บทที่ 5 ยาชำระไขกระดูก
เวลาผ่านไปราวกับลูกธนู วันเดือนเคลื่อนคล้อยดุจกระสวยทอผ้า พริบตาเดียว จื่อเชียนเกอก็ได้ติดตามอาจารย์มาอยู่ที่วังหลิงอวิ๋นครบหนึ่งปีแล้ว
วังหลิงอวิ๋นสร้างขึ้นเมื่อสิบห้าปีก่อนโดยอาจารย์ของเธอ หลิงอ้าวเทียน
ถึงแม้จะเป็สำนักที่ก่อตั้งมาได้ไม่นาน แต่ก็สามารถก้าวขึ้นสู่หนึ่งในสิบอันดับสำนักที่แข็งแกร่งที่สุดในทวีปเซิ่งเทียนได้อย่างรวดเร็ว
วังหลิงอวิ๋นตั้งอยู่บนยอดเขาที่สูงตระหง่านที่สุดในเขตป่าวงในของป่าเตียนอวิ๋น เขาตั้งชื่อยอดเขานี้ว่า "ยอดเขาหลิงอวิ๋น" เพื่อรำลึกถึงใครบางคน
แต่เขาไม่เคยบอกว่าเป็ใคร เพียงแต่ทุกครั้งที่เอ่ยถึงคนผู้นั้น สีหน้าของเขาก็มักจะเ็ปอยู่เสมอ
ยอดเขาหลิงอวิ๋นตั้งอยู่ในชัยภูมิที่ได้เปรียบ ูเาสูงชัน สัตว์อสูรในป่าเขตในมีพลังแข็งแกร่ง คนทั่วไปไม่กล้าเข้าใกล้ จึงกลายเป็ปราการธรรมชาติชั้นเยี่ยม
สำนักใหญ่หลายแห่งคิดจะยึดครองวังหลิงอวิ๋น เพราะวังหลิงอวิ๋นเพิ่งก่อตั้ง จึงมีฐานที่มั่นคงน้อยกว่าสำนักอื่นๆ แต่ก็ไม่มีใครกล้าลงมือ
เดิมทีป่าเตียนอวิ๋นก็เป็ดินแดนอันตรายของทวีปเซิ่งเทียน สัตว์อสูรในป่ามีจำนวนมากและแข็งแกร่ง หากคิดจะโจมตีวังหลิงอวิ๋นเหล่าสัตว์อสูรเหล่านี้ก็เป็อุปสรรคสำคัญอย่างหนึ่ง
ส่วนประมุขวังหลิงอวิ๋น หลิงอ้าวเทียน เป็ตำนานที่โด่งดังไปทั่วทวีปเซิ่งเทียนใน่ไม่กี่ปีที่ผ่านมา มีพลังลึกลับที่ยากจะหยั่งถึง ไม่มีใครรู้ว่าพลังที่แท้จริงของเขาอยู่ที่ระดับใด
ถึงแม้วังหลิงอวิ๋นจะพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่ก็ไม่ได้โอ้อวดหรือจองหอง การกระทำของวังหลิงอวิ๋นเด็ดขาดและเฉียบคม
หากมีผู้ใดมาหาเื่ ก็จะถูกตอบโต้กลับอย่างรุนแรง ดังนั้นผู้มีอำนาจในหลายสำนักจึงค่อยๆ เปลี่ยนความคิดพยายามไม่สร้างความขุ่นเคืองและผูกมิตรด้วย
บางสำนักถึงกับคิดจะเกี่ยวดองเพื่อสร้างสัมพันธ์ เพราะหลิงอ้าวเทียนผู้เป็ประมุขวังนั้นรูปงาม และยังไม่ได้ออกเรือน
วันนี้หลิงอ้าวเทียนมอบตำราฝึกฝนขั้นพื้นฐานให้จื่อเชียนเกอสองสามเล่ม พร้อมกับขวดหยกใบหนึ่ง
เขาอธิบายด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่า
“หลังจากฝึกฝนร่างกายมาหนึ่งปี บวกกับอาหารบำรุงที่ตันหมัวมัวเตรียมไว้อย่างดี ร่างกายของเ้าเปลี่ยนแปลงไปมาก ตอนนี้สามารถเริ่มฝึกได้แล้ว
ตำราเหล่านี้เป็เคล็ดวิชาและหลักการฝึกขั้นพื้นฐาน เ้าลองอ่านดูก่อน พรุ่งนี้อาจารย์จะสอนวิธีนำพลังิญญาเข้าสู่ร่างกายให้
ส่วนในขวดนี้คือยาชำระไขกระดูก สรรพคุณของมันเ้าคงอ่านเจอในตำราแล้ว มันไม่เพียงแต่ชำระเส้นเอ็นและไขกระดูก แต่ยังช่วยเสริมสร้างและขยายเส้นลมปราณ ทำให้การฝึกฝนในภายภาคหน้าเป็ไปอย่างมีประสิทธิภาพ
แต่กระบวนการชำระไขกระดูกนั้นเ็ปมาก เ้าต้องอดทนให้ได้ ยิ่งดูดซับสรรพคุณของยาได้มากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งดีต่อการฝึกฝนในอนาคตมากเท่านั้น”
จื่อเชียนเกอเคยได้ยินศิษย์พี่จากหอปรุงโอสถเล่าให้ฟัง จึงรู้ว่ายาชำระไขกระดูกมีค่ามากเพียงใด
ตอนนั้นเธอก็คิดว่าเมื่อเริ่มฝึกได้แล้วจะต้องหาวิธีไปขโมยยาชำระไขกระดูกมาสักขวด เพื่อขยายเส้นลมปราณั้แ่อายุยังน้อย แต่ไม่คิดว่าอาจารย์จะเตรียมไว้ให้เธอแล้ว
เธอรู้สึกซาบซึ้งใจเป็อย่างมาก จึงกล่าวว่า "อาจารย์ ยาชำระไขกระดูกนี้มีค่ามากเกินไป"
แม้ว่ายาชำระไขกระดูกจะไม่เทียบเท่ากับยาเม็ดชำระไขกระดูกในตำรับโบราณ แต่ในทวีปเซิ่งเทียนยุคปัจจุบันก็เป็ของหายากและมีค่ามาก
มันสามารถชำระไขกระดูกและเส้นเอ็น ขจัดสิ่งสกปรกตกค้าง เป็ยาชั้นดีที่เหล่าตระกูลใหญ่ ๆ และสำนักต่างๆ ใช้ฝึกฝนยอดฝีมือรุ่นต่อไป
ยาชำระไขกระดูกไม่ได้ปรุงยาก แต่สมุนไพริญญาที่ใช้ปรุงนั้นหายากมาก และยากที่จะรวบรวมให้ครบ ดังนั้นหากมียาชำระไขกระดูกปรากฏในท้องตลาด สำนักต่างๆ ก็จะแย่งชิงกันเพื่อให้ได้มา
หลิงอ้าวเทียนเห็นสีหน้าซาบซึ้งใจของจื่อเชียนเกอ หัวใจก็อบอุ่นขึ้นมา เขาหัวเราะเบาๆ
“ถึงของสิ่งนี้จะหายาก แต่เ้าก็เป็หนึ่งในศิษย์ของข้า และตอนนี้ก็เป็่เวลาที่ดีที่สุดที่จะใช้ยาชำระไขกระดูก หากอยากขอบคุณข้า ก็จงตั้งใจฝึกฝน และช่วยข้าทำให้วังหลิงอวิ๋นยิ่งใหญ่มากขึ้น”
"เ้าค่ะ อาจารย์!" จื่อเชียนเกอพยักหน้ารับคำอย่างหนักแน่น ตลอดหนึ่งปีในวังหลิงอวิ๋น ที่นี่กลายเป็บ้านของเธอไปแล้ว
ทั้งคำสั่งสอนของอาจารย์ การดูแลเอาใจใส่ของหมัวมัว และความช่วยเหลือจากเหล่าศิษย์พี่ศิษย์น้อง ล้วนทำให้หัวใจของเธออบอุ่น เธอจะต้องฝึกฝนให้เก่งกาจเพื่อปกป้องบ้านหลังนี้
ราตรีสงัด จันทร์เสี้ยวลับเลือนหายไปหลังม่านเมฆสีเทาอ่อน จื่อเชียน เกอเตรียมน้ำร้อนในถังไม้ขนาดใหญ่ ก่อนจะเทน้ำยาชำระไขกระดูกลงไป
น้ำใสกระจ่างพลันแปรเปลี่ยนเป็สีเขียวเข้มดุจน้ำหมึก กลิ่นหอมจางๆ ของยาอบอวลอยู่ในอากาศ
เธอรีบถอดชุดออกแล้วก้าวลงถังแช่ ร่างเล็กบอบบางจมลงใต้น้ำ ครู่ต่อมา เซลล์ทุกอณูในร่างกายก็พลันเปิดรับ ดูดซับสรรพคุณของยาอย่างหิวกระหาย
ความเ็ปแสนสาหัสแล่นริ้วเข้ามา ิั เส้นลมปราณ กระดูก เส้นเอ็น และอวัยวะภายในราวกับถูกฉีกกระชากออกเป็ชิ้นๆ แล้วค่อยๆ สมาน ก่อนจะถูกฉีกกระชากอีกครั้ง แล้วสมานตัวซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ความเ็ปแสนสาหัสนี้ ราวกับิญญาถูกเฉือนออกเป็ชิ้นเล็กชิ้นน้อย
จื่อเชียนเกอกัดฟันแน่น ริมฝีปากมีเืซึมออกมา เธอกำมือแน่นจนเส้นเืปูดโปน เหงื่อเม็ดใหญ่ผุดพรายทั่วร่าง ใบหน้าซีดขาวจนแทบโปร่งใส แต่ก็ไม่ได้ส่งเสียงร้องออกมาแม้แต่น้อย ความเ็ปแสนสาหัสแทบขาดใจ เธออยากจะหมดสติไปเสียตรงนั้น แต่สติสัมปชัญญะเพียงน้อยนิดที่เหลืออยู่ ยังคงจำคำสั่งของอาจารย์ได้ว่าให้เธอดูดซับสรรพคุณของยาให้หมด
เธอเงยหน้าขึ้นเล็กน้อยลืมตาที่พร่ามัวขึ้นแล้วโขกศีรษะกับขอบถังไม้เสียงดัง ดวงตาที่คล้ายจะไร้ประกายกลับเปล่งประกายขึ้นมาทันที สติก็กลับคืนมาไม่น้อยในใจพร่ำบอกตัวเองว่าห้ามหมดสติ ห้ามทำให้ความหวังดีของอาจารย์สูญเปล่า เธอต้องอดทนให้ถึงที่สุด
รุ่งเช้าวันต่อมาน้ำในถังกลายเป็สีดำสนิท ความเ็ปแสนสาหัสก็จางหายไป กลิ่นเหม็นฉุนโชยออกมาจากถังน้ำสกปรกจนจื่อเชียนเกอแทบจะเป็ลม เธอรีบะโขึ้นจากถังชำระล้างร่างกายด้วยน้ำร้อนหลายครั้งก่อนจะเปลี่ยนเป็เสื้อผ้าชุดใหม่ที่สะอาด
หลิงอ้าวเทียนยืนรออยู่ในลานบ้านั้แ่เช้า เมื่อเห็นจื่อเชียนเกอเดินออกมา รอยยิ้มบางๆ ก็ปรากฏบนใบหน้า พร้อมกับเอ่ยชมว่า
"ไม่เลว ทนได้ตั้งหกชั่วยาม สรรพคุณของยาดูดซับได้ถึงขีดสุดแล้ว"
จื่อเชียนเกอรู้สึกว่าร่างกายเบาขึ้นขณะเดิน จึงพูดติดตลกว่า
"อาจารย์ ศิษย์รู้สึกว่าตัวเองผอมลงไม่น้อยเลย คงต้องบำรุงเสียหน่อยแล้วล่ะเ้าค่ะ"
หลิงอ้าวเทียนยิ้มน้อยๆ หลังจากรับอาหารเช้ากับจื่อเชียนเกอเสร็จ เขาก็ใช้เวลาครึ่งวันสอนขั้นตอนพื้นฐานการบ่มเพาะพลัง อธิบายข้อห้ามและข้อควรระวังต่างๆ
จื่อเชียนเกอตั้งใจฟังอย่างละเอียด แล้วนั่งขัดสมาธิหลับตา สงบนิ่ง ท่องบ่นบทสวดในใจตามที่หลิงอ้าวเทียนสอน ค่อยๆ รับรู้ถึงพลังปราณรอบตัว
ไม่นาน เธอก็รู้สึกถึงพลังปราณเส้นเล็กเท่าเส้นผมไหลเข้าสู่ร่างกาย ไหลเวียนผ่านเส้นลมปราณหนึ่งรอบ ก่อนจะค่อยๆ ซึมซับเข้าสู่ตันเถียน
ถึงแม้พลังปราณนี้จะน้อยนิด แต่มันก็เป็เครื่องยืนยันว่าเธอสามารถดึงพลังปราณเข้าสู่ร่างกายได้สำเร็จ ในที่สุด การฝึกฝนตนเองในทวีปเซิ่งเทียนของจื่อเชียนเกอก็เริ่มต้นขึ้น
พอจื่อเชียนเกอลืมตาก็เห็นอาจารย์ยังคงนั่งอ่านตำราอยู่ที่โต๊ะหินไม่ไกล ความยินดีเอ่อล้นปรากฏบนใบหน้าอันอ่อนเยาว์นั้น เธอยิ้มร่า
"อาจารย์ ศิษย์ทำสำเร็จแล้ว!"
หลิงอ้าวเทียนวางตำราลงแล้วเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยชม
"ดีมาก! สมกับเป็ศิษย์ของข้าหลิงอ้าวเทียน ดึงพลังปราณเข้าสู่ร่างกายได้ั้แ่ครั้งแรก ช่างเป็พร์ขั้นอัจฉริยะโดยแท้"