นิรุทธ์ เด็กผู้ชายตัวเล็กอายุน่าจะอยู่ราวชั้นประถมต้นดวงตากลมโต หน้าตาน่ารัก เขายิ้มแย้มอย่างไร้เดียงสา ดูไม่มีพิษภัย เขาสวมใส่เสื้อกางเกงสีขาวพาดผ้าพันคอสีฟ้าอ่อน ผมสั้นหยักศกสีน้ำตาลเข้มของเขามีปอยผมสีขาว 1เส้นเด้งออกมาข้างหน้า
“นิษฐา… ผู้หญิงแปลกๆ คนนั้นน่ะเหรอ?”สมิทธิ์เริ่มมั่นใจแล้วว่าทุกอย่างไม่ใช่เป็เพียงแค่ความฝัน
“เ้าต้องขอบคุณเธอนะ ไม่งั้นล่ะก็...เ้าคงไม่ได้มาอยู่ที่นี่ตอนนี้ได้หรอก ตามข้ามาสิ”
นิรุทธ์หันหลัง เชื้อเชิญให้สมิทธิ์ตามเขาออกไป
ทั้ง 2 คนเดินออกมาจากห้องไม่นานก็พบกับห้องโถงใหญ่รูปปั้นั์แบกเพดานเรียงรายอยู่ด้านข้างทั้ง 2 ด้าน ขนาดใหญ่กว่าในห้องนอนหลายเท่าบันไดตรงกลางห้องสูงขึ้นไปมีวิหารคล้ายแบบกรีกแต่เล็กกว่ามากด้านหน้าวิหารนั้นมีดอกไม้ธูปเทียนส่งกลิ่นหอมฟุ้ง ทำให้สมิทธิ์นึกถึงศาลพระภูมิที่ดูหรูหรา
นิรุทธ์หยุดเดินแล้วพูดขึ้น “ห้องนี้เป็ห้องรับรองของเทวาลัย”
ลานโล่งกลางห้องบริเวณด้านหน้าของบันไดวิหารนิษฐานั่งอยู่บนโซฟารูปร่างประหลาด ลวดลายบนพนักพิงนั้นทำให้ดูเหมือนมีแสงเป็รัศมีพุ่งออกจากรอบตัวของเธอที่นั่งตรงข้ามกันมีชายวัยกลางคนใส่สูทผูกไทนั่งอยู่เขากำลังพูดคุยสอบถามนิษฐาด้วยท่าทางจริงจัง ไม่ไกลกันนั้นมีตากล้องและทีมงานหลายคนกำลังขะมักเขม้นทำงานกันอยู่
“นิษฐากำลังให้สัมภาษณ์และพยากรณ์ผ่านรายการโทรทัศน์ชื่อดังอยู่อย่าเพิ่งทำเสียงรบกวนล่ะ” นิรุทธ์กระซิบกระซาบ
“รายการโทรทัศน์งั้นเหรอ…” สมิทธิ์มองไปที่นิษฐาอย่างตกตะลึงเขาไม่รู้เลยว่าเธอจะเป็ที่รู้จักขนาดนี้ อาจเพราะก่อนหน้านี้ เขาไม่ค่อยสนใจแวดวงคนทรงสักเท่าไรนัก
นิษฐา ผู้หญิงสาวลึกลับที่เขาเจอในครั้งนี้ดูแตกต่างออกไปเมื่ออยู่ในแสงไฟของกองถ่ายทำ เธอยังคงสวยเหมือนเดิม แต่ที่เพิ่มเติมคือดูสง่าและน่าเชื่อถือขึ้นกว่าที่เจอกันคราวที่แล้วอย่างประหลาด
“ไม่ใช่แค่รายการโทรทัศน์หรอกนะ นักการเมือง ดาราหรือพวกคนดังในสังคมชั้นสูง ก็มาที่นี่เพื่อให้เธอพยากรณ์ให้ทั้งนั้น”
เมื่อเห็นสมิทธิ์ที่กำลังอึ้งอ้าปากค้างมองไปยังนิษฐาตาไม่กระพริบ นิรุทธ์ยิ้มแล้วอธิบายต่อ
“แต่ถ้าเป็นิมิตที่เทพีแห่งโชคชะตาเทพประจำตัวของเธอบันดาลให้เห็นเธอจะเดินทางไปหาเอง เหมือนตอนที่เธอไปหาเ้าไงล่ะ สมิทธิ์”
ขณะที่กำลังถ่ายทำ เมื่อนิษฐาเห็นสมิทธิ์ที่หยุดยืนดูอยู่ก็โบกมือทักทาย เพราะหลังจากที่สมิทธิ์หลับไป พวกเขาก็ยังไม่ได้เจอหน้ากันมา 3วันแล้ว
สมิทธิ์โบกมือกลับไปเองโดยไม่รู้ตัวด้วยซ้ำเขายิ้ม หน้าแดงก่ำ
“คัท! เอาใหม่!”เสียงผู้กำกับดังขึ้นมาจากหลังกล้องเมื่อเห็นนิษฐาโบกมือ พวกเขาคงต้องถ่ายซ่อมกันใหม่อีกรอบ
“สื่อต่างชาติเรียกเธอว่า นอสตราดามุสหญิงเชียวนา” นิรุทธ์โม้อย่างภูมิใจ
เด็กชายพาสมิทธิ์มาหยุดอยู่ที่อีกห้องหนึ่งเขาเปิดประตูบานใหญ่ด้วย 2 มือ
“ห้องต่อไป ขอต้อนรับสู่อาณาจักรของข้า... เอ๊ย! ของพวกข้า 2 คน” แสงวาบผ่านประตูที่เปิดอ้า
เมื่อสมิทธิ์เข้าไปด้านในแล้วก็พบว่าเป็ห้องกว้างที่หลังคาเปิดโล่งเห็นท้องฟ้าสดใสด้านข้างโดยรอบเป็ห้องย่อยเต็มไปหมด ตรงกลางห้องมีบันไดหินสูงขึ้นไปรูปร่างเหมือนพีระมิดล้อมรอบด้วยคนจำนวนมากทุกเพศทุกวัยเสียงไอและเสียงร้องอย่างเ็ปดังขึ้นมาเป็ระยะ
ตรงยอดที่สูงที่สุดของพีระมิดนั้นมีแท่นที่นั่งขนาดใหญ่แต่ละมุมมีเสาที่เอาไว้ติดตั้งม่านบังตาสีขาว ซึ่งตอนนี้มัดเก็บเอาไว้อย่างเรียบร้อย
แท่นตรงกลางนั้นมีคนนั่งอยู่ 2 คนเด็กผู้ชายคนหนึ่งกำลังนั่งขัดสมาธิ มือทั้ง 2 ข้างของเขาชูขึ้นไปด้านหน้าตรงบริเวณแผ่นหลังของหญิงชราคนหนึ่งที่ดูป่วยหนักผ้าพันศีรษะของหญิงชราเหมือนจะปิดบังเส้นผมที่หลุดร่วงไปจากการรักษาโรคมะเร็ง
“เฮ้! นิรุช” นิรุทธ์ะโพร้อมโบกมือทักทาย
เด็กผู้ชายที่นั่งอยู่บนแท่นยอดพีระมิดหันมาตามเสียงเผยให้เห็นใบหน้าที่ดูเหมือนกับนิรุทธ์ไม่มีผิดเพี้ยนต่างกันแค่ปอยผมสีขาวด้านหน้าที่มี 2 แฉก พอให้แยกกันออกว่าใครเป็ใครเท่านั้น
“เฮ้ย! นิรุทธ์ แค่ไปดูแขกของนิษฐา ทำไมถึงนานนัก ดูซิคนป่วยรอกันเต็มห้องไปหมดแล้ว!” นิรุชพูดอย่างหัวเสียหน้าตาของเขาดูอิดโรย แต่แขนทั้ง 2 ข้างยังคงชูขึ้นไปด้านหน้า
“น... หน้าเหมือนกัน แถมยังชื่อเหมือนกันอีก”สมิทธิ์ชี้ไปที่หน้าของเด็กชายทั้ง 2 คนสลับกันไปมา
“ชื่อเหมือนกันตรงไหน สะกดไม่เหมือนกันเฟ้ย!” นิรุทธ์ยกแขนทั้ง2 ข้างขึ้นมากำหมัดแน่น โมโหฟึดฟัด เดาว่าคงไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาโดนทักเื่นี้
นิรุทธ์แบมือข้างหนึ่งควันสีขาวสะอาดเหมือนก้อนเมฆเล็กๆ ก่อตัวขึ้นเหนือฝ่ามือของเขาหมุนวนอยู่ครู่หนึ่งก็จางหายไป
สมิทธิ์ทึ่งไม่น้อยกับสิ่งที่นิรุทธ์แสดงให้เห็น ระหว่างที่นิรุทธ์ใช้พลังจู่ๆ มือของเขาก็มีถุงมือสีขาวห้อหุ้มขึ้นมา
นิรุทธ์ยิ้มกว้าง
“พวกเราเป็ฝาแฝดร่างทรงระดับ2 ของเทพแห่งการแพทย์ เทวาลัยของเรารับรักษาทุกโรคที่การแพทย์ปัจจุบันรักษาไม่ได้”
