กำเนิดใหม่ กับครอบครัว ที่แสน [จะ] ธรรมดา [มั้ง]

    No.29 วางแผน

    ณ สนามประลอง
    ตระกูลหลิงทั้งหมดอยู่ในห้องเตรียมความพร้อม โดยมีพ่อของหลิงเทียน เปิดประชุมวางแผน และให้เมดสาวทั้งสาม กางม่านอักขระเพื่อป้องกันการลอบดักฟัง
    การต่อสู้ทั้งหมดแบ่งออกเป็น 5 รอบ รอบละ 3 คนรอบแรก หลิงเยว่ หลิงหลิน ไนท์รอบสอง เฟิร์น เอิร์น ไอซ์รอบสาม ข้าว น้ำ แจนรอบสี่ หลิงฮุยหรง หลิงลั่วหลาน หลิงหงลี่รอบสุดท้าย หลิงเทียน หลิงเซียงเซียง หลิงเจิน
    ในตอนแรก พ่อของเขาวางแผนให้ตัวเขาภรรยาและหลิงเจิน ต่อสู้ในรอบสุดท้าย แต่ถูกคัดค้านโดย เซียงเซียง นางชี้แจงเหตุผลว่ารอบสุดท้ายนั้นอันตรายที่สุด และการที่พ่อกับแม่หลิงเทียนลงในการต่อสู้รอบสุดท้ายนั้นมันเสี่ยงเกินไป เพราะพวกเขาชอบโจมตีแบบตรงไปตรงมา ทำให้มีโอกาสเพลี่ยงพล้ำสูงมาก
    นางจึงอาสาลงต่อสู้รอบนี้พร้อมกับหลิงเทียน เพราะการโจมตีของหลิงเทียนนั้นลูกเล่นแพรวพราวเยอะ ที่สำคัญหลิงเจินเองก็สามารถกันตัวตนระดับราชันย์ของอีกฝ่ายออกไปได้ ส่วนนางจะคอยตรวจสอบ และลอบโจมตีเมื่ออีกฝ่ายเปิดช่องว่าง
    ส่วนเหตุผลที่ให้หลิงหงลี่ลงไปด้วยทั้งที่นางเด็กที่สุด ก็เพื่อใช้ข่มขวัญคู่ต่อสู้ และให้นางได้มีประสบการณ์เพิ่มมากขึ้น เพราะคาดว่าหลังจากเหตุการณ์ประลองในครานี้จบลง ตระกูลหลิง ต้องถูกเพ่งเล็งเป็นอย่างมาก ควรให้ทุกคนในตระกูลปกป้องตัวเองให้ได้ และที่ไม่ให้เหม่ยเอ๋อลง เพราะนางใจอ่อน และยังไม่มีความกล้าลงมือสังหารหากจำเป็น จึงต้องตัดนางออก แล้วค่อยให้ไปฝึกไล่ล่าสัตว์อสูรทีหลังจนกว่าจะใจแข็งมากกว่านี้
    พ่อกับแม่ของหลิงเทียนก็อดเป็นห่วงไม่ได้ แต่มันก็จริงอย่างที่สะใภ้เขาพูด เพราะพวกเขาเคยชิน กับการต่อสู้แบบตรงไปตรงมา ไร้ซึ่งแผนการใดใด ทำให้มักเพลี่ยงพล้ำบ่อยครั้ง และก็ชื่นชมในมันสมองของลูกสะใภ้ไม่ได้ ที่สามารถคิดวิเคราะห์ ได้ละเอียดถี่ถ้วนราวกับตาเห็น รวมทั้งแผนการและรูปแบบการต่อสู้ของทั้งหมด นางก็เป็นเสนอขึ้น
    จนทุกคนอดแปลกใจไม่ได้ในความสามารถที่น่าทึ่งนี้ของนาง ผิดกับอีกคนนึงที่ตอนนี้.....นั่งหลับอยู่ พร้อมกับเสียงกรนที่ดังออกมาเพื่อย้ำเตือนว่า [หลับจริงนะ] ทุกคนอดไม่ได้ที่จะทึ่งกับความสามารถของ หลิงเทียน ซะมากกว่าที่ต่อให้วันพรุ้งนี้ฟ้าจะถล่ม แผ่นดินจะทลาย แต่สีหน้าของเขาก็ยังสบายอารมณ์ และหลับได้น่าตาเฉย ก่อนจะถูกแม่ปลุกด้วยฝ่ามือแห่งความรัก
    "เปรี๊ยงงงง!!!?"
    "โคร้มมมม!!!"
    "โอ้ยยย!!?"
    หลิงเทียน ถึงกับหงายหลังตกเก้าอี้ลงไปนอนกองกับพื้นเลยทีเดียว เขาได้แต่ร้องโอดครวญแต่ทุก และใช้มือลูบคลำก้นป้อยๆ แต่ทุกคนกลับหัวเราะอย่างมีความสุข ทำให้ความกดดันในการประชุมตอนแรกนั้นดีขึ้นกว่าเดิม ส่วนหลิงเทียนเองก็โดนแม่ของเขาเทศนาไปชุดใหญ่ ก่อนจะเริ่มอธิบายแผนการให้เขาฟังใหม่อีกครั้ง
    และแล้วเสียงประกาศก็ดังสนั่นหวั่นไหวขึ้น เป็นสัญญาณการเตือนเพื่อเตรียมความพร้อมการประลองในรอบแรก
    "ขอเชิญตระกูลหยางอันดับ 7 และตระกูลหลิงไร้อันดับที่เวทีการประลองครับ" เสียงที่ใช้พลังปราณในการประกาศ ทำให้แม้ผู้ที่อยู่นอกเวทีก็ยังได้ยิน และเมื่อสิ้นเสียงพิธีกรที่ดังระงมไปทั่ว
    ตระกูลหยางก็เดินมายังลานประลอง ด้วยท่าทางที่องอาจสง่างาม ก่อนจะไปหยุดที่จุดรับรอง และไม่นานนัก ตระกูลหลิงก็ตามออกมาที่อีกด้าน ด้วยท่าทางเรียบเฉย สายตาของตระกูลต่างๆ จับจ้องไปที่เด็กหนุ่มในตระกูลหลิง อย่างช่วยไม่ได้ เพราะเป็นเด็กหนุ่มที่มีออร่าแปลกๆ และยังใบหน้าที่หล่อเหลา ที่ทำให้เหล่าสาวๆ ต้องมองตามไปด้วยความหลงใหล แต่กับเด็กหนุ่มที่รุ่นราวคราวเดียวกัน และเหล่าอาวุโสต่างๆนั้นมองมาอย่างน่าดูถูกเพราะระดับพลังของ หลิงเทียน แค่เพียงแดนปราชญ์ขั้น 7 เท่านั้นเรียกได้ว่าอ่อนด้อยที่สุดในตระกูลหลิงเลยก็ว่าได้ แต่ยังกล้าเสนอหน้ามาร่วมการประลอง
    หลิงเทียน ที่มองสายตาของเหล่าผู้คนที่ดูถูกเขานั้น ได้แต่ยกยิ้มอย่างเย้ยหยัน ก่อนจะสบถในใจ "ดูเอาไว้ให้ดีล่ะ เจ้าพวกตาต่ำ"
    กฏการประลองอันดับระหว่างตระกูลนั้น ที่จริงมีมานานแล้ว แต่ส่วนน้อยที่มีการท้าประลอง เหตุผลก็เพราะว่าสิบอันดับตระกูลแรก จะได้รับอภิสิทธิ์พิเศษ นั่นก็คือ หากมีตระกูลใดหาญกล้ามาท้าประลอง แล้วแพ้จะต้องต้องเป็นตระกูลใต้อาณัติ และถูกบังคับให้ทำพันธะสัญญาโลหิต ไปจนตราบชั่วลูกชั่วหลาน แต่หากว่าตระกูลที่มาท้าประลองนั้นเกิดชนะขึ้นมา ก็ได้รางวัลที่สมน้ำสมเนื้อเช่นกัน นอกจากจะได้ครอบครองอันดับที่ทรงเกียรติแล้ว ยังได้ครอบครองทุกสิ่งทุกอย่างของตระกูลนั้นด้วยเช่นกัน เช่น ตระกูลอันดับ 7 ที่ถูกท้าประลองในครั้งนี้มีตำหนักประจำตระกูล กิจการต่างๆ ก็จะกลายเป็นของผู้ชนะในทันที และจะต้องตกเป็นตระกูลใต้อาณัติของอีกฝ่าย รวมถึงตระกูลใต้อาณัติต่างๆ ที่ตระกูลอันดับ 7 เคยมีด้วย
    เมื่อทั้งสองฝ่ายเตรียมตัวกันพร้อมแล้ว พิธีกรก็เริ่มอธิบายกฏและกติกาให้ฟังอย่างละเอียด "กฏการประลองมีดังนี้ ข้อแรก ฝ่ายผู้ท้าชิงอันดับประลอง จะต้องชนะทุกรอบ หากแพ้รอบใดรอบหนึ่ง จะถูกปรับแพ้ทันที ข้อสอง การประลองจะแบ่งเป็นห้ารอบ รอบละสามคน สามารถเลือกใครลงมาประลองก็ได้ ขอเพียงเป็นคนของตระกูล ข้อสาม การประลองจะสิ้นสุดลงเมื่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหมดสภาพทั้งสามคน หรือตกตายไป และ ข้อสุดท้าย ห้ามผู้ที่อยู่รอบนอกก้าวก่ายใดใดหากฝ่ายของตนต้องถูกสังหาร"
    เมื่อทั้งสองฝ่ายเตรียมตัวพร้อมแล้ว ขอเชิญทั้งสองฝ่ายขึ้นมาบนสนามประลองได้ และเมื่อสิ้นเสียงพิธีกร ทั้งสองฝ่ายก็ขึ้นมาบนสนามประลองทันที แต่ทว่าทุกสายตากลับจ้องไปทาง คุณชายตระกูลหลิงซะมากกว่า เพราะตอนนี้เขากำลังนั่งหลับ และเริ่มเอนตัวลงไปนอนบนตักของหญิงสาวที่หน้าตางดงามแต่แฝงไปด้วยความเย็นชา แต่กระนั้นมือทั้งสองของนางก็ลูบหัว หลิงเทียน อย่างอ่อนโยน พ่อกับแม่ของเขารู้สึกถึงสายตาจำนวนมากจับจ้องมายังตระกูล จึงเหลียวหันไปมองตาม ก็พบบุตรชายตัวดีหลับต่อซะอย่างนั้น จึงอดถอนหายใจอย่างอ่อนเพลียไม่ได้
    แต่จะโทษ หลิงเทียนก็ไม่ได้ เพราะเขาไม่เคยมีโอกาสนั่งได้เครื่องบิน และรถลีมูซีนสุดหรู ตลอดการเดินทางก็เลยไม่ได้พักผ่อนเลย จริงอยู่ที่ผู้ฝึกตนไม่จำเป็นต้องหลับนอน แต่ต้องไม่ลืมว่า หลิงเทียน เพิ่งปลุกพลังในตัวได้ไม่ถึงสองเดือน ความเคยชินในการนอนหลับพักผ่อนจึงไม่ใช่ว่าจะเลิกทำได้ง่ายๆ
    กลับมาที่สนามประลอง หลังจาก หลิงเยว่ หลิงหลิน และไนท์ ก้าวขึ้นสนามประลองที่ขนาดกว้างใหญ่ พลันเสียงโห่ร้องก็เริ่มดังขึ้น เมื่อพวกเขาพบเจอกับคู่ประลอง เป็นชายร่างกำยำสามคน พลังของพวกเขาอยู่ในแดนวีรชนขั้นต้นทั้งหมด หลิงเยว่ กับ หลิงหลิน อดที่จะหวั่นวิตกกังวลไม่ได้ พวกเขาทั้งสองอยู่ในแดนปราชญ์ขั้น 9 ถึงไนท์จะแข็งแกร่งกว่าทั้งสอง ทว่านางเองก็อยู่ในระดับเดียวกับพวกเขา แต่การเจอกับแดนวีรชนในรอบแรกนั้นเป็นอะไรที่เกิดความคาดหมายเป็นอย่างมาก
    ชายกำยำคนหนึ่งที่มีแผลเป็นใหญ่ที่ใบหน้า หนวดเครารุงรัง หน้าตาส่อแววหื่นกระหาย ถือดาบกับโล่ขนาดใหญ่ มองมาทางพวกเขาก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงดูถูก
    "เหอะ!!? นี่พวกข้าต้องลงมาประมือกับขยะแดนปราชญ์งั้นหรือ แล้วนั่นมันอะไรกัน สภาพของไอ้คุณชายสวะนั่น เห็นสนามประลองที่นี่เป็นอะไร แต่ก็ยังดีว่ะ อย่างน้อยตรงนี้ก็ยังมีสาวน้อยน่ากินอยู่ ข้าจะขอกับท่านผู้นำ และเอาเจ้ามาเป็นทาสบำเรอของข้า ฮ่า ฮ่า ฮ่า"
    หลิงเยว่ ที่ได้ยินคำพูดของชายตรงหน้าก็ลืมเลือนความวิตกกังวลทั้งหมดไปในทันที ก่อนจะเตรียมตัวพุ่งเข้าไปจู่โจม แต่ทว่ากลับถูกมือน้อยๆ ของไนท์วางไปบนบ่าพร้อมกับส่ายหน้าเบาๆ และพูดเพียงสั้นๆ ว่า "เปลี่ยนแผน" หลิงเยว่ ฉายแววงุนงงบนใบหน้า
    ก่อนจะทันได้คิดอะไรต่อ ก็ได้ยินเสียงพิธีกรประกาศเริ่มการประลอง พร้อมๆ กับร่างของไนท์ที่พลันหายไป ไวเท่าความคิด หลิงเยว่ และ หลิงหลิน หันไปมองทางชายร่างกำยำคนนั้นทันที
    "สวบ!!?" โลหิตพุ่งทะลักไหลลงสู่พื้นสนามประลอง ถ้าหากใครกระพริบตาในช่วงเวลานั้น เท่ากับว่าพวกมันพลาดโอกาสที่ได้เห็นการประลองครั้งนี้ไปตลอดชีวิต
    ".........."
    เกิดความเงียบขึ้นในสนามโดยรอบทันที แม้แต่ตัวพิธีกรเองยังอดหวาดกลัวในจิตใจไม่ได้ ตัวมันนั้นเป็นถึงแดนวีรชรขั้น 3 ซึ่งเหนือกว่าทุกคนในสนามประลองนี้ด้วยซ้ำ แต่ก็ยังมิอาจมองตามความเร็วของหญิงสาวบอบบางนางนี้ได้ทัน หนำซ้ำนางช่างโจมตีได้อย่างเลือดเย็น และน่ากลัวเป็นอย่างมาก เพราะนางไม่ได้ใช้ซึ่งอาวุธใดใด แต่กลับใช้มือที่บอบบางของนางแทงทะลุโล่ขนาดใหญ่ที่เป็นถึงอาวุธระดับวิญญาณด้วยมือเปล่าๆ และกระชากเอาหัวใจของชายร่างกำยำออกมาบีบหน้าตาเฉย
    ความหวาดกลัวฝังลงไปในจิตใจของทุกผู้คนในสนามประลองนี้ แม้กระทั่งเหล่าเจ้าสำนักและตัวแทนแต่ละตำหนักที่มาเป็นสักขีพยานในการประลองนี้ยังอดไม่ได้ ที่จะตะลึงกับความโหดเหี้ยมและทักษะของนางบัดนี้ไนท์ที่ลงมือสังหารไปอย่างเลือดเย็นแล้ว ค่อยๆ เร่งปราณในร่างแล้วพูดอย่างเสียงดังชัดเจนว่า
    "หากตระกูลหยาง ยังกล้าใช้คำพูดจาดูหมิ่นนายน้อยของข้า หลังจากเสร็จสิ้นงานประลองนี้ ตระกูลหยางทั้งหมดจะถูกลบหายไปจากโลกนี้ทันที ที่สำคัญหากไปพูดต่อหน้าพี่น้องในกลุ่มข้า พวกเจ้าจะตายอย่างทุกข์ทรมาณมากกว่านี้นับร้อยเท่า"
    น้ำเสียงของนางแฝงไปด้วยจิตสังหารที่พลุ่งพล่าน มันรุนแรงมากพอที่สังหารตัวตนในระดับแดนวีรชนขั้นสูงสุดได้ จิตสังหารระดับนี้ไม่รู้ว่าต้องฆ่าคนไปจำนวนมากเท่าไหร่ถึงมีได้ แต่ที่แน่ๆ นางมีใบหน้าที่อ่อนเยาว์เช่นนี้ และระดับพลังขนาดนี้ แต่กลับสามารถมีมันได้ ผู้คนในสนามประลองถึงกับไม่กล้ามองไปทางตระกูลหลิงอีกเลย แม้แต่ หลิงเยว่ และหลิงหลิน ยังอดหวาดกลัวไม่ได้ โดยเฉพาะหลิงเยว่ ที่เคยนำกลุ่มคนไปลอบสังหาร แม้จะเคยได้เจอกับพวกนางมาแล้ว แต่ก็ไม่เคยเห็นท่าทางที่น่าหวาดกลัวเช่นนี้มาก่อน
    ไนท์เดินไปหา หลิงเยว่ และ หลิงหลิน ก่อนจะเอ่ยอย่างปกติ "พวกเจ้าจัดการตามแผนเดิมละกันนะ" แล้วนางก็มายืนอยู่ด้านหลังของทั้งสอง เพื่อทำตามแผนที่วางไว้
    ที่จริงในการต่อสู้รอบนี้ เดิมทีนางจะต้องคอยสนับสนุนและรักษาพวกเขาเท่านั้น แต่ทว่าแผนของนายหญิง [เซียงเซียง] คือหากมีใครว่าร้ายหรือดูหมิ่นตระกูลหลิง จงลงมือสังหารอย่างรวดเร็วและโหดเหี้ยมที่สุด เพื่อเชือดไก่ให้ลิงดู นางจึงทำโดยไม่ลังเล
    หลิงเยว่ และ หลิงหลิน ที่ได้ยินเช่นนั้น ก็จับจ้องไปยังชายร่างกำยำทั้งสอง ที่ยังยืนนิ่งตะลึงอยู่ ก่อนที่หลิงเยว่จะเริ่มแสยะยิ้มออกมา และเอ่ยกับภรรยาของตน
    "ฮูหยิน พวกเรามาละเลงเลือดเพื่อนายน้อยกันเถอะ!!?"