ตอนที่1: ชิงซวน:ผู้ไร้รากปราณ
I. บทนำ: หมู่บ้านซ่อนั และไอปราณที่ถูกมองข้าม
หมู่บ้านซ่อนั เป็หมู่บ้านเล็ก ๆที่ตั้งอยู่เชิงเขาด้านนอกของอาณาจักรบำเพ็ญตนซีเหอ แม้จะมีชื่อที่ยิ่งใหญ่ทว่าในความเป็จริง ที่นี่กลับเป็เพียงจุดแวะพักที่ถูกลืมเลือนไกลจากสำนักเซียนใหญ่ ๆ และแทบจะไม่มีไอปราณหนาแน่นพอสำหรับการบำเพ็ญเพียรใด ๆ เลย
แต่ใน่สองสามเดือนที่ผ่านมานี้บรรยากาศของหมู่บ้านกลับเปลี่ยนไปอย่างเงียบเชียบ ต้นไม้ใบหญ้าเขียวชอุ่มผิดปกติผลไม้ป่ามีรสหวานราวกับถูกหล่อเลี้ยงด้วยน้ำทิพย์และอากาศยามเช้าก็เย็นสบายจนน่าประหลาดใจ สาเหตุทั้งหมดนี้มาจากร้านค้าเล็ก ๆหลังหนึ่งที่เพิ่งเปิดใหม่ตั้งอยู่ริมทางเข้าหมู่บ้าน
ร้านค้าหลังนี้มีป้ายไม้เก่า ๆแขวนอยู่ เขียนด้วยพู่กันจีนแบบเรียบง่ายว่า "ร้านของชิงซวน"เป็ร้านที่ขายของเบ็ดเตล็ดทุกชนิด ั้แ่ผ้าปัก,มีดแกะสลัก, เครื่องดนตรี, ไปจนถึงอาหารง่าย ๆ ชายหนุ่มเ้าของร้านนั้นมีชื่อว่า ชิงซวน เขาดูสง่างามและมีใบหน้าที่หล่อเหลาแต่สิ่งเดียวที่โดดเด่นน้อยกว่าความสามารถอื่น ๆ ของเขาคือ เขาไม่มีรากปราณ
เขาเคยอาศัยอยู่ในโลกเดิมคือดาวเคราะห์สีฟ้าแต่เมื่อสามเดือนก่อนไม่รู้ว่าตัวอะไรพาเขามาอยู่ในโลกแห่งนี้ โลกแห่งนี้เป็โลกของผู้บำเพ็ญเซียนผู้บำเพ็ญเซียนสามารถเหาะเหินเดินอากาศ พลิกฟ้าถล่มูเาได้ด้วยฝ่ามือเดียว ตัวเขาเองเมื่อได้มาอยู่ในโลกนี้ก็คิดหมายมั่นปั้นมือที่จะฝึกตนให้เป็ผู้ที่มีพลังเหนือคนทั้งปวงเป็ที่หนึ่งในใต้หล้า เขาจึงพยายามเริ่มต้นบำเพ็ญเพียรมาั้แ่นั้น แต่ความจริงมันช่างโหดร้ายนักเมื่อเขาพบว่าตนเองไม่มีรากปราณทำให้ไม่สามารถดูดซับไอปราณภายนอกได้เลยแม้แต่น้อยแม้แต่ไอปราณธรรมดาในหมู่บ้านเขาก็ยังดูดซับไม่ได้ เขาจึงยอมแพ้และหันมาทำสิ่งอื่นแทนนั่นคือการใช้ชีวิตแบบคนธรรมดาผู้มีทักษะหลากหลาย
“เฮ้อ... ข้ามันแย่จริงๆ เป็เพราะไอ้บ้าที่ไหนก็ไม่รู้แทนที่จปล่อยให้ข้าใช้ชีวิตอย่างสุขสบายอยู่ในโลกดาวเคราะห์สีฟ้าดันพาข้ามาอยู่ในโลกแห่งนี้ นี่เป็โลกของเซียนเชียวนะ วันดีคืนดีก็มีเซียนเหาะเหินผ่านไปผ่านมาบนฟ้าและไหนยังข่าวลือว่ามีสัตว์อสูรกินคน สำนักมารที่มักจะจับคนไปเป็เครื่องสังเวยรวมทั้งดินแดนลึกลับที่น่ากลัวอีก”ชิงซวนถอนหายใจยาวขณะล้างพู่กันในถ้วยน้ำกระเบื้องเก่า ๆ
เขาเพิ่งวาดภาพทิวทัศน์ของูเาลูกหนึ่งลงบนกระดาษหยาบๆ พู่กันในมือของเขาเคลื่อนไหวอย่างช้า ๆ แต่ละเส้นสายดูเรียบง่าย เมื่อวาดเสร็จก็วางไว้บนโต๊ะระหว่างที่รอให้หมึกที่วาดภาพแห้งสนิทเขาก็นำน้ำที่ล้างพู่กันสาดทิ้งไปในสวนหลังบ้าน
แต่สิ่งที่ชิงซวนไม่รู้ตัวเลยก็คือ ถ้าใครก็ตามที่เป็ผู้บำเพ็ญเพียรขั้นสูงได้เห็นขณะที่เขาวาดภาพจะต้องตกตะลึงเพราะในทุก ๆ ครั้งที่พู่กันจรดลงบนกระดาษจะมีไอปราณเซียนบริสุทธิ์จำนวนมหาศาลถูกอัดแน่นลงไปในเส้นสายเ่าั้อย่างเป็ธรรมชาติที่สุดและน้ำที่เขาล้างพู่กันทิ้งลงไปในสวนหลังบ้านนั้น เป็ ไอปราณเซียนา ที่กลั่นตัวจากจิติญญาเดิมของเขาเองมันเป็ไอปราณที่บริสุทธิ์และทรงพลังเหนือกว่าปราณเซียนใด ๆ ในโลกนี้และนี่คือสาเหตุที่พืชพรรณในสวนของเขาเติบโตอย่างรวดเร็วและเต็มไปด้วยพลังงานชีวิต
II. ผู้มาเยือน: ศิษย์เซียนผู้ค้นพบ "แดน์น้อย"
หลี่ิ ศิษย์เซียนฝึกหัดจากสำนักไป๋อวิ๋น สำนักเล็ก ๆที่ตั้งอยู่ในเมืองถัดไปห่างจากหมู่บ้านซ่อนั 90 ลี้เขากำลังกลับจากการทำภารกิจที่ล้มเหลวและเต็มไปด้วยความผิดหวัง กำลังเดินทางกลับไปรายงานผลต่อเ้าสำนักระหว่างที่ผ่านมาใกล้หมู่บ้านซ่อนักลับพบว่ามีไอปราณเข้มข้นได้แผ่กระจายออกมาจากหมู่บ้านแห่งนี้ทั้ง ๆ ที่เมื่อสามเดือนก่อนที่เขาเดินทางผ่านไปทำภารกิจแต่ไม่พบสิ่งผิดปกติใด ๆด้วยความสงสัยเขาจึงแวะเข้าไปที่หมู่บ้านซ่อนัเพื่อตรวจหาแหล่งที่มาของไอปราณและตรวจพบว่าไอปราณเ่าั้แผ่กระจายออกมาจากร้านค้าของชิงซวน
เมื่อเดินมาถึงหน้าร้านของชิงซวนก็พบว่าเป็ร้านค้าเล็กๆ มีสินค้าวางขายหน้าร้านไม่มากนัก ส่วนใหญ่จะเป็ภาพวาด ของแกะสลัก เครื่องดนตรีเครื่องเขียนและสินค้าจิปาถะอื่น ๆ เมื่อมองเข้าไปด้านในก็เห็นชิงซวนกำลังดื่มชาและชื่นชมภาพวาดของตัวเอง
“ท่านเ้าของร้านข้าขอเข้าไปเยี่ยมชมภายในร้านค้าของท่านได้หรือไม่” หลี่ิร้องถาม
ชิงซวนได้ยินเสียงหลี่ิก็วางภาพวาดลงใบหน้าแสดงความยินดีที่มีลูกค้าเข้ามาในร้าน
“ด้วยความยินดีขอรับ ข้าชื่อชิงซวนเป็เ้าของร้านนี้ เชิญท่านเข้ามาในร้านได้ตามสบาย” ชิงซวนกล่าวตอบ
เมื่อหลี่ิได้รับอนุญาตแล้วก็ก้าวเท้าเข้าไปภายในร้านทันทีที่หลี่ิก้าวผ่านธรณีประตู เขาก็ต้องชะงักงันร่างกายของเขารู้สึกเหมือนถูกห้อมล้อมด้วยหมอกพลังงานที่หนาแน่นจนแทบจะกลายเป็ของเหลวปราณในร่างของเขาที่เคยติดขัดกำลังไหลเวียนอย่างรวดเร็วราวกับแม่น้ำที่ถูกเปิดเขื่อนไอปราณบริสุทธิ์นี้... มันเหนือกว่าไอปราณใด ๆ ที่เขาเคยััในสำนักของเขา!
“นี่มัน...นี่มันคืออะไรกัน! นี่คือ 'แดน์น้อย' ที่ถูกซ่อนไว้ในโลกมนุษย์งั้นหรือ?!” หลี่ิกรีดร้องในใจด้วยความตกตะลึง
เขาพยายามควบคุมสีหน้าทำเป็เข้ามาดูของในร้านอย่างใจเย็น เขาเห็นชายหนุ่มรูปงาม (ชิงซวน)นั่งจิบชาอย่างสบายอารมณ์ เขาสรุปทันทีว่า ชิงซวนต้องเป็ "เทพเซียน" ที่แกล้งทำเป็คนธรรมดาเพื่อแสวงหาความสงบ
“คารวะท่านอาจารย์...เอ่อ... ท่านเ้าของร้าน ข้าชื่อหลี่ิ เป็ศิษย์เซียนฝึกหัดจากสำนักไป๋อวิ๋น”หลี่ิพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ พยายามโค้งคำนับให้ต่ำที่สุดเท่าที่จะทำได้"ข้า... ข้า้าซื้อยันต์! ยันต์ที่ทรงพลังที่สุดเท่าที่ท่านมี!"
ชิงซวนวางถ้วยชาลง เขาเลิกคิ้วอย่างงงงวย
“ยันต์? ข้าไม่ได้ขายยันต์นะ ข้าขายภาพวาด เครื่องดนตรี แล้วก็ทำอาหารตามสั่ง”ชิงซวนชี้ไปที่มุมร้าน "ถ้าท่าน้า ยันต์ จริง ๆข้ามีกระดาษที่ยังไม่ได้ใช้พร้อมกับพู่กันดี ๆ ท่านเอาไปวาดเองได้นะ"
หลี่ิตัวสั่นเขาตีความคำพูดของชิงซวนในทันที!
“สมแล้วที่เป็เทพเซียน!ท่านกำลังทดสอบข้า! ท่านบอกว่ายันต์ที่ทรงพลังที่สุดคือยันต์ที่ต้อง 'วาดด้วยจิติญญาของตนเอง' และยันต์ที่แท้จริงไม่จำเป็ต้องอยู่ในรูปแบบของยันต์เสมอไป!”
“ข้าเข้าใจแล้วครับท่านอาจารย์!”หลี่ิพูดด้วยสีหน้าจริงจังอย่างที่สุด “ถ้าเช่นนั้นข้าขอซื้อกระดาษและพู่กัน 1ชุด”
III.การมอบสมบัติ์โดยไม่ตั้งใจ
เมื่อได้รับกระดาษและพู่กันพร้อมจ่ายเงินเสร็จหลี่ิกำลังจะก้าวเท้าหันหลังกลับออกไปนอกร้าน พลันสายตาก็ไปกระทบกับภาพวาดที่ชิงซวนวางไว้และเมื่อพิจารณาอย่างจริงจังเขาก็ต้องตกตะลึงอีกครั้งเมื่อพบ“ไอปราณบริสุทธิ์ดังวิถีแห่ง์ได้แผ่ออกมาจากภาพนั้นได้ปกคลุมกดทับด้วยพลังอำนาจที่ไม่อาจขัดขืนได้จนทำให้เขาถึงกับดวงตาเบิกค้าง ตัวแข็งทื่อ ไร้เรี่ยวแรงที่จะต่อต้าน
ชิงซวนเห็นหลี่ิยืนตัวแข็งทื่อสีหน้าสับสน ดวงตาเบิกกว้าง มองภาพวาดทิวทัศน์ที่เขาวาด ก็รู้สึกแปลกใจพลางคิด
‘คิดไม่ถึงว่าผู้ฝึกตนจะสนใจภาพวาดด้วยเหมือนกันนึกว่าในหัวมีแต่เื่การฝึกตน ที่แท้ก็ยังมีสุนทรียภาพอยู่บ้าง’
“ท่านสนใจภาพวาดนี้หรือ?ข้าแค่วาดไปเรื่อย ๆ นะ ข้าเพิ่งวาดเสร็จพอดี ข้าตั้งใจจะแขวนไว้หลังร้านด้วยซ้ำไปแต่ถ้าท่านชอบจริง ๆ ก็เอาไปเถอะ หรือจะเอาไปฝากเ้าสำนักของท่านก็ได้”ชิงซวนยื่นภาพวาดให้หลี่ิ “เอาไป 1 ตำลึงเงินก็พอ”
หลี่ิรู้สึกเหมือนถูกฟ้าผ่า!ภาพวาดที่เต็มไปด้วย "วิถี์" และ "ไอปราณบริสุทธิ์"ชิ้นนี้... มีค่าแค่ 1 ตำลึงเงิน?!
“นี่คือการมอบ 'สมบัติแห่งสัจธรรม' แก่ผู้มีวาสนาโดยแท้!ท่านอาจารย์กำลังบอกว่าวิถีเซียนนั้นเรียบง่ายและไร้ราคา! ข้าโง่เขลาเกินไปแล้ว!”
หลี่ิคุกเข่าลงอย่างรวดเร็วคว้าภาพวาดมาด้วยมือที่สั่นเทา
“ขอบพระคุณท่านอาจารย์ที่ชี้แนะ!ข้าขอรับ 'ภาพวาดวิถีเซียน' นี้ไว้ด้วยความเคารพ!”เขาล้วงเงินทั้งหมดที่มี (ประมาณ 30 ตำลึงทอง)วางลงบนโต๊ะโดยไม่สนใจเงินทอน และรีบถอยออกจากร้านไปราวกับหนีผี
ชิงซวนนั่งมองเงินกองโตที่อยู่บนโต๊ะด้วยความตะลึงงัน
“คนอะไรแปลกจริง...ภาพวาดวิวธรรมดา ๆ ได้ตั้ง 30 ตำลึงทอง! รวยแล้ว ๆ”ชิงซวนยิ้มกว้างด้วยความดีใจ แต่ก็สับสนอยู่เล็กน้อย “แต่ว่า... ภาพวิถีเซียนอะไร?ข้าวาดแคู่เาเองนะ”
IV. สรุปท้ายตอน: ไอปราณกับการกลั่นตัวเป็แก่นสาร
หลังจากหลี่ิจากไปชิงซวนก็กลับไปสนใจงานของตัวเองต่อ โดยไม่รู้เลยว่าการมาเยือนของศิษย์เซียนผู้นั้นทำให้ไอปราณเซียนในร้านของเขากลั่นตัวเป็ "หมอกสีขาวจาง ๆ"ลอยอ้อยอิ่งอยู่รอบ ๆ
ชิงซวนลุกขึ้นเดินไปที่มุมร้าน หยิบ "ตะเกียบเหล็กเก่า ๆ" ที่เขาใช้คีบถ่านไฟมาปิ้งขนมปังอย่างสบายอารมณ์ตะเกียบเหล็กนั้นส่องแสงสลัว ๆ เป็ประกายเล็กน้อยเพราะถูกหล่อหลอมด้วยความร้อนจากปราณเซียนที่แฝงอยู่ในถ่านไฟมานานหลายเดือนแล้วทว่าชิงซวนกลับไม่สนใจ เขานำตะเกียบไปใช้คีบขนมปังเพื่อจิบชากินอย่างมีความสุข
ในห้องครัวเล็ก ๆที่มีแต่กลิ่นหอมกรุ่นของสมุนไพรและไอปราณบริสุทธิ์ อาหู่ แมวส้มตัวอ้วนที่ถูกชิงซวนเก็บมาเลี้ยงกำลังนอนขดตัวอยู่บน"เตาไฟดินเผา" ธรรมดา ๆ ที่ตอนนี้ได้กลายเป็ "แท่นบำเพ็ญฌาน" ที่แผ่ไอเซียนระดับสูงออกมา
อาหู่ลืมตาขึ้นเล็กน้อย มันมองไปยังชิงซวนที่กำลังเพลิดเพลินกับการจิบชาด้วยความเบื่อหน่ายแล้วก็กลับไปหลับต่อ
“เ้ามนุษย์คนนี้อีกแล้ว...ข้าเป็ถึงสัตว์เทวะา ถูกบังคับให้กินแต่อาหารมนุษย์ธรรมดาแถมยังต้องนอนบนแท่นบำเพ็ญเพียรนี้ทุกวันจนปราณฟื้นฟูเร็วเกินไป! แต่ช่างเถอะ...ตราบใดที่มีอาหารอร่อย ๆ และที่หลับสบาย ข้าก็จะเป็แค่แมวส้มี้เี ๆตัวหนึ่งต่อไป”
ชีวิตที่แสนเรียบง่ายและธรรมดาของเทพเซียนเร้นกายกำลังเริ่มต้นขึ้นโดยมีไอปราณแห่ง์หล่อเลี้ยงทุกอณูของร้านค้าที่เ้าของไม่เคยรู้ตัวเลยแม้แต่น้อย