“เป็อะไรหรือเปล่าเนี้ย!!?? ดูหน้าเหมือนคนอมทุกข์ เหมือนคนพึ่งอกหักมาเลยนะ!!??......”
เออนันต์สังเกตุเห็นสีหน้าท่าทาง ที่ดูเศร้าหมองไม่สดชื่น ก็ถามขึ้นด้วยความเป็ห่วงเป็ใยวิราศนิรา เพราะทุกครั้งที่เ้าหล่อนมานั่งดื่มนั่งทานอาหารอยู่ที่ร้าน สีหน้าท่าทางก็ไม่ใช่อย่างนี้ สีหน้าดูสดชื่นร่าเริงกว่านี้มากมายนัก
“ก็อกหักน่ะสิ”
วิราศนิราตอบคำถามนั้นไปตามความเป็จริง ที่ตนเองกำลังประสบ กับความทุกข์ทรมานใจอยู่ ณ เวลานี้ จนทำให้จากที่เป็คนร่าเริง สดใส กลับกลายเป็สีหน้าอมทุกข์ เศร้าโศก อยู่อย่างนี้มาเกือบอาทิตย์แล้ว
“โอ๊ะ!!...... งั้นเดี๋ยวมาคุยนะ เดี๋ยวไปเอาเบียร์มาให้ก่อน”
เออนันต์ได้ยินอย่างนั้น ก็ดูเหมือนจะได้พูดคุยกันยาว จึงเบรคคำพูดต่างๆ เอาไว้ก่อน แล้วเดินออกห่างจากโต๊ะที่วิราศนิรานั่ง เพื่อไปเอาเครื่องดื่มที่วิราศนิราสั่งมาให้ ซึ่งไม่ถึงห้านาที เออนันต์ก็เดินมาพร้อมกับในมือถือแก้วเครื่องดื่ม มาวางลงตรงหน้าวิราศนิรา
“มีอะไรอยากจะระบายให้ฟังไหม??”
วิราศนิรายื่นมือเรียวเล็กไปหยิบแก้วนั้นขึ้นมาดื่มรวดเดียว น้ำสีสวยหายไปเกือบครึ่งแก้ว เออนันต์ก็มองดูหญิงสาว ด้วยสายตาเป็ห่วงเป็ใย พอเห็นว่าหญิงสาววางแก้วเครื่องดื่มลงไว้ที่โต๊ะ เออนันต์ก็จีบปากจีบคอถาม เผื่อว่าเพื่อนกึ่งลูกค้าคนนี้ อยากจะระบายความอึดอัดใจออกมา จะได้ปลดปล่อยไปบ้างไม่มากก็น้อย
“ยังไม่อยากเล่าอ่ะ วันนี้อยากเมามากกว่า”
วิราศนิราพูดอย่างไม่รู้จะเล่าให้ฟังยังไงดี เพราะตอนนี้ทุกสิ่งอย่างมันตีกันจนวุ่นวาย จนจับต้นชนปลายไม่ถูก และอีกอยากคือไม่อยากจะให้ใครเห็นน้ำตาแห่งความอ่อนแอของเธอในตอนนี้ด้วย หากว่าบอกเล่าไป มีหวังน้ำตาเ้ากรรมคงไหลออกมา อย่างอดกลั้นเอาไว้ไม่อยู่อย่างแน่นอน
“โอเค!! งั้นก็ดื่มเบาๆ ค่อยๆ ดื่มไปล่ะ เดี๋ยวจะเอาซะก่อน เดี๋ยวมานะไปสั่งอาหารมาให้รองท้อง จะได้ไม่เมาเร็วจนเกินไป”
เออนันต์ก็ไม่เซ้าซี้อะไรให้มากความ ทำเพียงแค่ปรามๆ เพราะไม่อยากจะให้วิราศนิราเมามาย จนกลับบ้านกลับช่องไม่ไหว เออนันต์กล่าวจบก็เดินห่างออกจากโต๊ะที่วิราศนิรานั่ง หายเข้าไปภายในร้าน ซึ่งตรงที่วิราศนิรานั่งอยู่นั้นเป็โซนข้างหน้าร้าน
ร้านกึ่งบาร์กึ่งร้านอาหารแห่งนี้ มีด้วยกันสองโซน คือโซนหน้าร้าน กับโซนภายในร้าน เวลาที่วิราศนิรามานั่งดื่มนั่งทานที่ร้านนี้ เธอจะชอบนั่งอยู่ที่โซนหน้าร้านมากกว่า เข้าไปนั่งตากแอร์อยู่ภายในร้าน เพราะโซนหน้าร้านจะได้เห็นวิว เห็นผู้คนมากมาย เธอชอบนั่งมองเพลินๆ
“นี่อาหารอันนี้ เราให้เธอไม่คิดตังค์นะ ทานรองท้องซะ จะได้ไม่เมาเร็ว”
ประมาณสิบห้านาที เออนันต์ก็ถือจานอาหารมาวางลงที่โต๊ะของวิราศนิรา พร้อมกันนั้นก็จีบปากจีบคอบอก ให้หญิงสาวได้รู้ไปด้วย ขณะที่พูดก็มองดูด้วยสายตาแห่งความเป็ห่วงเป็ใย และสงสาร
“ขอบคุณนะ”
วิราศนิรากล่าวขอบคุณ พร้อมกับส่งยิ้มจืดๆ ไปให้อย่างฝืนๆ ยื่นมือเรียวเล็กไปหยิบช้อนส้อมตักอาหารเข้าปาก เคี้ยวแบบเนื่องๆ เหมือนกับว่าอาหารที่เอาเข้าปากนั้น ไม่มีรสชาติ แต่จริงๆ แล้วอาหารที่ร้านแห่งนี้ อร่อยหมดทุกอย่าง เพียงแค่ว่าต่อมรับรสของเธอมันหยุดทำงานไปชั่วขณะเท่านั้นเอง
“มีลูกค้ามา เดี๋ยวไปต้อนรับลูกค้าก่อนนะ แล้วเดี๋ยวจะมาเมาส์มอยด้วย”
เออนันต์หันเป็เห็นลูกค้ากลุ่มหนึ่ง ที่มากันสี่คน เดินตรงหน้ามาบริเวณร้าน จึงหันมาพูดบอกกล่าวกับวิราศนิราให้รับรู้รับทราบ วิราศนิราจึงทำเพียงยิ้มรับคำบอกกล่าวนั้นบางๆ แล้วยกแก้วเครื่องดื่มขึ้นมาดื่ม
กลุ่มลูกค้าคนใหม่ที่เดินเข้ามาในบริเวณร้าน เป็กลุ่มผู้ชายชาวต่างชาติ แต่จริงๆ ร้านนี้ก็มีแต่ชาวต่างชาติที่มาดื่มกินเป็ปกติธรรมดาอยู่แล้ว แต่ที่กลุ่มนี้ไม่ธรรมดา ก็เพราะหนึ่งในลูกค้านั้นมีเควินเซนท์รวมอยู่ด้วยนั้นเอง และเขาก็มองมาสะดุดเข้ากับร่างบาง ที่เขาคุ้นตา เห็นปุ๊บก็รู้เลยว่านั้นคือนักเรียนของเขา
๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒