ตอนที่ 13 ไฟโทสะลุกลาม (2)
มู่เหมียนเห็นป๋ายเอ้าเสวี่ยโกรธแทนตัวเอง ความน้อยเนื้อต่ำใจในใจก็พลันพรั่งพรู ร้องไห้โฮขึ้นมา
ป๋ายเอ้าเสวี่ยพอได้ยินเสียงร้องไห้ของมู่เหมียน โกรธยิ่งกว่าเดิม แต่ไม่ได้ห้ามให้มู่เหมียนหยุดร้องไห้
“คุณหนู ฮึก...เป็คุณหนูรองกับซูอี๋เหนียง” มู่เหมียนพูดเสียงสะอื้น
ป๋ายเอ้าเสวี่ยไม่คิดถามว่าสาเหตุอะไรอีก ไม่ว่าจะเป็เหตุผลอะไร ลงมือกับคนของนางก็ต้องชดใช้
“ไปกัน ข้าจะพาเ้าไปเอาคืน ในเมื่อพวกนางท้าทายข้า เช่นนั้นก็ต้องเตรียมรับของขวัญตอบกลับจากข้า” ป๋ายเอ้าเสวี่ยดึงมู่เหมียน ก้าวอาดๆ เดินออกจากเรือนเล็ก
มู่เหมียนไม่เอ่ยมากความอีก นางรู้ ขอเพียงป๋ายเอ้าเสวี่ยตัดสินใจแล้วก็จะไม่มีคนเอ่ยห้ามได้ ทำได้เพียงเดินตามป๋ายเอ้าเสวี่ยออกจากเรือนเล็กพร้อมกัน
ป๋ายเอ้าเสวี่ยพกพาความคั่งแค้นเต็มอก ครั้งนี้นางไม่รีบร้อนไปหาป๋ายซู่เสวี่ย แต่ไปหาซูเชี่ยนเชี่ยนก่อน
ในความทรงจำซูเชี่ยนเชี่ยนเป็หญิงมากเสน่ห์ ใจเหี้ยมอำมหิตทั้งยังมีความคิดเป็ของตัวเอง
มารดาในอดีตของป๋ายเอ้าเสวี่ย เพราะว่าไม่มีฝีมือแบบซูเชี่ยนเชี่ยน ถึงได้พบจุดจบที่น่าอนาถแบบนั้น
จากความทรงจำนี้ ป๋ายเอ้าเสวี่ยมาที่เรือนพักของซูเชี่ยนเชี่ยนอย่างรวดเร็ว ฉากภาพไม่มีตรงไหนไม่ตระการตา บันไดหินอ่อน พรมมีชื่อราคาแพง รูปปั้นหยกสลัก ทุกอย่างล้วนหรูหราสูงค่าหาใดเปรียบ บ่าวรับใช้เป็ขบวน ช่างดูคึกคักมีชีวิตชีวายิ่ง
พอเห็นฉากภาพนี้ ป๋ายเอ้าเสวี่ยก็หัวเราะหยันเสียงหนึ่ง ก้าวอาดๆ เข้าเรือนซูเชี่ยนเชี่ยนไป
“เอ๋ นี่ไม่ใช่คุณหนูใหญ่หรอกหรือ ลมเปลี่ยนทิศแล้วหรือไร ถึงได้พัดคุณหนูใหญ่มาที่นี่ได้?! มู่เหมียนหน้านี้ของเ้าถูกพวกเราปรนนิบัติสบายไหม” สาวใช้หน้าหยาบกร้านนางหนึ่งหัวเราะหยันมู่เหมียน
แย้มยิ้มบางๆ ท่าทางเช่นนั้นทำเอาป๋ายเอ้าเสวี่ยอยากจะขย้อนมื้อดึกของเมื่อวานออกมา
“ไม่รู้จริงๆ ว่าซูอี๋เหนียงมีสายตาเช่นไร ตัวอัปลักษณ์หน้าตาราวถูกคางคกข่วนนางหนึ่ง ก็ยังกล้ารั้งเอาไว้ในจวน เลื่อมใส เลื่อมใส ที่แท้มู่เหมียนเรือนข้าถูกเ้าปรนนิบัติใช่หรือไม่ ดูท่าครั้งนี้จะมาหาถูกคนแล้ว” ป๋ายเอ้าเสวี่ยั์ตาเย็นเยียบ กวาดสายตามองสาวใช้อัปลักษณ์เอ่ยขึ้น
ส่วนสาวใช้ที่อยู่โดยรอบ พอได้ยินคำกล่าวของป๋ายเอ้าเสวี่ย ต่างก็อดหัวเราะร่ากันขึ้นมาไม่ได้
สาวใช้ที่ถูกป๋ายเอ้าเสวี่ยจี้ปมในใจเคียดแค้น อดเอ่ยขึ้นเสียงดังไม่ได้ “ป๋ายเอ้าเสวี่ย อย่าคิดว่าเ้าเป็ลูกสาวท่านเสนาบดีแล้ว ข้าจะกลัวเ้า...”
คำพูดยังไม่ทันเอ่ยจบ สาวใช้ก็ถูกป๋ายเอ้าเสวี่ยถีบเท้าอย่างแรง ถีบจนกระเด็นไปถึงประตูของห้องหลัก
“อ้า!!” เสียงกรีดร้องดังสะท้านขึ้น
กลุ่มบ่าวรับใช้มองป๋ายเอ้าเสวี่ยอย่างตกตะลึง ฉากภาพไหลลื่นติดต่อกันเมื่อครู่ ทำเอาปากคางเกือบร่วงตก
ป๋ายเอ้าเสวี่ยเท้าหนึ่งเตะลงไปบนท้องของสาวใช้ ทำเอาสาวใช้จุกลม สลบเหมือดลงไป
ป๋ายเอ้าเสวี่ยมองพวกบ่าวรับใช้สีหน้าไร้อารมณ์ความรู้สึก เอ่ยขึ้น “ทำไม ตอนนี้ยังมีใครกล้าท้าทายอำนาจข้าอีกหรือไม่ อย่าคิดเชียวว่าทำงานอยู่กับซูอี๋เหนียงที่นี่แล้ว ก็จะอวดดีไม่สนใจใครได้ จวนอัครเสนาบดีข้าไม่้าบ่าวรับใช้ที่ไม่รู้จักกฎเกณฑ์อย่างพวกเ้า หากพวกเ้าอยากเป็เหมือนตัวอัปลักษณ์นางนี้ ทำผิดซ้ำซาก ข้าก็จะให้พวกเ้าเข้าใจว่าการเสียใจภายหลังมันเป็ยังไง”
ั์ตาคมกริบมองพวกบ่าวรับใช้อย่างเหี้ยมเกรียม ไม่มีใครกล้าเอ่ยปากโต้เถียง
และป๋ายเอ้าเสวี่ยเองก็ไม่ได้ให้โอกาสในการโต้เถียงแก่พวกนาง “เอาตัวอัปลักษณ์นางนี้โยนออกไปจากจวนอัครเสนาบดีเสีย ภายหน้าข้าไม่อยากเห็นสาวใช้แบบนี้อีก”
กลุ่มคนพอได้ยินคำกล่าวของป๋ายเอ้าเสวี่ยล้วนแต่ไม่กล้าเคลื่อนไหวส่งเดช
แม้ว่าป๋ายเอ้าเสวี่ยจะมีฐานะสูงศักดิ์เป็บุตรสาวสายตรงจวนอัครเสนาบดี ทว่าตามจริงแล้วก็ไม่ได้กุมอำนาจอะไร ถึงแม้สาวใช้นางนี้จะทำไม่ถูกต้อง แต่ก็ยังเป็สาวใช้ของซูเชี่ยนเชี่ยน
หากว่าพวกนางฟังคำสั่งป๋ายเอ้าเสวี่ย เช่นนั้นภายหน้าก็คงต้องโดนซูเชี่ยนเชี่ยนเอาคืน พวกนางไม่อยากล่วงเกินซูเชี่ยนเชี่ยน
ป๋ายเอ้าเสวี่ยมองพวกสาวใช้ที่ไม่ยอมขยับเอ่ย “ดูท่าในสายตาพวกเ้า จะไม่มีข้าคุณหนูใหญ่อยู่จริงๆ ในเมื่อเป็แบบนี้ เช่นนั้นก็จัดการให้จบๆ ไปเลยแล้วกัน มีชีวิตอยู่ก็เปลืองข้าวสาร หน้าตาอัปลักษณ์แบบนี้รั้งไว้ไล่ผีหรือไง ไม่สู้ครั้งนี้ข้าเป็คนดี จัดการนางให้ก็แล้วกัน”
คำกล่าวเพิ่งจะเอ่ยจบ ป๋ายเอ้าเสวี่ยก็ลงมือรวดเร็วปานสายฟ้า มาถึงตรงหน้าองครักษ์ ดึงกระบี่พกที่เอวเขามา
กลุ่มคนพอเห็นกระบี่ส่องประกายเย็นเยียบในมือป๋ายเอ้าเสวี่ย ในใจพลันเย็นะเื ทว่าก็ยังไม่เชื่อว่าหญิงสาวอ่อนแอไร้กำลังอย่างป๋ายเอ้าเสวี่ยจะฆ่าคนได้ เลยไม่ได้ก้าวเข้าไปห้าม
ตอนที่ป๋ายเอ้าเสวี่ยได้ยินคำก่นด่าของสาวใช้ ก็ไม่ได้ปกปิดจิตสังหารนานแล้ว สำหรับพวกที่ทำร้ายของสำคัญของนาง ถึงเป็คนก็มิอาจรอด
นางยกมีดวาดมือแค่เวลาชั่วอึดใจ ทว่าในชั่วอึดใจนี้ ป๋ายเอ้าเสวี่ยกลับจบสิ้นชีวิตหนึ่งชีวิตได้อย่างง่ายดาย
ป๋ายเอ้าเสวี่ยสะบัดกระบี่พกในมือ ค่อยๆ เงยหน้าขึ้น ไม่ปิดบังความกระหายเืแม้เพียงนิด ทำเอาพวกสาวใช้ที่เดิมบื้อใบ้ได้สติกลับมา จากความตกตะลึงในตอนแรกสุดท้ายกลายเป็ความหวาดหวั่น
“อ้า อ้า อ้า!” สาวใช้ขวัญอ่อนจำนวนหนึ่งถูกทำเอาใจนกรีดร้องเสียงดัง
เสียงกรีดดังลั่น ช่างดูไม่เข้ากันกับเรือนพักหรูหราแห่งนี้เลยสักนิด
จนถึงตอนนี้กลุ่มคนถึงยอมเชื่อว่าป๋ายเอ้าเสวี่ยฆ่าคนได้จริงๆ ไม่ได้ล้อเล่นและก็ไม่ได้พูดเกินจริง ฆ่าคนโดยไม่ลังเล
ราวกับว่ามันเป็เื่ธรรมดามากเื่หนึ่ง
มองพวกสาวใช้ที่กอดกันกลมอย่างดูแคลน ป๋ายเอ้าเสวี่ยเอ่ยขึ้นเสียงเหี้ยม “มู่เหมียนเป็คนของข้า หากต้องสั่งสอนก็จะเป็ข้าที่สั่งสอนเอง ใครให้สิทธิ์พวกเ้ามายุ่งกับคนของข้า?!”