“โอ๊ะจะมามัวอยู่ตรงนี้ไม่ได้สิ ต้องรีบแล้ว!”
พวกผมวิ่งขึ้นบันไดอีกครั้งแล้วเดินผ่านทางเดินยาว ทหารองค์รักษ์ที่คุมเข้มอยู่หน้าห้องที่พวกผมไปถึงพอเห็นดยุคก็ก้มหัวแสดงความเคารพ จากนั้นก็เปิดประตูบานใหญ่ที่อยู่ข้างหลังให้
“ท่านพี่!”
พอดยุคกระโจนเข้าไปในห้องผมก็พบว่ามีคนมากมายมารวมกันอยู่ที่เตียงติดหลังคาทรงหรูหราท่ามกลางแสงอาทิตย์ที่ลอดผ่านมาจากหน้าต่างซึ่งมีอยู่เต็มห้องทุกคนกำลังมองผู้ที่นอนอยู่บนเตียงด้วยสีหน้าเศร้าสลด บางทีคน ๆนั้นคงเป็พระาาล่ะมั้ง
สาวน้อยที่เกาะติดอยู่ข้างเตียงพร้อมกุมมือของาาที่นอนอยู่ผู้หญิงที่นั่งอยู่บนเก้าอี้และกำลังพยายามกลั้นน้ำตาอยู่ข้าง ๆ สาวน้อยผู้เฒ่าสวมเสื้อคลุมสีเทาที่ยืนอยู่นิ่ง ๆ ด้วยสีหน้าเศร้าใจผู้หญิงผมสีเขียวมรกตถือไม้เท้าทองคำที่หลุบตาลงต่ำ และชายไว้หนวดสวยงามสวมเครื่องแบบทหารที่กำลังไหล่สั่นด้วยความโกรธ
ดยุคที่ค่อยๆ เดินไปจนถึงข้างเตียงส่งเสียงพูดกับผู้เฒ่าสวมเสื้อคลุมสีเทา
“อาการของท่านพี่ล่ะ!?”
“พยายามดูหลายๆ อย่างแล้วครับ แต่ไม่เคยเห็นพิษที่แสดงอาการแบบนี้มาก่อนเลย......ถ้าปล่อยไว้แบบนี้ล่ะก็......”
ผู้เฒ่าหลับตาแล้วส่ายหน้าอย่างสงบ ในขณะนั้น พระาาก็พูดออกมาด้วยเสียงที่ขาด่
“อัล......”
“ท่านพี่!”
“......ฝากภรรยากับลูกสาวด้วย......นายจง......สานสัมพันธ์กับ มิสมิด......”
“ท่านโทยะ!ฝากด้วยนะ!”
พอผมที่มองดูสถานการณ์อยู่ไกลๆ เดินเข้าไปใกล้ ชายไว้หนวดสวมเครื่องแบบทหารก็ทำท่าจะตำหนิการกระทำนั้นแต่ดยุคที่อยู่ข้าง ๆ ก็มาปกป้องผมไว้
าามองผมด้วยสายตาราวกับปลาขาดน้ำถึงจะขยับปากเหมือนพยายามพูดว่า ใครน่ะ? แต่เสียงก็ไม่ออกมา สีหน้าซีดเซียว ริมฝีปากแห้งผากและลมหายใจก็รวยริน สภาพปางตายของแท้เลย แบบนี้ต้องรีบแล้วสิ
ผมรวบรวมพลังเวทแล้วยื่นฝ่ามือไปทางาา
“【รีคัฟเวอรี่】”
แสงอันอ่อนโยนไหลจากฝ่ามือของผมไปหาาาในที่สุดหลังเสร็จสิ้นการกระทำนั้น ก็มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นคือลมหายใจของาาสงบขึ้น สีหน้าเองก็ค่อย ๆ ดูดีขึ้น
หลังกระพริบตาปริบๆ ซ้ำไปซ้ำมา ความรู้สึกมีชีวิตก็ฟื้นคืนกลับมาในดวงตาในที่สุดาาก็ยกร่างท่อนบนขึ้นมาอย่างรุนแรงดัง พรึ่บ
“ท่านพ่อ!”
“คุณคะ!”
าาเบนสายตาไปทางสาวน้อยกับผู้หญิงที่เกาะตนเองอยู่พลางกำ ๆ แบ ๆ มือของตนเองดู
“......เหลือเชื่อความทรมานเมื่อกี้หายไปเหมือนเป็เื่โกหกเลย”
“ฝ่าา!”
ผู้เฒ่าสวมเสื้อคลุมสีเทาจับมือของาาแล้วตรวจชีพจรจากนั้นก็ส่องดูนัยนต์ตา คน ๆ นี้คือหมอสินะ งี้นี่เอง
“......สุขภาพก็ตามที่เห็นเลยครับไม่น่าเชื่อ เื่แบบนี้มัน......”
ระหว่างที่หมอประจำตัวกำลังตกตะลึงาาก็เบนสายตามาทางผม
“อัล......อัลเฟรดคนผู้นี้คือ?”
“ท่านโมจิซึคิโทยะ ที่ช่วยรักษาดวงตาของภรรยาของผมไงครับ เขาบังเอิญมาที่คฤหาสน์ของพวกเราพอดีก็เลยพามาด้วย เพราะคิดว่าถ้าเป็เขาต้องช่วยท่านพี่ได้แน่นอนน่ะครับ”
“......อ๊ะสวัสดี ผมชื่อโมจิซึคิ โทยะครับ”
ผมไม่รู้ว่าจะทักทายอย่างไรดีก็เลยตอบกลับเซ่อ ๆ ไปแบบนั้นซะได้ ทำตัวไม่ดีกับาาไปแล้วรึเปล่านะ
“งั้นเหรอผู้มีพระคุณของท่านเอเลน......! ช่วยได้มากเลย เราขอกล่าวขอบคุณ!”
ขณะที่ผมกำลังลังเลว่าจะตอบกลับการขอบคุณของาายังไงดีชายไว้หนวดก็มาตบหลังผมดัง ป้าบ ๆ เดี๋ยว เจ็บนะ!
“ช่วยฝ่าาไว้ได้ยอดมาก!ชื่อท่านโทยะสินะ!? ชักถูกใจแล้วสิ!”
ลุงหนวดยังตบป้าบๆ ไม่เลิก ก็บอกว่ามันเจ็บไง!
“นายพลพอแค่นั้นแหละ ว่าแต่ นั่นคือเวทไร้ธาตุ【รีคัฟเวอรี่】สินะคะ น่าสนใจมากเลยค่ะ”
ผู้หญิงถือไม้เท้าทองคำช่วยหยุดลุงหนวดให้พร้อมรอยยิ้มรอดไปที
“ท่านพี่เกี่ยวกับเื่ทูตของมิสมิดน่ะครับ......”
“ทูตทำไมรึ?”
“ทูตถูกเอิร์ลบัลซ่าจับกุมไว้ในฐานะตัวการลอบสังหารท่านพี่น่ะครับจะทำอย่างไรดีครับ?”
“บ้าน่า!อย่างมิสมิดเนี่ยนะจะอยากฆ่าฉัน!นี่มันการก่ออาชญากรรมของคนที่คิดต่างที่้าขัดขวางฉันต่างหาก!”
าาพูดอย่างชัดเจนถ้าเป็แบบนี้ เ้าคางคกนั่นก็น่าสงสัยจริง ๆ ล่ะน้า
“แต่ว่า......ในความเป็จริงฝ่าาก็ล้มฟุบไปหลังจากดื่มไวน์ที่ได้รับจากทูตนี่ครับในที่เกิดเหตุก็มีผู้เห็นเหตุการณ์อยู่เยอะด้วยตราบใดที่ข้อสงสัยนั่นยังไม่หายไปล่ะก็......”
“อืม......”
คำพูดของนายพลไว้หนวดทำให้าาต้องครุ่นคิดก็นะ จนกว่าจะพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตัวเองได้ก็คงไม่สามารถปล่อยตัวได้สินะ
“ใช้พิษแบบไหนก็ยังไม่ทราบด้วยนะครับอาจจะเป็พิษพิเศษที่มนุษย์สัตว์ใช้กันก็ได้ ขั้นแรกถ้าไม่ตรวจสอบเื่นั้นก่อนล่ะก็......”
ผู้เฒ่าที่เป็หมอประจำตัวพูดเบาๆ เหมือนกำลังลำบากใจ
ดูเหมือนว่าถึงจะลองใช้วิธีตรวจหาพิษหลายๆ แบบดู แต่ก็ไม่มีปฏิกิริยาจากไวน์เลย ถ้าหากไม่รู้ตัวพิษก็จะไม่รู้วิธีถอนพิษท่าทางจะทำอะไรไม่ได้เลยตั้งเกือบชั่วโมงหลังจากาาล้มลงไปจนาาต้องไปเตร็ดเตร่อยู่ในดินแดนแห่งความเป็ตาย
เวทรักษาโดยทั่วไปไม่สามารถฟื้นฟูไปจนถึงสภาวะผิดปกติอย่างอัมพาตหรือถูกพิษได้ถ้าผมไม่ได้มาล่ะก็ าาคงได้ขึ้น์ไปจริง ๆ แน่แล้วเื่ก็จะเป็ไปตามที่คนร้ายคาดการณ์ไว้
“ยังไงก็ขอพบทูตก่อนละกันไปเรียกให้ทีสิ นายพลเลออน”
“ครับ”
ลุงหนวดออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว
น่ากลัวว่าทูตคงจะโดนใส่ร้ายป้ายสีล่ะมั้งสังหารพระาาที่เป็ตัวเกะกะ แล้วก็โยนความผิดนั้น
ให้ทูตซะพอมีรอยร้าวเกิดขึ้นกับความสัมพันธ์ของทั้งสองอาณาจักรก็จะทำาโดยอ้างความยุติธรรม......รู้สึกได้ว่าจะเป็แบบนั้นเข้าใจง่ายชะมัดเลย
“เอ่อ......”
มีเสียงกล้าๆ กลัว ๆ ทักผมที่กำลังคิดอยู่เงียบ ๆ หลังผมร้อง อ๊ะ แล้วเงยหน้าขึ้นมาผมก็พบว่าเ้าหญิง......(ถ้าจำไม่ผิดได้ยินเรียกว่าเ้าหญิงยูมิน่าสินะ)กำลังยืนมองมาทางผมอยู่ตรงนั้น
อายุน่าจะมากกว่าประมาณสองปีได้มั้งราว ๆ สิบสองถึงสิบสาม? ผมทองคล้ายกับซูอีกแล้ว ตาโตน่ารักซะด้วย แต่พอมองดูดี ๆ แล้วั์ตาซ้ายขวาสีไม่เหมือนกันนี่นา ทางขวาเป็สีฟ้า ทางซ้ายเป็สีเขียวมรกตที่เรียกกันว่าออดอายสินะ เธอสวมชุดเดรสฟูฟ่องสีขาว และใส่ที่คาดผมสีเงินเปล่งประกายอยู่เหนือหัว
“ขอบพระคุณมากค่ะที่ช่วยเหลือท่านพ่อเอาไว้”
เธอพูดแบบนั้นพร้อมทั้งก้มหัวลงจนสุดเป็เด็กที่สุภาพจัง ค่อยยังชั่วที่ไม่ใช่เ้าหญิงม้าดีดกะโหลกเอาแต่ใจ
“ไม่หรอกไม่ต้องใส่ใจก็ได้ แค่แข็งแรงขึ้นก็ดีแล้วล่ะครับ”
เพราะชักจะรู้สึกอายที่โดนกล่าวขอบคุณอีกครั้งผมจึงเผยรอยยิ้มแก้เขินออกไป แต่ว่า เ้าหญิงกลับ......จ้องมองมาทางผมแบบไม่วางตาเอ๊ะ อะไรอ่ะ?
จ้อง──……
จ้อง────……
จ้อง──────……
จ้อง────────……
“เอ่อ......มีอะไรเหรอครับ?”
ผมถามพร้อมกับเบนสายตาหนีไปจากสายตาอันร้อนแรงจนทนไม่ไหวนั้นไม่นานต่อมาเ้าหญิงเปิดปากพูดเบา ๆ พร้อมแก้มที่แดงระเรื่อ เล็กน้อย
“......เกลียดคนอายุน้อยกว่ารึเปล่าคะ?”
“......ครับ?”
ผมเอียงคอสงสัยเพราะไม่เข้าใจเจตนาของคำถามและในขณะนั้น ประตูก็เปิดออกจากนั้นนายพลหนวดกับผู้หญิงเผ่ามนุษย์สัตว์อายุประมาณยี่สิบปีที่ตามมาก็เดินเข้ามาในห้องอ้าว? คน ๆนั้น......
“โอริก้าสแตรนด์ มาถึงแล้วค่ะ”
สาวมนุษย์สัตว์คุกเข่าลงหนึ่งข้างแล้วก้มหัวอยู่ตรงเบื้องหน้าาาที่นั่งอยู่บนเตียงบนหัวของเธอมีหูของสัตว์โผล่ขึ้นมา และมีหางงอกออกมาจากบริเวณสะโพกเป็หูกับหางของจิ้งจอก
“ขอเข้าประเด็นเลยละกันเ้ามาที่อาณาจักรนี้เพื่อฆ่าเรางั้นรึ?”