เนื่องจากทหารแคว้นพันธุถูกแบ่งออกเป็สองทัพ พ่อหลวงพันอินทร์ได้ทรงประกาศแต่งตั้งอย่างเป็ทางการดังนี้
เ้าชายพันธุพัฒน์ให้เป็แม่ทัพฝ่ายซ้ายและแต่งตั้งให้ธานันท์เป็รองแม่ทัพฝ่ายซ้ายและเป็ที่ปรึกษา มีทหารติดตามจำนวนหนึ่งหมื่นนายโดยทั้งหมดได้เคลื่อนทัพไปยังชายแดนระหว่างแคว้นพันธุและแคว้นซาตี
ส่วนมินธะเป็แม่ทัพฝ่ายขวา โดยมินธะได้ทหารติดตามจำนวนสองพันนาย ให้ลอบเดินทางตามแผนที่ที่เ้าหญิงทรงเขียนไว้ในตำราพิชัยยุทธ์เพื่อมุ่งหน้าไปที่ชายแดนแคว้นอินนะและแคว้นซาตีตามแผนการ
เมื่อพ่อหลวงทรงประกาศจบ แล้วตรัสว่า “เราขออวยพรให้ทุกท่านได้รับชัยชนะกลับมา เราไม่รู้ว่าการศึกข้างหน้าจะเกิดอะไรขึ้น แต่ก็ขอให้ทุกท่านโปรดใช้สติและปัญญาไตร่ตรองให้รอบคอบ และระมัดระวังทุกย่างก้าวที่เดิน จำไว้ว่าชีวิตทุกคนมีค่า จงอย่าทำอะไรที่ทำให้สูญเสียไพร่พลแบบสูญเปล่าเด็ดขาด”
“รับด้วยเกล้าพะย่ะค่ะ”
ทั้งสองทัพกำลังเตรียมออกเดินทาง โดยก่อนออกเดินทางเ้าหญิงซาติกานต์ก็ทรงออกมาส่งทุกคนด้วย
“เราขอบคุณเ้ามากธานันต์และมินธะที่ยอมต่อสู้เพื่อแคว้นซาตีขนาดนี้ เราจะไม่มีวันลืมพระคุณพวกท่านเลย ขอให้พวกท่านและทหารทุกคนกลับมาอย่างปลอดภัย”
“ขอบพระทัยเพคะ/พะย่ะค่ะ” ธานันต์และมินธะรับคำพร้อมกัน
“ขอให้พี่พันธุพัฒน์กลับมาอย่างปลอดภัยเพคะ”
“พี่ขอกำลังใจหน่อยนะ ที่รัก” เ้าชายพันธุพัฒน์ทรงดึงเ้าหญิงซาติกานต์เข้ามากอดพร้อมกับว่า “พี่สัญญาจะกลับมาอย่างปลอดภัย รอพี่นะ”
*****************************************
ณ ชายแดนแคว้นพันธุและแคว้นซาตี
เ้าชายพันธุพัฒน์ ธานันต์และมินธะได้พากองทัพมาปักหลักอยู่ที่นี่ชั่วคราว มีสายรายงานว่าผู้ที่ประจำอยู่ชายแดน คือ แม่ทัพซานุแห่งแคว้นอินนะ
“แม่ทัพซานุ ไม่ใช่แม่ทัพที่แข็งแกร่ง หม่อมฉันยังพอสู้กับเขาได้เพคะ” ธานันต์เสนอ
“ไม่ได้ เดี๋ยวข้าไปเอง เ้าจะต้องคอยเป็ที่ปรึกษาแผนการ หากเกิดอะไรขึ้นจะทำยังไง” มินธะแย้ง
“ให้เ้าไปไม่ได้มินธะ ถ้าเ้าปรากฏตัวแล้ว เ้าจะแฝงตัวลอบเดินทางไปถึงจุดหมายได้ยังไง พวกเขาก็จำเ้าได้หมดสิ”
“อย่าเถียงกัน ครั้งนี้ข้าขอเป็กองหน้าเอง ส่วนพวกเ้าคอยเป็กองหนุนหากข้าเสียทีจะได้มาช่วยทัน ตกลงตามนี้”
เ้าชายพันธุพัฒน์นำทหารห้าร้อยนายไปโจมตีแม่ทัพซานุที่อยู่ชายแดน ซึ่งเมื่อไปถึงเ้าชายพันธุพัฒน์และซานุต่อสู้กันแบบตัวต่อตัวและเ้าชายเป็ฝ่ายชนะ ซานุยังไม่ยอมแพ้รีบสั่งให้ทหารลูกน้องยิงธนูเนื่องจากอาวุธดินปืนยังส่งมาไม่ถึงจุดนี้ เพราะาเกิดขึ้นอย่างกะทันหัน แต่ธานันต์และมินธะได้สั่งให้ทหารลูกน้องรีบยิงปืนใหญ่ทำลายประตูเมืองทันที ทำให้ซานุยอมยกธงขาวและเปิดเส้นทางให้ทัพของแคว้นพันธุเข้าไปได้
หลังจากเข้ามายังแคว้นซาตีได้สำเร็จ ทัพของเ้าชายกับทัพของมินธะก็แยกกันตรงจุดนี้ โดยกองทัพของมินธะรีบมุ่งหน้าไปชายแดนซาตีกับอินนะทันที
*****************************************
เมื่อเดินทางห่างจากชายแดนเข้ามาในแคว้นซาตีได้สักประมาณสิบโยชน์
ธานันต์ได้นำเ้าชายและกองทัพมายังจุดที่มีค่ายกลที่เ้าหญิงซานัสทรงสร้างไว้และตั้งค่ายทหารอยู่ใกล้ที่นี่ ทหารรายหนึ่งสามารถสืบได้ว่าแม่ทัพกองทัพอินนะที่กำลังเดินทางมาต้านศึก คือ แม่ทัพอองยา
ธานันต์เคยได้ยินว่าอองยามีนิสัยชอบดูถูกผู้หญิง ดังนั้นแผนการคือ ธานันต์จะนำทัพจำนวนห้าร้อยนายเข้าต่อสู้เป็ทัพหน้าและทำทีว่าตนเป็ฝ่ายเสียเปรียบ วิ่งหนีศัตรูล่อให้กองทัพของอองยาวิ่งตามมาและหลงมายังค่ายกล จากนั้นให้ทัพของเ้าชายที่ซ่อนตัวอยู่กดกลไกที่ทำให้ศัตรูตกหลุมโดยก้นหลุมมีหอกแหลมคมอยู่มากมาย ถ้าตกลงไปจะทำให้คนนั้นถูกแทงตายทันที และหากมีทหารคนใดสามารถรอดจากค่ายกลนี้ก็ให้ทหารฝ่ายพันธุคอยโจมตีซ้ำ ด้วยแผนการนี้ทำให้เ้าชายพันธุพัฒน์เป็ฝ่ายชนะ แล้วเคลื่อนทัพเข้าใกล้พระราชวังแคว้นซาตีมากยิ่งขึ้น
*****************************************
ณ พระราชวังแคว้นซาตี
พ่อหลวงอินทะราชทรงกริ้วเป็อย่างมากที่ได้ยินข่าวว่าแม่ทัพอองยาเป็ฝ่ายพ่ายแพ้ จึงรีบแต่งตั้งให้อินคาเป็แม่ทัพและให้นายพลทาจีเป็รองแม่ทัพเพื่อไปต้านทัพแคว้นพันธุ
จากนั้นองค์พ่อหลวงจึงรีบออกเดินทางกลับแคว้นอินนะ หนึ่งเพื่อมาตั้งหลักที่แคว้นของตัวเองเพราะตนไม่รู้เลยว่าอินคาจะเป็ฝ่ายชนะหรือไม่ สองคือเพื่อติดต่อนายพลเอกาซึ่งเป็คนเก่งในด้านการรบให้มาร่วมรบครั้งนี้หากอินคาเป็ฝ่ายพ่ายแพ้