อวี๋เฟิงเฟย หญิงกล้าเหนือชะตาลิขิต

    บทที่ 3 อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นด้วยความจงใจของใครบางคน

    "คุณภาสมาแล้วค่ะ" วรรณพูดกับชายหนุ่มที่มาหาภาสพงษ์ที่คฤหาสน์


    "อ้าว ผมก็นึกว่าใคร ที่แท้คุณบวรนี่เอง สบายดีนะครับคุณบวร วันนี้มีอะไรมาให้ผมช่วยรึเปล่าครับ เห็นป้าวรรณเธอบอกมีคนมาหาผมว่าจะคุยเ๱ื่๵๹งานของคุณเพนนี สงสัยเธอคงจะเข้าใจผิด" ภาสพงษ์กล่าวกับบวรด้วยสีหน้าอมยิ้ม เพราะรู้ว่าถึงแม้ภายนอกบวรจะแต่งตัวดี แต่จริงๆแล้วบวรกลับเป็๲คนที่มีแต่เปลือก ไม่ได้ดูดีเหมือนภายนอก


    "แหม่ คุณภาส ผมก็มีเ๱ื่๵๹เดือดร้อนนิดหน่อยเองอยากจะมาให้คุณช่วย" 


    "มีเ๱ื่๵๹อะไรบอกผมเลยนะครับคุณบวร เดี๋ยวเกิดคุณเพนนีเธอเรียกหาขึ้นมาแล้วผมไม่ว่าง เธอจะเล่นงานผมเอาน่ะสิ"


    "ครับๆ เข้าเ๱ื่๵๹ครับ พอดีภรรยาผมเพิ่งจัดบ้านไม่นานมานี้ ค้นไปค้นมา ก็เจอกับแหวนวงนึง เป็๲แหวนทองน่ะครับ เห็นรูปตรงหัวมันเป็๲สิงห์ แต่วงมันเล็กไปหน่อยผมใส่ไม่ได้ เลยว่าจะเอาไปขาย คิดไปคิดมาก็นึกได้ว่าลองเอามาให้คุณภาสดูสักหน่อยจะดีกว่า เผื่อคุณภาสจะมีค่าสินน้ำใจเล็กๆน้อยๆให้ผมมากว่าที่พวกเถ้าแก่ร้านทองเค้าให้กัน"


    บวรว่าพลางหยิบแหวนยกขึ้นมาให้ภาสพงษ์ช่วยดู


    "อื้ม ดูแล้วเป็๞แหวนทองที่สวยมากด้วยนะ แต่คุณบวรคุณแน่ใจนะว่าคุณไม่ได้ไปขโมยใครเขามาน่ะ ผมไม่อยากมีปัญหาทีหลัง เกิดต้องขึ้นโรงขึ้นศาลข้อหารับของโจรน่ะยุ่งเลย" 


    "โถคุณภาส นี่แหวนที่ภรรยาผมรื้อค้นมาจริงๆนะครับ จากในบ้านผมเลย ถ้าคุณไม่เชื่อ ผมสาบานเลยก็ได้นะ"


    "ไม่ต้องขึ้นนั้นหรอกครับ ไหนผมขอดูแหวนใกล้ๆหน่อย"


    ภาสพงษ์เอื้อมมือไปรับแหวนจากบวร


    ภาสพงษ์ยังคิดกับในใจว่า


    "เ๹ื่๪๫สาบานน่ะไม่ใช่ว่าผมไม่เชื่อนะ แต่สาบานไปก็เท่านั้นแหล่ะ เดี๋ยวก็เวียนว่ายตายเกิดใหม่ แต่เดี๋ยวนะรู้สึกแปลกๆ เหมือนมีอะไรบางอย่างที่เปลี่ยนไป เอ๋!!อะไรว่ะ เห้ยยยยย นึกออกแล้ว ตลอดสิบชาติที่ฉันตายแล้วเกิดแล้วเกิดแล้วตาย นายบวรไม่เคยมาที่คฤหาสน์เพื่อขายแหวนเลยสักครั้งเดียว ตอนนั้นที่มาก็เพื่อเอาโฉนดบ้านมาจำนองไว้กับเรา แล้วก็ชอบมายืมเงินคุณเพนนีไปทำธุรกิจ ไม่เคยเอาแหวนรูปทรงสวยงามแต่ดูแล้วแปลกประหลาดอย่างนี้มาให้ หรือว่ามันจะต้องมีจุดเปลี่ยนอะไรที่เกิดขึ้นในชาตินี้รึเปล่า เดี๋ยวลองเอาไปคุยกับคุณเพนนีดีกว่า"


    "ได้ครับ ผมว่าแหวนนี้ก็สวยดีนะ แต่มือผมน่ะมันทั้งด้านทั้งใหญ่ ไอ้แหวนทองหัวสิงห์นี่มันดูเหมาะกับพวกผู้หญิงมากกว่า เดี่ยวผมให้เด็กไปตามคุณเพนนีแล้วกัน เผื่อเธอจะได้มาลองแล้วตัดสินใจ"


    ภาสพงษ์ว่าพลางหันไป จะเรียก ป้าวรรณ แต่ไม่พบ สงสัยว่าป้าวรรณคงสั่งงานเด็กๆอยู่ในครัว เพื่อเตรียมมื้อเย็นให้คุณเพนนี ภาสพงษ์จึงหันไปบอกกับเด็กรับใช้ที่ชื่อ แตง ซึ่งอยู่ในบริเวณนั้น


    "แตง แตง ขึ้นไปเรียก คุณเพนนีให้หน่อยให้คุณเธอลงมา ฉันมีเ๹ื่๪๫จะคุยด้วย"


    แตงทำหน้าเบ้พร้อมกระซิบกลับ "โถ คุณภาส คุณให้หนูไปเข้าถ้ำเสือรึไงเนี่ย คุณเพนนีน่ะเดี๋ยวก็ดีเดี๋ยวก็ร้าย เกิดหนูขึ้นไปเป็๞อะไรขึ้นมา คุณจะรับผิดชอบหนูมั้ยเนี่ย" 


    "เออน่า ไปเรียกลงมา คุณเพนนีเธอไม่กัดหัวแตงหรอก เร็วๆด้วยนะ บอกไปว่าเป็๞ธุระสำคัญเลย" ภาสพงษ์บอกพลางสะบัดมือที่แปลความหมายได้ว่า ให้รีบไป


    "โอ๊ย คนใช้ใหม่แบบเราต้องมาเข้าหาคุณเพนนี ยากซะยิ่งกว่ายากอีกเนี่ยยยยยย"


    แตงพูดกับตัวเองเสร็จแล้วรีบเดินขึ้นบันไดไป


    ก๊อกๆๆๆๆๆ // แตงเคาะห่วงที่แขวนอยู่ตรงประตูห้องของเพนนี


    "คุณเพนนีคะ คุณภาสเธอให้มาเรียกคุณเพนนีลงไปห้องรับแขกด้านล่างค่ะ บอกว่ามีธุระสำคัญ" แตงพูดกับคุณเพนนีด้วยท่าทีกล้าๆกลัวๆ


    "นี่ เธอจะยืนกลัวฉันตัวสั่นอะไรขนาดนั้น ยัยแตง ยัยคนนี้ก็ประหลาดคนจัง ฉันก็เป็๞คนรับเธอเข้ามาทำงานเองแท้ๆ ยังจะมากลัวอะไรกันอีก ทำเหมือนชาติที่แล้วชั้นไปฆ่าเธอไว้อย่างนั้นน่ะ" เพนนีพูดกับแตงเสร็จแล้วจึงหันไปทาลิปสีโปรดที่หน้ากระจก


    "นี่แล้วฉันถามคำนะ ฉันกับนายพงษ์ เธอกลัวใครมากกว่ากัน"


    "กลัวคุณเพนนีมากกว่าค่ะ แต่กลัวยังไง แตงก็ว่าคุณเพนนีนี่ส้วยสวยยยย"


    ก็รู้อยู่ว่าคุณเพนนีเธอเ๯้าอารมณ์ เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย จะตอบอะไรก็ต้องระมัดระวัง ตอบให้เธอชื่นใจสักหน่อยแล้วกัน


    เพนนีเติมสีลิปสติกที่ปากเสร็จ จึงหันมาตอบ "ขอบใจจ่ะแตง ที่ชมว่าฉันสวย นี่ แต่ฉันไม่ได้ลืมนะไอ้ประโยคต้นน่ะ เธอบอกว่ากลัวฉันมากกว่านายพงษ์ แล้วทำไมนายพงษ์สั่งให้เธอขึ้นมาเรียกฉันลงไปเขา กล้าดียังไง แทนที่จะขึ้นมาหาเอง"


    "คุณภาสบอกว่ามีเ๹ื่๪๫สำคัญค่ะ อยากให้คุณเพนนีรีบลงไปดู"


    "นี่ สำคัญจริงรึเปล่า ก็ไม่รู้ มาแกล้งหลอกให้ฉันเดินลงไปแล้วไม่มีอะไรน่าสนใจ เธอก็รู้หนิว่าฉันเป็๞ใหญ่ที่สุดในบ้าน ใครก็มาสั่งไม่ได้ หรือ ฉันจะไม่ลงไปดีนะ เห็นป้าวรรณบอกมีคนมาหานายพงษ์ด้วยเ๹ื่๪๫งานของฉัน นายพงษ์นี่ก็ยังไงกันแน่ อุตส่าห์จ้างมาให้เป็๞เลขาส่วนตัวคอยดูระบบชีวิตของฉัน ดั๊นนนน ทำไม่ดี จะให้ฉันลงไปหา ฝันไปเถอะย่ะ" เพนนีว่าพลางจะหันไปปิดประตูห้อง

    ที่ห้องรับแขกด้านล่างคฤหาสน์


    "เดี๋ยวผมขอตัวสักครู่นะครับคุณบวร ไม่รู้ว่าเด็กไปตามคุณเพนนีเธอยังไง ไม่ยอมลงมาสักที ผมคงต้องไปตามเองแล้วล่ะ นั่นป้าวรรณ ป้าวรรณครับ บอกเด็กรับใช้ให้หน่อยครับว่าหาน้ำ หาของทานเล่นให้คุณบวรเธอหน่อยครับเดี๋ยวผมรีบลงมา"


    "ได้ค่ะคุณภาส รอสักครู่นะคะคุณ เดี๋ยวดิฉันเติมน้ำให้" ป้าวรรณว่าพร้อมกับเดินไปหยิบเหยือน้ำในครัว

    "ขอบคุณมากครับ" 


    บวรพูดไปแล้วเมื่อเห็นว่าป้าวรรณเดินไปหยิบน้ำ จึงทำสีหน้าร้อนใจ กระวนกระวายด้วยความกลัวภาสพงษ์จะไม่รับซื้อแหวนดังกล่าว ความจริงแล้วแหวนนี้ภรรยาของเขาไม่ได้จัดเก็บบ้านแล้วค้นเจอหรอก บวรคิดพลางย้อนไปถึงเหตุการณ์ตอนนั้นที่เกิดขึ้นด้วยความมึนงง


    ที่จริงแล้ววันนี้เขาต้องรีบกลับบ้านเพื่อรีบเก็บข้าวของพาครอบครัวหนี ที่ต้องหนีเพราะว่าเขาดันไปติดหนี้เอาไว้ ไปกู้หนี้นอกระบบมาเพื่อเอาเงินมาช่วยพยุงฐานะการเงินของบริษัท แต่ใครจะคิดว่า จากที่กู้ยืมมาเพื่อช่วยเหลือบริษัท เงินนี้กลับเป็๞สิ่งที่ทำให้สถานการณ์มันเลวร้ายยิ่งขึ้น ไม่ใช่ว่ามันไม่พอ แต่ความไม่รอบคอบของเขาเองที่ไม่ยอมตรวจสอบ ทำให้พบว่าเงินนี้หล่นหายไป เงินที่หายไปก็ทำให้ฐานะแย่ลงหนักกว่าเดิม ดังนั้นเขาไม่มีหน้าจะมาอยู่ที่นี่ได้แล้ว เงินก็หาย ดอกเบี้ยก็ยังมี หนี้ก็ต้องเพิ่ม เขาต้องรีบหนีให้เร็วที่สุด ขณะที่ขับรถกลับบ้านก็พบว่า เกิดอุบัติเหตุขึ้น เพราะด้วยเหม่อลอยและความเครียดของเขาทำให้เขาชนคนผู้หนึ่งเข้า ไม่รู้ว่าเป็๞ใคร


    "เวรละไง มัวแต่เหม่อ ชนคนเลย นั่นใครว่ะน่ะ จะตายมั้ย เอาไงดีวะลงหรือไม่ลงไปดู หรือเหยียบมันไปเลย จะได้รีบหนีทัน"


    "แต่ถ้าเหยียบก็หนักเลยนี่หว่า จากที่จะโดนแค่เ๹ื่๪๫หนี้ ก็ต้องมาเจอคดีอีก ประมาทชัดๆ" บวรตีกับความคิดของตนเองในสมอง แล้วสุดท้ายจึงตัดสินใจว่า "ลงไปดูสักหน่อยแล้วกัน" แล้วจึงเปิดประตูลงจากรถไป


    "โอ๊ยยยยย ขาฉันจะเป็๞อะไรมั้ยเนี่ย เจ็บมากๆเลย" ผู้ถูกชนเป็๞หญิงวัยกลางคน อายุสักประมาณ 50 ปี


    "คุณป้าเป็๞ยังไงบ้างครับ เจ็บมากรึเปล่า ตอนนี้ผมมีธุระด่วนถ้ามีอะไรไว้คุยกันทีหลังได้มั้ย เกิดป่วยอะไรขึ้นมาผมจะจ่ายค่ารักษาให้" ไอ้สิ่งที่บวรพูดไปน่ะเขาคงทำไม่ได้หรอก เพราะจะรีบหนีออกจากประเทศ แต่ก็ต้องพูดไปก่อนไม่งั้นเดี๋ยวเ๹ื่๪๫ยาว


    "นี่ พ่อหนุ่ม ฉันน่ะแก่แล้ว กระดูกกระเดี้ยวก็ไม่ได้ว่าจะดี แต่ฉันก็ผิดเองแหล่ะที่เดินไม่ระวังถนน อ่ะ เอานี่ไปแล้วกันถือว่าเป็๞ค่าทำขวัญตอบแทน หญิงคนนั้นยื่นแหวนทองซึ่งเป็๞หัวสิงห์มาให้กับบวร


    "เดี๋ยวนะครับป้า ผมขับรถชนคุณป้า ผมสิต้องจ่ายเงินไม่ใช่ให้คุณป้าเอาแหวนมาให้ผม" บวรพูดพร้อมกับทำหน้างง มีอย่างที่ไหนโดยชนแล้วแต่ไม่ว่าอะไรยังจะให้สิ่งของมาอีก ป้านี่ประสาทกลับรึเปล่า หรือเขาต้องเสียเวลาพาป้าไปแสกนสมองที่โรงพยาบาลอีก เมื่อหยิบแหวนขึ้นมาเพื่อจะมอง อยู่ๆบวรก็เกิดอาการวิงเวียน สติเริ่มขาดหายไปราวกับกำลังถูกสะกดจิต


    "ฉันบอกว่าฉันเป็๞คนผิด บอกให้รับก็รับไป แล้วแหวนนี้ไม่ใช่ของนาย จำเอาไว้ ส่งแหวนนี้ไปให้เ๯้าของตัวจริงซะ อวี๋เฟิงเฟย ลูกสาวคนเล็กของฉันเอง เอาไปคืนให้นาง"


    เมื่อบวรโดนสะกดจิตแล้วจึงหันมามองหาป้าคนนั้น แต่ทันทีที่มองกลับพบว่า ป้าดันหายไปอย่างไร้ร่องรอย ราวกับสามารถหลบหนีได้


    "อวี๋เฟิงเฟย อวี๋เฟิงเฟย ต้องรีบนำแหวนไปให้คุณเฟยเฟย ตอนนี้เลย"


    บวรซึ่งโดนสะกดจิต รีบขึ้นรถแล้วขับออกไปทันทีโดยที่ไม่รู้ตัว เพราะถูกสะกดจิตโดยพลังของหญิงชราเอาไว้ ซึ่งหญิงคนนั้นเป็๞ใครบวรก็คงไม่สามารถรับรู้ได้