Ep 12 : กวาดล้าง
--- มุมมองของเด็กสาว ---
ตอนนี้หนูเข้ามาภายในอาคารกิลด์นักผจญภัยค่ะ ตามลำตัวของหนูมีาแมากมายปรากฏขึ้นมาในระหว่างที่คุณพ่อและคุณแม่ พยายามช่วยเหลือให้หนูหนีมาขอความช่วยเหลือจากพวกนักผจญภัยค่ะ
ว่ากันว่าเขาจะรับฟังคำขอของเราทุกเื่ ซึ่งหมู่บ้านเล็กๆของหนู โดนขุนพลจอมมารมาโจมตีค่ะ หนูเลยอยากขอความช่วยเหลือจากพวกนักผจญภัยเ่าั้
แต่ว่า... ไม่ว่าหนูจะก้มลงหน้าแนบติดกับพื้นและร้องไห้ออกมาเท่าไร เหล่านักผจญภัยต่างก็นิ่งเฉยและไม่ได้หันมองมาทางหนูเลยแม้แต่น้อย
น้ำตาของหนูเริ่มไหลออกมา เมื่อคิดถึงหมู่บ้านที่ไม่เหลือซาก จมอยู่ในกองเถ้าถ่าน
มันทำให้เรารู้สึกเ็ปหัวใจขึ้นมา ทั้งที่หมู่บ้านของหนูกำลังเดือดร้อน คนในหมู่บ้านกำลังต่อสู้เสี่ยงชีวิต แต่พวกเขาก็ไม่ได้รับรู้เื่นี้ มันทำให้หนูเข้าใจว่า พวกนักผจญภัยนั้นเชื่อใจไม่ได้
และในตอนนั้นเองหนูก็ได้พบกับชายหนุ่มคนหนึ่งที่เดินเข้ามาหาหนู
เขามีดวงตาสีแดงฉานดุจดวงอาทิตย์ บรรยากาศรอบๆที่แผ่ออกมาดูน่ากลัว และกดดันแปลกๆ ที่หนูสามารถรู้ได้ก็เพราะว่า หนูเป็ฮาล์ฟเอล์ฟที่มีความสามารถพิเศษติดตัว คือ [การรับรู้กลิ่นอาย] มันเป็ทักษะพิเศษที่ให้พวกคนในเผ่าล่วงรู้ถึงความอันตราย
และชายหนุ่มตรงหน้าหนูนี้ก็มีกลิ่นอายที่ว่านี้อยู่
“ผมจะช่วยเธอเอง ไม่ต้องกังวลไป รีบพาไปยังหมู่บ้านเธอเถอะ”
ราวกับความหวังแสงอันสว่างจ้าส่องประกายขึ้นมาในใจของหนู หนูไม่รู้หรอกว่าเขาเก่งกาจแค่ไหน ไม่รู้ว่าอยู่ระดับอะไร แต่เนื่องจากไม่มีทางเลือกหนูต้องขอให้เขาช่วย
ความกังวลใจของหนูหายไปเปราะหนึ่ง ก่อนจะพาเขาไปยังหมู่บ้านที่หนูอยู่
หนูขึ้นหลังของเขาและชายหนุ่มก็เริ่มออกวิ่ง ไม่นานนักก็เข้ามาสู่ป่าที่หมู่บ้านของหนูอยู่ภายใน ไม่ถึง 10 นาที ที่ชายหนุ่มพาหนูยังถึงหมู่บ้าน ทั้งที่หนูใช้เวลาเกือบ 30 นาที
ทำให้หนูรู้สึกอึ้งไม่น้อยเลยค่ะ
เมื่อมาถึงหนูก็เห็นเหล่าผู้คนในหมู่บ้านกำลังถูกออร์คและก๊อบลินกำลังกวาดไล่ต้อนอยู่กระจัดกระจายหลายแห่ง ซึ่งพวกเขาก็ไม่มีแรงที่จะหนีหรือต่อต้านอะไรใดๆ ทั้งสิ้น
เนื่องจากว่าหมู่บ้านของหนูเน้นการทำเกษตรกรรมและสร้างอาวุธยุทโธปกรณ์ส่งไปยังเมือง ทำให้ประชากรส่วนใหญ่นั้นเป็ชาวบ้านธรรมดา ไม่ได้มีทักษะการต่อสู้อะไรมากนัก ยกเว้นคุณพ่อของหนู ที่เป็เผ่าคนแคระสร้างอาวุธส่งออกไปขาย ซึ่งเขาก็พอมีทักษะในการต่อสู้บ้างเล็กน้อย
ในตอนนั้นเองชายหนุ่มก็พูดอะไรบางอย่างออกมา
“เพียวสไลม์ไปกับเด็กสาว คุ้มครองเธอและจัดการอสูรทั้งหมดได้เลย”
เขาพูดออกมาแบบนั้น พร้อมกับเพียวสไลม์สีขาวอมม่วงะโมายังบนไหล่ของฉัน
“เอาอันนี้ไปให้กับผู้ที่ได้รับาเ็นะ”
และก็ยื่นขวดน้ำยาที่ของเหลวเป็สีทองมาให้กับฉัน โดยตรงตัวขวดทำออกมาอย่างประณีตมากๆ เลยค่ะ ลวดลายสวยงามและเป็เอกลักษณ์
ส่วนชายหนุ่มนั้นก็วิ่งลึกหายเข้าไปในป่า ปล่อยให้หนูอยู่กับเพียวสไลม์ ซึ่งก็ดูน่ารักดี
ไม่ใช่สิ! ตอนนี้หนูควรจะห่วงเื่คนในหมู่บ้านมากกว่าเ้าสไลม์ตัวนี้ อีกอย่างหนูเองก็ไม่รู้ว่าเ้าเพียวสไลม์ตัวนี้มันทำอะไรได้ ในเมื่อมันเป็อสูรที่อ่อนแอที่สุดในมวลหมู่อสูรทั้งหมดเลย
แทบอยากจะร้องไห้อออกมาเป็สายเืเลยค่ะ
ทว่าหนูกับถูกเ้าเพียวสไลม์ดึงร่างกายไปข้างหน้าเสียอย่างนั้น คงให้หนูวิ่งไปหาคนในหมู่บ้านล่ะมั้ง
หนูรีบวิ่งไปหาตรงจุดที่มีคนในหมู่บ้านถูกจับเอาไว้เยอะ ซึ่งก็เห็นพวกอสูรหลากตัวกำลังยืนเฝ้าอยู่ และมีอยู่ 2-3 ตัวกำลังจะเริ่มลากผู้หญิงในหมู่บ้านทำเื่อย่างว่า
หนูตัวสั่นขึ้นมา เมื่อนึกถึงไอ้หนอนเ้าโลกของออร์คได้ยัดเข้าสู่ภายในร่างกายของหนูหรือคนอื่น มันคงดูเลวร้ายและเป็ประสบการณ์ที่ไม่น่าอภิรมย์สักเท่าไร
ก่อนที่หนูจะได้กำลังอะไร เพียวสไลม์ก็ะโดึ๋งๆ ไปข้างหน้า ท่าะโของเพียวสไลม์ดูน่ารักและไม่มีพิษมีภัยเลยล่ะค่ะ
ทว่าความคิดนั้นก็ต้องถูกลบไป เนื่องจากว่า เพียวสไลม์ก็ปล่อย ลูกบอลที่มีขนาดเท่าเม็ดถั่วคาชู (เท่าถั่วแดง) ออกมา มันแตกกระจายออกหลายเส้นและพุ่งเข้าสู่ร่างของพวกออร์คและก๊อบลิน
เมื่อพวกมันโดน ร่างกายของพวกมันก็กลายเป็สีดำและลุกลามไปทั่วร่าง เสียงกรีดร้องอย่างโหยหวนดังขึ้นท่ามกลางความเ็ป ก่อนที่พวกมันทั้งหมดลงไปนอนแน่นิ่งไป ไม่ขยับตัวเคลื่อนไหวสักนิดเดียว
อาเร๊ะ?
(เฮะ...)
หนูอึ้งและอ้าปากค้าง ก่อนจะกะพริบตา เผื่อคิดว่าตัวเองตาฝาดไป ทว่าภาพที่เหล่าอสูรออร์คและก๊อบลินนอนกับพื้นก็ไม่เปลี่ยนแปลง หนูใอย่างมาก เพราะมันเป็การสังหารหมู่ที่รวดเร็วจนไม่ทันได้ตั้งตัว
ซึ่งสิ่งที่ฆ่าพวกมันกลับเป็เพียงเพียวสไลม์ --- อสูรที่อ่อนแอที่สุดในโลก นั่นเอง...
ทว่าเสียงร้องของพวกออร์คและก๊อบลินที่ส่งเสียงเ็ป ก็เรียกพวกอยู่ที่อื่นให้มายังที่แห่งนี้ มันยื่นล้อมคนในหมู่บ้านที่อยู่ตรงกลาง
อูด!
และออร์คตัวหนึ่งก็ะโอะไรขึ้นมา สั่งพวกที่เหลือพุ่งเข้าโจมตีเพียวสไลม์ที่อยู่ตรงใจกลางนั้น
ถ้าเกิดว่าเพียวสไลม์มีใบหน้า หนูคงคิดว่าได้เห็นใบหน้าที่แสยะยิ้มของอีกฝ่ายเป็แน่
เพียวสไลม์ล่อให้ทุกตัวเข้ามา ก่อนจะยิงะุวารีใส่พวกมันที่วิ่งไม่รู้จักกลัวตายหรือไม่รับรู้เื่ภัยคุกคามจากตัวสไลม์
แน่นอนว่านั้นเป็สิ่งแรกและสิ่งสุดท้ายที่พวกมันได้รับรู้
ทุกตัวที่พุ่งเข้าไปหารวมกับไฮออร์คที่เป็หัวหน้าสั่งการถูกตัดหัวด้วยคมดาบวารี ความคมของมันนั้นสามารถตัดคอพวกออร์คขาดได้เพียงครั้งเดียว น้ำพุโลหิตพวยพุ่งขึ้นมาตามจุดที่ออร์คยืน ราวกับเป็งานเฉลิมฉลองอะไรสักงาน เปลี่ยนจากดอกไม้ไฟเป็น้ำพุเื
เมื่อไร้อสูรแล้ว หนูก็วิ่งเข้าไปยังคนในหมู่บ้านนั้นทันที ซึ่งพวกเขาก็กำลังอึ้งและเป็ใบ้รับประทานอยู่
“นี่คะ ดื่มนี่กันนะคะ”
หนูยื่นขวดยาให้กับคนในหมู่บ้าน ซึ่งเขาที่ได้รับาเ็ก็ดื่มไปคนละนิด
และเื่ที่น่าอัศจรรย์ก็เกิดขึ้น าแทั้งหมดตามร่างกายของคนในหมู่บ้านหายเป็ปลิดทิ้ง ร่องรอยของการโดนฟัน รอยช้ำของการทุบตี าแทุกอย่างหายไปราวกับไม่เคยเกิดขึ้น
และที่น่าทึ่งอีกอย่างก็คือ พละกำลังของพวกเขากลับมาดั่งเดิม อยู่ในสภาพเพียบพร้อมและสมบูรณ์
“นะ นี่มันยาอะไรกัน...” ชาวบ้านบางคนที่ได้ดื่มไปแล้วอดรู้สึกประหลาดใจขึ้นมาไม่ได้ เพราะว่ามันมีสรรพคุณที่ดูโอเวอร์มากจนเกินไป สามารถทำให้าแหายไปได้จนหมดและพลังที่กลับมาเต็มเหมือนเดิม แทบจะไม่มียาชนิดไหนทำได้แบบนี้มาก่อนเลย ยกเว้นแต่ว่า...
“น่าจะเป็อิลิเซอร์นะ...” เสียงจากเอล์ฟคนหนึ่งในหมู่บ้านเอ่ยขึ้น ซึ่งมันก็เรียกสายตาทุกคนให้มาจ้องมองหนูที่กำลังถือขวดอิลิเซอร์นั้นอยู่
แม้ไม่มีหลักฐานอะไรมากยืนยัน แต่ว่าสิ่งก็ทำให้พวกเขารอดตายมาได้
“ช่วยเอาไปแจกคนที่าเ็ที่เหลือด้วยนะคะ” หนูเอ่ยกับคนในหมู่บ้านและส่งขวดยามหัศจรรย์ให้กับพวกเขา ส่วนตัวหนูยังเก็บเอาไว้อยู่สองขวด
“ได้เลย พวกเราไปช่วยพรรคพวกกันเถอะ” ชายคนหนึ่งที่เป็เผ่าตัวตุ่นพูด ก่อนที่พวกเขาจะตอบรับขันแข็งและกระจายตัวออกไป ช่วยเหลือคนที่ยังาเ็อยู่
ส่วนหนูนั้น ก็วิ่งเข้าไปยังป่าลึก เพื่อไปหาพ่อและแม่ของหนู ที่สำคัญเพื่อไปขอบคุณที่ชายหนุ่มนักผจญภัยคนนั้นด้วย
ซึ่งเ้าเพียวสไลม์ก็ะโดึ๋งๆ มาเกาะบนไหล่ของหนูั้แ่เมื่อไรก็ไม่อาจทราบได้