใส่ไม่ยั้ง
“เร็วเข้าๆ เสี่ยวทิง ลุกขึ้นสิ ล็อกแขนเขาไว้!”
“เสิ่นมู่หลาน หุบปากไปเลย” จี้เยี่ยนจื๋อสั่งห้ามไม่ให้อีกฝ่ายช่วยบอกเทคนิค
ยิ่งสั่งเหมือนยิ่งยุเสิ่นมู่หลานเอื้อมมือไปกุมมือจี้ทิงที่ถือจอยไว้แล้วช่วยบังคับเพื่อรุมจัดการจี้เยี่ยนจื๋อ
ตัวละครคอเนอร์ในจอพลิกตัวหลบจากการกดทับของหลี่เสี่ยวหลงพอตั้งหลักได้ก็ชกเข้าที่ปลายคางทันที
เสิ่นมู่หลานเล่นเกมนี้มาสองเดือนแล้วย่อมมีการบังคับที่ลื่นไหลกว่าจี้เยี่ยนจื๋อ หลังจากการปะทะกันหลายกระบวนท่าจบลงที่ลูกเหวี่ยงหมัดครั้งสุดท้ายจากนั้นตัวละครของจี้เยี่ยนจื๋อก็ล้มลงนอนแผ่หลากับพื้น
“เย่!” เสิ่นมู่หลานโห่ร้องด้วยความดีใจก่อนจะโอบรอบคอจี้ทิงอย่างเป็นธรรมชาติพลางยีหัวเขาเล่น “เสี่ยวทิงพวกเราชนะแล้ว!”
จี้ทิงไม่ชินกับการแสดงความใกล้ชิดระดับนี้เขาตั้งท่าจะแกะมืออีกฝ่ายออกทว่าน้ำเสียงเย็นเฉียบที่บาดลึกถึงกระดูกของจี้เยี่ยนจื๋อก็ดังขัดขึ้นเสียก่อน“เสิ่นมู่หลาน นายอยากตายนักใช่ไหม?”
เสิ่นมู่หลานชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะหัวเราะพรืดออกมา “อะไรกัน แค่นี้เองเล่นแพ้แล้วพาลเหรอ ทำไมล่ะ ทีพี่อย่างนายยังกดเสี่ยวทิงลงไปอัดได้แล้วทำไมฉันจะช่วยคนอ่อนแอกว่าไม่ได้หรือ?”
มันก็แค่เกมจี้เยี่ยนจื๋อไม่เคยเก็บมาเป็นอารมณ์อยู่แล้ว แต่ไม่รู้ทำไมตอนนี้เขาถึงรู้สึกว่าไอ้หมอนี่มันขวางหูขวางตานัก
เสิ่นมู่หลานยังไม่รู้ตัวว่าขาข้างหนึ่งกำลังเหยียบลงบนกับระเบิดเขาแสร้งทำเป็นเอียงหน้ามาหาจี้ทิง “จริงไหมล่ะเสี่ยวทิง”
จี้ทิงไม่ได้ออกความคิดเห็นอะไรเพียงแต่มองไปที่จี้เยี่ยนจื๋อแล้วเอ่ยว่า “เมื่อกี้พี่ชนะมาตลอดเลยนะพี่แพ้แค่รอบย่อยรอบเดียวเอง”
แววตาที่ลึกซึ้งของจี้เยี่ยนจื๋อพลันเย็นเยียบขึ้นมาทันที“นายก็คิดว่าฉันแพ้แล้วพาลเหมือนกันใช่ไหม?”
เสิ่นมู่หลานทำเป็นแอบหลังจี้ทิงพลางพูดว่า“แย่แล้วๆ พี่ชายนายโกรธจริงแล้วล่ะ”
จี้เยี่ยนจื๋อหมดความอดทนในที่สุดเขาหุนหันลุกขึ้นอ้อมไปหลังโซฟากระชากคอเสื้อด้านหลังของเสิ่นมู่หลานแล้วดึงให้ออกห่างจากจี้ทิงทันที
เมื่อเห็นทั้งสองคนเวิ่งไปยังห้องด้านหลังจี้ทิงก็กะพริบตาปริบๆ “ข้าวจะเย็นหมดแล้วพวกพี่จะไปไหนกัน?”
เสิ่นมู่หลานยื่นมือออกมาอย่างโอเวอร์คล้ายจะขอความช่วยเหลือ“พี่ชายนายจะลงสังเวียน UFC ของจริงกับฉันแล้วเสี่ยวทิงช่วยด้วย!”
สิ้นเสียงนั้นจี้เยี่ยนจื๋อก็ผลักเขาเข้าไปในห้อง แล้วกระแทกประตูปิดเสียงดังปัง
เขาหยิบแผ่นทิชชู่ฆ่าเชื้อออกมาเช็ดมือแล้วเอ่ยเสียงเรียบ “มานี่ กินข้าว”
ทว่าในตอนที่จี้ทิงกำลังจะเดินไปหานั้นประตูก็ถูกเสิ่นมู่หลานกระชากเปิดออกอีกครั้ง
เขาโผล่หน้าออกมาด้วยสีหน้าแฝงความนัยพลางมองจี้เยี่ยนจื๋อที่ทำตัวผิดปกติ“นี่ ถามจริงๆ เถอะ หมอนี่ใช่จี้ทิง น้องชายนายจริงๆ หรือเปล่า?”
เชิงอรรถ
[1]เกม UFC 5 คือเกมจำลองการต่อสู้ศิลปะป้องกันตัวแบบผสมผสาน(MMA) ล่าสุด พัฒนาโดย EA Vancouver โดยเน้นความสมจริงขั้นสูงสุดด้วยเอนจิ้นFrostbite ภาพกราฟิกสวยงามระบบความเสียหายใหม่ที่ส่งผลต่อการเล่นจริง