ฟ้าใสเดินเข้ามาในบ้านด้วยท่าทางเหม่อลอย
เธอเข้าไปในห้อง แต่ความรู้สึกเหมือนวิญญาณยังไม่เข้าร่าง
เขาสารภาพรักกับเธอ
เขาขอคบกับเธอ
แต่เขาจะรู้บ้างไหม ว่าสิ่งที่เขาเคยทำ มันทำร้ายเธอมากแค่ไหน เธอต้องอยู่กับความรู้สึกผิด ความรู้สึกอดสูขนาดไหน
“ฟ้า พี่เข้าไปได้ไหม” เสียงทอฝันเรียกน้องสาวหน้าปะตู
“ค่ะ”ฟ้าใสตอบกลับไป
ทอฝันเดินมานั่งที่ข้างๆน้องสาว เธอยื่นมือไปจับที่มือฟ้าใส
“ฟ้าเรื่องความรัก มันไม่มีผิดไม่มีถูกหลอกน่ะ” ฟ้าใสค่อยๆหันมามองพี่สาว น้ำตาเอ่อล้นออกมา
“พี่น่ะ รู้เรื่องของฟ้ากับพี่คีมานานแล้ว”
“พี่ฝัน”ฟ้าใสตกใจ มือไม้สั่น
“พี่เห็นฟ้า พี่เห็นพี่คีออกมาจากห้องฟ้า”ทอฝันมองหน้าฟ้าใส ฟ้าใสหน้าซีด
“พี่ขอโทษ ขอโทษที่พี่เห็นแก่ตัว พี่อยากให้เขาอยู่กับพี่ พี่เลยไม่ได้ห้ามเขา พี่ไม่ได้ปกป้องน้องพี่ขอโทษ”ทอฝันน้ำตาไหลออกมา เธอสะอื้นอย่างเจ็บปวด
“พี่รู้ว่าฟ้าเจ็บปวด แต่พี่เอง พี่เองที่เห็นแก่ตัวฟ้า พี่ขอโทษ พี่เสียใจ ตอนพี่รู้ว่าฟ้าไปเรียนต่อ พี่ถึงคิดได้ ว่าเราไม่สามารถรั่งคนที่เขาไม่ได้รักเราได้ จากนั้นที่พี่คีขออย่ากับพี่ๆถึงตกลงหย่าให้เขา” ฟ้าใสและทอฝันต่างคนต่างร้องไห้ เธอทั้งคู่เจ็บปวดไม่ต่างกัน
“พี่ฝันไม่ผิดหลอกค่ะ ถ้าจะมีคนผิดก็คงเป็นเขา ผู้ชายคนนั้น”
“อย่าโกรธพี่คีเลยฟ้า ฟ้ารู้ไหม ตั้งแต่ฟ้าไปเขาไม่ออกงานสังคมเลย เขาเก็บตัวเงียบ คุณแม่มักโทรมาปรับทุกข์กับพี่ ว่าพี่คีไม่ยิ่มแย้มเหมือนแต่ก่อน กินแต่เหล้า หมกตัวอยู่แต่ในห้องไม่ก็ที่ทำงาน เขาคงสำนึกผิดแล้วจริงๆ ฟ้ายกโทษให้เขาเถอะน่ะ”
ฟ้าใสนิ่งเงียบ
“พี่ขอถามอะไรฟ้าได้ไหม”ทอฝันเอ่ยถามน้องสาว มองเข้าไปในดวงตาฟ้าใส ก่อนยกมือลูบที่แก้มน้องสาว
“พี่รู้จักน้องพี่ดี น้องพี่ถ้าลองไม่ยอมต่อให้ช้างมาฉุดก็ไม่ยอม นับอะไรกับพี่คี ฟ้ารักพี่คีใช่ไหม” ฟ้าใสมองพี่สาวกับคำถามที่ทำให้เธอตะลึง
“ไม่ต้องตอบพี่หลอก ถามตัวเองให้ดีดี คนอย่างพี่คี ไม่ใช่ใครอยู่ใกล้ๆแล้วจะไม่หลงรักเขา” ทอฝันทิ้งระเบิดไว้ให้น้องสาวโคลมใหญ่
หลังจากพี่สาวออกไป ฟ้าใสก็ยังคงนั่งนิ่งไม่รู้สึกรู้สาอยู่ที่เดิม นิเธอรักเขาหรอ เธอรักเขาหรอ ไม่ใช่หลอก เป็นไปไม่ได้
———————-
หลังจากขับรถออกมาจากบ้านฟ้าใสแล้ว คีตะก็ขับรถมาที่ผับย่านดัง เขานั่งประจำที่เดิม มาถึงก็ไม่พูดไม่จาสั่งเหล้ามากิน
“เฮ้ยยยยย ค่อยๆกินก็ได้ จะรีบไปตายรึไงวะ” เอเอ ห้ามเพื่อน
“ถ้ากูตายได้ตอนนี้ กูก็อยากตาย”คีตะบ่นเสียงอู้อี้
“ไอคี มีสติหน่อยสิวะมึงเป็นแบบนี้มา4ปีแล้วน่ะเว้ย”บีเอ่ยพูดกับเพื่อนน้ำเสียงเป็นห่วง
ทำไมเขาจะไม่รู้ว่าเพื่อนเขาเสียใจมากแค่ไหน คีตะเล่าเรื่องทุกอย่างให้เพื่อนฟังหมดแล้ว ทุกคนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า มึงมันเลว ชั่ว แต่แล้วยังไงหละ มันดันเป็นเพื่อนพวกเขานิ
“กูไม่เหลืออะไรแล้ว เขาเกลียดกู เขาไม่เคยรักกู. กูไม่เหลืออะไรแล้ว” ทุกคนต่างส่ายหัววันนี้คีตะอาการหนักกว่าทุกครั้งหลายเท่า พวกเขาไม่เคยเห็นเพื่อนสภาพแย่ขนาดนี้
“ไปไปกูไปส่งบ้านไอ่คี”บีเดินเข้ามาผยุงเพื่อน
“กูกลับเองได้ มึงไม่ต้อง ไม่ต้องงงงง”คีตะตะคอกใส่เพื่อนก่อนเดินเซออกไปที่รถและขับออกไปอย่างรวดเร็ว