"เธอรู้ไหม...
เมื่อหลายปีก่อน โลกเคยสงบสุขมากจนแทบไม่มีภาพหลงเหลือในความทรงจำของพวกเราเลย"
เสียงอาจารย์ก้องกังวานไปทั่วห้องเรียน เด็ก ๆ นั่งฟังอย่างตั้งใจ ดวงตาของพวกเขาเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น
"มันนานมากเสียจนเื่ราวเ่าั้กลายเป็เพียงตำนานที่ถูกเล่าขาน...
แต่ทุกอย่างเปลี่ยนไปเมื่อ ‘พวกมัน’ ปรากฏตัว—
มอนสเตอร์ สิ่งมีชีวิตปริศนาที่เกิดจากบางสิ่งบางอย่างทางวิทยาศาสตร์ การมีอยู่ของพวกมันทำให้มนุษย์ตกอยู่ในเงื้อมมือของความหวาดกลัว... จนกระทั่งเรา 'ปลดปล่อย' Soul ได้สำเร็จ"
เสียงอาจารย์เงียบลง ก่อนจะมองไปรอบห้อง ดวงตาของเขาสะท้อนถึงความหวัง
"หลังจากนั้น มนุษย์ก็สามารถต่อกรกับมอนสเตอร์ได้ง่ายขึ้น รุ่นต่อไปที่เกิดมาเริ่มถูกปลด Soul ั้แ่กำเนิด—และในวันนี้ กว่า 80% ของประชากรโลก สามารถใช้พลังนี้ได้แล้ว!"*
เด็ก ๆ นั่งฟังกันเงียบกริบ บ้างก็ตื่นเต้น บ้างก็ดูสงสัย แต่ทุกคนรู้ดีว่า...
พวกเขาคือความหวังของมนุษยชาติ
---
ดันเจี้ยนลึกแห่งหนึ่ง
ลึกเข้าไปในโลกที่เต็มไปด้วยเถ้าถ่านและความมืด…
ที่แห่งนั้นเป็ ‘ดันเจี้ยนชั้นใน’ เป็ดันเจี้ยนพื้นที่แห้งแล้งเต็มไปด้วยเศษซากปรักหักพัง เสียงคำรามของมอนสเตอร์ดังก้องทั่วทุกทิศ
ในยุคปัจจุบัน มนุษย์บางส่วนไม่ได้อาศัยอยู่แค่บนพื้นโลกอีกต่อไป พวกเขาสร้างที่อยู่อาศัยภายในดันเจี้ยน ใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางอันตราย เพื่อให้ง่ายต่อการต่อสู้และป้องกัน
และที่นั่น...
เสียงฝีเท้าวิ่งกระแทกลงบนพื้นดิน เสียงหอบหายใจหนักหน่วงดังขึ้น
ชายคนหนึ่งกำลังหนี!
ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก ขณะที่เงาของบางสิ่งวิ่งตามมาติด ๆ—มอนสเตอร์
กรรรร!
มันคำราม ก่อนจะใช้แขนใหญ่โตของมันฟาดลงมาสุดแรง!
ตุบ!
ร่างของเขาถูกซัดกระเด็นไปกระแทกกับกำแพงหิน หายใจหอบหนัก ขาอ่อนแรงจนแทบลุกไม่ขึ้น
"...อึก..."
เขาสิ้นหวังแล้ว
มอนสเตอร์ย่างกรายเข้ามาช้า ๆ เลียเขี้ยวคมกริบของมัน ดวงตาสีแดงเรืองรองด้วยสัญชาตญาณนักล่า ไม่มีที่ให้หนีอีกแล้ว
—แต่ก่อนที่กรงเล็บของมันจะฉีกเขาเป็ชิ้น ๆ
ฉัวะ!
เืพุ่งกระฉูดออกจากกะโหลกของมอนสเตอร์ ดวงตามันเบิกกว้างด้วยความใ ก่อนร่างใหญ่โตจะล้มลงกระแทกพื้น
เสียงดาบปักลงบนซากศพดังขึ้น
ตึก... ตึก...
ชายคนหนึ่งเดินเข้ามาในเงามืด
เขามีผมยาวยุ่งเหยิง เสื้อผ้าขาดวิ่นเหมือนผ่านามา ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า ร่างกายเต็มไปด้วยาแ มีเพียงอาวุธแปลกประหลาดในมือ...
มันเป็ดาบที่ทำจากกระดูก
เขาเดินไปหาชายที่สิ้นหวังและทรุดตัวลงข้าง ๆ น้ำตาของอีกฝ่ายไหลออกมาอย่างไม่รู้ตัว
เสียงแหบแห้งดังขึ้น...
"ทางออก... อยู่ไหน?”
"ฉันกำลังจะได้ออกไปจากที่นี่..."
เสียงความคิดดังก้องในหัว ขณะที่ขาของเขาก้าวขึ้นบันไดหินที่แตกร้าว ดวงตาที่เคยชินกับความมืดจ้องไปยังปลายทาง แสงแดดอ่อน ๆ สาดส่องผ่านช่องทางออก มันช่างดูสวยงามและอบอุ่น... ความหวังที่เคยเลือนรางมาตลอดหลายปี กำลังจะเป็จริงในวินาทีนี้
"ฉันอดทนผ่านความทุกข์ทรมานมานานเหมือนตกนรก... ในที่สุด ฉันก็จะได้ใช้ชีวิตเหมือนคนปกติสักที"
หัวใจเต้นระรัวด้วยความตื่นเต้น เขาเร่งฝีเท้า วิ่งขึ้นบันไดโดยไม่ลังเล แต่ทันทีที่พ้นขอบทางออกมา เสียงลมพัดกระทบใบหน้าพร้อมกับความเย็นเฉียบของเหล็กกล้าที่จ่ออยู่ตรงลำคอ
ดาบสีเงินวาววับอยู่ห่างจากคอเขาเพียงไม่กี่นิ้ว
เขาชะงัก ดวงตากวาดมองรอบตัว—ผู้คนมากมายอยู่ล้อมรอบ แต่ละคนถืออาวุธพร้อมสังหาร ร่างในชุดเกราะสีเข้มส่งสายตาแข็งกร้าวมาที่เขา
"แก... ไอปีศาจ"
เสียงทุ้มต่ำเต็มไปด้วยความเกลียดชังและความเ็า ก่อนที่ดาบจะพุ่งเข้าหาเขาด้วยความเร็วที่แทบมองไม่ทัน
ฉับ!
สัญชาตญาณตอบสนองแทบจะทันที ร่างของเขาถอยกรูด มือยกขึ้นปัดป้องโดยใช้ "กระดูกสันหลังมอนสเตอร์"—อาวุธที่เขาพกติดตัวมาตลอด่เวลาที่อยู่ในดันเจี้ยน
มันเป็กระดูกที่ยาวราว ๆ ดาบ แต่ไม่มีคมแหลม มันถูกขัดเกลาให้เรียบเหมาะกับการใช้ในทุบตีมากกว่าฟันแทง
แรงปะทะมหาศาลส่งเขากระเด็นถอยหลังสองก้าว
"อยู่ ๆ ก็มาโจมตีฉันแบบนี้ ไม่มีเหตุผลเลย!"
เขาะโถาม ขณะที่สมองพยายามหาคำตอบว่าทำไมเขาถึงต้องมาตกอยู่ในสถานการณ์นี้
ชายที่ถือดาบจ้องเขาด้วยแววตาแข็งกร้าว ก่อนเอ่ยเสียงเ็า
"เหตุผลงั้นเหรอ? ... ดันเจี้ยนนี้เกิดภัยพิบัติขึ้นเมื่อ 5 ปีก่อน มีไม่กี่คนที่รอดกลับมาได้ ตอนนั้นเราสูญเสียคนไปมากมาย ทำให้มันกลายเป็เขตต้องห้าม... แต่เมื่อวาน มอนสเตอร์ระดับสูงก็เพิ่งโผล่ออกมาจากที่นี่ ฆ่าคนของเราไป และแล้ววันนี้... อยู่ ๆ แกก็เดินออกมาจากที่นี่ ทั้งที่ร่างของแกเต็มไปด้วยกลิ่นอายของมอนสเตอร์"
เสียงของเขาแฝงไปด้วยความโกรธและความหวาดระแวง
"ทีนี้รู้เหตุผลรึยัง?"
"...งั้นก็หมายความว่า พวกนายคิดว่าฉันเป็พวกเดียวกับมอนสเตอร์งั้นสิ?"
ดวงตาของเขาเย็นเยียบลง มือกำกระดูกสันหลังแน่นจนเส้นเืปูดขึ้นมาในอุ้งมือ
"ยอมให้เราจับตัวไปซะโดยดี" ทหารอีกคนพูดขึ้น เสียงของเขานิ่งเฉย "เราจะสอบถามแกนิดหน่อยแค่นั้น จะได้ไม่ต้องเจ็บตัว"
เจ็บตัว?
คำพูดนั้นจุดประกายบางอย่างขึ้นมาในจิตใจของเขา
ฉันติดอยู่ในดันเจี้ยน... เสียคนที่รัก... ดิ้นรนเอาชีวิตรอด... ทนความโดดเดี่ยวและความหวาดกลัวมาตลอด 5 ปี...
"แล้วพวกแกให้ฉันทำอะไร? ให้ฉันก้มหัวให้พวกแกหลังจากที่ฉันต้องผ่านนรกมาแล้วงั้นเหรอ?"
เขาเงยหน้าขึ้น แววตาเ็าเต็มไปด้วยความโกรธ ก่อนที่ร่างของเขาจะพุ่งเข้าใส่ชายที่โจมตีเขาก่อนหน้า
"เคร้ง!"
กระดูกสันหลังของมอนสเตอร์กระแทกกับดาบของศัตรูเสียงดังลั่น ชายผู้ใช้ดาบสะบัดอาวุธสวนกลับอย่างรวดเร็ว แต่พระเอกบิดข้อมือให้กระดูกสันหลังเหวี่ยงออกด้านข้าง ตวัดกระแทกใส่แขนของคู่ต่อสู้
ปั้ก!
แรงกระแทกทำให้ชายคนนั้นเซถอยหลัง แต่ยังคงตั้งหลักได้ทันและโจมตีกลับ พระเอกเบี่ยงตัวหลบไปด้านข้าง ก่อนจะดีดตัวกลับเข้าหาด้วยแรงทั้งหมดที่มี
"จะเอาอย่างนี้สินะ..."
มือของเขากำดาบแน่นขึ้น ดวงตาฉายแววของนักรบที่เคยผ่านศึกหนักมาแล้ว
พระเอกไม่ได้พูดอะไร ดวงตาของเขากลับเต็มไปด้วยประกายสีแดง ออร่าโซลเข้มข้นปะทุออกจากร่าง เสียงหวีดหวิวของพลังงานสะท้อนอยู่ในอากาศ
คนที่อยู่รอบ ๆ ขยับถอยหลังโดยไม่รู้ตัว
"นี่มัน... ออร่าโซลสีแดง!?"
เสียงกระซิบดังขึ้นจากเหล่าทหารที่ล้อมรอบพวกเขาอยู่
ชายที่ถือดาบไม่เสียเวลาใ เขาพุ่งเข้าหาพร้อมปลดปล่อยพลัง Soul เสริมความเร็ว ดาบในมือวาดผ่านอากาศเป็ประกายแสง พระเอกถอยกรูดไปสองก้าว หัวใจเต้นระรัว
ทันใดนั้น คู่ต่อสู้กระชากพลัง Soul เพิ่มความเร็วขึ้นอีกขั้น ก่อนจะเหวี่ยงดาบเข้าใส่ด้วยความดุดัน ร่างของพระเอกขยับแทบไม่ทัน ลำแสงสีเงินเฉียดผ่านใบหน้าเป็เสี้ยววินาที
ฉับ!
ยังไม่ทันได้ตั้งหลัก ร่างของอีกฝ่ายก็หายวับไปจากสายตา—
เร็วเกินไป!
เสียงลมแหวกดังขึ้นจากด้านหลัง ก่อนที่บางอย่างจะกระแทกเข้าที่ท้ายทอยอย่างรุนแรง
ปั้ก!
โลกทั้งใบหมุนคว้าง แสงสุดท้ายที่เขาเห็นก่อนที่สติจะดับวูบ คือเงาดาบอีกเล่มหนึ่งที่ฟาดเข้าหาต้นคอของเขา—แล้วทุกอย่างก็ดับวูบเป็ความมืดสนิท