แสงแรกของรุ่งอรุณสาดส่องผ่านผ้าม่านเนื้อหนาสีทึบเข้ามาในห้องนอนกว้างขวางบนชั้นสองของตึกแถวสามคูหา ซึ่งเป็ทั้งที่อยู่อาศัยและร้านขายวัสดุก่อสร้างที่ใหญ่ที่สุดในย่านนี้ พิมพ์ คุณนายคนสวยวัยสามสิบแปดปีค่อยๆ ลืมตาตื่นขึ้นมาบนเตียงไม้สักสลักลายหรูหราขนาดคิงไซส์ ความเย็นเฉียบจากเครื่องปรับอากาศที่ทำงานหนักตลอดทั้งคืนปะทะเข้ากับผิวกายขาวผ่องเนียนละเอียดราวกับหยวกกล้วย พิมพ์ขยับตัวเล็กน้อยเพื่อคลายความปวดเมื่อย ทว่าสิ่งที่ััได้กลับมีเพียงความว่างเปล่าและรอยยับย่นบนผ้าปูที่นอนฝั่งข้างๆ เสี่ยเม้ง สามีวัยห้าสิบห้าปีของเธอคงลุกออกไปจัดการบัญชีที่โต๊ะทำงานั้แ่เช้ามืดตามความเคยชิน ทิ้งให้เธอนอนอ้างว้างเดียวดายบนเตียงกว้างที่ไร้ซึ่งไออุ่นและััแห่งความรักมานานนับปี
พิมพ์ถอนหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความเหนื่อยหน่ายใจ เธอหยัดกายลุกขึ้นนั่ง ชุดนอนผ้าซาตินสายเดี่ยวสีแชมเปญเนื้อลื่นหลุดรุ่ยลงมาถึงข้อศอก เผยให้เห็นเนินอกอวบใหญ่ที่คัดเต่งและขาวเนียนจนแทบล้นทะลัก ก้อนเนื้อคู่นี้ยังคงงดงามเต่งตึงราวกับสาวรุ่น ไม่เคยผ่านการให้นมบุตรเพราะเสี่ยเม้งมีลูกติดจากภรรยาเก่าอยู่แล้วและไม่้ามีลูกเพิ่ม พิมพ์ก้มมองเรือนร่างของตนเองด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความตัดพ้อ ร่างกายที่สมบูรณ์แบบและเต็มไปด้วยความสาวความสวยของเธอถูกปล่อยทิ้งร้างให้แห้งเหี่ยวเหือดหายไปกับกาลเวลา ความ้าเบื้องลึกในฐานะสตรีเพศถูกกดทับและละเลยจนไฟปรารถนาที่เคยลุกโชนบัดนี้มอดดับลงเหลือเพียงเถ้าถ่านแห่งความเ็า
หญิงสาวสะบัดศีรษะขับไล่ความขุ่นมัวในจิตใจ เธอรวบผมยาวสลวยสีดำขลับที่ยุ่งเหยิงขึ้นมัดเป็มวยหลวมๆ ไว้กลางศีรษะ ก่อนจะเดินก้าวลงจากเตียงด้วยฝีเท้าแ่เบา พิมพ์เดินลงบันไดไม้ขัดเงาลงไปยังชั้นล่าง มุ่งหน้าสู่ห้องครัวกว้างขวางที่ตกแต่งอย่างดีเพื่อทำหน้าที่ภรรยาที่แสนดีและสมบูรณ์แบบตามขนบธรรมเนียมที่เธอถูกพร่ำสอนมาั้แ่เด็ก
ห้องครัวในยามเช้าตรู่ยังคงเงียบสงัดและมีเพียงแสงไฟนีออนสว่างไสว พิมพ์เปิดตู้เย็นสแตนเลสขนาดใหญ่เพื่อหยิบวัตถุดิบที่เตรียมไว้ั้แ่เมื่อเย็นวาน วันนี้เธอตั้งใจจะทำเมนูโปรดของเสี่ยเม้ง นั่นคือหมูกรอบผัดพริกเกลือและต้มจืดกระดูกหมูตุ๋นยาจีน พิมพ์นำชิ้นหมูกรอบที่ย่างจนหนังเหลืองฟูเหลืองอร่ามออกมาวางบนเขียงไม้เนื้อแข็งขนาดใหญ่ กลิ่นหอมของการย่างไฟและกลิ่นเครื่องเทศที่หมักซึมเข้าเนื้อหมูลอยเตะจมูกกระตุ้นความหิว
พิมพ์หยิบมีดอีโต้เล่มใหญ่คมกริบขึ้นมาจับจนถนัดมือ เธอเริ่มลงมือหั่นหมูกรอบเป็ชิ้นพอดีคำ เสียงมีดสับกระทบกับหนังหมูที่กรอบฟูและเนื้อหมูที่นุ่มชุ่มฉ่ำดัง กร้วบๆ สลับกับเสียงสับลงบนเขียงไม้เนื้อแข็งดัง ปึกๆ เป็จังหวะสม่ำเสมอ พิมพ์ใช้ความพิถีพิถันในการหั่นทุกชิ้นให้มีขนาดเท่ากันเพื่อความสวยงามเวลานำไปจัดเรียงบนจาน จากนั้นเธอก็หันไปหยิบกระเทียมกลีบอวบและพริกขี้หนูสีแดงสดมาสับจนละเอียด เสียงสับกระเทียมและพริกดังถี่รัว กลิ่นฉุนของพริกขี้หนูสดที่ถูกสับจนแหลกละเอียดผสมผสานกับกลิ่นหอมเฉพาะตัวของกระเทียมลอยฟุ้งกระจายไปทั่วห้องครัวจนพิมพ์ต้องสูดจมูกและเผลอลอบกลืนน้ำลายลงคอด้วยความตื่นตัวของประสาทัั
มือบางเอื้อมไปเปิดเตาแก๊สหัวฟู่ เปลวไฟสีน้ำเงินพุ่งพรวดขึ้นมาเลียก้นกระทะเหล็กใบใหญ่ พิมพ์เทน้ำมันพืชลงไปเล็กน้อย รอจนกระทั่งน้ำมันเริ่มร้อนจัดจนมีควันสีขาวบางๆ ลอยกรุ่นขึ้นมา เธอจึงจัดการกวาดกระเทียมและพริกสับละเอียดลงไปเจียวในกระทะ เสียงน้ำมันร้อนจัดปะทะกับความชื้นของกระเทียมดัง ฉ่าาา กึกก้องไปทั่วบริเวณ กลิ่นหอมฉุนจัดจ้านของการเจียวกระเทียมและพริกลอยเตะจมูกอย่างรุนแรง มันเป็กลิ่นหอมที่กระตุ้นความอยากอาหารได้อย่างยอดเยี่ยม พิมพ์ใช้ตะหลิวผัดคั่วส่วนผสมในกระทะอย่างคล่องแคล่วว่องไว รอจนกระเทียมเริ่มเปลี่ยนเป็สีเหลืองทองกรอบและส่งกลิ่นหอมตลบอบอวล เธอจึงใส่ชิ้นหมูกรอบที่หั่นเตรียมไว้ลงไปคลุกเคล้า
เสียงฉ่าดังขึ้นอีกครั้งเมื่อหมูกรอบัักับความร้อน พิมพ์เหยาะซอสปรุงรส ซีอิ๊วขาว ซอสหอยนางรม และน้ำตาลทรายลงไปเพียงเล็กน้อยเพื่อดึงรสชาติ กลิ่นหอมหวานของซอสหอยนางรมที่โดนความร้อนจนเกิดการเคี่ยวงวดและคาราเมลไลซ์ผสมผสานกับกลิ่นเค็มปะแล่มของซีอิ๊วขาวสร้างมิติของกลิ่นที่ซับซ้อนและยั่วน้ำลาย เธอตวัดตะหลิวผัดคั่วด้วยความชำนาญ ให้เครื่องปรุงทุกอย่างเคลือบติดบนชิ้นหมูกรอบอย่างทั่วถึง พิมพ์ตักน้ำซอสขึ้นมาชิมปลายช้อน รสชาติเค็มนำตามด้วยความเผ็ดร้อนและหวานกลมกล่อมที่ปลายลิ้นสร้างความพึงพอใจให้แม่ครัวฝีมือเอกอย่างเธอ
ความร้อนจากเตาแก๊สหัวฟู่และไอร้อนจากกระทะเหล็กแผ่กระจายปะทะใบหน้าและเรือนร่างของพิมพ์ เหงื่อเม็ดเล็กๆ เริ่มผุดพรายขึ้นตามหน้าผาก ไรผม และซอกคอขาวเนียน อุณหภูมิในห้องครัวที่เริ่มสูงขึ้นทำเอาชุดนอนผ้าซาตินสายเดี่ยวตัวบางที่เธอสวมใส่ชื้นไปด้วยเหงื่อ เนื้อผ้าสีแชมเปญแนบลู่ไปกับทรวดทรงองค์เอว เผยให้เห็นส่วนเว้าส่วนโค้งที่ชัดเจนยิ่งขึ้น โดยเฉพาะบริเวณหน้าอกที่ยอดปทุมถันดันเนื้อผ้าออกมาจนเป็ตุ่มไต พิมพ์ยกหลังมือขึ้นปาดเหงื่อที่เกาะพราวบนใบหน้า รู้สึกเหนียวเหนอะหนะไปทั้งตัว แต่เธอก็ยังคงตั้งใจทำอาหารเช้าอย่างสุดความสามารถเพื่อหวังเพียงรอยยิ้มและคำชมจากสามี
เมื่อหมูกรอบผัดพริกเกลือเสร็จสมบูรณ์ พิมพ์ก็ตักใส่จานกระเบื้องเคลือบสีขาวสะอาดตา จัดเรียงอย่างสวยงามน่ารับประทาน จากนั้นเธอก็หันไปอุ่นต้มจืดกระดูกหมูตุ๋นยาจีนที่เคี่ยวทิ้งไว้ั้แ่เมื่อคืน กลิ่นหอมของเครื่องยาจีนอย่างเก๋ากี้ ฮ่วยซัว และรากผักชีที่ตุ๋นจนเปื่อยยุ่ยละลายในน้ำซุปลอยกรุ่นขึ้นมาเตะจมูก พิมพ์จัดเตรียมข้าวสวยร้อนๆ หุงใหม่ๆ ที่ส่งกลิ่นหอมกลิ่นใบเตยอ่อนๆ ควันสีขาวลอยกรุ่นจากชามข้าว บรรยากาศบนโต๊ะอาหารไม้สักตัวยาวถูกจัดเตรียมอย่างสมบูรณ์แบบ ไร้ที่ติ ราวกับภัตตาคารหรู
ไม่นานนัก เสียงฝีเท้าหนักๆ ก็ดังขึ้นจากทางบันได เสี่ยเม้งในชุดเสื้อกุยเฮงสีขาวและกางเกงแพรสีเขียวเข้มเดินลงมาด้วยใบหน้าที่เรียบตึงและเคร่งเครียด คิ้วหนาขมวดเข้าหากันตลอดเวลาเหมือนคนที่มีเื่ให้คิดคำนวณอยู่ในหัวตลอดทุกวินาที เสี่ยเม้งเป็ชายวัยกลางคนที่ผ่านโลกมามาก แม้จะดูแลตัวเองดีแต่ร่องรอยของกาลเวลาก็ปรากฏชัดบนใบหน้าและเส้นผมที่เริ่มมีสีดอกเลาประปราย
"พี่จ๊ะ ข้าวเช้าเสร็จแล้วจ้ะ วันนี้หนูทำหมูกรอบผัดพริกเกลือของโปรดให้ด้วยนะจ๊ะ มาทานสิจ๊ะ กำลังร้อนๆ เลย" พิมพ์เอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานและรอยยิ้มที่พยายามปั้นแต่งให้ดูสดใสที่สุด เธอใช้สรรพนามแทนตัวเองว่า หนู ตามความเคยชินที่เสี่ยเม้งชอบให้เรียกเพื่อความอ่อนน้อม
เสี่ยเม้งพยักหน้ารับรู้เพียงเล็กน้อยโดยไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองรอยยิ้มของภรรยา เขาเดินตรงมาที่โต๊ะอาหารแล้วทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้หัวโต๊ะ พิมพ์รีบเดินเข้าไปรินน้ำชาจีนร้อนๆ ส่งกลิ่นหอมกรุ่นใส่ถ้วยกระเบื้องใบเล็กให้สามีอย่างรู้หน้าที่ ก่อนจะนั่งลงที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้าม คอยปรนนิบัติตักข้าวและกับข้าวใส่จานให้สามีอย่างเอาใจใส่
ทว่าภาพที่เกิดขึ้นบนโต๊ะอาหารกลับทำให้หัวใจของพิมพ์ต้องห่อเหี่ยวและชาหนึบ เสี่ยเม้งตักอาหารเข้าปากอย่างเร่งรีบและตะกละตะกลาม เขาเคี้ยวหมูกรอบผัดพริกเกลือที่เธอตั้งใจทำอย่างสุดฝีมือแล้วกลืนลงคอโดยไม่ได้แสดงสีหน้าถึงความพึงพอใจหรือรับรู้ถึงรสชาติที่ซับซ้อนของมันเลยแม้แต่น้อย สายตาของเสี่ยเม้งเอาแต่จับจ้องไปที่หน้าจอโทรศัพท์มือถือและเครื่องคิดเลขที่วางอยู่ข้างจานข้าว นิ้วมือหนากดพิมพ์ข้อความสั่งงานลูกน้องและคำนวณตัวเลขต้นทุนกำไรอย่างเอาเป็เอาตาย
"อืม วันนี้ต้องสั่งปูนเข้ามาเพิ่มอีกห้าร้อยกระสอบ แล้วก็ต้องตามเื่เหล็กเส้นที่สั่งจากโรงงานด้วย" เสี่ยเม้งพึมพำกับตัวเองเสียงเบาโดยที่ไม่ได้สนใจเลยว่าภรรยาคนสวยกำลังนั่งหน้าสลดอยู่ฝั่งตรงข้าม
พิมพ์นั่งมองภาพสามีที่กินข้าวไปทำงานไปด้วยความรู้สึกอ้างว้างและว่างเปล่าในอก บรรยากาศบนโต๊ะอาหารที่ควรจะอบอุ่นและเต็มไปด้วยการพูดคุยถามไถ่สารทุกข์สุกดิบกลับมีเพียงความเงียบงันและเสียงเคี้ยวอาหารที่น่าอึดอัด พิมพ์ตักข้าวเข้าปากตัวเองอย่างเชื่องช้า รสชาติอาหารที่เธอคิดว่าอร่อยนักหนาบัดนี้กลับจืดชืดและฝืดคอจนแทบกลืนไม่ลง เธอพยายามจะชวนคุยเพื่อทำลายความเงียบ
"พี่จ๊ะ หมูกรอบวันนี้รสชาติเป็ยังไงบ้างจ๊ะ ถูกปากไหม หนูตั้งใจคั่วกระเทียมให้หอมๆ เลยนะจ๊ะ" พิมพ์ถามด้วยน้ำเสียงคาดหวัง
"ก็ดี กินได้แหละ" เสี่ยเม้งตอบปัดๆ โดยที่สายตายังไม่ละจากหน้าจอโทรศัพท์ "รีบๆ กินเข้าเถอะ เดี๋ยวฉันต้องรีบออกไปหน้าร้านแล้ว วันนี้มีลูกค้าเ้าใหญ่จะเข้ามาดูของ"
คำตอบสั้นๆ และท่าทีเ็าของเสี่ยเม้งเปรียบเสมือนมีดแหลมคมที่กรีดลงบนหัวใจของพิมพ์ ความพยายามและความตั้งใจของเธอถูกมองข้ามและไร้ค่า เธอรู้สึกเหมือนตัวเองเป็เพียงแม่บ้านหรือเครื่องจักรที่มีหน้าที่ทำอาหารและดูแลความสะอาดในบ้านเท่านั้น ไม่ใช่ภรรยาคู่ชีวิตที่ได้รับการเชิดชูและให้เกียรติ พิมพ์ก้มหน้าลงซ่อนหยาดน้ำตาที่เริ่มรื้นขึ้นมาที่หางตา ความรู้สึกต่ำต้อยและไร้ค่าเกาะกินก้นบึ้งของจิตใจ
หนูทำหน้าที่เมียได้สมบูรณ์แบบทุกอย่าง ทั้งดูแลบ้าน ทำกับข้าว ดูแลเสื้อผ้าหน้าผมให้พี่ แต่ทำไมหนูถึงรู้สึกเหมือนตัวเองเป็แค่ทาสรับใช้ เป็แค่สิ่งของตกแต่งบ้านที่ไร้ชีวิตจิตใจ พิมพ์ตัดพ้อในใจอย่างเ็ป
ยิ่งไปกว่านั้น สิ่งที่ทรมานจิตใจของพิมพ์มากที่สุดคือความสัมพันธ์ฉันท์สามีภรรยาที่เหือดแห้งและแตกระแหง เสี่ยเม้งเอาแต่อ้างว่าทำงานหนัก เหนื่อยล้า และเครียดจากธุรกิจจนไม่มีอารมณ์สุนทรีย์ในเื่บนเตียง ปล่อยให้พิมพ์ต้องนอนกอดหมอนข้างร้องไห้ด้วยความเปล่าเปลี่ยวมานานหลายเดือน ร่างกายที่กำลังเบ่งบานและเต็มไปด้วยความ้าตามสัญชาตญาณของสตรีวัยสามสิบแปดปีถูกแช่แข็งและถูกเพิกเฉย ไม่มีการกอดจูบ ไม่มีการเล้าโลม ไม่มีการร่วมรักที่เร่าร้อนเหมือนสมัยที่แต่งงานกันใหม่ๆ ไฟปรารถนาในชีวิตคู่มอดดับลงจนเหลือเพียงความเ็าที่กัดกินหัวใจ
หลังจากที่เสี่ยเม้งอิ่มข้าว เขาก็ยกแก้วน้ำขึ้นดื่มรวดเดียว รวบช้อนส้อมดังรวบ ก่อนจะลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้โดยไม่ได้เอ่ยคำขอบคุณหรือชมเชยอาหารมื้อนี้เลยแม้แต่คำเดียว
"ฉันไปหน้าร้านก่อนนะ วันนี้คงยุ่งทั้งวัน ไม่ต้องรอทานข้าวเที่ยงล่ะ กินไปก่อนเลย" เสี่ยเม้งสั่งความทิ้งท้ายก่อนจะเดินหันหลังก้าวฉับๆ ออกจากห้องครัวไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้พิมพ์นั่งจมอยู่กับกองจานชามที่เปื้อนคราบอาหารและความรู้สึกที่แหลกสลายเพียงลำพัง
พิมพ์ถอนหายใจยาวๆ อย่างเหนื่อยล้า เธอค่อยๆ ลุกขึ้นยืนและเริ่มเก็บกวาดโต๊ะอาหาร เสียงจานชามกระเบื้องกระทบกันดังแกร๊กๆ ในอ่างล้างจานสแตนเลส พิมพ์เปิดก๊อกน้ำปล่อยให้สายน้ำไหลชะล้างคราบไขมันและเศษอาหารออกไปพร้อมกับปล่อยให้น้ำตาแห่งความน้อยเนื้อต่ำใจไหลรินลงมาอาบสองแก้มเนียน เธอใช้ฟองน้ำชุบน้ำยาล้างจานขัดถูจานชามอย่างเลื่อนลอย กลิ่นมะนาวสังเคราะห์จากน้ำยาล้างจานไม่สามารถกลบความรู้สึกขมขื่นในใจได้เลย
เมื่อจัดการงานในครัวเสร็จสิ้น พิมพ์ก็เดินลากขาขึ้นบันไดกลับไปยังห้องนอนชั้นสอง เธอจัดการถอดชุดนอนที่ชื้นเหงื่อและมีกลิ่นควันไฟออกจนเรือนร่างอวบอัดเปลือยเปล่าล่อนจ้อน พิมพ์เดินเข้าไปในห้องน้ำที่ปูด้วยหินอ่อนสีขาวสะอาดตา เธอเปิดฝักบัวเร่งน้ำอุ่นจนสุด ปล่อยให้สายน้ำร้อนๆ ไหลรดลงมาั้แ่ศีรษะจรดปลายเท้า สายน้ำที่ไหลบ่าช่วยชะล้างคราบเหงื่อไคลและความเหนียวเหนอะหนะออกไป แต่ไม่อาจลบล้างความอ้างว้างในจิตใจได้
พิมพ์ยืนหลับตาพริ้มปล่อยให้สายน้ำชโลมกาย มือบางยกขึ้นลูบไล้ไปตามเรือนร่างของตนเองอย่างเชื่องช้า ััถึงความนุ่มนวลของผิวพรรณที่ได้รับการบำรุงด้วยครีมราคาแพงอย่างดี เธอเลื่อนมือมาที่หน้าอกอวบใหญ่ขนาดสามสิบเก้านิ้วที่คัดเต่งตึงและมีน้ำหนัก บีบเคล้นก้อนเนื้อนุ่มนิ่มของตนเองเบาๆ ยอดปทุมถันสีชมพูสดหดเกร็งและชูชันขึ้นสู้มือเมื่อถูกกระตุ้น พิมพ์ลูบไล้ลงมาที่หน้าท้องแบนราบและบั้นท้ายกลมกลึงที่งอนงาม ร่างกายของเธอสมบูรณ์แบบและเต็มไปด้วยแรงดึงดูดทางเพศ แต่กลับไม่มีชายใดมามอบความสุขให้เลย แม้กระทั่งสามีตัวเอง
ความ้าทางกายที่ถูกสะสมและกดทับมานานเริ่มปะทุขึ้นมาอย่างเงียบๆ ภายใต้สายน้ำอุ่น ความรู้สึกวาบหวามและรุ่มร้อนเข้าสู่ก้ของช่องท้องน้อย พิมพ์รู้สึกถึงความเปียกแฉะที่เริ่มก่อตัวขึ้นที่ร่องกุหลาบของตนเอง เธอส่ายหน้าไปมาอย่างสับสนและพยายามสะบัดความคิดฟุ้งซ่านเ่าั้ทิ้งไป
หญิงสาวรีบอาบน้ำชำระร่างกายจนสะอาด ฟอกสบู่กลิ่นหอมดอกไม้จนฟองฟุ้งไปทั่วห้องน้ำ ลบล้างความรู้สึกวาบหวามด้วยความเย็นของน้ำที่ปรับอุณหภูมิลง เมื่ออาบน้ำเสร็จ พิมพ์ก็ใช้ผ้าขนหนูเนื้อนุ่มซับตัวจนแห้งสนิท ชโลมโลชั่นบำรุงผิวกลิ่นมะลิหอมละมุนไปทั่วเรือนร่าง เธอก้าวออกมาจากห้องน้ำและเดินไปที่ตู้เสื้อผ้าไม้สักบานใหญ่
พิมพ์เลือกสวมเสื้อเชิ้ตผ้าฝ้ายสีขาวเข้ารูปที่ตัดเย็บอย่างประณีตและกางเกงสแล็คสีดำที่ดูทะมัดทะแมงแต่ยังคงเน้นให้เห็นส่วนเว้าส่วนโค้งของทรวดทรงองค์เอว เธอติดกระดุมเสื้อเชิ้ตเพียงไม่กี่เม็ด ปล่อยให้คอเสื้อแหวกกว้างเผยให้เห็นเนินอกอวบอิ่มที่ถูกดันทรงด้วยบราเซียสีครีมลูกไม้เนื้อดี รอยแยกของร่องอกลึกดูเย้ายวนสายตาโดยที่เธอไม่ได้ตั้งใจ พิมพ์แต่งหน้าอ่อนๆ ทาลิปสติกสีชมพูระเรื่อเพิ่มความสดใสให้กับใบหน้าที่ดูซีดเซียว ก่อนจะฉีดน้ำหอมกลิ่นดอกไม้ป่าอ่อนๆ ที่ข้อมือและซอกคอ
เมื่อจัดการดูแลตัวเองเสร็จเรียบร้อย พิมพ์ก็สูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อเรียกความมั่นใจ เธอเตรียมตัวลงไปเดินตรวจตราความเรียบร้อยและนับสต็อกสินค้าในโกดังด้านหลังร้าน ซึ่งเป็หน้าที่ประจำที่เธอต้องทำในทุกๆ วัน แม้จะเป็งานที่น่าเบื่อและเต็มไปด้วยฝุ่นผง แต่มันก็เป็เพียงสิ่งเดียวที่ทำให้เธอรู้สึกมีคุณค่าและมีส่วนร่วมในธุรกิจของสามี