โลกนี้ ผมจะสร้างกิลด์ใหม่เพื่อเป็นเทพ

    โลกใหม่ที่ พีมีโอเซีย

    เมื่อเสียงแจ้งเตือนจากรถไฟฟ้าจบลง ทั้ง 3 คนก็เดินมารอที่ประตูทางออก กัสก็พูดขึ้นมาว่า “เดี๋ยวออกจากประตู พวกเราก็เดินไปที่ชานชาลาฝั่งตรงข้าม แล้วก็รอรถไฟฟ้าเพื่อกลับไปต้นทางที่พวกเราขึ้นมากัน โอเค นะ” กัส หันไปมองซ้ายขวา ทั้ง 2 คนพยักหน้าอย่างพร้อมเพรียงกัน เหมือนประมาณว่าเราคือผู้ร่วมชะตากรรมเดียวกันแล้ว เราให้นายเป็นหัวหน้ากลุ่ม และแล้วรถไฟฟ้าก็หยุดลง พร้อมกับเปิดประตู เมื่อทั้ง 3 คนเดินออกมาจากรถไฟฟ้า กัสพยายามมองหาชานชาลาฝั่งตรงข้ามตามที่ได้ตกลงกันไว้ ก็พบว่าความหวังของพวกเขา ณ ตอนนี้จบสิ้นลงแล้ว เพราะมันไม่มีชานชาลา ฝั่งตรงข้ามหรือทางเดินเพื่อไปยังฝั่งตรงข้ามแต่อย่างใด ที่สำคัญ รถไฟฟ้าขบวนดังกล่าววิ่งออกไปแล้ว โดยที่พวกเขาไม่รู้ว่ามันจะวิ่งไปที่ไหนต่อ จากนั้นทั้ง 3 คนก็เดินมุ่งหน้าเพื่อไปที่บริเวณทางออก ตรงบริเวณทางออกนั้น มีที่กั้นไม่ให้ออก ต้องหยอดเหรียญก่อนเพื่อออกได้ “เราจะเอาเหรียญอะไรหยอดล่ะเหรียญของรถไฟฟ้าที่พวกเรานั่งมาใช่มั้ย” กัส พยายามสอบถามทั้ง 2 คน เมื่อหันไปดูทั้ง 2 คนส่ายหน้าและพูดขึ้นมาว่า “ฉันใช้บัตรรายเดือน” คูเน่ตอบเป็นคนแรก “ฉันก็ใช้บัตรเหมือนกัน” เกลตอบพร้อมกับหยิบบัตรขึ้นมาโชว์ “แล้วพวกเราขึ้นรถไฟขบวนนี้มาได้ยังไงล่ะ ในเมื่อทางออกมันไม่มีที่ให้ติ๊ดบัตร แต่มีแค่ที่หยอดเหรียญอย่างเดียว” กัส พูดขึ้นมาด้วยความสงสัย “งั้นฉันจะลองเอาเหรียญจากที่แลกจากรถไฟฟ้าหยอดดูก่อนนะ ว่ามันจะใส่ได้มั้ย” พูดจบกัสก็ลองหยิบเหรียญมาหยอดทีนที แต่เหรียญดังกล่าวไม่สามารถหยอดเข้าไปได้ เพราะขนาดมันไม่พอดีกับช่องสำหรับหยอด “ไม่ได้แฮะ รึว่าต้องใช้เหรียญอื่น” กัสรู้สึกสังหรณ์ใจ พูดจบ กัสก็ลองหยิบเหรียญ ‘พีมีโอเซีย’ ในกระเป๋าเสื้อคลุมออกมาและลองหยอดเข้าไป ซึ่งมันสามารถใส่ได้พอดี จากนั้นประตูกั้นก็เปิดออก กัสจึงรีบเดินผ่านออกไปทันที “พวกเธอก็เอาเหรียญนั่นหยอดสิ ดูเหมือนว่าเราจะต้องใช้มันนะ” กัสพูดจบทั้ง 2 คนก็รีบหยิบเหรียญออกมา และ รีบหยอดลงไปที่ช่องกั้นประตูทางออกและประตูก็เปิดออก ทั้ง 2 คนรีบเดินออกมาตามกัสที่ยืนรออยู่ก่อนแล้ว ในทันที “ดูเหมือนมันจะไม่ได้เป็นอย่างที่เราคิดนะ รู้สึกแปลกๆ ยังไงไม่รู้สิ พวกเธอก็ระวังตัวกันไว้หน่อยแล่วกันนะ” กัส พูดเตือนทั้ง 2 คน ทั้ง 2 คนหันมามองหน้ากัสและพยักหน้าอย่างพร้อมเพรียงกัน ทั้ง 3 คนเดินไปตามทางที่เป็นทางเดินที่เป็นบันได เพื่อเดินออกไปที่ทางออกด้านนอกและเมื่อถึงทางออก ภาพที่ทั้ง 3 คนเห็นอยู่ตรงหน้าก็คือ ภาพของทางเดินเข้าเมืองที่บรรยากาศเป็นเหมือนพวกเขากำลังเดินเข้าสวนสนุก แต่อาคารต่างๆ ที่อยู่ไกลๆ ดูยิ่งใหญ่สมจริงมากๆ มองไปไกลๆ จนเกือบลับสายตามองเห็นปราสาทขนาดใหญ่ ที่แม้จะมองดูจากไกลๆ ก็ยังเห็นเป็นปราสาทที่มีขนาดใหญ่มากๆ เลยทีเดียว “โอ้โห! มันเหมือนทางเดินเข้าสวนสนุกเลยนะ สวยจังเลย” เกลพูดขึ้นมาเป็นคนแรกเมื่อเห็นบรรยากาศที่อยู่ตรงหน้า “จริงด้วยสิ” คูเน่พูดเป็นคนต่อมาพร้อมทำสายตาเป็นประกาย “ฉันก็คิดว่ามันสวยมากๆ เลย แต่ยังไงพวกเราก็ระวังตัวกันไว้หน่อย ก็ดีนะ” ทั้ง 2 คนพยักหน้ากันอย่างพร้อมเพรียง แต่แววตาที่มองออกไปก็ยังคงเป็นประกายเหมือนกับว่าตัวเองกำลังจะได้เล่นสวนสนุกอยู่เหมือนเดิม ทั้ง 3 คนกำลังเดินมุ่งหน้าไปตามทางเดินที่อยู่ตรงหน้า ที่เป็นทางเดินเพื่อมุ่งเข้าสู่เมือง ซึ่งบริเวณทางเข้าเมืองในตอนนี้ยังไม่เห็นใครเลย นอกจากพวกเขาทั้ง 3 คน เมื่อเดินมาได้ซักพักก็พบอาคารหลังใหญ่หลังนึง ที่เป็นอาคารคร่อมทางเดินไว้ ที่ดูเหมือนว่าทั้ง 3 คน ต้องเดินเข้าไป ถ้าต้องการที่จะผ่านเส้นทางนี้ไปได้ “ดูเหมือนพวกเราต้องเข้าไปข้างในอาคารนี้นะ ถ้าพวกเราจะไปกันต่อ” กัสเอ่ยขึ้นพร้อมกับหันไปมองทั้ง 2 คน แต่ภาพที่เห็นอยู่ตรงหน้าตอนนี้คือ วิญญาณทั้ง 2 คนได้ลอยเข้าไปข้างในเมืองก่อนร่างกายที่อยู่ตรงนี้แล้ว แววตาเป็นประกายสุดๆ “นี่พวกเธอ!!! ฟังฉันพูดอยู่มั้ยเนี่ย” กัสพูดออกมาเสียงดัง และดูเหมือนสติทั้ง 2 จะเริ่มกลับคืนมา “ไม่เห็นเหมือนตอนอยู่บนรถไฟฟ้าเลยนะ เธอน่ะ” กัส หันไปมองเกล เกลทำหน้าสลดเล็กน้อย และทำท่าทางเหมือนจะร้องไห้ “นายก็เหมือนกัน หน้าตานายไม่เหมือนคนระมัดระวังตัวเลยนะ” คูเน่ก็ทำสีหน้าสลด ไม่แพ้กัน กัสเห็นหน้าสลดของทั้ง 2 คนก็รู้สึกผิดเล็กน้อยเลยรีบกล่าวขอโทษทั้ง 2 คน “ฉันขอโทษพวกเธอทั้ง 2 คน ก็แล้วกันนะ ฉันอาจจะระมัดระวังตัวมากไปหน่อย เพราะยังไงพวกเรา ก็คงต้องผ่านเข้าไปอยู่ดี เพราะมันเป็นทางเดียวตอนนี้ที่พวกเราจะไปได้” พอพูดจบกัสก็หันไปมองทั้ง 2 คน และภาพที่เห็นอยู่ตรงหน้าก็คือ วิญญาณทั้ง 2 คนได้ล่องลอยไปอีกแล้ว แววตามีประกายวิ้งๆ และยังไม่ทันที่กัสจะพูดอะไรต่อไป เกลก็ยื่นมือมาดึงแขนกัสให้เดินเข้าไปในอาคารที่อยู่ตรงหน้าทันที กัสรู้สึกเขินเล็กน้อยเพราะเขากับเกลก็เพิ่งรู้จักกันได้ไม่นาน แถมเกลก็เป็นเด็กผู้หญิงที่น่ารักมากๆ อีกด้วย เกลดึงแขน กัส เพื่อเดินเข้าไปในอาคารที่อยู่ตรงหน้าอย่างรวดเร็ว โดยที่มีคูเน่เดินตามมาอย่างรวดเร็วเช่นกัน ซึ่งดูขัดกับหุ่นที่ดูจ้ำม่ำของเขาเล็กน้อย เมื่อเข้าไปถึงในอาคาร มีพนักงานสาวสวย 2 คนเดินออกมาต้อนรับและพนักงานคนหนึ่งก็พูดออกมาว่า “สวัสดีท่านผู้กล้าทั้ง 3 คนค่ะ ยินดีต้อนรับสู่โลกของ ‘พีมีโอเซีย’ นะคะ ท่านผู้กล้าทั้ง 3 คน ดิฉันชื่อคาร่า ขออนุญาติอธิบายรายละเอียดต่างๆ ก่อนที่ทุกท่านจะเข้าเมืองนะคะ” ทั้ง 3 คนยืนฟังอย่างงงๆ เหมือนเข้ามาอยู่อีกโลกก็พยักหน้าให้กับพนักงานสาวที่ชื่อคาร่า และพนักสาวก็เริ่มอธิบายต่อ “ที่ทุกท่านยืนอยู่ตรงนี้คืออาคารลงทะเบียนก่อนเข้าไปในเมืองค่ะ อาคารแห่งนี้ ท่านผู้กล้าทั้ง 3 ต้องลงทะเบียนตั้งชื่อก่อนที่จะใช้เข้าเมือง เมื่อลงชื่อเสร็จต้องเลือกอาชีพ จากนั้นทางเราจะมอบของใช้ติดตัวที่จำเป็นให้กับผู้กล้าทั้ง 3 ท่าน คือ 1. ชุดนักผจญภัย 1 ชุด 2. มีดสั้นสำหรับใช้ต่อสู้ 1 เล่ม 3. หนังสือคู่มือนักผจญภัยมือใหม่ 4. กระเป๋ามิติขนาดเล็กใส่ได้ 200 ช่อง 5. เงิน 10,000 ดามพ์ ทั้งหมด 5 รายการค่ะ “เมื่อได้รับของเรียบร้อยแล้ว กรุณาตรวจดูอีกครั้งนะคะ ถ้าครบถ้วนถูกต้อง กรุณาเดินมาทางนี้ เพื่อทำการลงทะเบียนชื่อ ชื่อกลาง และนามสกุลต่อไป ด้วยค่ะ” “นี่กัสช่วยคิดหน่อยสิ พวกเราจะใช้ชื่อจริง นามสกุลจริง รึว่าจะใช้ชื่อสมมุติดีล่ะ เค้าให้เราตั้งชื่อกลางด้วยนะ นายเป็นหัวหน้ากลุ่มของพวกเราช่วยคิดหน่อยสิ” เกลเดินมาเขย่าแขนกัสเพื่อให้ช้วยคิดและก็ได้มอบตำแหน่งหัวหน้ากลุ่มให้กับกัสไปเป็นที่เรียบร้อย “ใช่ๆ นายช่วยคิดทีสิ” คูเน่รีบพูดเสริม “ฉันคิดว่า ฉันจะใช้ชื่อฉันเองนี่ล่ะ แต่จะเพิ่มให้มันยาวขึ้นหน่อย เพราะชื่อฉันมันสั้นเกินไป ส่่วนชื่อกลาง กับนามสกุล พวกเราตั้งมันขึ้นมาใหม่แล้วใช้ด้วยกันเลยดีมั้ย จะได้ง่ายๆ ดูเป็นกลุ่มเดียวกันดีด้วย พวกเธอคิดว่าไง” “ฉันเห็นด้วย” เกลรีบพูดเป็นคนแรก “ฉันก็เห็นด้วย” คูเน่รีบพูดเสริม “งั้นก็ตกลงตามนี้นะ อืม...เริ่มที่ฉันก่อน - เฟกัส ไอน์ โลเดย์ฮาล - ฟาเกล ไอน์ โลเดย์ฮาล - โฟคูเน่ ไอน์ โลเดย์ฮาล พวกเธอ โอเค มั้ย” “โอเค” คูเน่รีบพูดคนแรก “ฉันก็ โอเค ใช้นามสกุลเดียวกัน มันดูเหมือนครอบครัวดีนะ” เกลรีบพูดเสริม อย่างอารมณ์ดี เพราะในหัวตอนนี้คิดแต่ว่าจะได้เที่ยวสวนสนุก ส่วนกัส พอฟังเหตุผลของเกลหน้าก็แดงขึ้นมาทันที ทั้ง 3 คนไปทำการลงทะเบียนตามชื่อที่ตกลงกันไว้ จากนั้นพนักงานก็แจ้งทั้ง 3 คนว่า ต้องเปลี่ยนเป็นชุดที่แจกให้ก่อนเพื่อเดินทางเข้าเมือง ทั้ง 3 คนเลยต้องไปเปลี่ยนชุดตามที่พนักงานแจ้งให้ทราบ เมื่อทั้ง 3 คนเปลี่ยนชุดเสร็จ ก็ได้รับแจ้งจากพรักงานว่า มาถึงขั้นตอนสุดท้ายแล้วคือให้ทุกคนเลือกอาชีพก่อนเข้าไปในเมือง กัส เลือกอาชีพ นักรบเวทย์ เกล เลือกอาชีพ นักเวทย์สนับสนุน คูเน่ เลือกอาชีพ พ่อค้า “เมื่อท่านผู้กล้าทั้ง 3 เลือกอาชีพเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็ได้เวลาที่ท่านผู้กล้าทั้ง 3 จะได้เดินทางเข้าเมืองแล้วนะคะ โดยเมืองแรกที่ท่านผู้กล้าจะไป คือเมืองที่อยู่ทางประตูทางออกนี้ ชื่อเมืองคลิทฟอร์ด ค่ะ” ...