ยามวิกาล เมืองผิงอันตกอยู่ในความเงียบสงัด มีเพียงเสียงหมาเห่าหอนเป็ระยะ
หน้าจวนตระกูลหวังอันกว้างใหญ่ เงาดำสองสายลอบเร้นมาหยุดอยู่ที่กำแพงด้านหลัง
"สวี่อัน... ข้าว่าเรากลับกันเถอะ" ต้าหนิวกระซิบเสียงสั่น ในมือถือเชือกอาคมสีแดงและขวดสุราผสมเืไก่ดำแน่น ร่างั์ของเขาสั่นเทาเหมือนลูกนกตกน้ำ "ถ้าท่านนายอำเภอรู้ว่าเราลอบเข้าจวนคนอื่นยามวิกาล เราโดนโบยหลังลายแน่!"
"พี่ต้าหนิว ท่านอยากเป็หัวหน้ามือปราบไปตลอดชีวิต หรืออยากเป็แค่ลูกน้องเขาล่ะ?" สวี่อันตบไหล่อีกฝ่ายเบาๆ "เชื่อข้าเถอะ จับฆาตกรตัวจริงได้เมื่อไหร่ ท่านนายอำเภอมีแต่จะตบรางวัลให้ท่าน!"
สวี่อันไม่รอให้ต้าหนิวโต้แย้ง เขาหยิบ 'ยันต์อำพรางตา' ที่แอบวาดไว้อย่างทุลักทุเลเมื่อตอนเย็นขึ้นมาแปะที่หน้าผากของตนเองและต้าหนิว ยันต์นี้แม้จะอยู่ได้ไม่นาน แต่ก็พอจะช่วยพรางตาพวกคนยามได้
เขาย่อตัวลง พยักหน้าให้ต้าหนิวเป็ฐานเหยียบ แล้วปีนข้ามกำแพงจวนไปอย่างคล่องแคล่ว ต้าหนิวกลืนน้ำลายเอื้อก ก่อนจะปีนตามเข้าไปอย่างทุลักทุเล
ภายในจวนตระกูลหวังมืดมิด มีเพียงแสงจันทร์สลัวๆ ส่องนำทาง สวี่อันพึ่งพา 'จมูก' ของตนเองสูดดมกลิ่นหอมประหลาดที่ลอยมาตามลม กลิ่นนั้นหอมหวานยั่วยวน คล้ายกลิ่นดอกมู่ตาน (ดอกโบตั๋น) ผสมกับกลิ่นคาวเืจางๆ
ยิ่งเดินลึกเข้าไปในเรือนด้านใน กลิ่นหอมยิ่งฉุนกึก จนต้าหนิวเริ่มมีอาการตาเหม่อลอย เดินโซเซราวกับคนเมา
"พี่ต้าหนิว! ตั้งสติหน่อย!" สวี่อันรีบหยิบยันต์สร่างเมาแปะหน้าผากอีกฝ่าย "กลิ่นนี้มันมีฤทธิ์หลอนประสาท!"
พวกเขามาถึงหน้าเรือนหลังหนึ่งซึ่งตกแต่งอย่างหรูหรา หน้าเรือนมีแปลงดอกไม้ขนาดใหญ่ แต่ที่น่าขนลุกคือ ดอกไม้ในแปลงทั้งหมดล้วนเป็สีแดงสดราวกับสีเื!
"บุปผากลืนิญญา..." สวี่อันพึมพำ เขาหยิบพู่กันและสมุดจดขึ้นมาเตรียมพร้อม "เอาล่ะ ไป๋ลู่ ออกมาทำงานได้แล้ว!"
ร่มกระดาษน้ำมันสีแดงที่สวี่อันสะพายมาด้วยสั่นกึกๆ ควันสีแดงพวยพุ่งออกมา ก่อตัวเป็ร่างของผีสาวไป๋ลู่ นางปรายตามองแปลงดอกไม้สีเืด้วยสายตารังเกียจ
"กลิ่นเหม็นคาวชะมัด" นางบ่นพึมพำ ก่อนจะหันไปมองสวี่อัน "ถ้าข้าจัดการนางปีศาจบุปผานี่ได้ เ้าต้องซื้อธูปหอมชั้นดีให้ข้าสิบกำนะ!"
"ได้เลย! ต่อให้ยี่สิบกำข้าก็ซื้อให้!" สวี่อันรับคำอย่างว่าง่าย (แม้ในกระเป๋าจะไม่มีเงินสักอีแปะก็ตาม)
ยังไม่ทันที่ไป๋ลู่จะได้ลงมือ ประตูเรือนก็เปิดออกช้าๆ ร่างของสตรีโฉมงามนางหนึ่งเดินออกมา นางสวมชุดผ้าไหมบางเบา ผิวพรรณขาวซีด ดวงตาคมเฉี่ยว ทว่าริมฝีปากกลับแดงสดผิดมนุษย์
"แขกยามวิกาล... ช่างใจกล้าเสียจริง" ซินเหมย อนุภรรยาคนใหม่ของเศรษฐีหวังแสยะยิ้ม "กลิ่นอายิญญาของพวกเ้า ช่างหอมหวานนัก..."
"นางไม่ใช่คน!" ต้าหนิวะโลั่น ถอยกรูดไปหลบหลังสวี่อัน
"แน่นอนว่าไม่ใช่!" สวี่อันะโกลับ "นางคือปีศาจบุปผาที่สูบกลืนิญญาเศรษฐีหวัง! พี่ต้าหนิว สาดเืไก่ดำเลย!"
ต้าหนิวแม้จะกลัวจนฉี่แทบราด แต่สัญชาตญาณมือปราบก็สั่งให้เขาขว้างขวดสุราผสมเืไก่ดำใส่ซินเหมย!
เพล้ง!
ขวดแตกกระจาย เืไก่ดำสาดกระเซ็นโดนร่างของซินเหมย นางกรีดร้องลั่น เสียงนั้นแหลมสูงจนแก้วหูแทบแตก! เืไก่ดำซึ่งมีฤทธิ์ปัดเป่าสิ่งชั่วร้าย ทำให้ิัของนางเกิดรอยไหม้พุพอง
"พวกมนุษย์โง่เขลา! ข้าจะสูบิญญาพวกเ้าให้หมด!" ซินเหมยคำราม ร่างของนางเริ่มกลายสภาพ แขนขากลายเป็เถาวัลย์หนามสีแดงพุ่งเข้าใส่สวี่อันและต้าหนิว!
"ไป๋ลู่!" สวี่อันะโเรียก
"รู้แล้วน่า!" ผีสาวชุดแดงพุ่งทะยานออกไป แขนเสื้อยาวสลวยสะบัดฟาดเถาวัลย์หนามจนขาดสะบั้น การต่อสู้ระหว่างผีสาวกับปีศาจบุปผาเปิดฉากขึ้นอย่างดุเดือด!
สวี่อันไม่รอช้า เขาอาศัยจังหวะชุลมุน วิ่งอ้อมไปด้านหลัง หยิบเชือกอาคมสีแดงที่แช่น้ำมนต์มาอย่างดี ขว้างออกไปรัดรัดลำต้นของปีศาจบุปผา!
"พี่ต้าหนิว ดึง!"
สองหนุ่มออกแรงดึงเชือกอาคมสุดแรงเกิด ซินเหมยกรีดร้องด้วยความเ็ป เชือกอาคมรัดแน่นจนเถาวัลย์ของนางเริ่มขาด
"อ๊ากกก!"
ในที่สุด ร่างของปีศาจบุปผาก็ทนไม่ไหว ะเิออกเป็ละอองเกสรสีแดงฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ ก่อนจะค่อยๆ สลายหายไปในอากาศ
เหลือเพียงซากดอกไม้สีเืที่เหี่ยวเฉาและเศษผ้าไหมตกอยู่บนพื้น
"แฮ่ก... แฮ่ก... จบแล้วใช่ไหม?" ต้าหนิวหอบหายใจ ทรุดตัวลงนั่งกับพื้น
สวี่อันปาดเหงื่อบนหน้าผาก เขามองไปรอบๆ ก่อนจะยิ้มกว้างออกมา
ละอองแสงสีทองขนาดใหญ่สองดวง ลอยขึ้นมาจากซากดอกไม้สีเื และอีกดวงลอยมาจากทิศทางของห้องเก็บศพ
‘ขอบคุณ... ขอบคุณที่ช่วยปลดปล่อยข้า...’ เสียงกระซิบของเศรษฐีหวังดังก้องในหัวสวี่อัน
ละอองแสงสีทองพุ่งเข้าสู่ฝ่ามือของสวี่อัน เขาหลับตาลงรับรู้ถึงพลังแห่งอายุขัยที่เพิ่มขึ้น
หนึ่งเดือน... สองเดือน... สามเดือน!
สวี่อันลืมตาขึ้น ดวงตาเป็ประกาย "รอดตายไปอีกสามเดือน! ฮ่าๆๆ! คดีนี้ปิดฉากได้อย่างสวยงาม!"
เขาหันไปตบไหล่ต้าหนิว "เตรียมตัวรับตำแหน่งหัวหน้ามือปราบได้เลยพี่ชาย! พรุ่งนี้เราจะเอาเศษซากของนางปีศาจไปรายงานท่านนายอำเภอกัน!"
คืนนั้น สวี่อันกลับถึงห้องพักด้วยความเบิกบานใจ เขาได้ทั้งอายุขัย ได้ทั้งผลงานให้ต้าหนิว และที่สำคัญ... เขาได้พล็อตนิยายตอนต่อไปที่จะเอาไปเล่าที่โรงน้ำชาพรุ่งนี้แล้ว!
"หึๆ... ปีศาจบุปผาสูบิญญา... คราวนี้ล่ะ ข้าจะกอบโกย 'ความกลัว' ให้หนำใจไปเลย!" สวี่อันหัวเราะร่วน พลางตวัดพู่กันลงบนกระดาษอย่างอารมณ์ดี
โดยไม่ทันสังเกตเลยว่า... ที่มุมมืดของห้อง ร่มกระดาษน้ำมันสีแดงกำลังสั่นกึกๆ พร้อมกับเสียงบ่นพึมพำของไป๋ลู่
"อย่าลืมธูปหอมยี่สิบกำของข้าล่ะ ไอ้สัปเหร่อหน้าเื..."