“ขอบคุณครับ”
“นี่ค่ะ! ข้าวไข่เจียวกับซอสพริกก่อน เดี๋ยวมัทฉีกไก่ตามให้ค่ะ”
จักรภัทรรับกล่องข้าวมา ตาก็มองไปหาเ้าของมือบาง ขณะใช้ถุงหิ้วที่น่าจะขอพิเศษจากแม่ค้า เอามาสวมมือไว้ แล้วก็ฉีกไก่ย่างร้อนๆ ที่สับมาบ้างแล้วให้เป็ชิ้นพอดีคำ ใส่ไว้ในฝาโฟมด้วยความตั้งอกตั้งใจ มันเป็อะไรที่ทำให้เขารู้สึกเป็สุขขึ้นมาได้อย่างไม่น่าเชื่อ
กับเดทมื้อเที่ยงในรถ บนถนนที่ผู้คนสัญจรไปมาวุ่นวาย รถก็ติดหนึบ จนแทบไม่ขยับไปไหนแบบนี้ แต่พอบทจะขยับ ก็ไปเรื่อยๆ จนไม่อาจจะตักข้าวเข้าปากได้ ยิ่งรถเริ่มขึ้นทางด่วน มุ่งหน้าออกมอเตอร์เวย์แล้ว ยิ่งวิ่งเร็วได้
ผู้โดยสารสาวเห็นนานแล้วว่าเขายังไม่อิ่ม และไม่อยู่ในสถานะจะกินเองได้ ครั้นจะเสนอตัวป้อนให้ ก็กลัวจะถูกตำหนิ ว่าคิดทำเื่ไม่ควร เลยไม่รู้จะทำอะไรได้ นอกจากฉีกไก่ทั้งหมดจนเสร็จ แล้วปิดกล่องโฟม
“มัทกินเลยนะครับ ไม่ต้องรอผม หรือไม่มัทก็ส่งไก่กับข้าวเหนียว ให้ผมทีละคำก็ได้ครับ กำลังอร่อยเลย”
จักรภัทรเดาทางออก ว่าคนข้างๆ ไม่กล้ากิน เลยรีบบอก อีกมือแบไปเพื่อรอรับสิ่งที่ร้องขอไว้ ไม่กี่วินาที ก็ได้ข้าวเหนียวก้อนพอดีคำ มีไก่ฉีกจิ้มน้ำจิ้มแล้ววางทับไว้
จัดเรียงใส่ฝากล่องโฟมมาให้อย่างเป็ระเบียบ เมื่อเขาเหลือบตาลงไปมอง แต่ด้วยความที่กำลังขับรถสปอร์ต ซึ่งความเร็วไม่เป็สองรองใคร เลยไม่อยากละสายตาจากถนนนานและบ่อยนัก
“มัทส่งเข้าปากให้ผมทีได้มั้ยครับ รถคันนี้เร็วและแรงมาก ผมไม่อยากละสายตาจากถนนครับ”
“ค่ะ”
คนถูกบอกรับคำด้วยความเต็มใจ จากนั้นก็ขยับตัวไปใกล้ๆ เขา ยื่นข้าวกับไก่ใส่ปากเขาไปหนึ่งคำ เข้าปากตัวเองอีกหนึ่งคำ สลับกันอยู่แบบนั้น
“ถ้ามัทไม่ถือ จะกินข้าวไข่เจียวของผมก็ได้นะครับ อร่อยดี” เพราะซื้อมาแค่กล่องเดียว แล้วเขาก็ได้ข้าวเหนียวกับไก่จนใกล้อิ่มแล้ว เลยคิดขึ้นได้
“ค่ะ”
มัทรีถือว่าเป็เื่โชคดีมากกว่า หากได้กินข้าวร่วมกล่องหรือร่วมช้อนกับเขา จะมีผู้หญิงในบริษัทหรือในตึกสักกี่คน จะได้อยู่ใกล้ๆ เขา แถมได้ป้อนข้าวเขาไปด้วย ทำให้ข้าวมื้อนี้อร่อยกว่าหลายๆ มื้อที่ผ่านมาก็ว่าได้
“คุณเกียร์จะเอาน้ำเลยมั้ยคะ” พอเขาบอกอิ่มก็รีบเสนอ เพราะปกติเห็นเขาจิบน้ำหลังอิ่มเสมอ
“มัทมีเหรอครับ” จำได้ว่าคนข้างๆ ซื้อแค่ข้าวกับไก่ย่างมา เลยไม่คาดคิดว่าจะได้กินน้ำ จนกว่าจะถึงที่พักกลางทางของถนนมอเตอร์เวย์ แต่คนถูกถามกลับยิ้มร่า แล้วก้มลงไปหาเป้ที่ใช้ประจำในวันเสาร์ เวลาเดินเที่ยวกับผองเพื่อน
“อุ๊ย! ตายจริงค่ะ มัทลืมยกเลิกนัดกับเพื่อนๆ”
พอคิดขึ้นได้ ก็รีบคว้ามือถือมาส่งไลน์ไปทันที พอเพื่อนตอบมาว่าไม่เป็ไรก็โล่งใจ เลยมีเวลาหาน้ำส่งให้เขา
“มัทซื้อมาตอนไหนครับ” คนขับรับขวดน้ำมาถือไว้ รอโอกาสรถโล่งถึงจะยกขึ้นดื่ม
“น้ำของคุณเกียร์เองค่ะ” คนตอบหันไปยิ้มอย่างสดใสให้ แม้เขาจะไม่ได้หันมาหาก็ตามที
“ยังไงครับ” แต่เขากลับหันมาแล้วถามอย่างรวดเร็ว ก่อนจะยกน้ำขึ้นดื่ม
“มัทกรอกมาจากออฟฟิศค่ะ” มัทรีรับขวดน้ำมาปิดฝาไว้
“อ้อ!” ส่วนเ้าของน้ำก็พยักหน้าเข้าใจ
“ในเป้มีกล้วยบวชชีด้วยนะคะ คุณเกียร์อยากลองชิมมั้ยคะ”
“ใช่เอามาจากออฟฟิศผมอีกหรือเปล่าครับ”
เขาหันมาเย้าด้วยสีหน้าสดใส ไม่เคร่งเครียดเหมือนตอนเห็นอยู่ในห้องทำงานเลยสักนิด หัวใจหญิงสาวก็เต้นรัวเร็วอีกแล้ว เพราะเขาหล่อบาดตาบาดใจไม่ลดน้อยถอยลงแม้แต่วินาทีเดียว
“เปล่าค่ะ ยายทำเมื่อคืนไว้ตักบาตร มัดเลยใส่กล่องมา แต่ยังไม่ได้กิน พี่ชาติก็ใช้ให้เอาเอกสารมาให้คุณเกียร์ก่อน อ้อ! เอกสารมัทใส่ไว้ในกระเป๋านะคะ”
คนบอกปรายตาไปหาซองสีน้ำตาลในเป้ ส่วนคนฟังนั้นแค่ยิ้มเก้อๆ เพราะในซองไม่น่าจะมีอะไรนอกจากกระดาษเปล่า หรือกระดาษอะไรสักอย่าง ที่ชูชาติยัดใส่มาให้สมจริงเท่านั้น
หลังจากเขาโทรไปให้ช่วยคิด ว่าจะดึงพนักงานสาวสวยออกมาเดทด้วยได้ยังไง แม้ไม่อยากให้คนในบริษัทรู้ แต่ก็คงต้องยกเว้นคนนี้ไว้หนึ่ง เพราะคงต้องพึ่งพาไปอีกหลายครั้ง หากยังอยากจะลองศึกษาดูใจไก่สาวอย่างถ่องแท้อยู่
“งั้นผมขอลองสักสองสามชิ้นครับ เอาน้ำนิดเดียวนะครับ เดี๋ยวหก”
“ค่ะ”
มัทรีรีบใช้ทิชชูเช็ดช้อนพลาสติกในกล่องข้าวไข่เจียวออก ก่อนจะเปิดกล่องไม่ใหญ่มาก มีกล้วยหลายชิ้น เพราะตักมาเผื่อเพื่อนทั้งสองด้วย จากนั้นก็ค่อยๆ ส่งเข้าปากเขาอย่างนุ่มนวล
“อร่อยจังเลยครับ ไม่หวานเกินไป ผมชอบ”
“ยายได้ยินคงตัวลอยแน่ๆ เลยค่ะ”
“แล้วมัทจะบอกคุณยายมั้ยครับ ว่าออกมากับผม” คนที่เพิ่งกลืนกล้วยชิ้นแรกลงไปถามเบาๆ แล้วอ้าปากรอรับกล้วยชิ้นที่สองต่อ
“ไม่รู้ค่ะ แล้วเราจะไปไหนคะ”
มัทรีไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะบอกยายยังไง หรือจะไปไหนกับเขา ทำให้คิดขึ้นได้ ว่าจนป่านนี้ก็ยังไม่รู้ว่าจุดหมายที่จะไปอยู่ที่ไหนด้วยซ้ำ
“ตายจริง! ผมลืมไปถนัดเลย”
เขากระแอมไอ หลังกลืนกล้วยชิ้นสองลงไป แล้วหันมาหาคนข้างๆ ครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยอีกครั้งอย่างคนระแวดระวังว่าจะถูกเคือง
“ตอนแรกผมว่าจะพามัท ขับรถออกมาหามื้อเที่ยงกินนอกเมือง แต่ดันหิวก่อน และตอนนี้ผมกำลังจะพามัทไปบางแสน หรือขับรถเล่นไปเรื่อยๆ พอเหนื่อย เราก็กินมื้อเย็นด้วยกัน แล้วผมจะกลับมาส่ง มัทโอเคมั้ยครับ ต้องบอกคุณยายก่อนมั้ยครับ”
ความจริงแล้วเขาถามไปอย่างนั้น ใจยังไม่อยากให้บอก จะได้ไม่ลำบากใจเวลาเจอหน้ายายครั้งต่อไป เพราะนี่ก็ถือเป็การออกเดทกับสาว คนที่เขามีรายชื่อไว้เพื่อเลือก อะไรต่อมิอะไรเลยยังไม่ชัดเจน การจะให้ผู้ใหญ่รับรู้ กลัวจะเสียกันไปเปล่าๆ ถ้าเกิดเขาไม่ได้เลือกเธอ
“ไม่เป็ไรหรอกค่ะ ยายไม่เคยถามซอกแซกกับมัทเลย”
มัทรีบอกไปตามตรง หนึ่งคือไม่รู้ว่าจะบอกยังไง ในเมื่อความสัมพันธ์ระหว่างกัน ไม่มีอะไรพิเศษเกินเ้านายกับลูกน้องนัก อีกอย่าง ถ้ายายรู้จะไม่พอใจแน่
เพราะยายสั่งสอนมาั้แ่เริ่มแตกเนื้อสาวแล้ว ว่าให้ระวังเนื้อระวังตัว อย่าใกล้ผู้ชายคนไหนเด็ดขาด ถ้าจะคบหากับใคร ต้องให้ยายช่วยดูก่อน หรือพาไปบ้านให้รู้จักก่อน ห้ามแอบคบกันเด็ดขาด
เคราะห์ดีที่เธอไม่เคยสนใจเื่รักๆ ใคร่ๆ ในระหว่างเรียน เพราะตั้งใจจะคว้าเกียรตินิยมให้ยายทุกปี ชีวิตถึงมีแค่บ้านกับโรงเรียนและตำรับตำราเท่านั้น แม้จะมีเพื่อนนักเรียนชายมาตอแยบ้าง
แต่เธอก็จะยึดถือคำสอนของยาย ว่าห้ามปล่อยเนื้อ ปล่อยตัว หรือหลวมตัวกับใครเด็ดขาด ไม่งั้นจะเสียคน จนต้องเสียใจเหมือนยายกับแม่
“ขอบคุณมัทนะครับ ไว้ถึงเวลาผมจะเป็คนบอกคุณยายเอง ตกลงตามนี้นะครับ”
จักรภัทรเองก็หมายความอย่างที่บอกออกไปจริงๆ นั่นทำให้หญิงสาวยิ้มบางๆ ให้ ในความเป็สุภาพบุรุษของเขา
“มัทครับ! ความจริงผมมีอะไรจะสารภาพ แต่มัทต้องสัญญาก่อนนะครับ ว่าจะไม่โกรธและไม่งอนผม จนหนีกลับกรุงเทพเองครับ”
แต่รอยยิ้มกลับหดหายไป ขณะเขาจอดรถให้ชมวิวอยู่ริมหาด ด้วยเดาไม่ออก ว่าที่เขาบอกมาเป็นัยอย่างนี้ จะมีอะไรไม่ดีหรือไม่ชอบมาพากลบ้าง ความเป็สุภาพบุรุษในตัวเขา ที่มีมากมายในความคิดของมัทรี เริ่มถูกระแวงแคลงใจเข้าให้แล้ว เพียงแค่เห็นสีหน้ารู้สึกผิดของเขา
“อะไรคะ”
เลยแข็งใจถามออกไป ด้วยน้ำเสียงปกติที่สุด สีหน้าก็พยายามควบคุมให้เป็ปกติที่สุดเท่าที่จะทำได้ ส่วนชายหนุ่มก็ใช่ว่าจะไม่สังเกตเห็น แต่ก็พยายามใจเย็นแล้วอธิบายตามความจริงออกไป
“คือจริงๆ แล้วผมมีแผนจะมาบางแสนพรุ่งนี้ เพราะถูกเชิญมาเป็วิทยากรั้แ่เมื่อเดือนก่อน ส่วนวันนี้ผมตั้งใจไว้ว่าจะไปกินข้าวกับคุณยาย กับมัทที่บ้านครับ พอท่านไม่อยู่ ผมก็เลยเปลี่ยนแผนกะทันหัน ด้วยการชวนมัทมาหาอะไรกินแถวนี้ แล้วว่าจะขับรถกลับกรุงเทพตอนค่ำ แต่ทำไปทำมา ผมกลับหมดแรง จนคิดว่าจะขับกลับไม่ไหว จะโทรให้ประมวนมารับมัทไปส่งบ้าน ผมก็ไม่ค่อยสบายใจที่จะให้ไปแค่สองคน เลยคิดว่าถ้าเราจะค้างที่นี่เลย ค่อยกลับพรุ่งนี้หลังผมเสร็จงานแล้ว มัทจะว่าอะไรมั้ยครับ”
มัทรีไม่เคยรู้สึกอึดอัดอย่างนี้มาก่อนเลย นับั้แ่รู้จักเขามา จะปฏิเสธก็เกรงว่าจะไม่เหมาะ จะบอกว่ากลับเอง ก็คงไม่ดีแน่ ในเมื่อค่ำมืดแล้ว กว่าจะไปหารถ กว่าจะถึงบ้าน คงเที่ยงคืนแน่ๆ จักรภัทรเดาได้ว่าหญิงสาวรู้สึกยังไง เลยจ้องมองด้วยสีหน้าของคนจริงใจ
“มัทไม่ต้องกลัว ไม่ต้องคิดมากนะครับ คนจัดงานจองห้องเผื่อไว้ให้ผมแล้ว เดี๋ยวผมจะจองห้องข้างๆ ให้มัทเองครับ ผมสัญญาด้วยเกียรติของลูกผู้ชาย ว่าจะไม่ทำอะไรให้มัทเสียหาย หรือมัวหมองเป็อันขาด เชื่อใจผมนะครับ หรือถ้ามัทไม่สบายใจจะค้าง ผมจะนอนพักสักสองชั่วโมง แล้วจะพากลับก็ได้ครับ”
+++++
E-Book พร้อมโหลดแล้วค่ะ
****** ขออนุญาตแจ้งอีกทีนะคะ ว่านิยายทุกเื่จะลงให้อ่านได้ราว 70% เท่านั้นค่ะ ต้องขอโทษด้วยนะคะถ้าทำให้ค้างคา แต่กันเกราเชื่อว่านักอ่านที่น่ารักทุกท่านจะเป็กำลังใจต่อให้ด้วยการตามหาหนังสือมาไว้ในอยู่แล้วค่ะ ******
ยิ้มมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม
และหนึ่งคอมเม้นต์ของท่าน คือหนึ่งแรกผลักดันและกำลังใจของคนเขียนนะคะ แต่ก็ยินดีต้อนรับและขอบคุณนักอ่านเงาทุกท่านด้วยค่ะ
รู้งี้แล้วอย่าลืมเม้นท์ให้เค๊าหลังอ่านด้วยนะตะเอง
เข้าไปทักทาย พูดคุย หรือติชมผลงานได้
ตามเพจด้านล่างนี้เลยนะคะ
ยินดีต้อนรับทุกๆ ท่านค่ะ และยินดีรับฟังทุกความคิดเห็นค่ะ

สงวนลิขสิทธิ์ตามกฎหมาย
สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗
ห้ามหยิบยก คัดลอก หรือดัดแปลงส่วนใดส่วนหนึ่งของหนังสือเล่มนี้ รวมทั้งถ่ายทอด ถ่ายเอกสาร สแกน ในรูปแบบใดๆ ทั้งสิ้น เว้นเสียแต่จะได้รับอนุญาตจากผู้ประพันธ์เป็ลายลักษณ์อักษร ยกเว้นเพื่อการประชาสัมพันธ์อันเป็ประโยชน์แก่หนังสือเล่มนี้เท่านั้น







































