ภพสุดท้ายกลายเป็นเซียน

    เล่มที่2 ตอนที่55 ถูกพบตัว

         "หลินหลงอยู่รึเปล่า"เยว่หลงยังคงตะโกนเรียกหลินหลง ก่อนจะเผลอตัวหมุนลูกบิดที่มิได้ล็อคเอาไว้


         กึ๊ก!
         "เปิดอยู่!?"เยว่หลงพลันเกิดความสงสัย เธอมิเคยเข้ามาในห้องของหลินหลง แต่คราวนี้มันเกิดเหตุมิคาดฝันขึ้น น่าเสียดายที่เยว่หลงเป็นคนดีคิดปิดประตูให้หลินหลงเธอจึงล็อคแล้วปิดประตูไว้เดิม เพียงแต่เธอสัมผัสได้ถึงบางสิ่งหลังจากดึงมือออกมา
         เปรี๊ยะ!
         "อาคมดับสัมผัส"เยว่หลงอุทานด้วยน้ำเสียงตกใจแล้วเปิดถือวิสาสะเปิดประตูห้องของหลินหลง
         สิ่งแรกที่เยว่หลงได้เห็นคือห้องที่มีวัตถุวิญญาณของผู้ฝึกตนนับไม่ถ้วนวางเป็นระเบียบ เธอจึงอดแปลกใจแล้วเข้ามาในห้องพร้อมปิดประตูลงอย่างมิอาจห้ามตนเองได้และในจังหวะที่ประตูถูกปิดลง หลินหลงก็เห็นร่างเยว่หลง
         ร่างผอมบางมีสัดส่วนโค้งเว้าสมบูรณ์ สูงกว่าหลินหลงพอสมควร เพราะเยว่หลงอยู่ในร่างหญิงสาววัยรุ่น ใบหน้าของเธอเป็นคนเอเชียและสวยกว่าดาวมหาลัยในกาลก่อนของนักปราชณ์หลายขุม คิ้วโค้งได้รูป ปากเล็กน่ารัก กระชากใจชายหนุ่มได้หลายคน ยกเว้นหลินหลง
         "เข้ามาได้อย่างไร"หลินหลงกล่าวเสียงเย็น ท่าทางนิ่งสงบเป็นมิตรเมื่อครู่กลายเป็นศัตรูทันที คลื่นพลังปราณขั้นจักรพรรดิวิญญาณแผ่ซ่านไปทั่วทั้งห้อง เยว่หลิงกลับนิ่งมิไหวติ่งจ้องมองหลินหลงที่ใช้ลมปราณรวบเอาทุกอย่างเก็บเข้าไปในแหวนอย่างสงบ
         "ประตูไม่ได้ล็อคไว้"เยว่หลงกล่าวไปตามจริงด้วยท่าทางร่าเริงขึ้น หลินหลงพลันขมวดคิ้วแน่น เพราะลมปราณของเขามิสามารถทำสิ่งใดเยว่หลงได้ แม้ว่าจะใช้จนถึงขีดสุดแล้วก็ตาม
         "โกหกให้ตายก็มิมีวันลืมล็อคประตู ทั้งยังมีม่านปราณถึงสองชั้นปิดกั้นไว้"หลินหลงยืนหยัดในความเชื่อมั่นของตน แต่เยว่หลงก็กล่าวออกมาจากใจจริงจนหลินหลงเริ่มไม่แน่ใจ
         "พี่ไม่ได้โกหกประตูไม่ได้ล็อคไว้จริงๆ"
         สิ้นประโยคหลินหลงยังคิดต่อไปไกลว่ามันเกิดสิ่งใดจนต้องเรียกเหล่าอสรพิษออกมาโดยมิสนใเยว่หลง
         "มันเกิดอะไรขึ้นบอกมา!"หลินหลงตะโกนเสียงดั่งลั่นร่างเงาอสรพิษสี่สายพลันปรากฎระหว่างหลินหลงและเยว่หลง ร่างเงาทั้งสี่นี้มีงูบอลไพธ่อน อสรพิษสุวรรณตาดำ อสรพิษสุวรรณตาแดง และอษรพิษขาวสี่ร่างมิมีอสรพิษดำอยู่แม้แต่เงา
         "เสี่ยวเฮ่ยหายไปไหน!"หลินหลงกล่าวเสียงเย็น ความคิดของเขาคาดเดาได้ทันทีว่ามันเกิดอันใดขึ้นยามเขากำลังผิดสัมผัสบ่อมเพาะ
         "เจ้านายโปรดสงบ เสี่ยวเฮ่ยยังเด็กมีนิสัยดื้อซนเป็นธรรมดา"ไป๋ไป๋กล่าวให้หลินหลงสงบอารมณ์น่าเสียดายที่อารมณ์ของหลินหลงนั้นรุนแรงยิ่งกว่าเดิม
         "ไป๋ไป๋น่มันมิใช่นิสัย แต่เป็นสันดานเก่าที่มิอาจลบล้างได้"
         วูบ!
         สิ้นเสียงร่างของหลินหลงก็กลายเป็นเงาสีดำพุ่งออกไปทางประตู แต่ก่อนที่จะพ้นออกไปเขากลับถูกเยว่หลงคว้าจับตัวเอาไว้
         ควับ!
         หลินหลงหันไปมองเยว่หลงอย่างเอาเรื่องราวว่าถ้าไม่ปล่อยข้า ข้าจะทำให้เจ้าเสียใจ
         "ผู้ต้านสวรรค์จริงๆ"เยว่หลงกล่าวโดยมิสนใจสีหน้าท่าทางของหลินหลง เหตุที่เธอรับรู้ได้เป็นเพราะหลินหลงได้ปลดปล่อยกลิ่นอายของตนเองออกมาพร้อมสัมผัสมหาศาลเพื่อตามหาเสี่ยวเฮ่ยผู้หายไป
         "ต้านอะไรปล่อยเดี๋ยวนี้"หลินหลงพยายามดิ้นให้หลุดจากเงื้อมมือของเยว่หลง แม้ว่าหลินหลงไม่สามารถเดาได้ว่าเยว่หลงอยู่ในขั้นไหน แต่ก็พอคาดเดาได้ว่าเยว่หลงต้องอยู่ในอาณาจักรเทพขั้นปลายเป็นอย่างน้อย
         "หลินหลงตามหาอะไรอยู่ล่ะ..บางทีพี่สาวอาจจะช่วยได้นะ"
         "ไม่ต้องมายุ่งปล่อย..ฮึ่ม"สิ้นเสียงหลินหลงคลื่นลมปราณสาดประทุกระแทกร่างเยว่หลงอย่างจัง ทว่า!..คลื่นลมปราณของหลินหลงทำให้เสื้อผ้าของเยว่หลงโบกสบัดเพียงเท่านั้น แต่ถึงอย่างไรหินหลงก็ดิ้นรนอย่างมิลดละ เพราะเยว่หลงมิได้มีเจตนาสังหารเขาแม้แต่เสี้ยว
         "พี่สาวอยากช่วยเธอจริงๆกลับทำตัวไม่สุภาพอย่างนี้พี่จะช่วยสั่งสอนแทนยายของเธอ"เยว่หลงกล่าวจบก็เตรียมตัวลงไม้ลงมือกับหลินหลง หลินหลงเองพลันใช้ลมปราณตัดเสื้อตนแล้วพุ่งตัวออกไปนอกห้อง
         หลินหลงมิเข้าใจอารมณ์ของเยว่หลงที่เมื่อครู่ยังดีอยู่ แต่ไม่ถึงสามวิหลังจากที่หลินหลงใช้ออกด้วยลมปราณ เจตนาของเยว่หลงพลันกลายเป็นอยากตบตีเขา นี่ทำให้หลินหลงปรับอารมณ์ตามเยว่หลิงแทบไม่ทัน
         "หนีพี่สาวโทษจะหนักนะ"เยว่หลงกล่าวเสียงดุ
         "พี่สาว? ผมไม่มีพี่สาวบ้าๆบอๆอย่างนี้หรอก..คนบ้าอะไรทำตัวยังกะประจำเดือนมา"หลินหลงกล่าวลดเสียงลงในประโยคหลัง มันเป็นหนึ่งถ้อยคำที่นักปราชณ์ใช้เวลาพบกับหญิงสาวเจ้าอารมณ์
         "เพ้ย! ใครประจำเดือนมา!?"เยว่หลงยิงสายตาคมกริบใส่หลินหลงกจนเขาต้องหลบหน้า นอกจากนี้ยังเดินต่อไปอย่างไม่ใส่ใจพลางกวักมือเบาๆเรียกสี่อสรพิษให้ตามมา
         ฟุบ ฟุบ ฟุบ ฟุบ!
         ร่างเงาสี่สายพุ่งเข้าไปใต้ชุดของหลินหลง ก่อนเยว่หลงจะตะโกนเสียงดังจนหลินหลงยืนงงไปครู่นึง
         "จะไปไหน!! หลินหลงพี่สาวต้องลงโทษเธอก่อน"
         "ไปไหนมันของเรื่องของข้าสิวะ คนบ้าอย่างแกอย่ามาพ่นวาจาให้เสียหู"หลินหลงกล่าวอย่างเหลืออดจนหลุดกล่าวเฉกเช่นกาลก่อน เพราะหลินหลงมิสามารถอดทนได้อีกต่อไป เหตุผลหลักๆย่อมมากจากเยว่หลงที่อยู่ๆก็กล่าวเช่นนี้ แม้ว่าจะเจออยู่บ่อยครั้งทั้งยังทำเช่นนี้หลินหลงมิชอบเป็นที่สุด
         กายาล่องหน!
         "หายตัวไปก็ไม่ช่วยอะไรหรอก พี่สาวมองเห็น"
         หลินหลงมิได้เพียงล่องหน แต่เขานั้นใช้ออกด้วยท่าเท้าเมฆล่องพุ่งออกไปรวดเร็วในทันที ทว่า!..เยว่หลงมิได้ไล่ตามหลินหลงไป เพียงยืนมองอยู่นิ่งๆแล้วยกยิ้มอย่างสนุกสนานเล็กน้อย
         "หลินหลงต้องการเล่นวิ่งไล่จับกับพี่สาวๆจริงๆ"
         วูบ!
         .     .     .     .     .     .
         สำนักหงไห่
         ร่างไร้สติของหงนอนอยู่บนเตียงไผ่ขาว นับตั้งแต่ถูกช่วยไว้อย่างปฏิหาริย์ก็ยังไม่ลืมตาตื่นขึ้นมา ส่วนต้าไห่นั้นลืมตาตื่นขึ้นมาตั้งแต่วันแรกพาหงกลับสู่สำนักพร้อมบอกเรื่องราวที่เกิดขึ้นเท่าที่จำได้ให้รองเจ้าสำนักหงไห่ได้รับฟัง ก่อนจะขอตัวกลับไป
         ในตอนนี้มีหัวหน้าผู้อาวุโสฝ่ายโอสถเฝ้าดูแลหงตลอดเวลามาหลายเดือนแล้ว
         สำนักหงเหม่ย
         ซินเหมยผู้น่ารักกำลังนอนรักษาอาการบาดเจ็บสาหัสที่เกิดจากครั้งสู้กับครุฑ ยามนี้อาการบาดเจ็บใกล้หายเต็มที ทางฝั่งครุฑเองก็บาดเจ็บและกำลังรักษาตัวมิต่างจากซินเหมย เพียงแต่สัตว์วิญญาณออกมาอาละวาดไม่บ่อยเหมือนก่อน
         ภายใต้ทะเลลึก
         ความเงียบสงบกลับมาเป็นดั่งเดิม เพิ่มเติมคือภัยร้ายซ่อนเร้นจากปีศาจที่แอบเข้ามายามแผ่นดินใหญ่เกิดความวุ่นวาย เมื่อทุกอย่างสงบปีศาจหลายสิบตัวก็ได้ที่ซ่อนตัวอันดีเยี่ยมยากยิ่งที่จะหามันพบ นอกเสียจากจักเก่งกล้ายิ่งกว่ามัน
         -----โปรดติดตามชมตอนต่อไป-----
         ไรท์:อยากเอาตอนนี้ไปอยู่ในวันที่5จริงๆ5555 หยอกๆ ช่วงนี้ใกล้สอบลงช้าหน่อยถึงช้าโคตะระช้าๆๆเลยละพะยะค่ะ ไม่ต้องถามนะทำไมถึงลงนานจัง(เสริม!!!! ข้านั่งทำเว็บกับโปสเตอร์อยู่--)
         ติชมได้นะ

    คล้ายกับเรื่องภพสุดท้ายกลายเป็นเซียน ที่คุณอ่าน