ณโรงแรมแซนเทอร์แมน
...................
เมื่อเจมม่าและลิลลี่จอดรถเรียบร้อยแล้วลิลลี่ก็เดินนำทางเจมม่าไปที่โถงทางเดินเพื่อที่จะขึ้นลิฟไปที่ชั้น 29ของโรงแรมนี้ ซึ่งเป็ชั้นดาดฟ้า และมีรูทบาร์ซึ่งจำหน่ายเครื่องดื่มหลากหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็วิสกี้ ไวน์ เบียร์สดเบียร์คราฟ และเหล้ารัมยี่ห้อดี แถมยังมีเมนูอาหารให้เลือกทานเยอะ สถานที่แห่งนี้จึงเริ่มมีลูกค้าขาจรและลูกค้าของโรงแรมทยอยเข้ามาเช็คอินนั่งดื่มกันั้แ่ 1 ทุ่มแล้ว
“ว้าวดีงามสมกับที่เป็โรงแรมระดับ 5 ดาวจริง ๆฉันสังเกตเห็นั้แ่เดินเข้าล็อบบี้ที่โรงแรมแล้วนะว่าการตกแต่งรวมไปถึงเฟอร์นิเจอร์ทุกอย่างเป็ของหรูหรามีระดับแล้วพอขึ้นมาถึงข้างบนนี้ ก็ยิ่งดีกว่าเดิม น่านั่งชิวมากเลยลิลลี่”
เจมม่ารู้สึกเซอร์ไพรส์มากกว่าเดิมเมื่อเห็นลานกว้างของบนดาดฟ้าที่ปรับแต่งให้เป็ร้านนั่งดื่มเพราะการจัดโลเกชั่นมันดีไปหมดทุกอย่าง ไม่ดูแออัดจนเกินไปแถมยังมีต้นไม้ประดับในบางมุม พร้อมกับการจัดโซนนั่งดื่มแต่ละมุมที่ดูแตกต่างกันไปทำให้เลือกไม่ถูกเลยว่าจะนั่งจิบไวน์กันมุมไหนดี
“ไวน์อย่างดีด้วยน้ากับแกล้มก็ของดี ไม่เสียชื่อโรงแรมดังเลยล่ะ”
ลิลลี่เสริมทับอย่างภูมิอกภูมิใจพร้อมกับเห็นมุมวิวสวยที่สุดของร้านนี้พอดี
“ป่ะฉันเจอมุมที่ดีที่สุดของร้านละ นั่งตรงมุมนั้นเห็นวิวด้านล่างตอนกลางคืนด้วยแถมยังมีอะไรดี ๆ ให้มองอีกด้วยยย .....” ลิลลี่ยิ้มกรุ้มกริ่ม
“อ๋อถึงว่าละรีบเชียวนะ” เจมม่ามองตามมือที่ชี้ของลิลลี่ ก็รู้เลยว่ามุมโปรดตรงนั้นมีกลุ่มหนุ่ม ๆ หน้าตาดีนั่งกันอยู่ 3 คน ใกล้ ๆ โต๊ะมุมถัดไปแต่ก็เป็มุมที่พอจะทำให้ทั้งสองโต๊ะหันมาสบตากันได้สะดวก
เมื่อเดินไปถึงโต๊ะลิลลี่เลือกนั่งมุมที่พอจะให้มองหนุ่มโต๊ะตรงข้ามได้ถนัดพร้อมกับให้พวกหนุ่มโต๊ะนั้นได้มองเรือนร่างอันสุดเซ็กซี่ของเธอไปด้วยส่วนเจมม่าก็เลือกนั่งฝั่งตรงข้ามเพื่อน เลยทำให้หนุ่ม ๆได้มองเพียงด้านหลังของเธอเท่านั้น พวกเธอทั้งสองคนได้สั่งเครื่องดื่มไวน์ไป 1 ขวดกับถั่วอบเกลือแค่นั้น เพราะทั้งคู่ยังอิ่มชาบูที่เพิ่งทานไป แล้วเจมม่าก็เปิดประเด็นถามเพื่อนทันที
“เธอแอบมาคนเดียวบ่อยละสิมุมดีขนาดนี้”
“ใช่บางทีฉันก็มานั่งคนเดียว เธอจำไม่ได้เหรอ ก่อนหน้านี้ฉันก็เคยชวนเธอตั้งหลายครั้งเธอก็บอกงานเยอะ อยากพักผ่อน แต่พอทักแชทไป บอกว่านั่งจิบไวน์คนเดียวอยู่ที่บ้านน่ะ”
เจมม่าอมยิ้มเพราะมันคือความจริง เธอเหนื่อยจากงานั้แ่การวิจัยสารของสมุนไพรต่าง ๆและไหนจะต้องเขียนรายงานเพื่อสรุปทุกครั้งอีก พอเลิกงานทีไรเลยอยากกลับไปนอนเล่นที่บ้านมากกว่าออกมาแฮงค์เอาท์ข้างนอกการได้นั่งจิบไวน์ดูหนัง เล่นกับแมวที่บ้าน มันผ่อนคลายมากกว่าเป็ไหน ๆ
“ถึงฉันไม่มาด้วยเธอก็เจอเพื่อนใหม่ทุกที่ที่เธอไปแหล่ะใช่มะ อย่างคืนนี้ล่ะ เธอคิดว่าจะได้หนุ่ม ๆมาเชยชมไหม”
เจมม่าถามเพราะเห็นว่าลิลลี่ค่อนข้างรักสนุกและมักจะมีความสัมพันธ์แบบ FWB และ OneNight Stand บ่อยมาก ั้แ่อกหักจากหนุ่มฝรั่งเศสแฟนเก่าของเธอเมื่อสองปีที่แล้ว
“ก็ไม่แน่นะของแบบนี้มันไม่สึกหลอสักหน่อย เข้าใจฉันหน่อยนะเพื่อน”
“ฉันก็ไม่อยากจะว่าอะไรหรอกนะมันเป็เื่ธรรมชาติของผู้ชายกับผู้หญิงและฉันรู้ว่าเธอก็ป้องกันและดูแลตัวเองเป็อย่างดีอีกอย่างเธอก็ไม่ได้เอาตัวเองไปยุ่งกับคนที่มีครอบครัวหรือมีแฟนแล้วด้วย ....แต่ว่าเธอยังไม่คิดจะเปิดใจให้ใครคนใหม่ แล้วมีความรักมีแฟนเป็ตัวเป็ตนสักทีเหรอ”
“ไม่รู้สิฉันยังไม่อยากคิดจริงจังเื่แบบนี้แล้วที่ผ่านมาพวกผู้ชายที่เคยนอนกับฉันต่างก็แยกย้ายพวกเราไม่ได้คิดแลกเบอร์ติดต่อกันเลยด้วยซ้ำ” ลิลลี่ถอนหายใจ ....
“มีสักคนเถอะไม่มีได้ไงเพื่อนฉันสวยขนาดนี้ สวยแบบไม่ธรรมดาด้วย สวยมาก ๆ เลย”
เจมม่าพูดแซวในความจริงเพราะลิลลี่นั้นแม้จะผิวแทนแต่ด้วยสวยคมแบบธรรมชาติมาก แถมยังรูปร่างดีอีกด้วยเพราะเข้ายิมดูแลตัวเองเป็ประจำ
“ก็เคยมีคนหนึ่งนะแต่มันไม่ใช่สเปคอ่ะ ดูไม่น่าจะไปกันรอด .... อ่ะ ชนหน่อย ล้างคอชาบูกัน”
ลิลลี่ยกแก้วไวน์ขึ้นเพื่อชนกับเพื่อนสาวหลังจากที่ไม่ได้มานั่งดื่มกันข้างนอกมานานหลายเดือน
“ว่าแต่เธอเถอะเมื่อไรจะมีแฟนสักทีเห็นสิงสถิตอยู่แต่ในห้องวิจัยจนตัวขาวผ่องขนาดนี้ ได้เจอแดดมั่งปะเนี่ย”
“เจอทุกวันแหล่ะจ๊ะแต่ฉันเป็คนขาวอยู่แล้ว ไม่ต้องทานอาหารเสริมหรอก ส่วนเื่มีแฟนน่ะเหรอฉันไม่เจอใครเลยอ่ะแก และไม่ได้ไปนัดบอดที่ไหนด้วย”
“แล้วที่ทำงานไม่มีหนุ่มๆ บ้างเหรอ คนทำงานตั้งเยอะตั้งแยะ ของมันไม่ได้ใช้งานระวังจะเสื่อมเอานะคิกคิก”
ลิลลี่แซวเจมม่าเพราะเธอครองความโสดมา 5 ปีแล้วเต็ม ๆแถมเธอรู้ดีว่าเพื่อนของเธอไม่ค่อยนิยมนอนกับผู้ชายแปลกหน้าแต่ก็ไม่เห็นออกเดทกับใครสักทีเลยรู้สึกเสียดายความสวยของเพื่อนกลัวว่าเพื่อนจะเอาแต่ทำงานแล้ว่ล่างจะตันไปเสียก่อน
“คนที่ทำงานทุกคนก็ยุ่งหมดแหล่ะบางคนก็มีครอบครัวแล้ว บางคนก็ไม่ถูกสเปคเหมือนกันอ่ะ แล้วพอทำงานร่วมกันไปเรื่อยๆ ก็เป็เพื่อนกันไปหมด ไม่มีใครคิดเื่ชู้สาวกันเลย”
และมันก็เป็อย่างที่เจมม่าพูดจริงๆ เพราะแต่ละคนที่ย้ายมาทำงานใหม่ต่อให้สวยหล่อแค่ไหนสักพักก็เป็เพื่อนร่วมงานกันไปหมด และส่วนใหญ่ก็มีแฟนมีครอบครัวกันหมดแล้วด้วย
“มะแก้วที่ 2 ยกได้แล้ว ไม่ต้องกลัวเมาหรอกน่าเจมม่า ขับไม่ไหวก็หาคนไปส่งได้นะอ่ะเดี๋ยวเรียกแท็กซี่ให้ขากลับ”
ละแล้วก็เป็ไปตามที่คาดการณ์ไว้มีหนุ่มหน้าคม มีเคราบาง ๆ ที่ถูกกันตัดแต่งมาอย่างสวยงาม ั์ตาสีฟ้า รูปร่างสูงโปร่งคนหนึ่งเดินเข้ามาที่โต๊ะของสองสาวจริงๆ เจมม่าสังเกตหน้าตาของลิลลี่ออกั้แ่ตอนเข้ามานั่ง่แรกแล้วเพราะเวลาที่คุยกัน สายตาของลิลลี่หันมาฟังเธอด้วยความสนใจ สลับกับมองผ่านเธอไปที่โต๊ะข้างหลังหลายครั้งแล้ว
“สำเร็จแล้วสินะเพื่อนฉัน อ่อยหนุ่มจนเดินเข้ามาทักจนได้” เจมม่านึกในใจ
“สวัสดีครับคุณผู้หญิง ขออนุญาตชนแก้วหน่อยนะครับ ….ผมดื่มเบียร์ชนด้วยได้มั้ยครับ” ชายหนุ่มเอ่ยทักทายพร้อมกับโค้งตัวอย่างสุภาพ
“ได้สิคะ ไม่มีใครเค้าห้ามคนดื่มเบียร์ชนกับคนถือแก้วไวน์สักหน่อย” ลิลลี่โต้ตอบแบบแอบกวนนิด ๆ ด้วยรอยยิ้มที่สดใส
“งั้นขอนั่งสักแปปนึงแล้วกันนะครับ”
ชายหนุ่มนั่งลงบนเก้าอี้ระหว่างสองสาวพร้อมหันหน้าไปขยิบตากับเพื่อนที่โต๊ะอีกสองคน ราวกับว่าได้พนันกับกลุ่มเพื่อนไว้ว่าถ้าเข้ามาทักสองสาวแล้วจะไม่ถูกไล่กลับโต๊ะ
“ผมชื่อดีแลนนะครับ คุณผู้หญิงทั้งสองชื่ออะไรกันครับ”
“ฉันลิลลี่ค่ะ ส่วนเพื่อนฉันชื่อเจมม่าค่ะ”
เจมม่าไม่ทันได้ตอบแต่ยิ้มทักทายทันทีที่ลิลลี่แนะนำชื่อตัวเอง แต่สถานการณ์แบบนี้รู้สึกไม่คุ้นชินคงเพราะเธอไม่ค่อยได้ออกมาปาร์ตี้และคุยกับผู้ชายแปลกหน้าบ่อย ๆจึงแกล้งบอกว่าจะขอออกไปคุยโทรศัพท์เื่งานด่วนสักหน่อย จะได้เปิดโอกาสให้ลิลลี่แอ๊วกับดีแลนได้อย่างสะดวกจึงรีบขอตัวพร้อมกับถือแก้วไวน์ไปด้วย
“มาที่ร้านนี้กันบ่อยมั้ยครับ”ดีแลนเริ่มเปิดการสนทนา
“ฉันก็มาอาทิตย์ละครั้งสองครั้งน่ะค่ะสลับกับไปที่ร้านอื่นบ้าง แต่เพื่อนของฉันคนตะกี้นางงานยุ่งมากน่ะค่ะชาติไหนจะได้ออกมาดื่มด้วยกันทีหนึ่ง แล้วคุณละคะ”
“ก็เหมือนคุณนั่นแหล่ะครับเที่ยวบ่อยก็รู้สึกเบื่อ แต่ถ้าจะให้นอนอยู่บ้านเฉย ๆผมก็คงไม่มีโอกาสได้เจอคุณน่ะสิครับ” ชายหนุ่มดีแลนรุกหยอดลิลลี่ทันที
“แหมมดูพูดเข้า มุกนี้ใช้กับสาว ๆ ประจำสินะคะ”
“ผมพูดจากใจนะครับคุณดูสวยมาก ตรงสเปคผมเลย” ดีแลนพูดพร้อมกับส่งสายตาหวานให้กับลิลลี่แม้ลิลลี่เองจะรู้ดีว่าพวกผู้ชายก็ชอบพูดชมทำเป็ปากหวานกับสาวที่เพิ่งเจอกันครั้งแรกก็ตาม แต่เธอก็รู้สึกเขินอายเพราะชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้านั้น หล่อน่ากินจริง ๆ
....................................................
เจมม่าที่เพิ่งแกล้งออกไปคุยโทรศัพท์เสร็จก็เดินกลับมามองเห็นลิลลี่กับดีแลนนั่งคุยกันอย่างสนุกสนานเลยเดินอ้อมไม่ได้แวะไปที่โต๊ะ แต่เดินไปชมวิวรอบเมืองหลบมุมของบาร์ซึ่งตรงนั้นมีที่นั่งรับลมอยู่พอดีเธอนั่งชื่นชมบรรยากาศที่แสนโรแมนติก่กลางคืน พลางนึกอะไรไปเพลิน ๆถึงชีวิตที่ต้องติดแง็กอยู่แต่ในห้องวิจัย ทิ้งชีวิตส่วนตัวแทนที่จะได้มานั่งดื่มนั่งเที่ยวบ้างเธอทำให้ตัวเองยุ่ง หรืองานมันยุ่งจริง ๆ กันแน่เห็นทีเธอจะต้องจัดระเบียบการใช้ชีวิตซะใหม่แล้วล่ะ เพราะอายุก็เพิ่มขึ้นทุกวันชีวิตคนเราก็ไม่รู้จะอยู่ไปได้อีกนานเท่าไรเธอควรจะหาความสุขให้กับชีวิตตัวเองบ้าง
พอนั่งนึกไปได้สักพักเธอก็รู้สึกเหมือนมีอะไรมายืนอยู่ข้างหลัง เธอได้กลิ่นน้ำหอมอย่างชัดเจนจึงรีบหันหลังกลับไป พลันทำให้ชายหนุ่มที่กำลังเดินเข้ามาสะดุ้ง
“อ้าวคุณ” เจมม่าจำผู้ชายคนนี้ได้คือหนุ่มคนที่นั่งอยู่โต๊ะเดียวกับดีแลนนั่นเอง และยังเป็หนุ่มต่างชาติ หน้าหล่อเหมือนเสี่ยวจ้านดาราจีนไม่มีผิดเพราะไม่ว่าจะผิว เค้าโครงหน้า ความสูง นี้เหมือนพิมพ์เดียวกันมาเลยล่ะ
“ครับผมเพิ่งมาที่นี่ครั้งแรก เลยอยากเดินดูวิวรอบเมือง พอดีเห็นคุณยืนอยู่คนเดียวเลยอยากจะเข้ามาทำความรู้จักด้วยครับ ผม ฌอน นะครับ”
“ค่ะคุณฌอน ฉันชื่อเจมม่าค่ะ แล้วปกติไปเที่ยวร้านอื่นเหรอคะเห็นเพิ่งบอกมาร้านนี้เป็ครั้งแรก”
“ผมบินไปๆ มา ๆ กับที่จีนน่ะครับ มาครั้งหนึ่งก็อาทิตย์กว่า แล้วก็บินกลับบางครั้งก็ไม่มีเื่งานให้บินมาเลยแต่ผมเคยเรียนโทที่นี่กับเพื่อนอีกสองคนที่มาด้วยกันน่ะแหล่ะครับ เราสนิทกันมากเลยนัดพบปะกันประจำทุกเดือน”
“อ๋ออย่างนี้นี่เอง เงินเยอะนะคะเนี่ย บินมาทุกเดือนเลย อยู่เป็อาทิตย์ด้วย”เจมม่าแซวเล่นเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้คิดอะไรไปไกล เพราะดูจากหน้าตาแล้วเขาน่าจะอายุน้อยกว่าเธอ
“ไม่รวยขนาดนั้นหรอกครับผมบินมาที พวกนั้นก็เลี้ยงข้าวผมเกือบทุกมื้อเลย รวมถึงร้านนี้วันนี้ด้วย”
ฌอนจริง ๆ แล้วเป็หนุ่มเพลย์บอย แต่บุคลิกดูสุภาพแถมยังหน้าซื่อตาใสผู้หญิงหลายคนจึงมองไม่ค่อยออกว่าเขาค่อนข้างแพรวพราวแต่เขาก็ตั้งใจเข้ามาพูดคุยกับเจมม่า ไม่ได้หวังที่จะมีความสัมพันธ์กับเธอชั่วข้ามคืนเพราะดูแล้วเจมม่าไม่ค่อยมีจริตเข้าหาผู้ชายหรือเล่นหูเล่นตาเหมือนผู้หญิงที่เขาเคยเจอเขาจึงอยากให้เกียรติเธอและเข้ามาชวนเธอคุยมากกว่าเห็นเธออยู่คนเดียวคงเพราะเกรงใจลิลลี่และดีแลนที่ตอนนี้กำลังจีบกันอย่างออกนอกหน้านอกตา
ฌอนยืนมองหน้าเจมม่าที่กำลังรับลมผมที่ปลิวสยายตามลมทำให้เผยเห็นต้นคอขาว ๆ มันช่างดูเชิดคอเรียวระหงรับกับใบหน้าเล็กนั้นมาก จนอดใจเอ่ยปากชมไม่ไหวจริง ๆ
“คุณเจมม่าเป็ผู้หญิงที่มีใบหน้าสวยจริงๆ นะครับ ขนาดผมมาเรียนที่นี่ตั้งหลายปี ผมยังไม่เคยเจอผู้หญิงคนไหนสวยได้เท่าคุณมาก่อน”ฌอนพูดพร้อมกับยกแก้ววอดก้าเพื่อที่จะขอชนกับเจมม่า
“เพราะฉันตรงสเปคคุณรึป่าวคะผู้หญิงในประเทศนี้มีตั้งเยอะแยะ ฉันไม่ได้สวยและดูดีที่สุดหรอกค่ะแต่ขอบคุณนะคะที่ชมฉัน นาน ๆ ทีจะมีคนชมฉันนะเนี่ย” เจมม่ายิ้มตอบ พร้อมกับยกแก้วไวน์ชนตอบแล้วยกดื่มจนหมดพอดี
“ไม่ได้พูดเอาใจนะครับผมว่าคุณก็รู้ตัวแหล่ะว่าคุณสวย .....แต่เมื่อกี้ผมสังเกตเห็นแผ่นพลาสเตอร์แปะตรงหัวไหล่ทั้งสองข้างน่ะครับขออนุญาตเสียมารยาทนะครับ”
“อ้อมันเป็แผลน่ะค่ะ วันนี้ทำผมปิดมาด้วย แต่คงโดนลมสินะคะ คุณเลยเห็น แผลใกล้หายแล้วค่ะ”
“ครับงั้นเรากลับไปที่โต๊ะกันดีมั้ยครับ ไวน์คุณก็หมดพอดี เดี๋ยวขาดตอนระวังง่วงนะครับ”
“รู้ด้วยว่าดื่มไวน์แล้วจะง่วง”
แล้วทั้งสองคนก็เดินกลับโต๊ะไปพร้อมกับโดยที่มีลิลลี่คอยยิ้มอย่างเ้าเลห์เพราะคิดว่าทั้งสองคนคงจะแอบไปหยอดคำหวานจีบกันมา
“แหมเพิ่งเจอกันครั้งแรกก็ไปจีบกันใต้แสงจันทร์เลยหรอคะ หนุ่มสาวทั้งสอง” ลิลลี่เริ่มพูดเสียงดังขึ้นเล็กน้อยเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ทำงานแล้ว จะให้โทษใครได้ล่ะ เพราะหนุ่มดีแลนนั่นแหล่ะ ชวนยกดื่มบ่อยจนไวน์เกือบหมดขวดทั้งที่เจมม่าได้จิบไปแค่สองแก้วเอง
“คุยกันเฉยๆ จ๊ะ เธออ่ะหน้าแดงแล้วนะ ไหวปะเนี่ย ดูสิจะหมดขวดแล้ว”
“งั้นเดี๋ยวผมสั่งมาให้อีกขวดดีไหมครับ”ดีแลนรีบเสนอ
“ขอบคุณมากค่ะงั้นเอาเป็ยี่ห้อเดิมนะคะ” เจมม่าต้องรีบทักท้วงก่อนที่หนุ่มดีแลนจะสั่งยี่ห้ออื่นมาเพราะไวน์ชนิด PinotNoir เป็ประเภทไวน์ที่เธอชอบดื่มมาก มันมีรสชาติเบา อ่อนนุ่มและฝาดน้อยกว่าประเภทอื่น
พอสั่งไวน์มาอีกขวดเรียบร้อยแล้ว ดีแลนจึงเสนอขอให้นั่งรวมโต๊ะกันดีกว่าเพราะเริ่มคุยถูกคอกับลิลลี่ และเห็นว่าฌอนเองก็คงอยากจะคุยกับเจมม่าต่อส่วนหนุ่มอีกคนชื่อพอล ก็ยินดีและเป็กันเอง จึงทำให้บรรยากาศในการล้อมวงคุยกันดื่มด้วยกัน มีความครึกครื้นมากขึ้นกว่าเดิม และหลังจากคุยกันไปมา จึงได้รู้ว่าทั้ง3 หนุ่มนั้นอายุน้อยกว่าฝ่ายหญิงไป 2 ปีแต่ทุกคนก็สนิทกันเร็วเกินไปจนเรียกน้องเรียกพี่กันไม่ทันแล้ว
หลังจากหมดไวน์ขวดที่3 เจมม่าก็รู้สึกเริ่มมึนแต่ลิลลี่ยังไหวอยู่และดีแลนก็อยากจะสานสัมพันธ์ต่อกับเธอในคืนนี้จึงไม่มีใครยอมแยกย้าย จนตอนนี้ใกล้จะเที่ยงคืนแล้วทุกคนจึงลงความเห็นกันว่าจะไปนั่งดื่มต่อกันที่บ้านลิลลี่โดยต้องให้เจมม่าตามไปด้วยแต่พอลขอตัวกลับก่อน เพราะเขามีภรรยาแล้ว จึงเหลือกันแค่ 4 คนที่จะไปต่อกัน
ลิลลี่ขับรถนำไปที่บ้านของเธอ และให้ดีแลนขับตามไปเป็คันที่2 ส่วนฌอนนั้นติดรถมากับดีแลนอยู่แล้ว จึงอาสาขับรถให้กับเจมม่าเพราะดูเจมม่าง่วงเต็มที่แล้ว ถึงจะดูเหมือนตื่นตัวอยู่ตลอดเวลาแต่เธอเริ่มคุยน้อยลงและหรี่ตาลงเหมือนจะหลับเป็พัก ๆ
......................................................................
เซฟเฮ้าส์ลิลลี่
ลิลลี่อาศัยอยู่ตัวคนเดียวและเลี้ยงแมวไว้ที่บ้านเหมือนกับเจมม่าแยกกันอยู่คนละบ้านกับพ่อแม่ เธอจึงสามารถใช้ชีวิตได้อย่างอิสระเข้าออกบ้านได้อย่างสะดวกโดยไม่ต้องเกรงใจใครและนี่คือครั้งแรกที่ลิลลี่พาผู้ชายเข้ามาในบ้านเพราะเธอเกิดถูกใจหนุ่มหล่ออย่างดีแลนเข้าอย่างจังอีกทั้งดีแลนเองก็ดูจะไม่ยอมปล่อยให้เธอกลับบ้านไปง่าย ๆโดยที่ไม่ได้ลิ้มลองรสสวาทของเธอในคืนนี้
ส่วนเจมม่าและฌอนนั้นก็ต่างถูกคะยั้นคะยอให้ติดสอยห้อยตามมาด้วยโดยที่ทั้งคู่ต่างรู้สึกดีต่อกันและกันในแบบเพื่อนจึงรู้สึกวางใจกันและกันแม้จะเจอกันเพียงครั้งแรกก็ตาม แต่ลึก ๆแล้วฌอนเองก็รู้สึกชอบเจมม่าอยู่เหมือนกันเพราะสะดุดในความสวยของเจมม่าั้แ่ก้าวเท้าเข้ามาที่บาร์แต่แรกแล้ว
พอถึงบ้านลิลลี่เธอก็หยิบไวน์ขวดใหม่มาเปิดให้กับทุกคน พร้อมกับเปิดเสียงเพลงคลอเบา ๆ ให้ได้บรรยากาศเหมือนไปนั่งในผับส่วนเจมม่านั้นขอดื่มน้ำเปล่าแทน เพราะไม่อยากเมาไปมากกว่านี้แล้วทั้งสามคนจึงตามใจ
“แบบบ้านของคุณลิลลี่นี่สวยเป็สัดส่วนดีนะครับไม่ทราบว่าจ้างนักออกแบบจากบริษัทไหนเหรอครับ” ฌอนเกิดสงสัยจึงถามขึ้นมา นั่นเป็เพราะว่าเขาทำงานเกี่ยวกับการออกแบบบ้านและอสังหาริมทรัพย์นั่นเอง
“ฉันเป็คนออกแบบเองทั้งหมดค่ะแล้วเอาให้พี่ชายของฉันซึ่งเป็วิศวกรพี่เขาแก้แบบให้จนสมบูรณ์แล้วเลยนำไปยื่นให้กับบริษัทรับสร้างบ้านน่ะค่ะ”
“เป็แบบบ้านในฝันของผมเลยล่ะ”ดีแลนตอนนี้ซึ่งหลงลิลลี่จนฉุดไม่ขึ้น จึงพูดอวยทุกอย่างที่เกี่ยวกับลิลลี่ทั้งหมด
แล้วของคุณเจมม่าละครับได้ออกแบบบ้านของตัวเองให้สวยแบบนี้ไหมครับ” ฌอนถามขึ้นมาด้วยความอยากรู้
“อ๋อฉันซื้อโครงการบ้านจัดสรรอยู่น่ะค่ะ”
เมื่อพูดคุยกันไปสักพัก เจมม่าที่ง่วงมาก่อนอยู่แล้วจึงเผลอนอนพิงหลับคาโซฟาแล้วปล่อยให้ทั้งสามคนพูดคุยกันต่อโดยที่ไม่อยากสนใจและฝืนตัวเองต่อไปไม่ไหวแล้ว
“ฉันรู้สึกเหนียวตัวจังเลยค่ะขอขึ้นไปอาบน้ำก่อนได้มั้ยคะ” ลิลลี่พูดพร้อมกับขยิบตาเล็กน้อยให้กับดีแลน
ดีแลนมองตอบด้วยสายตาเหมือนรู้ว่าสื่อความหมายอะไรส่วนฌอนก็ทำเป็ไม่รู้ไม่เห็น แล้วพูดขึ้นมาว่า
“เดี๋ยวผมจะดูแลคุณเจมม่าให้เองครับส่วนไวน์นี้ ผมดื่มหมดได้ใช่มั้ย”
“ได้สิคะ ยังมีอีกเยอะเลยค่ะถ้าคุณดื่มไหว” ลิลลี่ยิ้มตอบ แล้วหันหลังเดินขึ้นบันไดไป
ส่วนดีแลนก็เดินตามลิลลี่ไปแบบเนียนๆ ทั้งสองคนมีเคมีที่ตรงกันในเื่เซ็กส์และด้วยความที่ต่างคนต่างถูกใจกัน ความปรารถนาเร่าร้อนในการเชยชมร่างกายของกันและกันจึงเป็เื่ที่ห้ามไม่ได้
.................................................................
เมื่อลิลลี่เข้ามาถึงในห้องแล้วดีแลนก็เข้ามาสวมกอดจากทางด้านหลังทันที พร้อมกับหอมซอกคออันเรียวงามลิลลี่เงยหน้าขึ้นเพื่อให้เขาซุกไซ้ซอกคอเธอเล่นอย่างเต็มที่
“อืมม ...ฉันว่าฉันจะขอตัวอาบน้ำแปปนึง คุณอยากอาบด้วยกันหรือเปล่าละ”
“ตัวคุณหอมอยู่แล้วนะ ผมชอบกลิ่นตัวคุณตอนนี้ที่สุดเลย”
สิ้นคำพูดของดีแลน เขาก็จับตัวเธอให้หันหน้าเข้าหาเขาแล้วก้มลงจูบที่ริมฝีปากของเธออย่างรวดเร็วลิลลี่เผยอปากรับจูบจากริมฝีปากหนานุ่มของเขา พร้อมกับสอดลิ้นเข้าไปในโพรงปากของเขาทั้งสองเล่นลิ้นกันอย่างเมามัน สลับกับเม้มปากทั้งบนล่าง ทั้งสองคนจูบกันอย่างดูดดื่มราวกับหิวกระหายมานานแรมปี
มือของเธอจากที่เหนี่ยวคอเขาเอาไว้ ได้เลื่อนลงมาปลดกระดุมเสื้อของเขาออกทีละเม็ดส่วนเขาก็ใช้มือรูดซิปชุดเดรสสีดำของเธอลงอย่างง่ายดาย ทั้งสองถอดเสื้อผ้าของกันและกันออกจนเนื้อตัวล้อนจ้อนดีแลนใช้มือจับสะโพกของเธอกดเข้ามาแนบกับตัวเขา และอุ้มลิลลี่ขึ้นมาเพื่อให้ส่วนล่างของเธอัักับแท่งเนื้ออันใหญ่โตที่ตอนนี้กำลังแข็งเต็มที่และบดขยี้สะโพกของเขาตอบรับเบา ๆ
“อื้ออ... รู้สึกดีจังเลยค่ะ”ลิลลี่พูดกระซิบข้างหูของดีแลน
เขาจึงอุ้มเธอในท่านั้นนอนลงบนเตียงแล้วก้มลงดูดซอกคอของเธอมือทั้งสองข้างก็บีบก้อนขนมปังอันนุ่มจนเต็มมือเขาเลื่อนลงมาดูดเม็ดลูกเกดที่กำลังแข็งขึ้นตามอารมณ์
ดีแลนที่ตอนนี้กำลังมีความ้าอย่างสุดขีดจึงดูดกินก้อนขนมปังทั้งสองข้างโดยไม่หยุดพัก จนลิลลี่เริ่มหายใจหอบ และเริ่มส่งเสียงกระเส่าออกมามืออีกข้างของเขาก็ััเนินสามเหลี่ยมที่ตอนนี้กำลังชุ่มฉ่ำไปด้วยน้ำหล่อลื่นเมื่อเขากินข้างบนจนหนำใจแล้ว จึงเลื่อนต่ำลงมาเพื่อชิมน้ำสวาทของเธอเขาทำเก่งอย่างช่ำชอง
“อ๊ะ......คุณเก่งจังเลยดีแลน ฉันจะไม่ไหวแล้วนะ”
“ผมก็ไม่ไหวเหมือนกันผมคงไม่รอให้คุณมากินของผมแล้วนะ ผมขอเข้าไปก่อนนะ”
เขาลุกขึ้นมาพร้อมเตรียมท่าสอดใส่ แล้วดึงมือของลิลลี่เข้ามาจับของเขาเพื่อให้เธอเตรียมใจรับความสุขสุดขีดที่กำลังจะมาถึงนี้ และเพื่อให้เธอรู้ว่าของเขามันทั้งแน่นและใหญ่ขนาดไหน
เมื่อปล่อยให้ลิลลี่ลูบขึ้นลงจนตัวเขาเองทนไม่ไหวแล้วเขาจึงหยิบถุงยางเข้ามาสวมก่อนจะออกศึกกับเธอ ไม่รอช้าเขาจับปืนใหญ่ค่อย ๆ ดันสอดใส่แหวกไปตามกลีบกุหลาบของเธอและเริ่มบรรเลงจังหวะเข้าออกอย่างช้า ๆ ทั้งสองทำหน้าบิดเบี้ยวราวกับเ็ปแต่ความจริงแล้วมันมีความสุขซาบซ่าบราวกับขึ้น์ไปทีละขั้น
จากที่ถอยเข้าออกอย่างช้า ๆเขาก็เริ่มเร่งเครื่องอย่างรวดเร็ว ทั้งสองเก็บอารมณ์ของความเสียวไว้ไม่ไหวต่างคนต่างร้องออกมาอย่างไม่เป็ภาษา ไม่ว่าจะพลิกซ้ายพลิกขวาทุกท่วงท่าระหว่างเขาทั้งสองคนมันช่างน่าประทับใจครั้งแรกของพวกเขาทั้งสองคนนี้ ดีแลนเป็คนคุมเกมเองทั้งหมด เพราะเขาทนไม่ไหวจริงๆ เหมือนกับเสือที่้าจะขย้ำเหยื่อให้อิดโรย ลิลลี่เองก็สุขสมอารมณ์หมายไปแล้ว3 ครั้ง จนครั้งสุดท้ายพวกเขาก็เสร็จพร้อมกัน ทั้งคู่เหนื่อยหอบแต่ก็ยังดูดปากหลังจากเสร็จกิจแล้วก็ผล่อยนอนกอดกันจนหลับไปทั้งคู่
.........................................................................
ส่วนด้านล่างในส่วนของห้องรับแขกที่เหลือแต่เจมม่าและฌอนเจมม่าที่กำลังนอนหลับเพราะเพลียและเมา ฌอนเองก็นั่งมอง นั่งเล่นโทรศัพท์ พร้อมกับจิบไวน์นั่งคิดอะไรเรื่อยเปื่อยแล้วเขาก็เห็นว่าเจมม่านั่งหลับแบบไม่สบายตัว เกรงว่าถ้าเธอตื่นมาแล้วจะคอเคล็ด เขาจึงลุกขึ้นมาประคองตัวเธอเบาๆ เพราะกลัวเธอตื่น อยากให้เธอนอนเหยียดกับโซฟายาวได้อย่างเต็มที่
จู่ ๆ เจมม่าก็ลืมตาขึ้นแล้วผลักฌอนออกอย่างรวดเร็วฌอนถลาหลังลงไปกับพื้น
“โอ๊ะ ...... อ่า.....” ตัวฌอนกระแทกไปกับพื้นเลยรู้สึกเจ็บ
“ฉัน ..... ฉันขอโทษ ฉันใฉันไม่ได้ตั้งใจผลักคุณแรงขนาดนั้นนะคะ” เจมม่ารีบลุกขึ้นมาแล้วพรวดมาหาตัวเขาที่ซึ่งกับกำลังค่อย ๆ ลุกขึ้นมา
“ไม่เป็ไรครับ ....ทำไมคุณแรงเยอะจัง ทั้งที่คุณนอนอยู่นะ” ฌอนใกับแรงผลักของเจมม่ามาก
“ฉัน... ไม่รู้ แต่ฉันไม่ได้ตั้งใจจริงๆ นะคะ คุณเจ็บมากมั้ย” เจมม่าถามฌอนด้วยความเป็ห่วง เพราะดูจากสีหน้าฌอนแล้ว เขาดูเจ็บมากจากที่ลงไปกระแทกกับพื้นอย่างไม่ทันตั้งตัว
เจมม่าจึงประคองพาตัวเขาไปนั่งที่โซฟาแล้วเค้นถามว่าเขาเจ็บตรงไหนเป็พิเศษ ฌอนเองก็ไม่ได้นึกโกรธ เธอเลยขอไถ่โทษด้วยการจะเลี้ยงข้าวเลี้ยงกาแฟร้านที่แพงที่สุดให้เขาพรุ่งนี้เขาขำที่เธอดูกระวนกระวายแต่ก็ตอบตกลง ทั้งคู่จึงแลกเบอร์โทรศัพท์กันไว้ แล้วนั่งคุยกันสักพักเจมม่ารู้สึกอยากกลับบ้านและเป็ห่วงแมวด้วยอีกอย่างพรุ่งนี้เธอต้องไปที่ศูนย์วิจัยฯอีก จึงขอตัวกลับบ้านก่อน
ฌอนรู้สึกดีใจที่ได้เบอร์ของเจมม่าไว้ติดต่อกันและจะได้ทานข้าวด้วยกันอีก จึงนั่งยิ้มคนเดียวและจิบไวน์จนหมดขวด แล้วนอนรอดีแลนให้ลงมาที่โซฟาจนถึงเช้า
“ฉันรู้สึกเหนียวตัวจังเลยค่ะขอขึ้นไปอาบน้ำก่อนได้มั้ยคะ” ลิลลี่พูดพร้อมกับขยิบตาเล็กน้อยให้กับดีแลน
ดีแลนมองตอบด้วยสายตาเหมือนรู้ว่าสื่อความหมายอะไรส่วนฌอนก็ทำเป็ไม่รู้ไม่เห็น แล้วพูดขึ้นมาว่า
“เดี๋ยวผมจะดูแลคุณเจมม่าให้เองครับส่วนไวน์นี้ ผมดื่มหมดได้ใช่มั้ย”
“ได้สิคะ ยังมีอีกเยอะเลยค่ะถ้าคุณดื่มไหว” ลิลลี่ยิ้มตอบ แล้วหันหลังเดินขึ้นบันไดไป
ส่วนดีแลนก็เดินตามลิลลี่ไปแบบเนียนๆ ทั้งสองคนมีเคมีที่ตรงกันในเื่เซ็กส์และด้วยความที่ต่างคนต่างถูกใจกัน ความปรารถนาเร่าร้อนในการเชยชมร่างกายของกันและกันจึงเป็เื่ที่ห้ามไม่ได้
.................................................................
เมื่อลิลลี่เข้ามาถึงในห้องแล้วดีแลนก็เข้ามาสวมกอดจากทางด้านหลังทันที พร้อมกับหอมซอกคออันเรียวงามลิลลี่เงยหน้าขึ้นเพื่อให้เขาซุกไซ้ซอกคอเธอเล่นอย่างเต็มที่
“อืมม ...ฉันว่าฉันจะขอตัวอาบน้ำแปปนึง คุณอยากอาบด้วยกันหรือเปล่าละ”
“ตัวคุณหอมอยู่แล้วนะ ผมชอบกลิ่นตัวคุณตอนนี้ที่สุดเลย”
สิ้นคำพูดของดีแลน เขาก็จับตัวเธอให้หันหน้าเข้าหาเขาแล้วก้มลงจูบที่ริมฝีปากของเธออย่างรวดเร็วลิลลี่เผยอปากรับจูบจากริมฝีปากหนานุ่มของเขา พร้อมกับสอดลิ้นเข้าไปในโพรงปากของเขาทั้งสองเล่นลิ้นกันอย่างเมามัน สลับกับเม้มปากทั้งบนล่าง ทั้งสองคนจูบกันอย่างดูดดื่มราวกับหิวกระหายมานานแรมปี
มือของเธอจากที่เหนี่ยวคอเขาเอาไว้ ได้เลื่อนลงมาปลดกระดุมเสื้อของเขาออกทีละเม็ดส่วนเขาก็ใช้มือรูดซิปชุดเดรสสีดำของเธอลงอย่างง่ายดาย ทั้งสองถอดเสื้อผ้าของกันและกันออกจนเนื้อตัวล้อนจ้อนดีแลนใช้มือจับสะโพกของเธอกดเข้ามาแนบกับตัวเขา และอุ้มลิลลี่ขึ้นมาเพื่อให้ส่วนล่างของเธอัักับแท่งเนื้ออันใหญ่โตที่ตอนนี้กำลังแข็งเต็มที่และบดขยี้สะโพกของเขาตอบรับเบา ๆ
“อื้ออ... รู้สึกดีจังเลยค่ะ”ลิลลี่พูดกระซิบข้างหูของดีแลน
เขาจึงอุ้มเธอในท่านั้นนอนลงบนเตียงแล้วก้มลงดูดซอกคอของเธอมือทั้งสองข้างก็บีบก้อนขนมปังอันนุ่มจนเต็มมือเขาเลื่อนลงมาดูดเม็ดลูกเกดที่กำลังแข็งขึ้นตามอารมณ์
ดีแลนที่ตอนนี้กำลังมีความ้าอย่างสุดขีดจึงดูดกินก้อนขนมปังทั้งสองข้างโดยไม่หยุดพัก จนลิลลี่เริ่มหายใจหอบ และเริ่มส่งเสียงกระเส่าออกมามืออีกข้างของเขาก็ััเนินสามเหลี่ยมที่ตอนนี้กำลังชุ่มฉ่ำไปด้วยน้ำหล่อลื่นเมื่อเขากินข้างบนจนหนำใจแล้ว จึงเลื่อนต่ำลงมาเพื่อชิมน้ำสวาทของเธอเขาทำเก่งอย่างช่ำชอง
“อ๊ะ......คุณเก่งจังเลยดีแลน ฉันจะไม่ไหวแล้วนะ”
“ผมก็ไม่ไหวเหมือนกันผมคงไม่รอให้คุณมากินของผมแล้วนะ ผมขอเข้าไปก่อนนะ”
เขาลุกขึ้นมาพร้อมเตรียมท่าสอดใส่ แล้วดึงมือของลิลลี่เข้ามาจับของเขาเพื่อให้เธอเตรียมใจรับความสุขสุดขีดที่กำลังจะมาถึงนี้ และเพื่อให้เธอรู้ว่าของเขามันทั้งแน่นและใหญ่ขนาดไหน
เมื่อปล่อยให้ลิลลี่ลูบขึ้นลงจนตัวเขาเองทนไม่ไหวแล้วเขาจึงหยิบถุงยางเข้ามาสวมก่อนจะออกศึกกับเธอ ไม่รอช้าเขาจับปืนใหญ่ค่อย ๆ ดันสอดใส่แหวกไปตามกลีบกุหลาบของเธอและเริ่มบรรเลงจังหวะเข้าออกอย่างช้า ๆ ทั้งสองทำหน้าบิดเบี้ยวราวกับเ็ปแต่ความจริงแล้วมันมีความสุขซาบซ่าบราวกับขึ้น์ไปทีละขั้น
จากที่ถอยเข้าออกอย่างช้า ๆเขาก็เริ่มเร่งเครื่องอย่างรวดเร็ว ทั้งสองเก็บอารมณ์ของความเสียวไว้ไม่ไหวต่างคนต่างร้องออกมาอย่างไม่เป็ภาษา ไม่ว่าจะพลิกซ้ายพลิกขวาทุกท่วงท่าระหว่างเขาทั้งสองคนมันช่างน่าประทับใจครั้งแรกของพวกเขาทั้งสองคนนี้ ดีแลนเป็คนคุมเกมเองทั้งหมด เพราะเขาทนไม่ไหวจริงๆ เหมือนกับเสือที่้าจะขย้ำเหยื่อให้อิดโรย ลิลลี่เองก็สุขสมอารมณ์หมายไปแล้ว3 ครั้ง จนครั้งสุดท้ายพวกเขาก็เสร็จพร้อมกัน ทั้งคู่เหนื่อยหอบแต่ก็ยังดูดปากหลังจากเสร็จกิจแล้วก็ผล่อยนอนกอดกันจนหลับไปทั้งคู่
.........................................................................
ส่วนด้านล่างในส่วนของห้องรับแขกที่เหลือแต่เจมม่าและฌอนเจมม่าที่กำลังนอนหลับเพราะเพลียและเมา ฌอนเองก็นั่งมอง นั่งเล่นโทรศัพท์ พร้อมกับจิบไวน์นั่งคิดอะไรเรื่อยเปื่อยแล้วเขาก็เห็นว่าเจมม่านั่งหลับแบบไม่สบายตัว เกรงว่าถ้าเธอตื่นมาแล้วจะคอเคล็ด เขาจึงลุกขึ้นมาประคองตัวเธอเบาๆ เพราะกลัวเธอตื่น อยากให้เธอนอนเหยียดกับโซฟายาวได้อย่างเต็มที่
จู่ ๆ เจมม่าก็ลืมตาขึ้นแล้วผลักฌอนออกอย่างรวดเร็วฌอนถลาหลังลงไปกับพื้น
“โอ๊ะ ...... อ่า.....” ตัวฌอนกระแทกไปกับพื้นเลยรู้สึกเจ็บ
“ฉัน ..... ฉันขอโทษ ฉันใฉันไม่ได้ตั้งใจผลักคุณแรงขนาดนั้นนะคะ” เจมม่ารีบลุกขึ้นมาแล้วพรวดมาหาตัวเขาที่ซึ่งกับกำลังค่อย ๆ ลุกขึ้นมา
“ไม่เป็ไรครับ ....ทำไมคุณแรงเยอะจัง ทั้งที่คุณนอนอยู่นะ” ฌอนใกับแรงผลักของเจมม่ามาก
“ฉัน... ไม่รู้ แต่ฉันไม่ได้ตั้งใจจริงๆ นะคะ คุณเจ็บมากมั้ย” เจมม่าถามฌอนด้วยความเป็ห่วง เพราะดูจากสีหน้าฌอนแล้ว เขาดูเจ็บมากจากที่ลงไปกระแทกกับพื้นอย่างไม่ทันตั้งตัว
เจมม่าจึงประคองพาตัวเขาไปนั่งที่โซฟาแล้วเค้นถามว่าเขาเจ็บตรงไหนเป็พิเศษ ฌอนเองก็ไม่ได้นึกโกรธ เธอเลยขอไถ่โทษด้วยการจะเลี้ยงข้าวเลี้ยงกาแฟร้านที่แพงที่สุดให้เขาพรุ่งนี้เขาขำที่เธอดูกระวนกระวายแต่ก็ตอบตกลง ทั้งคู่จึงแลกเบอร์โทรศัพท์กันไว้ แล้วนั่งคุยกันสักพักเจมม่ารู้สึกอยากกลับบ้านและเป็ห่วงแมวด้วยอีกอย่างพรุ่งนี้เธอต้องไปที่ศูนย์วิจัยฯอีก จึงขอตัวกลับบ้านก่อน
ฌอนรู้สึกดีใจที่ได้เบอร์ของเจมม่าไว้ติดต่อกันและจะได้ทานข้าวด้วยกันอีก จึงนั่งยิ้มคนเดียวและจิบไวน์จนหมดขวด แล้วนอนรอดีแลนให้ลงมาที่โซฟาจนถึงเช้า