第三十五章
ไห่เปียวแกว่งขวดยาไปมาพร้อมกับใช้ความคิดแต่เพียงแค่ลมหายใจเข้าออกเพียงครั้งเดียวเขาก็โยนยาขึ้นเหนืออากาศแล้วคว้าหมับกำแน่นเอาไว้ในมือ
"ข้าคิดได้แล้ว ช่วยไม่ได้นี่นะ ถึงข้าจะยกให้ท่านเป็นพี่ใหญ่ก็จริงแต่ว่าลองมาคิดให้ถ้วนถี่แล้วหากปล่อยท่านไว้ก็คงเป็นเสี้ยนที่คอยตำมือให้ข้าหงุดหงิด ดังนั้นอภัยให้ข้าก็แล้วกัน ยานี้น่ะมันแค่จะทำให้ท่านรู้สึกอยู่มิสู้ตายทรามนนิดหน่อยเท่านั้นเอง"เขาก้มลงยิ้มหวานให้กับคนที่กำลังหลับสนิท มือขาวเปิดสาบเสื้อตัวในออกจนมองเห็นผ้าลินินสีขาวพันแผลเอาไว้แน่น เขาแกะปมมัดออกช้าๆจนเห็นบาดแผลรอยกรีดเป็นทางยาวและยังมีเลือดซึมออกมาอยู่ไม่น้อย เขาเปิดจุกไม้ออกค่อยๆโรยผงสีขาวไปตามแนวยาวของแผลจากนั้นก็ปิดผ้าแล้วมัดกลับเช่นเดิม
"ข้าขอโทษนะพี่ใหญ่"ไห่เปียวยิ้มน้อยๆแล้วเดินกลับไปนั่งที่โต๊ะจิบน้ำชาไปพลางเพื่อรอเวลา เพียงชั่วก้านธูปร่างบนเตียงเริ่มกระสับกระส่ายดิ้นไป
"อือออ ชะ..ช่วยข้า.."เสียงเงียบไปจากนั้นเสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดกลับดังลั่นห้องอีกครั้ง
"อ๊ากกกก เจ็บ เจ็บเหลือเกิน"ฟ่านเสวียนผุดลุกนั่งดึงทึ้งเสื้อผ้าตัวเองกระชากผ้าพันแผลออก บัดนี้แผลที่เป็นทางยาวเกิดรอยไหม้พุพองขึ้นเนื้อเริ่มเปื่อยยุ่ยเจ้าตัวใช้มือกระชากเนื้อตนเองออกจนเห็นเนื้อสีแดงปนเลือดแผลแหวะหวะมากกว่าเดิม เสียงร้องโหยหวนทำให้ไห่เปียวรีบลุกขึ้นวิ่งเข้าไปดู ดวงตาเรียวเบิกกว้างด้วยความตกใจในผลที่เกิดขึ้น
"ช่วยด้วย...ใครก็ได้ช่วยที"ไห่เปียววิ่งไปกระชากประตูออกเกือบชนกับหัวหน้าหน่วยที่สวนเข้ามาในห้อง
"เกิดเรื่องใดขึ้น"หัวหน้าหน่วยถามด้วยน้ำเสียงร้อนรนเหลือบสายตาไปมองบนเตียงแล้วต้องตะลึงกับภาพที่เห็น สภาพของฟ่านเสวียนยามนี้เนื้อตัวเต็มไปด้วยเลือดเอวบางเนื้อแหว่งหายไปเพราะฝีมือของเจ้าตัวกระชากมันออก เนื้อเปลี่ยนเป็นสีดำเปื่อยยุ่ยลามไปเรื่อยๆ ดวงตาเบิกกว้างแดงก่ำไปด้วยเส้นเลือด
"ไป...เจ้าส่งม้าเร็วไปเรียนท่านประมุขเดี๋ยวนี้ ตามหมอเหยียนมาด้วย เร็วเข้า"หัวหน้าหน่วยได้สติรีบปราดเข้าไปถึงตัวฟ่านเสวียน ใช้สองนิ้วจี้จุดที่ไหล่และหลังเพื่อไม่ให้ฟ่านเสวียนขยับตัวได้ ฟ่านเสวียนใบหน้าซีดขาวราวกับผีดวงตาแดงช้ำผมดำขลับที่เคยยาวสยายยุ่งเหยิงจนไม่น่าดู
"ปล่อยข้า ...ข้าเจ็บปล่อยข้า "น้ำเสียงแหบแห้งเปล่งออกมาด้วยความยากลำบาก
"อกทนก่อนเถอะคุณชาย ข้ากำลังตามหมออีกประเดี๋ยวก็มาแล้ว"จบประโยคเสียงฝีเท้ากระชั้นเข้ามา
"เร็วท่านหมอคุณชายเกิดเรื่องแล้ว"หัวหน้าหน่วยถึงขั้นเหินไปอุ้มท่านหมอเข้ามาที่เตียง ทันทีที่เห็นหมอเหยียนถึงกับเบิกตาค้าง
"เป็นไปไม่ได้.."
"เหตุใด เกิดเรื่องใดกันแน่ท่านหมอ"หมอเหยียนไม่ตอบคำรีบหยิบห่อสีขมุกขมัวเปิดออกแล้วหยิบเข็มเงินที่ยาวผิดปรกติสองเล่มขึ้นปักกลางศรีษะของฟ่านเสีวยนทันที ร่างของฟ่านเสวียนแข็งทื่อจนน่าตกใจ หัวหน้าหน่วยใบหน้าซีดเผือดตาม ต่อให้เขารบราฆ่าฟันผู้คนมามากมายแต่ถึงกับรับไม่ได้เมื่อเห็นสภาพของคนผู้นี้
"ใคร!"
"ใครอะไรท่านหมอโปรดแถลง"หัวหน้าหน่วยถามเสียงดุดัน
"ยานี่เป็นของเผ่าจั๋วอยู่ไกลโพ้นคนที่จะนำมันเข้ามาได้ต้องมีทั้งเงินและอำนาจ"
"แล้วหนทางรักษาล่ะขอรับ"
"อืม..เรื่องนี้ข้าเองก็จนปัญญาแล้ว ยานี่มีใช้แต่ไม่มียาแก้"หัวหน้าหน่วยเข่าทรุดลงกระแทกกับพื้นเมื่อได้ยิน
"ข้าจะตอบท่านประมุขเช่นไร ความผิดของข้าเอง ข้าเองจะทำเช่นไรดี"
"ใจเย็นก่อนเถอะค่อยๆคิด จื่อหลงรู้เรื่องนี้แล้วหรือไม่"
"ข้าส่งม้าเร็วไปแล้วขอรับ"
"อืม ข้าจะพยายามขับพิษให้เขาเท่าที่จะทำได้ ที่เหลือล้วนแล้วแต่โชคชะตา"หมอเหยียนขึ้นไปนั่งบนเตียงจับตัวฟ่านเสวียนที่แน่นิ่งลงนอนตะแคงเพื่อจะได้สำรวจบาดแผลได้เต็มตา แผลของฟ่านเสวียนบัดนี้เนื้อถูกดึงออกจนเห็นกระดูกสีขาวโดยเจ้าตัว กลิ่นเหม็นเน่าปนกลิ่นคาวเลือดโชยมาเป็นระยะน่าสะอิสะเอียนยิ่ง หมอเหยียนเหงื่อผุดพราวเต็มใบหน้าเจ้ายานี่ชื่อของมันเหมาะสมกับฤทธิ์ของมันแท้จริง มันจะกัดกินเนื้อให้เน่าเปื่อยลงไปเรื่อยๆจากแผลเล็กน้อยกลายเป็นแผลกว้างมากขึ้นทั้งปวดและร้อนราวกับถูกเพลิงแผดเผา เขาใช้เข็มเงินจิ้มลงไปรอบๆแผลเพื่อหยุดพิษไม่ให้ลุกลามและใช้แผ่นเหล็กบางเฉียบสีดำค่อยๆเฉือนเนื้อที่กลายเป็นสีดำเน่าเปื่อยออก ฟ่านเสวียนแน่นิ่งคล้ายตายไปแล้วไม่ต่างกับหัวหน้าหน่วยและลูกสมุนที่ยืนเป็นห่วงทั้งยังต้องอารักขาความปลอดภัยให้เต็มที่จนลืมสังเกตุคนผู้หนึ่ง ใบหน้างามงุ้มงอลงอย่างเห็นได้ชัดขวดสีชาดถูกเทผงสีขาวออกละลายกับน้ำชาแล้วเททิ้งลงหน้าต่างควันสีขาวบางเบาแทบสังเกตุไม่เห็นจางหายไปอย่างรวดเร็ว
"ทุกท่าน ข้าไปเตรียมอ่างน้ำมาดีหรือไม่"ไห่เปียวเสนอแนะ
"ดี เจ้าไปนำมา"ไห่เปียวหมุนตัวออกไปรวดเร็วขวดยาสีขาวจะอยู่ใกล้ตัวให้เป็นพิรุธไม่ได้ เขากลับเข้าไปที่ห้องพักตนเองรีบเอาขวดยานั้นซุกซ่อนไว้ที่รอยแตกของผนังจากนั้นนำรูปภาพมาแขวนปิดร่องรอยเอาไว้ ถึงแม้นจะปลดรูปลงมาก็มองเห็นเพียงแค่รอยแยกเท่านั้น จากนั้นเจ้าตัวเดินไปยังครัวเพื่อของอ่างน้ำร้อนไปให้ท่านหมอเหยียน ทันทีที่เดินมาถึงหน้าห้องก็ได้ยินเสียงตะโกนลั่นด้วยความโกรธเกรี้ยว เขารู้ดีว่านั้นคือเสียงของผู้ใด ไห่เปียวสูดลมหายใจเข้าปอดเพื่อตั้งสติ
"น้ำร้อนมาแล้วท่านหมอ"ไห่เปียวส่งเสียงปนหอบ ใบขาวรีบวางอ่างน้ำเพราะตกใจจนกลัวจะทำอ่างหล่นลงพื้น สีหน้าของจื่อหลงบัดนี้ดูน่ากลัวยิ่งนัก เหล่าบรรดาคนในพรรคล้วนหลบอยู่ข้างๆแบ่งเป็นสองฝั่ง มิกล้าเงยหน้าขึ้นมองมัจจุราชที่กำลังส่งสายตาพิฆาตอยู่ข้างหมอเหยียน
"มันผู้ใด เป็นมันผู้ใด"จื่อหลงใช้กำลังภายในพุ่งปราดเดียวถึงตัวของไห่เปียว เขาคว้าขอมือเล็กเอาไว้จนแน่น
"ตอบข้ามา!"
"ขะ..ข้าไม่รู้"
"ไม่รู้รึ เจ้าเป็นผู้ดูแลเขาจะไม่รู้ได้อย่างไร"จื่อหลงตวาดกลับ
"ขะข้าไม่รู้จริงๆขอรับ ถะ ถามท่านหัวหน้าหน่วยได้ พอข้าเห็นเขากรีดร้องขาก็รีบตะโกนให้คนช่วย"ไห่เปียวตอบด้วยน้ำเสียงสะอื้นดวงตาแดงก่ำคลอด้วยหยดน้ำตา สีหน้าหวาดกลัว จื่อหลงชะงักมือแล้วสะบัดออกก่อนจะหันหลังเดินกลับไปที่เตียงอีกครั้ง สีหน้าของเขากระวนกระวายดวงตาเจ็บช้ำเมื่อเห็นชิ้นเนื้อของฟ่านเสวียนถูกเฉือนออกไปเรื่อยๆ
"ท่านหมอ เขา..."หมอเหยียนไม่กล่าวสิ่งใดได้แต่ส่ายหน้าไปมาช้าๆ จื่อหลงกัดกรามแน่นบดกันจนได้ยินเสียงกรอด สองมือกำหมัดแน่นคล้ายพยายามระงับสติ
"หัวหน้าหน่วยเจ้าเดินยามตลอดเวลาหรือไม่"
"แน่นอนขอรับ ข้ามิอาจเพิกเฉยต่อคำสั่ง พวกเราตรวจตราตลอดเวลาไม่มีสิ่งใดผิดปรกติเลยแม้แต่น้อย"หัวหน้าหน่วยยืนยันหนักแน่น ปู้เฉินที่เฝ้ามองเหตุการณ์อยู่เงียบๆใช้หางตาสังเกตุสีหน้าของไห่เปียว เขามั่นใจว่าเรื่องนี้ไห่เปียวจะต้องมีส่วนรู้เห็นแน่นอน
"ข้ากำลังดื่นน้ำชาแล้วจู่ๆคุณชายฟ่านก็ลุกพรวดขึ้นร้องโหยหวน ข้าจึงรีบไปเรียกท่านหัวหน้าหน่วย"
"เอาล่ะเลิกเถียงกันได้แล้ว ยาชนิดนี้สามัญชนไม่สามารถแสวงหามาได้ง่ายๆหรอก จื่อหลงเจ้าอย่าใช้กำลังตั้งสติให้มั่น ข้าพยายามเอาเนื้อเน่าออกให้มากที่สุดแล้วเข็มที่ข้าสะกัดนี้สามารถหยุดมันได้เพียงสองชั่วยามเท่านั้น เจ้าต้องไปหางูเหลียงที่ยอดเขามา มันไม่ได้เจอง่ายๆพิษของมันร้ายแรงยิ่งผู้ใดถูกขบกัดจะทำให้พิษลามอย่างรวดเร็วเพียงสองอึดใจก็ไม่มีลมหายใจแล้ว ข้าจะใช้คมเขี้ยวของมันหยุดพิษชนิดนี้ ข้าไม่แน่ใจว่ามันจะได้ผลหรือไม่ อย่างน้อยก็ให้ข้าได้ลองดู เรื่องนี้ต้องขอสวรรค์เมตตาแล้ว"
"ได้ ท่านรอข้าเดี๋ยว ฝากเขาด้วย"จื่อหลงหมุนตัวเกินจากไปรวดเร็วปู้เฉินเองก็ติดตามไปอย่างกระชั้นชิด
บนเทือกเขาหนาวเหน็บกระทั่งใบไม้ยังยืนต้นตายขาวโพลนปกคลุมไปด้วยหิมะ สองบุรุษเหินจากกิ่งไม้หนึ่งไปยังกิ่งไม้หนึ่ง มองหาสิ่งมีชีวิตที่มีน้อยนิด
"นายท่าน"ปู้เฉินเอ่ยขึ้น
"ข้ารู้"
"หมายความว่าท่านรู้หรือขอรับ"
"อืม เจ้าคิดว่าข้าโง่ปานใด"
"ไม่ขอรับ"
"เพียงแต่เรายังไม่มีหลักฐาน เขาเป็นใคร ข้าเป็นใคร ตอนนี้ต่อกรได้หรือ"
"ขอรับ"ปู้เฉินถอนหายใจโล่งอกเมื่อได้ยินคำตอบ
"เป็นข้าเองที่ประมาท คิดว่าถ้าเสี่ยวเสวียนอยู่กับเขา เขาคงไม่กล้าทำสิ่งใดเพราะถ้าทำเราต้องรู้ตัวแน่ ข้าคิดผิดไปจริงๆ"
"แค่นี้ก็ถือว่าสวรรค์เมตตาเรามากแล้วขอรับ"
"เจ้าหมายความเช่นไร"จื่อหลงกวาดสายตามองหางูเหลียงไปด้วยสุดท้ายประโยคนั้นทำให้เขาต้องหันกลับมามองปู้เฉินเต็มตาอีกครั้ง
"ข้าหมายถึง"ปู้เฉินเงียบไปไม่กล่าวให้จบประโยค
"ข้ากลัวท่านหลงผิด"ปู้เฉินยอมรับในครั้งสุดท้าย
"ข้าไม่โง่ ข้าไม่โง่"จื่อหลงพึมพำ ทันใดนั้นเองหน้าอกของเขารู้สึกเจ็บแปลบขึ้นมากระทันหันจนต้องยกมือกุมเอาไว้
"ท่าน.."ปู้เฉินรีบเข้าประคองแขนทันที
"ข้าไม่เป็นไร"
"แต่ท่าน"
"ข้ารู้สึกแปลกๆแต่ช่างเถอะมันหายแล้ว หางูเหลียงก่อนเถอะ เราต้องรีบแล้ว"ปู้เฉินพยักหน้าแยกย้ายกันเหินตามยอดไม้เพื่อมองหา
ยามนี้ไห่เปียวเดินกลับมานั่งที่ห้องพักตนเองแล้วสองมือกุมกันบีบแน่นด้วยกลัวว่าจะหางูเหลียงเจอ
"ไม่นะ ท่านพ่อบอกเองว่าไร้หนทางรักษา แล้วถ้างูนั่นช่วยได้ยานี้จะมีประโยนข์ใดอีกเล่า"เขาทุบมือลงบนโต๊ะแรงจนได้ยินเสียงตึง สายตาลุกวาบ
"ท่านพี่ใหญ่ช่างทนทานเหลือเกินนะ เอาเถอะไม่เป็นไรถึงท่านหายข้าก็ยังสามารถทำให้เขาอยู่ใต้อำนาจข้าได้อยู่ดี หึหึ"ไห่เปียวอารมณ์ขึ้นมาทันที เขาขยับตัวลุกขึ้นเดินออกจากห้องเพื่อไปยังห้องครัว
"ให้ข้าช่วยพวกท่านเถอะ อย่างไรเสียท่านประมุขก็เป็นศิษย์พี่ใหญ่ของข้า"ไห่เปียวปรุงอาหารเลิศรสด้วยความรู้สึกอิ่มเอมฮัมเพลงกล่อมเด็กเบาๆตามไปด้วย ยามที่ผู้คนพลั้งเผลอเขาแอบเทผงสีขาวละเอียดลงไปในเหยือกชาประจำตัวของจื่อหลงเมื่อมันถูกความร้อนมันจะละลายจนมองไม่เห็นและไม่รู้สักนิดว่ามีสิ่งปะปนอยู่
#แอบร้ายอะแก ಠ益ಠ