……
วิศณีตุลย์ได้หนังสือที่คิดว่าตัวเองนั้นสามารถที่จะอ่านได้มาสามเล่ม แต่ในใจความของภาษานั้นอาจจะต้องให้คนช่วยแปลให้เธอฟังอีกทีก็ได้ เพราะมันเป็ภาษาเขียนจึงจะดูยากกว่าภาษาพูดที่พวกเขาได้ใช้กันอยู่อย่างในตอนนี้
อาร์มมิ่งไวท์พยายามเก็บงำความคิดที่กำลังก้าวะโไปไกลของเขาจากภวังค์ในจิตใจ และมองดูที่หนังสือที่วิศณีตุลย์ได้เลือกมานั้น
“ นั่น!! มันคือศาสตร์แห่งกาลเวลานี่นา!!.. และนี่ก็นักปราชญ์ผู้ท่องเที่ยว!! กับสถานที่ที่สำคัญๆของโลก.. นี่เ้า!! เ้าอยากจะไปเที่ยวที่ไหนกันแน่ ? หรือว่าชอบอ่านอะไรในแบบนี้กัน.. ” อาร์มมิ่งถามวิศณีตุลย์ด้วยความสงสัย
“ เอ่อ..ฉานก่อยากจะรู้ว่ามีที่หนาสำคัญๆบ้างนาขาท่าน เพื่อวันหลาจาด้ายปายเที่ยวบ้างก่อแค่น้าน ( เอ่อ..ฉันก็อยากจะรู้ว่ามีที่ไหนสำคัญๆบ้างน่ะค่ะท่าน เพื่อวันหลังจะได้ไปเที่ยวบ้างก็แค่นั้น ) ” วิศณีตุลย์รีบตอบออกไปเพื่อไม่ให้อาร์มมิ่งต้องสงสัย
“ อย่างนั้นเหรอ ? ” อาร์มมิ่งพยายามเข้าใจในตัวของเธอ
‘ อ๋อ.. อาจจะเป็เพราะว่านางกำลังเหงามากเกินไปล่ะมั้ง เลยคิดที่อยากจะออกไปเที่ยว ไอ้เราก็ไม่ค่อยจะมีเวลาให้กับเธอเสียด้วยสิ!! งานเยอะเกินไป.. แต่เอ.. นี่ก็ใกล้จะถึงวันที่เ้ากัสต้าจัดจะงานเลี้ยงเสียแล้วสินะ แต่นางก็ไปด้วยไม่ได้อีก น่าเสียดายจัง เมื่อไหร่ข้าจะสามารถเอานางออกไปเชิดหน้าและชูตาได้เสียทีนะ ข้าในยามนี้ช่างเหมือนกับคนเห็นแก่ตัวเสียจริง ’
“ อืม.. ตามใจเ้าก็แล้วกัน ถ้าอยากได้อะไรเพิ่มอีกล่ะก็ ข้าอนุญาตให้เ้าสามารถเข้ามาหยิบหนังสือได้ตลอดเวลาเลยนะตุลย์ แล้วข้าจะสั่งเฮวส์เอาไว้ เขาจะได้ไม่มาต่อว่าเ้าอีก ” อาร์มมิ่งยิ้มแบบอบอุ่นให้กับวิศณีตุลย์อย่างไม่น่าเชื่อ เพราะว่าอาร์มมิ่งรู้จักและเข้าใจในตัวของพ่อบ้านของเขาดี ว่าเฮวส์นั้นรู้สึกอย่างไรกับวิศณีตุลย์
“ ขอบคุณขาท่าน.. ( ขอบคุณค่ะท่าน.. ) ” วิศณีตุลย์กล่าวขอบคุณอาร์มมิ่งและก็ขอตัวกลับไปที่ห้องของเธอ..
……..
ที่วิศณีตุลย์นั้นได้เลือกเอาหนังสือเกี่ยวกับการเดินทางมาอ่านนั้น มันก็มีความหมายนะ!? เพราะอย่างเล่มสถานที่สำคัญๆของโลกนั้นก็เลือกมาเพราะเพียงเธออยากจะรู้จักว่าที่ดินแดนแห่งนี้ ที่ตัวของเธอได้หลงมาอยู่ไปแล้วนั้น..มันมีอะไรบ้าง ? และอีกอย่างถ้าเธอ้าจะไป หรือเดินทางไปด้วยการเคลื่อนย้าย เธออาจจะต้องรู้จักชื่อของสถานที่ที่จะไปด้วยก็ได้ เพราะวิศณีตุลย์นั้นยังไม่เคยใช้ของปลุกเสกที่อาเทนได้ลงเวทย์กำกับเอาไว้ให้เลย
ถึงอาเทนติยูสจะบอกว่า แค่เอ่ยชื่อของเขาในตอนที่คับขันแล้วมันจะทำงานโดยสามารถเคลื่อนย้ายตัวเธอไปให้พ้นจากสถานที่ที่เธออยู่ในตอนนั้น แต่ถ้าจำเป็จริงๆวิศณีตุลย์ก็ยังอยากจะสามารถกำหนดพิกัดที่จะไปได้นั่นเอง
แต่ตัวของเธอยังไม่เคยรู้จักแผนที่ของโลกใบนี้เลยนี่นา และก็ไม่รู้จริงๆด้วยว่า อะไรอยู่ที่ไหน ? และเธอต้องทำอย่างไร ? เพราะแบบนั้นหนังสือนี่จะเป็ใบเบิกทางให้แก่เธอในการที่จะศึกษาภูมิประเทศและเขตต่าง ๆ
“ ไหน..? มาลองดูกันสิว่ามีอะไรบ้าง ? ” วิศณีตุลย์บ่นพึมพำอย่างสนใจ
วิศณีตุลย์เปิดหนังสือก็เจอกับแผนที่ของโลกในดินแดนที่เธอได้หลงเข้ามาเป็ครั้งแรก เธอก็พบว่าในเวลานี้เธอได้อยู่ที่แคว้น ฮัมเบิร์ต และมันดูห่างไกลกับจักรวรรดิอาเทนติยูสมากเลย แถมถ้าเดินทางไปทางภาคพื้นดินแล้วล่ะก็..
ชาตินี้เธอคงจะหลงทาง และตายอยู่ในป่าเขาอย่างแน่นอน ถ้าไม่อย่างนั้นด้วยเพราะเธอในตอนนี้เป็ะฆ่าไม่ตายอาจจะทรมานซ้ำแล้ว..ซ้ำอีก..จนต้องร้องขอความตายเพื่อให้ตัวเองได้หลุดพ้นไปจากดินแดนแห่งนี้เป็แน่
อย่างน้อยวิศณีตุลย์เธอก็สามารถรู้ได้ว่า ณ เวลานี้เธออยู่ในตำแหน่งและทิศทางใด แต่ภาษาของที่นี่ยังคงทำให้วิศณีตุลย์ยังคงสับสนอยู่นั่นเอง คงต้องค่อยๆอ่านค่อยๆศึกษากันไปนั่นแหละนะ..
……
ณ ห้องอาหารของกัสต้า
ในที่สุดก็ถึงวัน..ที่มีงานจัดเลี้ยงเสียที ผ่านเวลามาถึงสิบวันเต็มแล้วที่กัสต้าได้ส่งการ์ดเชิญไปยังบุคคลสำคัญๆต่าง ๆที่พอจะเป็แขกรับเชิญในงานได้อย่างสมเกียรติและสมฐานะของตำแหน่งดยุกคนใหม่ของตระกูล
ซึ่งแม้ว่าจะเป็ดยุกในตำนาน..ที่ในเวลานี้..ได้กลายเป็ดยุกที่หมดอำนาจและถดถอยจนแทบจะไม่มีใครรู้จักกันอยู่แล้ว..
ขนาดคนในราชวงศ์ยังหลงลืมไปอย่างสิ้นเชิง แต่กัสต้ากลับหยิบยื่นโอกาสงามๆในครั้งนี้ให้แก่คนในตระกูลอาร์เมียส จนกิลลาติทายาทที่ในตอนนี้..ได้เป็ดยุกคนใหม่ ป้ายแดงไปแล้วนั้น ต้องกลับมามีความรู้สึกที่ตื่นเต้นและยินดีกับการได้รับเลือกเป็ดยุกที่มีเกียรติในครั้งนี้
ที่ห้องอาหารของกัสต้านั้น เขาได้จัดงานเลี้ยงต้อนรับดยุกกิลลาติ อาร์เมียสได้อย่างอลังกาลและดูฟู่ฟ่าจนแเื่ที่มาในงานนั้น ต่างก็พูดกันปากต่อปากว่ามันยอดเยี่ยมไปแค่ไหน ทั้งดนตรีที่แสนจะไพเราะและอาหารที่ดูล้ำเลิศกว่าใครๆ ไม่แพ้คนในตระกูลของชนชั้นสูงเลยแม้แต่น้อย
อีกทั้งยังมีผู้นำแห่งแคว้นฮัมเบิร์ตเข้ามาในงาน ( อาร์มมิ่ง ไวท์ ) ยังผลให้สาวๆทั้งรุ่นเล็กและรุ่นใหญ่ ทั้งเลดี้และชนชั้นสูงที่อยู่ในงานต่างก็กรี๊ดกร๊าดกันน่าดู ด้วยเพราะความหล่อ สไตล์หนุ่มมาดขรึมดูเนี้ยบแต่มีเสน่ห์แบบคนโสดสไตล์ผู้ดี และด้วยสายตาอันแพรวพราวของอาร์มมิ่งนั่นเองนั้น จนทำให้กิลลาติก็ต้องสนใจและหันกลับไปกระซิบถามกับกัสต้าว่าท่านผู้นั้นนั่นคือใคร ?
ก็พอดีกับที่อาร์มมิ่งเดินมาถึงพวกเขาพอดี
“ อ้อ..นี่คือท่านผู้นำแห่งแคว้นฮัมเบิร์ต ท่านอาร์มมิ่งไวท์ครับท่านดยุก ” กัสต้าผายมือและแนะนำอาร์มมิ่งให้กิลลาติรู้จัก
“ อ้อ..ครับ ยินดีที่ได้รู้จักกับท่านผู้นำอาร์มมิ่งไวท์นะครับ ผมดยุกกิลลาติครับ ” กิลลาติทำความเคารพโดยเอามือทาบที่อกและโค้งหัวแค่ประมาณ 45 องศาเห็นจะได้
อาร์มมิ่งไวท์มองดูกิริยาที่กิลลาตินั้นได้นอบน้อมต่อเขาก็ได้รู้สึกพอใจเป็อย่างมาก เขาจึงรู้เลยว่าดยุกคนใหม่ท่านนี้นั้น มีความเป็สุภาพบุรุษชนเป็อย่างสูง น่าจะคบหาเป็มิตรและทำการค้าได้เป็อย่างดีแน่นอน แต่นี่อาจจะเป็เล่ห์เหลี่ยมและกลอุบายจากกัสต้าก็เป็ได้ เขาจึงยังไม่แสดงออกถึงท่าทางอะไรมากนัก
กิลลาติได้เชื้อเชิญอาร์มมิ่งไวท์ไปยังห้องพักวีไอพี ที่กัสต้าได้จัดเอาไว้เพิ่มเติมจากโต๊ะงานเลี้ยงทั่วๆไป ห้องวีไอพีนี้จะเป็ห้องที่เป็กระจกใสอยู่บนชั้นที่สองของงานเลี้ยง จะมีโต๊ะอาหารเพียงแค่ชุดเดียวเพื่อแยกจากคนมากมายที่งานเลี้ยงเพื่อความเป็ส่วนตัว แต่ก็สามารถมองเห็นคนในงานได้เป็อย่างดี เพราะว่าเป็กระจกใสล้อมรอบ
ส่วนด้านล่างของงานเลี้ยงนั้น จะจัดเป็โถงกว้างๆและมีเวทีอยู่ตรงกลางงานเพื่อบรรเลงดนตรีคลาสสิคและเพลงเพราะๆตามคำเรียกร้องของแเื่ที่มาในงานได้เป็อย่างดี อีกทั้งอาหารและพนักงานที่ให้บริการนั้นก็เพียงพอต่อความ้าของชนชั้นสูงของที่นี่ เพราะกัสต้าเข้าใจพวกชนชาวเมืองของแคว้นฮัมเบิร์ตนี้ดี ว่าพวกเขานั้นจะชอบอะไรที่มันดูดี และล้ำค่าเป็อย่างมาก เขาจึงจัดอาหารให้มันดูหรูหรา และดูราคาแพงเกินกว่าราคาของความเป็จริงของมันให้เกินไปถึงกว่าสิบเท่าตัว
ส่วนทางด้านกิลลาตินั้นก็รู้สึกยินดีเป็อย่างมาก ที่เขาได้การต้อนรับอย่างอบอุ่นและมีเกียรติจากกัสต้าและผู้คนจากชนชั้นสูงของที่นี่ จนกระทั่ง..
ไรเทนต์ อาซเตอร์ได้มาถึง เขาได้ลงจากรถม้าที่ดูเว่อร์วังเกินเบอร์ และร่างกายที่ดูบึกบึนหุ่นแบบมีกล้ามที่ไม่ได้หนาเทอะทะ แต่ดูสมส่วนไปทั้งความสูงที่ทำให้ไรเทนต์นั้นดูเท่ จนทำให้พวกสาวๆที่อยู่กันในงานเลี้ยง เป็ต้องเหลียวหลังหันกลับมามองกันจนคอแทบจะหัก เพราะว่าความหล่อแบบกระชากใจของไรเทนต์นั้น ดาเมจมันช่างรุนแรงเสียเหลือเกิน!!.. ทั้งทรงผมที่ดูเซอร์ของเขา สีผมสีขาวที่สว่างจ้าจนแสบตา ดวงตาสีแดงเข้มสดมันช่างเหมือนกับดวงตาของัที่น่าหวั่นเกรง หน้านิ่งๆ ของเขาเวลาที่เดินผ่านผู้คน จึงทำให้ทุกๆ ท่านแทบจะลืมหายใจกันไปเลยทีเดียว เพราะว่าความวิตกและกลัวเกรงต่อบารมีและอำนาจของจักรวรรดิอินเทอร์โฟกันเป็อย่างมาก
แทบไม่อยากจะเชื่อสายตา.. กิลลาติและผู้คนที่อยู่ในงานเลี้ยงต่างก็อึ้งกันไปแทบจะทั้งนั้น เพราะโดยปรกติแล้ว ไรเทนต์แทบจะไม่ออกไปงานเลี้ยงที่ไหนเลย ขนาดอาร์มมิ่งไวท์ที่เป็สหายในวัยเด็กนั้น เคยชวนหลายต่อหลายครั้งแล้ว ไรเทนต์ก็ยังไม่เคยจะสนใจ จะมีก็ครั้งล่าสุดที่มาและเกิดการเข้าใจผิดกันจนมีการกระทบกระทั่งกันไป ก็เพราะพวกทหารมันสื่อสารกันไม่ดี ส่งข้อความกันไปแบบผิดๆ และทั้งคู่ในตอนนี้ก็ยังไม่ได้คืนดีกันอยู่เลย..
กัสต้าออกมาต้อนรับไรเทนต์ และกิลลาติก็ตามมาด้วย เขาทำความเคารพท่านผู้นำไรเทนต์อย่างสุภาพ ไรเทนต์มองแบบไม่ค่อยจะสนใจอะไรเท่าไหร่นัก ( เพราะโดยส่วนตัวแล้วไรเทนต์ค่อนข้างที่จะเป็คนเก็บตัว แต่ชอบทำตัวสบายๆ ) กิลลาติจึงเชิญไรเทนต์ให้ไปพักที่ห้องวีไอพีอีกด้วยเช่นกัน
ซึ่งในห้องวีไอพีนี้นั้นก็เหมือนกันกับห้องของอาร์มมิ่งที่เข้าไปในตอนก่อนหน้านี้ แต่จะอยู่ฝั่งตรงกันข้ามกับของไรเทนต์ จึงทำให้ทั้งคู่เห็นหน้ากันแต่ไม่มีทางที่จะได้ยินเสียงหรือได้คุยกันเป็แน่แท้ ถ้าไม่ได้เดินเข้ามาหาซึ่งกันและกันก่อน
ที่กัสต้าจัดห้องวีไอพีแบบแยกกันในแบบนี้ก็เพราะ.. อย่างแรกก็คงจะเพื่อความเป็ส่วนตัว.. และอย่างที่สองก็เพื่อที่จะได้เข้าไปคุยธุระหรือจุดประสงค์กับไรเทนต์เพื่อประโยชน์ของเขานั่นเอง..
ไรเทนต์นั่งแบบสบายๆ เมื่อเขาได้เข้าไปในห้องวีไอพีแล้ว เขาก็ไม่ได้สนใจในอาหารหรือเสียงเพลงอะไรนั่นเลยสักนิด แต่เขานั่งมองทะลุกระจกของฝั่งของเขาไปยังห้องวีไอพีที่อยู่ฝั่งตรงข้าม นั่นก็คือห้องที่อาร์มมิ่งไวท์นั่งอยู่นั่นเอง เมื่อสายตาของคนทั้งคู่ประสานกัน ไรเทนต์ก็ยิ้มเยาะออกมาอย่างหน้าตาที่กวนบาทาอีกฝ่ายเป็อย่างมาก
อาร์มมิ่งนั้น..เขาก็เห็นแต่เขาก็ไม่สนใจเพื่อไม่อยากให้มีเื่วุ่นวายในวันดีดีของตระกูลอาร์เมียสไปเสียอย่างนั้นหรอก.. และอาร์มมิ่งก็้าให้ธุระที่เขาจะต้องมาคุยและดำเนินไปในวันนี้นั้น..เสร็จแบบเร็วไว เขาจะได้เดินทางกลับบ้านไปเพื่อกลับไปพักผ่อนเสียที!! แต่เขายังต้องคุยธุรกิจเื่การค้าต่าง ๆที่พวกเขาจะต้องเป็คนริเริ่มกับคนในตระกูลของอาร์เมียสด้วยนี่สิ.. อาร์มมิ่งเลยต้องอยู่รอต่อเพื่อธุระของเขาก่อน
ไรเทนต์เริ่มเอน กายเพื่อที่จะนอนอย่างสบายขึ้น พวกพนักงานที่เข้ามาเสิร์ฟอาหารจึงได้เริ่มดึงผ้าม่านลงเพื่อเอามาปิด และบังเพื่อไม่ให้ผู้คนจากภายนอกได้เห็น
กัสต้าก็ได้เดินเข้ามาในห้องวีไอพีของที่ไรเทนต์อยู่
“ ขอโทษนะขอรับที่ทำให้ท่านต้องรอข้านานเกินไป พอดีว่าตอนนี้มันยุ่งๆนิดหน่อยน่ะขอรับ ” กัสต้ารายงานแก่ไรเทนต์อย่างคนที่กระลิ้มกระเกลี่ยและ้าผลประโยชน์จากเขาอย่างออกหน้าออกตา
ไรเทนต์เกลียดการกระทำของคนแบบอย่างกัสต้าเป็ที่สุด แต่เขาก็ทำเป็มองข้ามไปเพื่อสิ่งสำคัญที่เขาอยากจะรับรู้ นั่นก็คือเื่ราวของวิศณีตุลย์ที่กัสต้าได้เขียนเล่ามาในจดหมายด่วนนั่น!!
“ ไหนว่าเ้าบอกแก่ข้าว่าอย่างไรนะ ? ว่า..ผู้หญิงผมดำผู้นั้น ที่ตอนครั้งก่อน..มาอยู่กับเ้าอย่างนั้นรึ ? ” ไรเทนต์ถามกัสต้าออกมาอย่างตรงๆเลย เพราะเขา้าที่จะรับรู้ความเป็จริงในเวลานี้ที่สุด
“ ใช่แล้วขอรับ.. แต่ว่า.. เอ่อ.. ” กัสต้าก้มหน้าก้มตาเพราะไม่กล้าที่จะเอ่ยอะไรต่อ.. ด้วยเพราะกลัวเกรงต่อภัยที่จะอันตรายต่อตัวของเขา
“ เป็อะไรอีก!! มีเื่อะไร ? ก็รีบๆพูดออกมาสิ ข้ารำคาญไอ้อาการเช่นนี้ของเ้า ” ไรเทนต์เริ่มหงุดหงิดขึ้นมาแล้ว
“ เอ่อ.. ท่านต้องสัญญากับข้าก่อนว่า ถ้าหากว่า..ข้าพูดออกมาแล้วท่านจะต้องไม่โกรธ และไม่คิดที่จะทำร้ายข้านะขอรับ ” กัสต้ายังคงระแวงต่อไรเทนต์ในเวลานี้เป็อย่างมาก ด้วยเพราะว่าเขานั้นมีชื่อเสียงในทางด้านลบเสียมากกว่าด้านดีเสียอีก อย่างการเป็คนที่มีจิตใจโเี้ และน่ากลัวสามารถฆ่าคนได้ทั้งๆที่ยังยืนยิ้มอยู่อะไรเทือกนี้.. อ่านะ
“ วะ!!.. นี่เ้าอยากจะมายั่วโมโหข้าใช่ไหม ? หรือว่าเ้าอยากจะตายกันแน่.. ” ไรเทนต์เริ่มคำรามอยู่ในลำคอของเขาอย่างเย็นะเื สายตาที่ดูน่ากลัวของเขาแผ่รัศมีได้อย่างน่าหวั่นเกรง กัสต้าในตอนนี้นั้นไม่กล้าที่จะไปล้อเล่นอะไรกับเขาอีกเป็แน่
“ หามิได้ขอรับ..ท่าน.. เอ่อในเวลานี้ ก่อนหน้าที่ท่านจะมาได้ไม่นานนั้น นางผู้นั้นยังอยู่กับข้าที่ห้องอาหารแห่งนี้อยู่เลยขอรับ.. แต่ได้มีคนมาจับเอาตัวของนางไปน่ะขอรับ ข้าคิดว่าจะต้องเป็คนของทางตระกูลไวท์เป็อย่างแน่นอนเลยขอรับ ” กัสต้าละล่ำละลักพูดออกมาอย่างไม่ค่อยจะปะติดปะต่อเท่าไหร่นัก ด้วยความกลัวว่าไรเทนต์จะโกรธและโมโหจนถึงกับฆ่าเขาเพื่อความพอใจของตนจากการที่เขานั้นรักษาคนเอาไว้ไม่ได้
“ เ้ามั่นใจได้อย่างไรว่าเป็คนของตระกูลไวท์ ” ไรเทนต์กลับทำน้ำเสียงเรียบเฉยผิดแผกจากที่กัสต้าได้คิดนัก..