“เมื่อยจังเลย”
เสียงครางน่ารักของสตรีขี้เซาข้างกายทำให้เ้าหยางหลงออกจากภวังค์ จะว่าไปเื่ที่เกิดขึ้นเป็เื่ของนาง..เหตุใดนางถึงไม่ดูดวงชะตาของตนเองกันเล่า ดังเช่นเมื่อวานนางสอบถามชื่อของชายผู้นั้นแล้วจึงบอกเหตุการณ์ออกมาเป็บทๆ ยิ่งคิดก็ยิ่งสงสัย อื่นใดคือควรสอบถามให้รู้แจ้งเพื่อเดินหน้าต่อเพราะเื่นี้เกี่ยวพันกับชีวิตนางอันเป็ที่รัก? ...
“หนิงอัน” เ้าหยางหลงลูบไหล่นิ่มขึ้นลงๆ
“อืม” ครางตอบรับโดยที่ยังไม่ลืมตา
“เหตุใดเมื่อวานเ้าถึงไม่รู้ว่าตนเองจะถูกลอบทำร้าย”
คำถามตรงประเด็นจากบุรุษทำให้เจียวหนิงอันตื่นขึ้นเต็มตา มือบางเกาะอยู่ตรงเอวบุรุษลูบไปมา..หัวสมองครุ่นคิดถึงเื่เมื่อคืน ในตอนที่เ้าหยางหลงหนุนตักนางหลับไปก่อนและคงเป็นางที่เคลิ้มหลับตามไปอีกคน ไม่รู่ว่าเมื่อตื่นขึ้นเหตุใดจึงกลายเป็ท่วงท่าเช่นนี้ได้ เจียวหนิงอันลดมือลงและยันกายสาวออกห่างจากกายแข็งแกร่ง พยุงตัวลุกขึ้นนั่งแล้วเดินออกไปด้านนอกเพื่อหาน้ำหาท่า โดยมีเ้าหยางหลงเดินตามไม่ห่างอย่างระวังภัย ยังดีที่ด้านนอกมีห้องชำระล้างแยกส่วนไว้ ไม่ไกลจากหน้ากระท่อมเป็ฟงอีและท่านลุงฉีนั่งผิงไฟย่างปลาและมีมันเผาหอมกรุ่นลอยมากระทบจมูก เจียวหนิงอันล้างหน้าเช็ดฟันและบ้วนปากด้วยสมุนไพรที่มีกลิ่นหอมที่นางมักจะพกติดตัวไว้แล้วก็ให้รู้สึกมั่นใจขึ้น จึงออกจากห้องชำระล้างมุ่งตรงไปยังกลุ่มบุรุษทั้งสาม
ฟงอีและลุงฉีมีท่าทางใที่เห็นดวงตางดงามจ้องมองพวกเขาอยู่ แน่นอนว่านี่เป็ครั้งแรกที่พวกเขาได้เห็น
เ้าหยางหลงดึงมือนางมาใกล้ๆ อย่างหวงแหน “มานั่งข้างข้า” เห็นนางทำตามอย่างว่าง่ายก็เริ่มคำถามเดิมที่นางยังไม่ได้ตอบ “เหตุใดเ้าถึงไม่รู้ว่าหัวปู้จื่อจะทำร้ายเ้า”
เจียวหนิงอันมองผู้ถาม “ข้ามองไม่เห็นชะตาของตนเอง”
เ้าหยางหลงทำหน้าแปลกใจและถามย้ำ “ไม่เห็นชะตาของตนเอง?”
“ใช่ เหมือนที่ไม่เห็นชะตาของเ้า”
ทั้งสองคนชายหญิงต่างมองหน้ากันราวกับว่ามิมีผู้ใดอยู่ร่วมด้วยตรงนี้ จนผู้าุโที่นั่งตรงกันข้ามอดถามแทรกขึ้นมาไม่ได้
“แม่นางเจียว” ลุงฉีที่รู้จักกับนางั้แ่นางยังเยาว์เอ่ยขึ้นมาอย่างสงสัย “เ้า…เ้ามองเห็นรึ”
เจียวหนิงอันหันหน้ามายิ้มหวาน ดวงตาสีเขียวเป็ประกายน่ามอง ดูแปลกประหลาดปนมีเสน่ห์ นางผงกหัวน้อยๆ กล่าวตอบคำ “เ้าค่ะท่านลุง”
“เช่นนั้นเหตุใดถึงปิดตาเล่า”
“ก็ตาข้ามันประหลาด ดูเหมือนมิใช่มนุษย์ในแคว้นนี้ ในสมัยก่อนข้าถูกกล่าวหาว่าเป็ปีศาจ ข้าจึงต้องปกปิดมัน” นางหาได้เสียใจที่ถูกว่ากล่าวเช่นนั้นแต่กลับกัน นางชอบใจมากกว่าเพราะี้เีตอบคำถามมากมายจากผู้คนเช่นนี้
“แล้วเหตุใดวันนี้ถึงเปิดเผยเสียเล่า” องครักษ์ฟงอีถามไปแลมองเ้าหยางหลงไป
เจียวหนิงอันมีท่าทีอ้ำอึ้ง “…เอ่อ” จะให้ตอบว่าเพราะอยากจะทายาให้บุรุษที่ช่วยชีวิตนางก็ดูน่าอายแต่ไม่ตอบเลยก็ไม่สามารถทำได้ “ข้าไม่อยากจะเดินทางไปกับพวกท่านแล้วเป็ตัวถ่วงน่ะ”
เ้าหยางหลงแอบหัวเราะ “หึ” หันหน้าหนี
ป่าบ!! ฟาดหน้าขาแกร่งไปหนึ่งทีอย่างหมั่นไส้ “อย่าหัวเราะนะ”
มือนุ่มที่ทำร้ายเขาถูกจับมากุมไว้ “เหตุใดจะหัวเราะไม่ได้ ก็เ้าพูดจาน่ารัก เป็ข้าที่ทนไม่ไหวจะหัวเราะบ้างก็ไม่แปลก”
“_” หันหน้าหนี
“ไม่บอกไปเล่าถ้าไม่เปิดตาเ้าก็ทายาให้ข้าไม่ได้”
เจียวหนิงอันพยายามดึงมือกลับแต่บุรุษหน้าหนาเยาว์วัยกว่าก็ไม่ยอมปล่อยมือนุ่ม ท่วงท่าจิบชามือเดียวช่างดูน่าตลกในสายตาผู้าุโที่นั่งฝั่งตรงข้ามแต่ก็มิมีใครกล้าหัวเราะ ฟงอีและลุงฉีจึงลุกหนีจากกองไฟปล่อยให้ทั้งสองแง่งอน ต่อล้อต่อเถียงกันอยู่เช่นนั้น
“ปล่อยข้านะหยางหลง” ดีดดิ้น
“ปล่อยทำไม พวกเขาไปแล้วทางสะดวก”
“สะดวกอะไรกัน” นางเม้มปาก “เ้าถึงเนื้อถึงตัวข้าหลายครั้งแล้วนะ” หากเป็ชาติก่อนนางจะไม่ว่าหรอกเพราะนางเป็ดารา กอดกับพระเอกเป็ประจำแต่ในยุคสมัยนี้มันไม่ใช่
เ้าหยางหลงคิดตามนางแล้วหันไปะโบอกกับองครักษ์คนสนิท “ฟงอี ให้คนไปแจ้งแม่หมอเจียวจินว่าข้าขอหมั้นหมายหนิงอัน หากกลับจากไปรับท่านพ่อของนางมาถึงวังหลวงข้าจะจัดงานสมรสทันที” มองสตรีดวงตาสีเขียวมรกตที่อ้าปากหวอก็ยิ่งชอบนางมากขึ้น “อ่อ..อย่าลืมบอกเฟิ่งเอ๋อร์ด้วย ให้เตรียมงานรอข้า”
“ขอรับ!!!” ฟงอีไม่มีท่าทีใ จะมีเพียงพริ้วกายไปทำตามคำสั่งเท่านั้น ‘เขารู้..ว่าอย่างไรองค์ชายก็ต้องทำเช่นนี้ไม่วันใดก็วันหนึ่งเพราะ อาการที่พระองค์แสดงออกมานั้นชัดเจนั้แ่กลับแคว้นเ้าในคราวก่อนแล้ว ภาพองค์ชายที่ชอบเหม่อเพราะคิดถึงสตรีตาบอดที่พบกันเพียงครั้งเดียว ฟงอียังคงจำมันได้
“_” เจียวหนิงอันนิ่งอึ้งอย่างตั้งสติไม่อยู่
เ้าหยางหลงหันกลับมาหานาง “ดังนั้นั้แ่วันนี้ไป เราก็คือคู่หมั้นที่ใกล้จะมีงานสมรสในอีกไม่ช้านี้”
“ไม่ใช่สิ!!” ราวกับเพิ่งหาเสียงของตนเองเจอ “เ้าหาได้รักข้าจะสมรสได้อย่างไร” ส่ายหน้าไปมา “อีกทั้งเ้ายังเป็ถึงองค์ชาย สตรีมากมายอยู่เต็มวังหลัง..ข้าไม่เอาเ้านะ!!”
“ว่าอย่างไรนะ!!!” จับสองแขนสตรีจนถ้วยน้ำชาหกเลอะไปหมด “หากข้าไม่รักชอบเ้าจะติดตามมาเฝ้าดูถึงแคว้นเพ่ยทำไม..แล้วสิ่งใดคือมีสตรีเต็มวังหลัง” ยิ่งกล่าวก็ยิ่งโมโห…เอ่ยเรียกองครักษ์เสียงดังลั่น “ยุนเปียว!!”
ฟิ้ว!!!! ฟุ่บ!!! เสียงแหวกอากาศดังมาเพียงชั่วพริบตา “พะยะค่ะ”
“บอกนางไปสิว่าข้ามีสตรีเต็มวังหรือเปล่า”
บุรุษผู้นั่งคุกเข่าเงยหน้ามองสตรีผู้มีดวงตาแปลกประหลาดแล้วตอบความจริง “องค์ชายไม่เคยมีผู้ใด ไม่มีสตรีเต็มวังหลังหรือแม้แต่บ่าวอุ่นเตียงก็ยังไม่มี”
เจียวหนิงอันสบตาคนที่นั่งคุกเข่า..ใช้ญาณหยั่งรู้ของตนเองและเห็นภาพชายผู้นี้ผ่านร้อนผ่านหนาวคร่ำเคร่งฝึกวิชาจนกลายมาเป็องครักษ์เงาเฝ้าติดตามเ้าหยางหลงในเงามืด..ตำหนักขององค์ชายที่นางเห็นภาพ…มีเพียงฝาแฝดคนน้องและอีกหนึ่งตำหนักข้างๆ กันก็เป็บุรุษสองคนและ..สตรีตัวเล็กที่เห็นหน้าไม่ชัดเจน เพียงเท่านี้เจียวหนิงอันก็รับรู้ได้แล้วว่าเขาหาได้พูดปด นางหันหน้าหนี ใบหูแดงก่ำ
“รู้แล้วใช่หรือไม่” เ้าหยางหลงถามสตรีที่ตนพึงใจและโบกมือไล่องครักษ์
“อืม” นางครางอย่างยอมรับ ถึงแม้จะดูชะตาเ้าหยางหลงไม่ได้ ก็อาศัยดูผู้ติดตามก็คงจะเหมือนๆ กัน