อื๊ดๆๆ
หญิงสาวกลอกตามองบนเล็กน้อยเมื่อได้ยินเสียงโทรศัพท์มันรบกวนตอนอ่านนิยายที่ตัวเอกกำลังเข้าด้ายเข้าเข็มทำให้อารมณ์เธอวาบหวิวปลิวไหวไปตามการขยับเบียดของตัวละครจากหนังสือเล่มหนาในมือ
หญิงสาวเหลือบมองโทรศัพท์ก็เห็นว่าบ่ายสามสี่สิบห้านาทีจึงกดตัดสายแล้วหันมาสนใจหนังสือนิยายต่อ ทว่าไม่ถึงสามสิบวินาทีสายเดิมก็โทรเข้ามามันไม่ได้ถูกบันทึกไว้เธอจึงไม่รู้ว่านั่นใครและครั้งนี้หญิงสาวจึงตัดสินใจรับมันนึกภาวนาว่าขอให้ไม่ใช่เื่ไร้สาระจนทำให้เธอเสียเวลาอ่านนิยาย่สำคัญ
“สวัสดีค่ะ”
“สวัสดีค่ะคุณ….” น้ำเสียงของต้นสายดูลังเลที่จะเอ่ยชื่อเธอเล็กน้อยและฟังดูเหมือนว่าฝั่งนั้นกำลังอ่านเอกสารในมือเพราะได้ยินเสียงกระดาษดังพับ ๆแทรกเข้ามา
“คุณพิลาวรรณพิลาศลักษณ์ใช่ไหมคะ”
“ใช่ค่ะ”
“ดิฉันอรอุษาโทรจาก เดอลาเบล กรุป ค่ะ”
“เดอลาเบล กรุป เหรอคะ เอ่อ”
พิลาวรรณ ใช้เวลาไตร่ตรองว่าที่ไหนดูเหมือนว่าจะเป็หนึ่งในสักที่ที่เธอไปสมัครงานเอาไว้แต่ก่อนที่จะทันได้ถามกลับต้นสายก็พูดขึ้นก่อน
“พรุ่งนี้คุณสะดวกไหมคะพอดีว่าคุณเพลิงอยากให้คุณมาสัมภาษณ์งานและถ้าคุณพร้อมทำงานเลยคุณเพลิงจะพาคุณลงพื้นที่ทันที”
“หา ดะ เดี๋ยวนะคะ เอ่อ”
“คุณพิลาวรรณ ไม่สะดวกเหรอคะ”
“ไม่ใช่ค่ะ แต่เพลง เอ่อดิฉันสงสัยว่าตกลงเรียกไปสัมภาษณ์หรือเรียกไปทำงานเลยคะ” คำถามของหญิงสาวทำเอาอีกฝ่ายนิ่งไปชั่วครู่ก่อนหัวเราะคิกขึ้นเล็กน้อย
“น้องชื่อเล่นว่าอะไรนะคะ”
“เพลงค่ะ”
“ชื่อเพราะดีนะคะ”
‘อะไรกันตกลงโทรมาตามไปทำงานหรือโทรมากวนนิ่’ เพลง พิลาวรรณ พิลาสลักษณ์ขมวดคิ้วคิด
“ขอโทษค่ะ แต่ชื่อเล่นน้องคล้องกับชื่อเ้านายพี่น่ะเอาเป็ว่าพรุ่งนี้แปดโมงเช้าน้องสะดวกมาสัมภาษณ์งานไหมคะ”
“สะดวกค่ะ”
“ค่ะ พี่หวังว่าน้องจะมาตรงเวลานะคะน้องมาหาพี่อรอุษาก่อนที่ฝ่ายบุคคลตอนแปดโมงแล้วพี่จะพาไปพบเ้านายอีกที อ่ออย่าลืมเตรียมตัวเผื่อพร้อมทำงานนะคะ”
“ได้ค่ะ ขอบคุณค่ะ”เมื่อด้านนั้นวางสายหญิงสาวก็นั่งทำหน้างงอยู่สักพักกลอกตาไปมาวางนิยายในมือลงจินตนาการถึงงานที่กำลังจะได้ก่อนลุกขึ้นะโโลดเต้นดีใจที่ตนจะมีงานทำหลังว่างเว้นมากว่าหนึ่งเดือนครึ่งและต้องอยู่อย่างประหยัดอดออม
โชคดีเพียงว่าที่พักของเธอเป็มรดกชิ้นสุดท้ายที่เหลืออยู่เื่ค่าใช้จ่ายส่วนนี้จึงเบาใจได้รับผิดชอบเพียงปากท้องและค่าน้ำค่าไฟนับว่าดีที่ยังมีที่ซุกหัวนอนร่างบางสูงร้อยหกสิบห้าลุกออกจากมุมอ่านหนังสือเดินไปหาชุดจัดเตรียมไว้
เสื้อเชิ้ตขาวกระโปรงทรงเอถูกเอาออกมารีดพร้อมเสื้อสูทพอดีตัวสีดำ เมื่อเสร็จก็เอาแขวนแยกแล้วยกชุดอื่นมารีดต่อเผื่อว่าได้ทำงานดึกกลับมาเหนื่อยจะได้อาบน้ำนอนเลย หญิงสาวมีชุดทำงานพร้อมอยู่แล้วเพราะเธอเพิ่งลาออกจากที่ทำงานเดิมเหตุเพราะแฟนของเ้านายกล่าวหาสารพัดเพื่อจบปัญหาทั้งหมดที่ตัวเธอเองเลยคิดว่าหางานใหม่ทำคงจะดีกว่า
เพลง พิลาวรรณ พิลาสลักษณ์ หญิงสาววัยยี่สิบหกปีอยู่ลำพังในคอนโดหรูใจกลางเมืองอย่างเดียวดายเพราะเพิ่งย้ายเข้ามาหลังหมดสัญญาเช่าของคู่สามีภรรยาชาวต่างชาติจึงไม่ปล่อยเช่าต่อเพราะตนตกงานพอดีเธอคิดว่าหากยังไม่ได้งานอย่างน้อยก็มีที่พักเงินเก็บที่มีอยู่ถึงสามารถอยู่อย่างราบเรียบได้เป็ปีๆ แต่สักวันมันต้องหมด ไหนจะเื่เจ็บไข้ได้ป่วยที่คาดไม่ถึง แม้ว่าตอนนี้ตนเองจะแข็งแรงดีก็ตาม
เมื่อจัดแจงย้ายเข้าที่พักเธอก็เริ่มหางานหลายที่แต่ยังไม่ถูกเรียกและสัปดาห์ที่แล้วก็เจอประกาศของเดอลาเบล กรุป กำลัง้าเลขาหนึ่งอัตราอยู่พอดี จึงลองไปสมัครดูแถมยังใกล้ที่พักด้วยหากเป็เช่นนี้ถ้าได้งานที่นี่ก็ไม่ต้องปล่อยเช่าแล้วแต่ถ้าได้งานที่อื่นจำเป็ต้องหาที่พักใกล้ ๆ ถึงจะปล่อยเช่าหญิงสาวนึกรีดผ้าไปยิ้มไปดีใจที่ไม่ตกงานนาน
วันรุ่งขึ้น เพลง พิลาวรรณ พิลาสลักษณ์ถึงออฟฟิศฝ่ายบุคคลก่อนเวลาสิบนาที ร่างบางหย่อนตัวลงนั่งบนเก้าอี้แถวที่ตั้งอยู่หน้าห้องฝ่ายบุคคลรอจนถึงแปดโมงเช้าจวบจนอรอุษาเดินเข้ามาด้านข้างพร้อมกับเสียงส้นสูงสองนิ้ว
“น้องเพลงใช่ไหมคะ”
“ใช่ค่ะ สวัสดีค่ะพี่อรอุษา” เพลงลุกขึ้นยกมือไหว้หัวหน้าฝ่ายบุคคลที่เคยรับใบสมัครจากมือเธออย่างนอบน้อม
“สวัสดีค่ะ น้องเพลงกินอะไรมาหรือยัง”
“เรียบร้อยแล้วค่ะ”
“ดีมากอีกประมาณสามสิบนาทีบอสน่าจะมาถึงน้องเพลงช่วยรอประเดี๋ยวนะคะ
“ได้ค่ะ”
อรอุษายิ้มอ่อนให้หญิงสาวอย่างเอ็นดูแล้วเดินเลี้ยวเข้าประตูที่คนมาก่อนเปิดอ้าไว้ขยับเข้าหย่อนตัวนั่งลงโต๊ะทำงานประจำตำแหน่งของตัวเองหลังวางกระเป๋าถือไว้มุมซ้ายของโต๊ะทว่าก้นกลมยังไม่ทันอุ่นดีสายภายในก็ดังขึ้นมือของหญิงสาวรีบรับแบบอัตโนมัติทันทีแต่ในใจก็คิดว่าใครกันโทรมาแต่เช้าขนาดนี้
“คุณอรเื่ถึงไหนแล้วครับได้ตามเธอมาหรือเปล่า”
“อุ๊ย คุณเพลิงเหรอคะ”
“ครับ”
“ตอนนี้น้องนั่งรออยู่หน้าออฟฟิศฝ่ายบุคคลค่ะ”
“ดีมาก เช่นนั้นรบกวนคุณอรพาเธอมาได้เลยครับตอนนี้ผมรออยู่ออฟฟิศแล้ว”
“ได้ค่ะ อรจะพาน้องไปเดี๋ยวนี้” หลังวางสายอรอุษาหยิบเอาเอกสารที่ เพลง พิลาวรรณ พิลาสลักษณ์กรอกไว้ติดมือไปด้วย
“น้องเพลงบอสมาแล้วค่ะ”
“อุ๊ยทำไมมาเร็วจังคะ” พิลาวรรณแปลกใจแต่ก็ดีใจที่ไม่ต้องทนนั่งรอนานและอาจมาช้ากว่าที่บอกไว้ตอนแรก
“สงสัยคงจะรีบมารอสัมภาษณ์น้องมั้งคะ เพราะว่า่นี้ธุรกิจรัดตัวมากั้แ่เลขาคนก่อนลาออกคุณเพลิงก็วุ่นกับเื่เอกสารคนเดียวตลอด ไหนจะออกไปติดตามสินค้ากับคู่ค้าและเข้าบริษัทในเครืออีก”
“เอ่อขอโทษที่เสียมารยาทนะคะพี่อรอุษาพอดีหนูมีเื่สงสัย”
“ค่ะ ว่ามาเลย”
“ทำไมเลขาคนก่อนลาออกล่ะคะ คงไม่ใช่...”หญิงสาวลังเลไม่กล้าที่จะพูดต่อภาวนาให้คำตอบไม่เป็ไปอย่างที่ตัวเองคิด
“เธอไปเพราะปัญหาสุขภาพค่ะ”