บทที่ 26 หมาก
ภายในศาลากลางสวนไผ่ ลมพัดพลิ้วแผ่นเบา ร่างสูงยืนอยู่เดียวดายภายใต้แสงดาว กับดวงไฟในตะเกียงที่ใกล้จะดับ
ไม่นานจากนั้นก็ปรากฏร่างบาง ที่เดินมาอย่างเงียบเฉียบภายในความมืด สองตาหวานคอยสอดส่องสองข้างทาง คล้ายกังวลว่าใครจะมาพบเห็น จนกระทั่งร่างบางเดินมาถึงศาลา เมื่อได้สบตากับผู้รออยู่ เสิ่นิฮวาก็คลี่ยิ้มหวานออกมาทันที “ท่านพี่” เสียงหวานกล่าวเรียกผู้ที่ยืนอยู่ในศาลา
ชายหนุ่มผู้มีรูปหน้าสวย คมเข้ม แผ่กลิ่นอายอำนาจและความเป็บุรุษเพศ คลี่ยิ้มหวานตอบรับเสิ่นิฮวา ตงฟางชงหยวนก้าวเดินออกจากศาลาไปประคองร่างบางเข้ามาภายในศาลา ก่อนที่จะตระครองกอดร่างบางด้วยความคิดถึง
“ิเอ๋อร์ ข้าคิดถึงเ้าเหลือเกิน” เสียงทุ่มนุ่นละมุลกล่าวขึ้นเหนือศรีษะกลมมน ก่อนที่จะบรรจงจุมพิศลงบนเรือนผมดำดกหนา
เสิ่นิฮวาหน้าสีเรือแดงด้วยความขัดเขิน แต่ก็ไม่ได้กล่าวห้ามอันใดออกมา “ข้าเองก็คิดถึงท่านพี่เช่นกันเ้าค่ะ หากแต่่นี้ท่านพ่อเข้มงวดมากนัก หลังจากเหตุการณ์ที่องค์ชายรองตกน้ำ ถึงข้าจะไม่ได้มีส่วนร่วม แต่ท่านพ่อก็ยังให้ข้าเก็บตัวอยู่แต่ในเรือน เพราะเกรงผลกระทบจะมาถึงข้า”
เมื่อกล่าวจบดวงตาหวานก็เงยขึ้นสบเข้ากับดวงตาคมเข้มของชายตรงหน้า “ท่านพี่ ข้าขอโทษที่ข้าไม่สามารถทำตามแผนของท่านได้”
ตงฟางชงหยวนสบตากลับ ก่อนที่จะมอบจุมพิตให้แก่คนงามตรงหน้า เมื่อผละออกจากกันได้แล้ว แววตาหวานก็ส่งประกายหวานล้ำยิ่งขึ้นไปอีก “หาใช่ความผิดของเ้าไม่ มันเป็ธรรมดาที่บางครั้งเื่ราวที่วางเอาไว้อาจจะไม่ได้เป็ไปตามแผน แต่เหตุการณ์ตอนนี้อาจจะถือว่าเป็ผลดีต่อเรามากกว่าเดิมก็เป็ไปได้” ตงฟางชงหยวนกล่าวก่อนที่จะประคองร่างบางนั่งลงบนตักของตน
เสิ่นิฮวาเอียงคอมองด้วยความสงสัย “อย่างไรหรือเ้าคะ ข้าไม่เห็นจะเห็นถึงข้อดีเลย ตระกูลสีเป็ตระกูลที่มีเงินมากยิ่งนัก เมื่อสีจิวฮวาแต่งให้กับองค์ชายรอง ก็จะเป็การเพิ่มความมั่นคงทางกลางเงินให้แก่ราชวงศ์เซวียนเท่านั้นเอง”
ตงฟางชงหวยวนเล่นปลายผมเสิ่นิฮวาอย่างเบามือ ก่อนที่จะกล่าวตอบด้วยเสียเจือความเอ็นดู “เด็กโง่ เพราะตระกูลสีมีอำนาจเงินมากอย่างไรเล่า ทุกวันนี้โครงการ และกิจการต่างๆของราชวงศ์นั้น ล้วนมีเงินตราจากตระกูลสีให้การสนับสนุน สีจิวฮวาถึงจะเป็ตัวหมากที่ไม่คาดคิด แต่ก็ยังถือว่ามีประโยชน์ ตระกูลสีนั้นมีความรู้สึกผิดอย่างสูงต่อสีจิวฮวาที่ต้องเติบโตมาอย่างยากลำบาก พวกผู้คนในตระกูลสีต่างพยายามชดเชยให้แก่สีจิวฮวาเพื่อทดแทน่เวลาเ่าั้ เ้าลองคิดดูสิ หากในงานแต่งงาน องค์ชายรองเกิดทำผิดกับสีจิวฮวาเล่า หากเขาทำให้สีจิวฮวาเสียหน้าในวันงานแต่งผลลัพธ์จะเป็เช่นไร”
เมื่อได้ยินดังนั้น แววตาของเสิ่นิฮวาก็วาวเรืองขึ้นมาทันที “แต่องค์ชายรองนั้นพยายามรักษาภาพลักษณ์ปัญญาอ่อนของตนมาตลอด เขาจะทำอันใดผิดร้ายแรงเกินให้อภัยได้หรือเ้าคะ” เสิ่นิฮวาเอ่ยถาม
ตงฟางชงหยวนเหยียดยิ้มออกมาบางๆ “หากเป็เ้าบ่าวไม่เข้าห้องหอเล่า”
เสิ่นิฮวาเมื่อได้ฟังก็ถึงกับหลุดหัวเราะออกมาทันที “เซวียนเฟยหรงระวังตัวแจ คอยแสดงตัวเป็เด็ก 8 ขวบตลอดเวลา ถ้าท่านพี่ไม่บังเอิญไปเจอเขาที่กระทรวงวิจัยเวทย์มนต์ เราก็คงไม่มีวันรู้ว่าเขาแสร้งทำเป็ปัญญาอ่อน แล้วอย่างนี้ถึงเขาจะไม่เข้าห้องหอ ก็คงไม่มีใครว่าอะไรเขาหรอกเ้าค่ะ”
ตงฟางชงหยวนสบตาหญิงสาวตรงหน้า “ถ้าหากไม่ใช่ไม่เข้าห้องหอเฉยๆ แต่เป็การเจอว่าได้หลับนอนกับหญิงอื่นในวันแต่งงานเล่า”
เสิ่นิฮวาเบิกตากว้างด้วยความปละหลาดใจ ตงฟางชงหยวนเมื่อเห็นสายตานั้นก็พยักหน้าย้ำอย่างพอใจ “ใช่ ข้าจะให้คนของข้าวางยานอนหลับเซวียนเฟยหรง จากนั้นข้าจะนำเขาไปทิ้งไว้ในห้องเดียวกับเ้า เมื่อยามเช้ามาถึง ข้าอยากให้เ้าโวยวายว่าเซวียนเฟยหรงเมา แล้วขืนใจเ้า”
“ท่านพี่หมายความว่าจะให้ข้าหลับนอนกับเซวียนเฟยหรงอย่างนั้นหรือเ้าคะ” เสิ่นิฮวาเอ่ยถามย้ำด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ
ตงฟางชงหยวนเห็นท่าทางแง่งอนของหญิงสาว ก็อดไม่ได้ที่จะหอมแก้มนวลเนียนนั้นแรงๆเสียหนึ่งที ก่อนที่จะกล่าวอธิบายต่อ “หาใช่ไม่ พี่ไม่ยอมให้ใครมาแตะต้องเ้านอกจากพี่หรอก หากแต่ข้าแค่จัดฉากสถานการณ์เพียงเท่านั้น เช่นนั้นเซวียนเฟยหรงก็ต้องรับเ้าเข้าไปเป็ชายารอง อีกทั้งตระกูลสีก็จะผิดใจกับราชวงศ์เซวียนอีกด้วย”
เสิ่นิฮวาเมื่อได้ฟังคำอธิบายแล้วจึงพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ
“เมื่อเ้าได้เข้าไปเป็ชายารองแล้ว เ้าก็จงใช้เสน่ห์ของเ้าทำให้เซวียนเฟยหรงหลงรัก อีกทั้งต้องทำให้แน่ใจว่าเซวียนเฟยหรงจะต้องผิดใจกับสีจิวฮวา จงทำให้นางหมดอำนาจ เป็ได้เพียงแค่ชายาในนามเท่านั้น ข้าไม่เชื่อว่าตระกูลสีเห็นหลานสาวตนเองต้องทุกข์ทรมานแล้วจะไม่โกรธแค้นเซวียนเฟยหรง พวกเขาจะต้องหาทางแก้แค้นผ่านราชวงศ์แน่ๆ” ตงฟางชงหยวนกล่าวอธิบายต่อ
เสิ่นิฮวาจ้องมองความมืด ก่อนที่จะเหยียดยิ้มออกมา “เ้าค่ะ” เธอกล่าวรับคำก่อนที่จะเอนกายพิงไปบนอกแกร่งของตงฟางชงหยวน
“เซวียนเฟยหรงเป็ตัวหมากชั้นดีที่จะใช้พิชิตกระดานหมากของข้า ยิ่งเหยียนฮองเฮาพยายามกดดันเซวียนเฟยหรงให้วางตัวเป็คนปัญญาอ่อนเท่าไหร่ จิตใจเขาก็ยิ่งดำมืดเท่านั้น เ้าจงไปเติมไฟความริษยา และความแค้นให้แก่เซวียนเฟยหรง เมื่อถึงเวลาสุขงอม เมื่อนั้นก็จะถึงเวลาที่ข้าจะล้างกระดาน” ตงฟางชงหยวนกล่าวเสียงเข้ม
สองหนุ่มสาวมองสบตากันท่ามกลางความมืด “และเมื่อเวลานั้นมาถึง หงส์ที่จะเคียงคู่ัอย่างข้านั้นก็คือเ้า” ตงฟางชงหยวนกล่าวเสียงต่ำ ก่อนที่จะกดปากลงจุ่มพิตปากสวยได้รูปขอเสิ่นิฮวา
จากจูบเพียงเแ่เบาไม่นานก็เริ่มร้องแรงยิ่งขึ้น มือหนาลูบไล้ไปทั่วเรือนกายของหญิงสาว ก่อนที่ตงฟางชงหยวนจะปลดเปลื้องอาภรณ์ของเสิ่นิฮวาออก แล้วใช้มือหนาลูบไล้ไปบนกายสาว
เสิ่นิฮวารู้สึกว่าชุดตนถูกปลดออก จึงหยุดชะงักและเอ่ยปากห้าม “ท่านพี่ เราอยู่นอกห้อง”
ตงฟางชงหยวนหยุดคำพูดของเสิ่นิฮวาด้วยการบรรจงมอบจุมพิตร้อนแรงอีกครั้ง “เ้ากลัวอะไร ที่แห่งนี้ไม่มีใครเสียหน่อย” เขากล่าวเสียงแหบต่ำ
เสิ่นิฮวาเมื่อมองรอบกายก็พบเพียงแต่ความมืด และเงาไผ่ไหวเอน จึงปล่อยให้สถานการณ์พาไป ไม่นานก็มีเพียงเสียงลมหายใจหอบประสาน เร่าร้อนรับกันในความมืดมิด
หลังจากผ่านบทรักอันร้อนแรงและสุขสม เสิ่นิฮวาก็จัดชุดที่ยับย่นของตนให้เข้าที่ ก่อนที่จะเดินจากไปในความืดมิด เพื่อกลับเรือนของตน
ตงฟางชงหยวนที่ยังอยู่ในสภาพอาภรณ์ไม่เรียบร้อยเหม่อมองจนร่างบางหายลับไปแล้ว แววตาหวานเยิ้มของเขาก็แปลเปลี่ยนไปเป็แววตาเ็าขึ้นมาทันที “ไปนัดหมายกับคนของเราให้แน่ใจว่าเซวียนเฟยหรงจะต้องถูกวางยาและพาไปในห้องที่เตรียมไว้ให้ได้” เขากล่าวขึ้นมา
เมื่อนั้นภายในความมืดก็ปรากฏเงาหนึ่งขึ้นมา “ขอรับ” เสียงนั้นตอบกลับมา ก่อนที่จะทำท่าผละออกไป เพื่อไปทำตามคำสั่ง หากแต่ตงฟางชงหยวนก็เอ่ยรั้งไว้เสียก่อน
“ภายในห้องให้ใช้เป็ธูปราคะ” เขากล่าวเสียงเย็น
คนในเงามืดมีท่าทางลังเลใจเล็กน้อย เมื่อตงฟางชงหยวนเห็นดังนั้นจึงกล่าวเสียงเย็นออกมา “ไปทำตามที่ข้าสั่ง ไม่ต้องสนใจอะไร บางครั้งถ้าหมากที่เดินมันใช้ไม่ได้ ก็ต้องเตรียมที่จะทิ้งมันด้วย เพราะไม่อย่างนั้นในตาต่อไป มันจะกลายเป็หมากเสีย ที่ทำให้เราต้องเสียเปรียบไปทั้งกระดาน”
“ขอรับ” เสียงนั้นกล่าวรับ ก่อนที่จะสลายหายไปกับความมืด ราวกับว่าไม่เคยมีใครอยู่ ณ ที่ตรงนั้นมาก่อน
ตงฟางชงหยวนขยับตัวจัดชุดของตนเองเบาๆ ภายในความมืด ดวงตาของเขาเปล่งประกายเจิดจ้า แม้เขาจะบอกเสิ่นิฮวาเพียงแค่จัดฉาก แต่การแสดงก็ต้องทำให้สมจริง เซวียนเฟยหรงไม่ได้ปัญญาอ่อน เขาจะไม่รู้เลยหรือว่าเมื่อคืนมีเหตุการณ์เกิดขึ้นจริง หรือแค่ถูกจัดฉาก ด้วยความเป็สุภาพบุรุษ และไ่ม่เคยมีคนรัก ผู้หญิงคนแรกจะต้องมีอิทธิพลต่อเซวียนเฟยหรงในอนาคตเป็อย่างมากแน่ๆ
เสิ่นิฮวาผู้หญิงคนนั้นก็แค่คนโง่ ที่หลงไหลไปกับความรักต้องห้าม และอยากมีอำนาจ ในเมื่อรักเขาแล้ว ก็ต้องกล้าที่จะกลายเป็หมากให้เขาได้ใช้เหยียบย้ำไปสู่บัลลังก์ ตงฟางชงหยวนบอกตัวเองเบาๆ ก่อนที่จะเร้นกายหายไปในความมืดอีกคน