งานเลี้ยงฉลองความสำเร็จ
“ขอบคุณนะครับ ที่มาส่ง”หน้าโรงแรมที่พักในดาวซี ก็ยังเป็นคีเฟอร์ที่อาสามาส่งเช่นเดิม หลังจากจบงานแล้ว เขาก็ยังพาไปกินอาหารปรุงประกอบร้านดังที่อยู่ไม่ไกลเป็นร้านซูชิมีให้เลือกหลากหลายหน้าเลยทีเดียว ซึ่งเพเนียสก็กินเพลินมากๆเขาเห็นวิธีทำเมนูนี้ในยูทูบอยู่ แต่ยังไม่เคยลองทำเลย ไม่คิดว่าจะอร่อยแบบนี้ทั้งๆ ที่ใช้มือแต่กลับปั้นข้าวได้เท่ากันในทุกๆ คำขนาดนั้น ต้องชำนาญมากขนาดไหนถ้ามีโอกาสเขาก็ว่าจะลองทำดูสักครั้ง แต่เอาไว้ก่อนก็แล้วกัน
“มันเป็นหน้าที่อยู่แล้ว”คีเฟอร์ตอบกลับเพเนียสยิ้มๆ
“ถึงอย่างนั้นก็ต้องขอบคุณครับ จริงๆหน้าที่นี้คุณที่ต้องทำก็ได้ แต่ยังใส่ใจมาส่งน้องผมโชคดีนะครับเนี่ยที่ได้ทำงานกับเจ้าของงานที่ใจดีอย่างคุณ”
“ฮ่าๆๆ ไม่ขนาดนั้นหรอกครับ”คีเฟอร์ตอบขำๆ กับคำชมที่ดูจะเกินจริงไม่เสียหน่อย
“ถ้ามีงานอีกติดต่อได้ตลอดเลยนะครับคุณคีเฟอร์ไม่ว่าจะงานหนักงานเบาไม่มีเกี่ยงไม่มีบ่นแน่นอนครับ” และก็ยังเป็นมิคุที่ยังทำหน้าที่ผู้ช่วยได้ดีสร้างคอนเนกชั่นได้ตลอด
“ได้เลยครับคุณมิคุถ้ามีงานผมจะติดต่อไปแน่นอน”
“นี่ก็ดึกแล้ว เดี๋ยวคุณคีเฟอร์จะกลับบ้านช้าเอาวันนี้ต้องขอบคุณอีกครั้งนะครับ”
“อา นั่นสิครับคุณคีเฟอร์ต้องขับรถกลับบ้านอีกนี่นา” หลังจากเพวิสเอ่ยขึ้นเพเนียสก็ว่าตามหลังจากดูเวลาแล้ว ตอนนี้ก็สี่ทุ่มกว่าเข้าไปแล้วไม่รู้ว่าบ้านคีเฟอร์อยู่ใกล้ไกลแค่ไหนด้วย กว่าจะได้พักก็ต้องดึกแน่เลย
“ถ้างั้นก็ ผมลาก่อนนะครับเอาไว้เจอกันอีกทีวันมะรืนที่จัดงานเลี้ยงเลยก็แล้วกันนะครับ” คีเฟอร์ว่าเพราะนัดแนะเรื่องงานเลี้ยงที่ว่าไว้แล้วโดยมีเพเนียสอาสาจะลงมือทำอาหารให้ซึ่งจะให้ครัวของห้องจัดเลี้ยงเลย
“ครับ เดินทางปลอดภัยนะครับ”หลังจากแยกกันแล้ว คีเฟอร์ก็ออกรถขับขึ้นฟ้าบินกลับไปยังที่พักของตนเองส่วนอีกสามคนก็พากันเดินกลับเข้าที่พักกัน งานไม่หนักมาก แต่ร่างกายก็ต้องการการพักผ่อนอยู่ดี
งานเลี้ยงมีขึ้นช่วงหัวค่ำแต่เพเนียสพร้อมพี่ชายและมิคุ ถูกพาตัวมาตั้งแต่ช่วงสายเพื่อที่จะได้มาเตรียมอาหารสำหรับงานฉลองความสำเร็จครั้งใหญ่ที่ทำรายได้ได้ถล่มทลายทุบสถิติจากทุกๆครั้งที่ผ่านมา แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังเป็นเพียงแค่งานเลี้ยงเล็กๆที่ผู้เข้าร่วมมีแค่คนในบริษัท งานไม่เล็กไม่ใหญ่ จำนวนคนที่นับไว้เป็นตัวเลขกลมๆก็ประมาณ 100 คนเพเนียสใช้เวลาเมื่อวานที่ว่างคิดเมนูและคำนวณปริมาณวัตถุดิบที่ต้องใช้ไปแล้วส่งให้คีเฟอร์โดยตรงแบบไม่ผ่านฝ่ายลูกน้องคนไหนของเขาทั้งนั้นแล้วเขาก็จะไปจัดการสั่งงานต่อเอง และตอนนี้ข้าวของพวกนั้นก็มารอเขาอยู่ในห้องนี้แล้วห้องจัดเลี้ยงที่มุมหนึ่งมีเคาน์เตอร์ทำอาหารด้วย เรียกได้ว่า ทำไปกินไปได้เลยทีเดียว
“ขอบคุณมากนะคะน้องเพเนียสเป็นตัวเอกของงานแท้ๆ ต้องมาทำอาหารให้พวกเราเหล่าพนักงานได้กินอีก” หญิงสาวหนึ่งให้พนักงานว่าขึ้นอย่างเกรงใจแต่หน้าตานี่แจ่มใสชื่นบานเป็นอย่างมากที่มีสตรีมเมอร์สอนทำอาหาร มาทำอาหารให้กินแบบสดใหม่เชียวนะ
“ใช่ค่ะ ทั้งๆ ที่น้องควรจะนั่งสบายๆแท้ๆ ต้องมาเหนื่อยทำอาหารอีก”
“ไหนจะใจดีทำให้กินฟรีอีก”
“น่ารักแล้วยังใจดีอีกนะคะเนี่ย”เหล่าพี่สาวพี่ชายพนักงานล้วนตบเท้าเข้ามาเอ่ยขอบคุณกับทั่วหน้าเพราะสำหรับพวกเขาแล้ว ไม่ใช่มีแค่งานเลี้ยง แต่ยังจะได้โบนัสเพิ่มอีกนั่นเองต้องขอบคุณน้องเพเนียสคนนี้แล้ว พวกเขาอยากจะมีเพเนียสมาร่วมงานอีกในหลายๆ รอบเลยเกาะขาของเพเนียสให้แน่น การงานที่มั่นคงจะได้มีโบนัสบ่อยๆ
“งานนี้ก็ได้ทุกคนช่วยกันนั่นแหละครับมีแค่ผมงานคงไม่เสร็จหรอกครับ อ้อ อาหารพอกินได้ไหนครับ”
“ไม่ใช่พอกินได้จ้า แต่อร่อยมากๆเลยต่างหาก”
“ใช่ อร่อยทุกอย่างเลย”
“อา ได้ยินแบบนี้ผมก็ดีใจครับ จริงๆผมเตรียมไว้เยอะเลยนะครับ คาดว่าน่าจะพอกันนะครับ”
“พอแน่นอนครับ แต่ถ้ามีห่อกลับมีไม่พอแน่ๆอาจจะต้องแย่งชิงกันหน่อย”
“ฮ่าๆๆ งั้นเหรอครับ”เพเนียสหยุดคุยเล่นกับเหล่าพนักงานอยู่ครู่หนึ่ง ร่วมงานกันมาสองครั้งแต่ครั้งที่สองนี้อยู่ด้วยกันทั้งสามสี่วันทำให้พวกเขาสนิทกันมากขึ้นคุยเล่นกันได้ ดูเหมือนเหล่าพี่ๆ พนักงานก็ชื่นชอบและเอ็นดูเพเนียสมากด้วย
“พวกเราไม่กวนน้องเพเนียสแล้ว ขอให้สนุกกันงานนะคะ”
“ครับ”หลังจากพบปะผู้คนแล้วพร้อมกับตรวจดูจำนวนอาหารที่ยังเหลือแล้วเพเนียสเลยเดินกลับมานั่งที่โต๊ะ โต๊ะนี้มีคนนั่งอยู่ไม่กี่คนตอนนี้ที่นั่งอยู่ก็มี เพวิส มิคุ คีเฟอร์ และผู้ช่วยของคีเฟอร์ที่เพเนียสได้ทำความรู้จักไปก่อนหน้านี้แล้วเขามีชื่อว่าโดริโอ้
“อ้าว น้องเพเนียสเป็นไงบ้างอาหารเพียงพอไหม” มิคุที่เห็นเพเนียสเดินกลับมาโต๊ะพอดีเลยเอ่ยถามเพเนียสที่กำลังนั่งลงที่ว่างระหว่างพี่ชายกับคีเฟอร์จึงตอบกลับไปว่าเหลืออยู่เยอะเลยทีเดียว
“เราก็กินอะไรบ้างเถอะตั้งแต่เที่ยงแล้วยังไม่ได้กินอะไรเลยไม่ใช่เหรอ”เมื่อนั่งลงเพวิสเอ่ยออกมาอย่างเป็นห่วงพร้อมกับตักชิ้นแซลม่อนย่างมาใส่จานให้น้องชาย
“นี่คุณยังไม่กินอะไรเลยเหรอ”ด้านคีเฟอร์ที่ได้ยินเลยถามออกมาอย่างแตกตื่น ได้อย่างไรคนทำอาหารแต่กลับยังไม่กินอาหารตั้งแต่มื้อกลางวันเนี่ยนะ ตอนนี้มันจะหนึ่งทุ่มแล้วนะ
“เอ่อจะบอกว่ายังไม่กินก็ไม่ถูกหรอกครับ ต้องบอกว่าผมชิมเยอะจนอิ่มแล้วจะดีกว่า แฮ่ะๆๆ”
“อา เพราะชิมเยอะแล้วนี่เอง”พอนึกถามที่เพเนียสว่า ด้วยจำนวนอาหารขนาดนั้น ถ้าชิมอาหารทุกเมนู ก็น่าจะอิ่มได้เหมือนกันนั่นแหละ
“ถึงอย่างนั้นก็เถอะกินสักหน่อยเถอะเราน่ะ” เพวิสยังคงบอกให้น้องชายกินข้าวอยู่พร้อมกับบริการรินน้ำองุ่นใส่แก้วให้ด้วย คนอื่นได้ไวน์นะแต่สำหรับเพเนียสเอาแบบไม่ต้องหมักไปก่อน เพเนียสยังต้องฝึกดื่มอยู่บ้านอีกสักพักใหญ่ๆถึงจะออกสนามจริงได้
“ก็ได้ครับ”
อาหารที่เพเนียสเตรียมไว้สำหรับงานเลี้ยงฉลองความสำเสร็จครั้งใหญ่ของเกมชนไข่ในวันนี้มีสเต๊กแซลม่อน สลัดผักรวม เกี๊ยวทอดไส้หมูกับกุ้งสับกรอบ ซุปเห็ดทรัฟเฟิลแล้วก็ของหวานอย่างพุดดิ้งมะม่วงสีเหลืองสวย แล้วก็ถ้าอาหารยังไม่เพียงยังมีบาร์บีคิวที่เพเนียสเตรียมของไว้ให้พร้อมแล้วใครอยากกินเท่าไหร่ก็เสียบไม้ย่างเองเลยส่วนซอสบาร์บีคิวนั้นเขาทำไว้หม้อใหญ่เลยทีเดียว พอมีถึงวันนี้เขาก็พึ่งนึกขึ้นได้ว่าจะทำซอสบาร์บีคิวขายตั้งหลายเดือนแล้ว แต่ก็ยังไม่ได้ทำสักที หรือจะพูดให้ถูกก็คือลืมไปเลยนั่นแหละและเพราะว่าห่างหายจากการไลฟ์ไปหลายวัน วันนี้เพเนียสเลยไลฟ์สั้นๆช่วงที่อาหารเสร็จแล้วให้แฟนคลับช่องของเขาได้ชิมอาหารวันนี้ด้วยแต่เสียดายที่ไม่มีแจก ก็เงินที่ซื้อของพวกนี้เป็นของบริษัทนี้นะ
งานเลี้ยงวันนี้ถือได้ว่าเป็นกันเองและไร้พิธีการโดยสิ้นเชิงเนื่องจากผู้บริหารหรือเจ้าของอย่างคีเฟอร์ก็ไม่ได้ชอบความยุ่งยากการจะขึ้นเวทีเพื่อกล่าวถึงความเป็นมาของงานเลี้ยง หรือสรุปความสำเร็จกล่าวชื่นชมใดๆ ล้วนแล้วแต่ไม่มี มีเพียงบทเพลงที่เปิดคลอในงานเท่านั้น อ้อยังมีดีเจให้ด้วยนะ สามารถขอเพลงสนุกๆ ได้ นั่นแหละ เป็นกันเองสุดๆเข้ามาก็นั่งกินได้เลย ทักทายเจ้านายเล็กน้อยเท่านั้นเองส่วนเรื่องเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายไม่ต้องพูดถึง ขอเพียงแค่ไม่อุจาดตาก็เป็นพอแล้ว
“อาหารวันนี้อร่อยมากเลยครับน้อง”โดริโอ้เอ่ยชมเมื่อว่าเพเนียสกินไปได้หลายคำแล้ว
“ขอบคุณครับคุณโดริโอ้ จริงๆก็เป็นเพราะคุณโดริโอ้เองด้วยนะครับ เพราะวัตถุดิบที่คุณหามาให้นั้นดีมากๆ เลยทำอาหารออกมาเลยอร่อยได้ขนาดนี้” เพเนียสไม่ได้รับความดีความชอบไว้เพียงคนเดียวเขารู้มาว่าหลังจากที่ส่งไฟล์วัตถุดิบที่ต้องใช้ทำอาหารวันนี้ให้แก่คีเฟอร์ไปแล้วเขาก็ส่งต่อให้ผู้ช่วยอย่างโดริโอ้ไปจัดการต่อ
“เรื่องนี้ผมก็ได้รับคำสั่งมาจากบอสอีกทีหนึ่งครับถ้าหากบอสไม่ได้สั่งเองว่าทุ่มงบไม่อั้น ผมหรือจะกล้าซื้อของเกรด Sมาขนาดนี้” โดริโอ้เองก็ไม่กล้ารับคำชมข้ามหน้าข้ามตาเจ้านายเช่นกันซึ่งพอคีเฟอร์ได้ยินแบบนี้ก็พยักหน้าพอใจผู้ช่วยของเขามาก
“นานๆ ทีได้เลี้ยงอาหารพนักงานไม่ถือว่ามากไปหรอก” คีเฟอร์ตอบ
“ทุกคนโชคดีจังเลยนะครับเนี่ยที่ได้เจ้านายใจดีๆ อย่างคุณคีเฟอร์” เพเนียสเอ่ยออกมายิ้มๆ ตามที่คิด
“อุกกก”
“เป็นอะไรหรือเปล่าครับคุณโดริโอ้”
“ไม่ๆ ไม่ครับ”เขาที่เกือบสำลักน้ำเมื่อกี้รีบตอบปฏิเสธและกลั้นสุดแรงเกิดเพเนียสได้แต่เอียงคอมองอย่างสงสัย เขาไม่ได้พูดอะไรผิดไปใช่ไหม
“จะดื่มน้ำก็ดื่มดีๆ หน่อยสิแค่นี้ก็ต้องสำลัก” เป็นคีเฟอร์ที่เอ่ยเตือนลูกน้องผู้ช่วยคนสนิท โดริโอ้ทำงานกับเขามาตั้งแต่เขาริเริ่มงานนี้หรือเริ่มทำงานด้วยกันตั้งแต่ทั้งคู่เรียนจบมานั่นแหละ
“คะ ครับ”โดริโอ้ตอบเสียงหงอยเลยทีเดียว แค่นี้ก็ต้องดุเขาด้วย
“จริงๆ ผมมีเรื่องจะอยากจะรู้มานานแล้วไหนๆ ก็ได้นั่งร่วมโต๊ะกับคุณคีเฟอร์เจ้าของเกมพนันชนไข่แล้ว ผมขอถามอะไรสักเล็กน้อยได้หรือเปล่าครับ”มิคุเอ่ยขออย่างมีความหวังตั้งแต่รู้ว่าเพเนียสได้ร่วมงานกันคนระดับนี้เขาก็ทึ่งในตัวของเพเนียสพอแล้วแต่นี่ยังรู้สึกถึงความสนิทกันระดับหนึ่ง ที่มากกว่านายจ้างกับลูกจ้างขึ้นมาอีกนิด
“ได้สิครับ”
“ผมอยากรู้ว่าเกมชนไข่ มีไอเดียมาจากอะไรเหรอครับ”มิคุถาม เขาเชื่อว่าคนอื่นๆ ก็ต้องอยากรู้เหมือนเขานั่นแหละจุดเริ่มต้นที่นำไปสู่เกมที่ผู้คนนิยมถึงขนาดซื้อลิขสิทธิ์ไปทำเป็นเกมพนันของช่องตัวเองเลยนะถึงแม้จะเป็นเกมพนันที่ไม่ได้ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง แต่กลับได้รับความนิยมมากมาย ถือได้ว่าต้นทุนต่ำ(ยังไม่รวมค่าจัดการระบบเว็บพนัน)แต่กำไรงอกงามได้เลยนะเนี่ย
“ก็ ตอนเด็กๆ พ่อใช้ให้ปอกไข่ต้มมั้งครับ”คีเฟอร์ตอบออกไปอย่างไม่จริงจังเท่าไหร่ ชวนให้คนอื่นที่ตั้งใจฟังอยู่ขบขันไปด้วยเขาก็จำไม่ได้แล้วเหมือนกันว่าต้นเรื่องมันอยู่ตรงไหน เพราะก่อนที่จะทำ อยู่ๆเขาก็คิดเอาไข่ต้มมาใส่เครื่องมือจับคนละด้านแล้วเอาพวกมันมาชนกันเลยเพราะรู้ว่ามันจะแตกแค่ข้างเดียว เลยใช้ประโยชน์จากตรงนี้ได้ เป็นเกมง่ายๆแต่ผู้คนคิดไม่ถึง เลยทำให้ได้รับความสนใจขึ้นมาหรืออาจจะเป็นเพราะว่าผู้คนมุ่งเน้นไปสู่การพัฒนาในด้านต่างๆ มากไปพอมีเรื่องง่ายๆ เข้ามามันเลยทำให้ผู้คนสนใจ
“ว้า เสียดายจัง ผมไม่เคยมีโมเมนต์ทำอาหารด้วยสิครับเลยไม่เคยปอกไข่เลย” มิคุเอ่ยขึ้นอย่างเสียดาย
“ถามต้นเหตุของเกมไปแล้วผมลองถามถึงทิศทางต่อไปได้ไหมครับ แบบว่า ต่อไปต้องยิ่งใหญ่ขึ้นไปอีก”
“ถ้าเรื่องนั้น ก็... ความลับครับ” คีเฟอร์แกล้งตอบพร้อมลากเลี้ยงยาวๆให้คนร่วมโต๊ะลุ้นตาม
“โหวววว” ทุกคนตั้งใจฟังจนจะกลั้นหายใจแต่สุดท้ายคีเฟอร์ก็ตอบคำนี้ออกมาพวกเขา(ไม่รวมโดริโอ้นะ)พากันร้องเสียงหลงอย่างผิดหวังทันที ก็นะความลับทางธุรกิจไม่อาจให้คนอื่นล่วงรู้ได้ง่ายๆ ก็ถูกต้องแล้ว
งายเลี้ยงมีต่อไปอีกจนครึ่งค่อนคืนแต่พวกเขาไม่ได้อยู่จนถึงงานเลี้ยงเลิกแต่อย่างใดช่วงสามทุ่มครึ่งก็โบกมือลากลับกันแล้วโดยผู้มาส่งก็ยังได้รับเกียรติจากคีเฟอร์อยู่ดี เขารับส่งดีอย่างกับว่าเป็นพนักงานขับรถเสียเองหากพนักงานในบริษัทของเขารู้เข้า คงต้องอิจฉาเพเนียสมากแน่ๆ
“ขอบคุณนะครับที่ชวนผมมาร่วมงานด้วยผมสนุกมากๆ เลยครับ” เพเนียสเอ่ยขึ้นตอนนี้พี่ชายและมิคุเดินนำเข้าไปยังในโรงแรมแล้วเขายังรั้งอยู่พูดคุยกับคีเฟอร์อีกนิดหน่อย เพราะอย่างไรเขาก็รู้จักกับคีเฟอร์มากกว่าพี่ชาย
“สนุกก็ดีแล้ว อีกอย่างยังไงเราก็ล้วนได้ประโยชน์ทั้งสองฝ่ายอยู่แล้ว”
“อา นั่นสินะครับ”ก็เป็นไปตามที่คีเฟอร์ว่าจริงๆ เพเนียสเลยพยักหน้าเออออตามอย่างว่าง่าย
“ได้ยินว่านายอยากไปดูต้นไม้เหรอ”
“อา อ้อ ใช่ครับ” อยู่ๆ คีเฟอร์ก็เปลี่ยนเรื่องเสียอย่างนั้นสงสัยได้ยินเขาคุยกับพี่ชาย รอบก่อนว่าจะซื้อต้นมาเจนเทียร่าแต่พอเจอกลุ่มพวกเพื่อนเก่าก็หลงลืมไปเลย ครั้งนี้ได้มาที่ดาวดวงนี้อีกครั้งเขาก็ว่าจะไปเดินทัวร์ชอปปิ้งเสียหน่อย
“พรุ่งนี้ฉันว่าง พาไปได้นะ”คีเฟอร์เสนอตัว
“เอ่อ คือ... ก็ ก็ได้ครับ แต่ว่าผมชวนพี่ชายกับพี่มิคุไปด้วยได้ไหมครับ” ถ้าไปคนเดียว พี่ชายอาจจะน้อยใจได้เพเนียสเลยต้องขอเพิ่มจำนวนคนเสียหน่อย
“อืม ได้สิ” ซึ่งคีเฟอร์ก็ไม่ได้ว่าอะไร
“ครับ งั้นพรุ่งนี้ เจอกันนะครับ”หลังจากนัดแนะเวลาเที่ยวกันเรียบร้อยแล้ว เพเนียสก็โบกมือลาอีกคนกลับขึ้นห้องไม่รู้พี่ชายขึ้นห้องไปแล้วหรือว่ายังรออยู่ที่ล็อบบี้กันแน่นะ ปกติคีเฟอร์มาส่งเขาชอบขึ้นไปจอดบนดาดฟ้าแต่ไม่รู้ทำไมวันนี้ถึงได้มาส่งที่ด้านหน้าได้
“อืม”โบกมือกลับให้เพเนียสเล็กน้อยพร้อมรอยยิ้ม เช่นเดียวกับเพเนียสที่ยกแขนขึ้นโบกไปมาอีกหลายทีค่อยเดินเข้าไปยังตัวโรงแรมไป ส่วนคีเฟอร์ที่เห็นว่าเขาเดินเข้าไปแล้วจึงค่อยสั่งให้รถลอยฟ้าออกตัว