BADBOYสอนรัก

    ตอนที่2

    “แต่”ฉันกำลังจะแย้งพี่เคแต่ก็โดนพี่เคยกมือขึ้นห้ามฉันพูดไว้ซะก่อน ฉันจึงต้องเม้มปากเป็๲เส้นตรงแน่นและหยุดพูดลงทันที

    “ลุกขึ้นยืน!!”

    “เตรียม!!”พี่เค๻ะโ๠๲เสียงดังสั่งปีหนึ่งทั้งหมด ทุกคนก็รีบลุกขึ้นยืนตรงจัดแถวอย่างเป็๲ระเบียบอย่างรวดเร็ว

    “ถอยหลังไป!!”พี่เค๻ะโ๷๞และเดินเข้าไปหาปีหนึ่งแถวหน้าและเดินเข้าไปเรื่อยๆจนปีหนึ่งด้านหลังสุดต้องค่อยๆถอยหลังไปตามคนด้านหน้าที่ถอยหลังไปเรื่อยๆจนออกไปจากลานเกียร์แห่งนี้

    “อย่าร้อง”เสียงพึงพำเอ่ยออกมาจากพี่ชายสุดที่รักของฉันที่ยืนหลบอยู่หลังต้นไม้ใหญ่ พี่ปอนกำลังบอกให้ฉันอย่าร้อง ฉันจึงพยักหน้ารับคำพี่ปอนและสูดน้ำตาน้ำมูกให้ไหลกลับเข้าไปด้านใน

    “อีก!!”เสียงพี่เค๻ะโ๷๞ดังจนฉันรู้สึกว่าแก้วคอเขาจะแตกไหมแต่ฉันจะห่วงเขาทำไมในเมื่อเขาเองก็ทำเหมือนไม่รู้จักฉันทั้งๆที่ตอนกลางคืนเรานอนด้วยกันแทบทุกคืน

    “นั่งลง!!!”สิ้นเสียงของพี่เค เพื่อนๆทั้งหมดก็ต่างพากันหันมองหน้ากันและกันก่อนจะต้องจำใจนั่งลงบนพื้นดินกลางสนามของคณะวิศวะที่ไม่ได้อยู่ในลานเกียร์ที่มีร่มไม้ของต้นไม้ใหญ่ให้พวกเราได้หลบร่มแล้วที่บนลานเกียร์จะถูปูด้วยพื้นปูนซีเมนต์อย่างดี และตอนนี้เป็๲เวลาบ่ายสองโมง แดดบ่ายสองโมงมันกำลังร้อนแค่ไหน

    “นั่งตรงนี้….20นาที!!”พี่เคเอ่ยขึ้นก่อนจะหันหลังเดินกลับมาหาฉัน

    “ส่วนคุณ!!”

    “ป้ายชื่อหายหรือลืมไว้ที่ไหน?”เขาถามฉัน ฉันก็อ้ำๆอึ้งๆเพราะจำไม่ได้ว่าฉันไปลืมไว้ที่ไหนหรือที่ฉันอาจจะทำหายไปเมื่อวานตอนเย็นหลังเลิกประชุมเชียร์ฝนตกหนักมากและฉันก็วิ่งหลบฝนเหมือนคนอื่นๆแต่แปลกตรงที่พอรู้ตัวอีกทีป้ายชื่อของฉันก็หายไปแล้ว

    “ไปวิ่งรอบสนามยี่สิบรอบ!”พี่เค๻ะโ๠๲สั่งฉันทำให้ฉันเงยหน้าขึ้นไปมองหน้าเขาทั้งน้ำตาแล้วทีนี้ เขาก็มองหน้าฉันกลับแววตาเรียบเฉยไม่ได้ปรากฏความรู้สึกอะไรออกมา ฉันจึงต้องจำใจกัดฟันและกลั้นน้ำตาที่เหลือไว้ไม่ให้มันไหลออกมาอีก

    “ค่ะ!”ฉัน๻ะโ๷๞ตอบรับพี่เคไปและจัดการหันหลังออกมาและวิ่งลงไปยังสนามของมหาลัยเอกชนชื่อดังแห่งนี้ทันทีที่มีเนื้อที่กว่าสิบไร่ฉันวิ่งไปตามลู่วิ่งลานกรีฑาที่พื้นลู่วิ่งทำจากยางสังเคราะห์ ตรงใจกลางของสนามแห่งนี้เป็๞สนามหญ้ารอบๆมีลู่วิ่งมีอัฒจรรย์ให้นักศึกษาได้นั่งมีร่มให้ได้หลบทั้งสี่ทิศและแดดตอนนี้ช่างร้อนเสียจริง…

    ……………………………………………………

    เค ไตรนภพ……

    “ที่ผมสั่งทำโทษพวกคุณ!!”

    “รู้ไหมว่าเพราะอะไร!!”ผม๻ะโ๷๞เสียงดังถามรุ่นน้องปีหนึ่งไป ทุกคนก็ต่างก้มหน้าก้มตาไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมาสบตาผม

    “เพราะพวกคุณ….ขาดความสามัคคี!”

    “คิดจะเอาตัวเองรอดเพียงอย่างเดียว!!”

    “แล้วอย่างนี้….จะให้ผมว่ายังไง!!”

    “SOTUS!!”

    “พวกคุณรู้ความหมายของคำคำนี้ไหม!!”

    “ถ้าไม่รู้!!”

    “ลุกขึ้น!!”ผม๻ะโ๠๲เสร็จปีหนึ่งเกือบสามร้อยคนก็ลุกขึ้นยืนตรงอย่างรวดเร็วใช้เวลาไม่ถึงสามวินาทีด้วยซ้ำไป

    “จัดแถว!!”ผมสั่งเสียงดังหน้าตาเข้มขรึมจนน่ากลัว

    “จัดแถว!”ปีหนึ่งก็รับคำผมและจัดการจัดเรียงแถวตัวเองให้เป็๲ระเบียบ

    พรึบๆๆๆๆ

    “บูม!!!”ผมเอ่ยสั่งคำลงโทษให้พวกปีหนึ่งไป 

    “บูม!”ปีหนึ่งก็รับคำผมและจัดการเอามือไขว้หลังของคนที่อยู่ข้างๆของตัวเองทันทีและทุกคนก็อยู่ในท่าเตรียมพร้อมที่จะบูม

    “บูมโซตัส!!”ผมสั่งให้น้องๆบูมโซตัสความหมายของ SOTUS

    “บูมโซตัส!!”ปีหนึ่งทุกคนก็๻ะโ๷๞ออกมาเสียงดังอย่างพร้อมเพรียงกัน

    “สาม…สอง!!”สิ้นเสียงผมปีหนึ่งทุกคนก็เริ่มบูมโซตัสตามที่ผมสั่ง โดยมีผมยืนเอามือไขว้หลังมองการกระทำของน้องๆที่ยังคงขาดความสามัคคีและความพร้อมเพรียงแต่ถือว่ามันดีกว่าตอนแรกๆมากแล้ว

    “ดังกว่านี้อีก!!”

    “เข้มแข็งกว่านี้อีก!!!”ผม๻ะโ๠๲เสียงดังเพื่อให้ปีหนึ่งบูมให้แข็งแกร่งกว่านี้อีกและสายตาของผมก็มองไปเห็นผู้หญิงในชุดนิสิตนักศึกษาที่เอามือหนึ่งไขว้หลังและอีกมือกอดคอกับเพื่อนคนข้างๆของเธอและ๻ะโ๠๲เสียงดังออกมาตามที่เพื่อนๆของเธอร้อง๻ะโ๠๲ ทำให้ผมเผลอยิ้มและส่ายศีรษะออกมาใยไหม….วิศวะปีหนึ่ง…

    พรึบ

    “ไอ้เค!”

    “ว่า?”ผมหันไปมองยังเสียงที่เรียกผมพร้อมแรงสะกิดไหล่ผม มันคือไอ้ปอนเพื่อนผมเอง

    “มึงบ้าป่ะเนี่ย!”ไอ้ปอนเอ่ยถามผมมาพลางทำสีหน้าไม่พอใจใส่ผมที่สั่งให้น้องมันไปวิ่งรอบสนามกีฬาแบบนั้น ผมก็หันไปมองยังคนร่างเล็กที่แสนคุ้นตาผมที่กำลังวิ่งอยู่ในลู่วิ่งของสนามเวลาเธอไปอยู่ที่ใหญ่ๆกว้างๆแบบนั้นมองแล้วเธอตัวเล็กนิดเดียวเองนะ

    “ก็น้องมึงทำผิด…”ผมพูดเสียงเรียบ

    “ไม่ว่าคนนั้นจะเป็๲ใคร….ถ้าทำผิดก็ต้องโดนลงโทษทั้งนั้น…”ผมตอบไอ้ปอนไปและละสายตาจากมันหันกลับไปมองน้องๆพี่หนึ่งบูมโซตัสกันอย่างขมักเขม่น

    “พอ!!”ผม๻ะโ๷๞สั่งทำให้น้องๆต่างพากันหยุดและยืนตรงจัดแถวเป็๞ระเบียบเพราะถ้าไม่เป็๞ระเบียบก็จะต้องโดนบูมต่อ

    “นั่งลงตรงนี้….ยี่สิบนาที!!”ผมเอ่ยสั่งน้องปีหนึ่งไป

    พรึบๆๆๆ

    เมื่อน้องๆปีหนึ่งนั่งลงบนพื้นดินตรงกลางแสงแดดจ้าๆยามบ่ายแบบนี้แล้วผมก็หันหลังเดินกลับไปยืนในร่มไม้ของต้นไม้ใหญ่ที่อยู่รอบๆลานเกียร์คณะของผมอย่างสบายใจ

    “ไอ้ปอน!”เสียงเรียกของไอ้เทลหนึ่งในพี่ว๊ากเอ่ยเรียกไอ้ปอนที่ยืนอยู่ด้านหลังผม ผมก็หันไปมองไอ้เทลกับไอ้ปอน

    “นั่นเดือนมหาลัยที่ตามจีบน้องมึงอยู่ใช่เปล่าว่ะ?”ไอ้เทลว่าพลางชี้นิ้วไปที่สนามกีฬาของมหาลัย ผมก็มองตามไปด้วยก็เห็นว่ามีนักศึกษาปีหนึ่งผูกไทวิ่งอยู่บนลู่วิ่งข้างๆยี่หวาน้องสาวไอ้ปอน

    “ตามจีบห่าไรล่ะ!”ไอ้ปอนว่าอย่างหงุดหงิดพลางจ้องมองน้องมันกับเด็กปีหนึ่งคนนั่นที่หน้าตาก็ไม่ได้หล่ออะไรเป็๞เดือนมหาลัยได้ไงวะ

    “ทำไมวะ?”ไอ้เทลเอ่ยถามไอ้ปอนอย่างสงสัย

    “ยัยยี่หวาตกลงคบกับมันแล้ว”ไอ้ปอนตอบไอ้เทลไป ทำให้ผมมองไอ้เด็กปีหนึ่งอย่างไม่ชอบขี้หน้ามันและรู้สึกหมั่นไส้มัน หมั่นไส้ทั้งสองคนแหละ!!

    “ห๊ะ!”ไอ้เทลร้องเสียงหลงอย่าง๻๠ใ๽

    “เออ!”

    “ร้อยวันพันปี…มีผู้ชายมากมายมาขายขนมจีบน้องมึงไม่เห็นเธอสนใจทำไมกับไอ้หนุ่มนี้ถึงได้….?”

    “กูไม่รู้!”

    “กูรู้แค่ว่า….”ไอ้ปอนหยุดพูดและหันมามองหน้าผม

    “ไอ้เคมันลงโทษน้องกูแรงไป”ไอ้ปอนจ้องหน้าผม ผมก็หันหน้าหนีมันและทำเป็๞ไม่รู้ไม่ชี้เดินกลับไปยังที่สนามหญ้าหน้าลานเกียร์ที่น้องปีหนึ่งนั่งอยู่ด้วยเม็ดเหงื่อโทรมกาย

    “วันนี้ผมจะเลิกเชียร์!”

    “และในวันพรุ่งนี้….ผมจะนัดเชียร์อีก…”

    “เวลาห้าโมงเย็น!!”

    “เลิก!!”สิ้นเสียงผมปีหนึ่งทั้งหมดก็ต่างเงยหน้าขึ้นมามองหน้าผม ผมก็เดินออกมาและมอบหมายให้ปีสองทำหน้าที่ต่อจากนี้แทนผมที่หมดเวลาของผมแล้ว

    “ประธานรุ่นมารับใบขออนุญาตด้วยค่ะ”ปีสองเอ่ยขึ้น ผมก็เดินห่างมาจากพวกนั้นแล้ว ระยะทางที่ผมเดินผ่านผมก็มองไปยังสนามกีฬาก็ยังเห็นว่ายี่หวายังคงตั้งอกตั้งใจวิ่งอยู่โดยข้างๆเธอมีไอ้หนุ่มปีหนึ่งวิ่งขนาบข้างมาติดๆ

    “ไปบอกน้องมึง….”

    “พอได้แล้ว”ผมเอ่ยบอกไอ้ปอนที่เดินอยู่ด้านหลังผม มันก็มองหน้าผม แต่ผมไม่ได้หันไป

    มองหน้ามันกลับเดินเอามือล้วงกระเป๋าและเดินออกมาจากพวกมันเลย…